Tag Archives: Dermatology

ผื่นเกาเรื้อรัง Butterfly-shaped area

จากรูปคือ บริเวณผิวที่ปกติ บริเวณหลังส่วนบนระหว่างกระดูกสะบัก จะเห็นว่า ไม่มีผื่นเหมือนบริเวณอื่นโดยรอบ

ที่เป็นแบบนี้เพราะเป็นบริเวณที่คนไข้เอื้อมมือไปเกาไม่ถึงนั่นเองค่ะ

ส่วนผื่นในบริเวณอื่นทั่ว ๆ ที่เกิดจากการเกาเรื้อรัง ต้องไปทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจแลปเพิ่มเติมว่าเข้าได้กับโรคอะไร

Butterfly-shaped area ผื่นเกาเรื้อรัง คัน
Butterfly-shaped area 🦋 Photo credited: DOI: 10.1056/NEJMicm2114503

รูป reference จาก NEJM
DOI: 10.1056/NEJMicm2114503
ได้รับการตรวจและวินิจฉัยเป็น Chronic generalized pruritus due to chronic kidney disease ผู้ป่วยได้รับการฟอกไต อาการคัน ผื่นดีขึ้นใน 2 เดือน

ถ้าเห็นผื่นลักษณะดังกล่าว อย่าลืมมองหาภาวะต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันนะคะ


อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Flaxseed Oil .. อีกตัวช่วยในการดูแลสุขภาพผิว ⁉️

Flaxseed Oil เป็น ingredient ใหม่ ยังไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงเท่าไหร่นัก แต่ความจริงแล้วมีประโยชน์มากมายเลยทเดียว อีกทั้ง Flaxseed Oil ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวกลุ่ม skin barrier repair หรือ antiaging, กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ด้วยพราะเหตุผลที่ Flaxseed Oil มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์หลายอย่างต่อผิวหนังของเรา เช่น ลดการอักเสบ และ ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิวได้

วันนี้เลยอยากชวนมาทำความรู้จัก Flaxseed Oil กับประโยชน์ต่อสุขภาพผิวกันนะคะ

Flaxseed Oil

รู้หรือไม่ว่า Flaxseed Oil คืออะไร ?

น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดของต้นลินิน หรือต้นปอป่าน บางทีอาจได้ยินอีกชื่อ คือ Linseed Oil (น้ำมันเมล็ดลินิน) เดิมนิยมนำมาทำให้ขนมปังนุ่มและหอม มีไฟเบอร์สูง นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ถึง 3 ชนิด คือ Omega-3, 6 และ 9 ในปริมาณมากอีกด้วย และยังมีสารอีกอย่างที่เรียกว่า “ลิกแนน (Lignans)” เป็นต้านอนุมูลอิสระและออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน

Protex Flaxseed oil แฟลกซ์ซีด ออยส์
Flaxseed Oil
Protex Flaxseed oil แฟลกซ์ซีด ออยส์ ประโยชน์ต่อผิวหนัง
ประโยชน์ต่อผิวหนังของ Flaxseed Oil

ประโยชน์ต่อผิวหนังของ Flaxseed Oil ชนิดรับประทาน

• มีข้อมูลพบว่าหลังการทานต่อเนื่อง 6-12 สัปดาห์ วัดค่าการสูญเสียน้ำผ่านชั้นผิว (TEWL) ลดลง ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น และการอักเสบผิวลดลง รวมทั้งเส้นผมนุ่มขึ้น เล็บไม่เปราะง่าย

• พบว่าใน Flaxseed Oil มีสารที่ชื่อว่า Lignans ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น phytoestrogen ในร่างกายได้ ผลลัพธ์คล้ายกับการได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน กล่าวคือ ผิวพรรณแลดูเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวลมากขึ้น

• ขนาดรับประทานน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ที่ได้รับมาตรฐานสากลจากประเทศสหรัฐอเมริกา คือ 1,000 มก. วันละ 1 ครั้ง หลังอาหาร

อาหารเสริม Flaxseed oil แฟลกซ์ซีด ออยส์ ประโยชน์ต่อผิวหนัง
Flaxseed Oil ชนิดรับประทาน

ประโยชน์ต่อผิวหนังของ Flaxseed Oil ชนิดทา

มีข้อมูลวิจัยพบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Flaxseed Oil ช่วยในเรื่องดังนี้

ลดการอักเสบผิว (Anti-inflammation)

เนื่องจากมีกรด Linoleic (LA) สามารถยับยั้งการหลั่งสารก่อการอักเสบ จึงช่วย ลดอาการอักเสบของผิวหนังได้ ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น จึงอาจเห็นมีการนำมาใช้ร่วมกับการรักษาผื่นอักเสบ เช่น ผิวหนังอักเสบ ผื่นสะเก็ดเงิน ผื่นภูมิแพ้

• ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidantation)

เพราะมีลิกแนน (Lignan) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และในระยะยาวช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ผิวได้ จึงเป็นที่มาของการนำไปผสมในสกินแคร์กลุ่ม Anti-aging moisturizer ค่อนข้างหลากหลาย

• ลดการสูญเสียน้ำผ่านชั้นผิว (TEWL)

และเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ชัดเจนหลังการใช้ 6-12 สัปดาห์

• ช่วยสมานแผลหายเร็วขึ้น

โดยมีข้อมูลพบว่าการใช้ Flaxseed Oil 1-5% ทาจะช่วยให้แผลหายเร็วกว่าการทาด้วย Petrolatum jelly อีกด้วย

• ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย

Flaxseed oil แฟลกซ์ซีด ออยส์ ประโยชน์ต่อผิวหนัง
Flaxseed Oil ชนิดทา

โดยปกติแล้ว ผิวหนังมนุษย์จะมีกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวจากแบคทีเรีย ได้แก่

แบคทีเรียประจำถิ่น (Normal flora) ซึ่งจะอยู่กันอย่างสมดุล เพื่อคอยปกป้องผิวจากเชื้อภายนอก

ระบบอิมมูนผิว (Skin immune cells) เช่น AMPs หรือ เปปไทด์ต้านจุลชีพ ซึ่งเป็นโมเลกุลชนิดหนึ่งที่ผิวหนัง มีหน้าที่คอยต่อต้านสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้ามาก่อโรคในชั้นผิวหนัง รวมทั้งมีส่วนช่วยให้กำแพงผิวสมดุลแข็งแรง

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวไม่แข็งแรงและเกิดการแพ้ระคายเคืองง่าย อาจเกิดจากผิวที่ขาดความชุ่มชื้น และกลไกการปกป้องผิวที่กล่าวข้างต้นเสียสมดุลไป จึงส่งผลให้ผิวเกิดการแพ้ ระคายเคือง อักเสบตามมา

Flaxseed Oil มีคุณสมบัติช่วยให้ AMPs เพิ่มขึ้นและทำหน้าที่ปกป้องผิวจากแบคทีเรียได้ดีขึ้น ดังนั้น จึงช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นและช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้

Protex Flaxseed oils ลดการสะสมแบคทีเรีย

จากคุณสมบัติข้างต้น จึงมีการนำ Flaxseed Oil มาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างหลากหลายกลุ่ม เช่น สกินแคร์ทาผิวกลุ่ม antiaging moisturizer, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มี Flaxseed Oil เป็นส่วนประกอบ ยกตัวอย่างเช่น สบู่เหลวอาบน้ำ Protex Flaxseed Oil shower cream สูตรพรอพโพลิส (รายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง) หรือแม้แต่อาหารเสริมสำหรับคนรักสุขภาพให้ลองพิจารณาเลือกดูตามความเหมาะสมของปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Nutr Cancer. 2002;43(2):187-92.

Mol Cell Biochem. 1999 Dec;202(1-2):91-100.

Br J Nutr. 1993 Mar;69(2):443-53.

——————————————

[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Protex Flaxseed Oil shower cream

สบู่โพรเทคส์ สูตรพรอพโพลิส ผสานแฟลกซ์ซีด ออยล์ ทำงานร่วมกับผิว เสริมการปกป้องผิวจากแบคทีเรียตามธรรมชาติ

ใช้สำหรับทำความสะอาดผิว ช่วยชำระล้างแบคทีเรียได้ถึง 99.9%* ลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 10 เท่า มีส่วนผสมของ

▫️ พรอพโพลิส สารสกัดธรรมชาติจากรังผึ้ง ที่ผึ้งใช้ปกป้องรังจากแบคทีเรีย

▫️ น้ำมันสกัดจากเมล็ดแฟลกซ์ ช่วยปกป้องผิวจากแบคทีเรียอย่างเป็นธรรมชาติ

▫️ ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ผิวหนัง

นอกจากนั้น แฟลกซ์ซีด ออยล์ ยังมีอยู่ในสบู่ก้อนและสบู่อาบน้ำของโพรเทคส์ทุกสูตร

*จากการศึกษาในกลุ่มอาสาสมัคร 12 คน อายุระหว่าง 18-55 ปี โดยเคลคาร์ เอดูเคชั่น ทรัสต์ ไซแอนติฟิก รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ประเทศอินเดีย ธ.ค. 2562 ทดสอบกับแบคทีเรีย Escherichia coli

เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ช่วยลดกลิ่นกาย ผิวนุ่มสุขภาพผิวดี

Protex Flaxseed oil shower cream แฟลกซ์ซีด ออยล์

——————————————

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Event

CeraVe IML Special Launch Event

Academic Talk about “Skin barrier and Topical Hydrourea”

คุณหมอลูกเจี๊ยบ พญ.วรายุวดี อมรภิญโญ ร่วมพูดคุยให้ความรู้เรื่อง Skin barrier and Topical Hydrourea ร่วมกับ 3 หนุ่ม โฟร์ทณัฐวรรธน์, จิมมี่ จิตรพล และ ภูวินทร์ ในงานเปิดตัว CereVe Intensive Moisturizing Lotion วันที่ 31 มีนาคม 2568 ณ เมกะบางนา #ceraveimlxfourth #ceravethailand


The DERMA Day โดยเภสัชสมาคมแห่งประเทศไทย

คุณหมอลูกเจี๊ยบ พญ.วรายุวดี อมรภิญโญ ได้รับเชิญพูดคุยเรื่องการรักษาสิวและฝ้าในสุภาพสตรีวัยเจริญพันธุ์ ร่วมกับ คุณบินท์ ภก.สิรีธร สีห์อร่ามวัฒน์ Miss International 2019 ในวันที่ 10 กันยายน 2565 ณ Banyan Tree Bangkok


——————————————

อ่านบทความที่ helloskinderm.com

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

6 ข้อควรรู้ สำหรับคนผิวแพ้ง่ายใช้อะไรก็แสบคัน ‼️

ผิวแพ้ง่าย

ก่อนจะเริ่มอ่านบทความนี้ อยากให้ทุกท่านลองสำรวจตัวเองดูก่อนว่า 

…คุณมีผิวแพ้ง่าย..หรือไม่ ?

เพราะถ้าหากผิวเราแพ้ง่าย การเลือกสกินแคร์และการดูแลผิวอาจต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิมค่ะ

1. อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่า “ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย”

• อาการแสดงของผิวหนังที่บ่งบอกว่าคุณเป็นผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย ได้แก่

• แสบผิว ออกร้อน

• คันยุบยิบ

• ผื่นแดง ผด แห้ง ลอก

• รู้สึกไม่สบายผิว

โดยเฉพาะเมื่อถูกสิ่งกระตุ้นที่คนผิวปกติทั่วไปมักจะไม่มีอาการ

อาการแสดง ผิวแพ้ง่าย sensitive skin
อาการแสดงของ Sensitive Skin

2. ทำไมบางคนจึงเกิด Sensitive skin ขึ้นมาได้ ทั้งที่ไม่ค่อยใช้อะไรทาผิวมากมาย

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด พบว่าการเกิดภาวะนี้อาจไม่เกี่ยวกับอาการแพ้ใด ๆ ก็ได้ และเชื่อว่าเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

• Skin barrier ไม่แข็งแรง ทำให้สารก่อการระคายเคืองซึมลงผิวได้ง่ายขึ้น

• เส้นประสาทที่ผิวหนัง มีความไวมากขึ้น จึงเกิดการระคายเคืองผิวได้ง่ายขึ้น

• มีการกระตุ้นกระบวนการอักเสบผิวมากขึ้น จึงมักมีผิวแดง แสบ คัน ได้บ่อย ๆ

• มีความผิดปกติของยีนบางอย่าง

สาเหตุทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนปกติทั่วไป

สาเหตุผิวแพ้ง่าย
สาเหตุของผิวแพ้ง่าย

3. ทำไมผิวคนเราจึงมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น

ผิวที่มีความไวมากขึ้นเกิดจากความผิดปกติ 2 อย่าง คือ

1) มีความผิดปกติของระบบเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ผิวหนัง

2) มีสิ่งกระตุ้นให้มักทำให้อาการกำเริบ ได้แก่

• ความร้อน

• แสงยูวี

• ฝุ่น PM2.5

• อากาศเปลี่ยนแปลง

• ส่วนประกอบในสกินแคร์บางอย่าง

• ฮอร์โมน อารมณ์และความเครียด

สิ่งกระตุ้นเหล่านี้จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของ barrier function ร่วมกับ มีการอักเสบที่ผิวตามมาได้ค่ะ

สิ่งกระตุ้นให้ผื่นเห่อ ผิวแพ้ง่าย
สิ่งกระตุ้นให้ผื่นกำเริบ

4. มีการทดสอบอะไรช่วยวินิจฉัยโรคนี้หรือไม่

โดยปกติจะให้การวินิจฉัยภาวะ Sensitive Skin Syndrome จากอาการและอาการแสดง หากไม่แน่ใจอาจใช้วิธีการทดสอบช่วยวินิจฉัยได้

เช่น การใช้ 10% Lactic acid หรือ Capsaicin ทาบริเวณซอกจมูก และ โหนกแก้ม แล้วดูว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ หรือวิธีการทดสอบอื่น ๆ ซึ่งจะไม่ได้กล่าว ณ ที่นี้

5. หากเป็นภาวะนี้แล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

• หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้น เช่น แสงแดด, ฝุ่น PM2.5, ความเครียด, การแกะเกาที่ผิว

• หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อการระคายเคืองผิว เช่น

❌ ยาทาสิวกลุ่ม tretinoin, BPO

❌ สกินแคร์หรือยาที่มี alcohol, น้ำหอม, สารกันเสีย

❌ สารกลุ่มผลัดเซลล์ผิว เช่น glycolic acid

• ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ แนะนำเป็น Physical sunscreen จะระคายเคืองน้อยกว่า Chemical sunscreen

• ล้างหน้าให้สะอาดเพื่อลดการระคายเคืองจากสารตกค้างที่ผิว

• ปรับมอยเจอไรเซอร์ให้เหมาะสม

• หากมีผื่นกำเริบ ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยอาจพิจารณาใช้ยาทากลุ่ม topical immunomodulators และการรักษาอื่นขึ้นกับแพทย์พิจารณา

การปฏิบัติตัวเมื่อผิวแพ้ง่าย ระคายเคือง sensitive skin
การปฏิบัติตัวเมื่อเป็น Sensitive skin

6. มอยเจอไรเซอร์สำหรับ Sensitive Skin ควรเลือกแบบไหน

• มอยเจอไรเซอร์ควรเลือกที่มีคุณสมบัติที่แก้ปัญหาตรงจุดตามปัญหาผิว คือ

1) ช่วยบำรุงกำแพงผิว

2) ช่วยลดการอักเสบผิว

3) มีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมลดความไวของตัวรับเส้นประสาทที่ผิว

ยกตัวอย่าง Defensive Technology ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bioderma ก็มีคุณสมบัติครบทั้งสามอย่าง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมตอนท้าย)

• แนะนำ fragrance-free

• เลี่ยงสารที่อาจก่อการแพ้สัมผัสหรือระคายเคืองได้บ่อย เช่น lanolin, wool alcohols

• เลี่ยงการใช้ surfactant ที่อาจระคายเคืองมาก โดยเฉพาะกลุ่ม anionic or cationic เช่น sodium lauryl sulfate, sodium laurate เป็นต้น

Skincare สำหรับผิวแพ้ง่าย
คุณสมบัติ Skincare สำหรับผิวแพ้ง่าย

สุดท้ายสิ่งสำคัญ การมีปัญหาหน้าแดง คัน แสบ สามารถเป็นได้จากหลายโรค ซึ่งก่อนให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะ Sensitive skin syndrome ตามที่เล่ามาทั้งหมดในโพสนี้ จำเป็นต้องวินิจฉัยแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกไปก่อน เช่น ผื่นแพ้สัมผัส, แพ้แดด, โรคภูมิแพ้ผิวหนัง, ภาวะโรเซเชีย เป็นต้น

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นภาวะ Sensitive Skin Syndrome หรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังช่วยประเมินนะคะ

ถ้าหากเห็นว่าบทความมีประโยชน์ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อน ๆ คนอื่น ได้อ่านบทความนี้ด้วยกันนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Am J Clin Dermatol. 2020 Jun;21(3):401-409.

J Drugs Dermatol. 2019;18(1 Suppl.):s68-74.

Actas Dermosifiliogr (Engl Ed). 2019 Dec;110(10):800-808.

Arch Toxicol 2015;89(12):2339-444.

Int J Cosmet Sci. 2012;35(1):2-8.

Int J Cosmet Sci. 2011;33(5):421-5.

Dermatol Ther 2004;17(Suppl 1):16-25.

——————————————

[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Bioderma Sensibio Defensive

Bioderma Sensibio Defensive

ครีมบำรุงผิว เหมาะสำหรับผิวแพ้ระคายเคืองง่าย

คิดค้นขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ Defensive technology ซึ่งมีคุณสมบัติหลัก 3 ประการ จากสารประกอบหลัก ได้แก่

▫️ Carnosine + Vitamin E ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ antipollution ซึ่งมีข้อมูลพบว่าช่วยลด oxidative stress ได้มากกว่ากลุ่ม control ถึง 75%

▫️ Tetrapeptide-10 ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว โดยข้อมูลในหลอดทดลองพบว่า สามารถเพิ่ม filaggrin gene, involucrin, loricrin, เพิ่มการทำงานของเอนไซม์ transglutaminase และเพิ่มโปรตีน corneodesmosin ที่ชั้นผิวได้ 46%

▫️ Red sage polyphenols ช่วยลดการอักเสบผิว จาก 2 กลไก คือ

1) ยับยั้งการกระตุ้น TRPV1 receptor ซึ่งเป็นตัวรับความรู้สึกปวดบริเวณปลายประสาท ส่งผลให้ลดอาการแสบ คัน ยุบยิบลดลง 

2) ลดการหลั่ง PGE2, COX-2 จากเซลล์ keratonocyte, ลดการหลั่ง IL-1a จึงส่งผลให้กระบวนการอักเสบผิวลดลง 36%

ข้อมูลการทดลองจาก Bioderma พบว่า ช่วยปลอบประโลมผิวลดอาการแดง แสบ คัน ได้อย่างชัดเจนในนาทีที่ 3 หลังการทา & ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้นาน 12 ชั่วโมง เมื่อใช้ต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ไม่เหนอะ

*การตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์และการรักษาขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

——————————————

อ่านบทความย้อนหลัง www.helloskinderm.com (คลิก)

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

 

 

 

 

 

 

 

 

กลเม็ดพิชิต “รอยดำสิว”

แม้ว่ารอยดำจากสิว..ไม่ได้อันตราย แต่อาจส่งผลทางด้านจิตใจเป็นอย่างมากต่อใครหลายคน ถ้าหากเราสาเหตุการเกิดรอยดำจากสิวและรักษาตรงจุด ก็จะได้ผลการรักษาที่ดีค่ะ

กลเม็ดพิชิต รอยดำสิว

สาเหตุการเกิดรอยดำที่ผิวหนังนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุขึ้นกับเป็นโรคผิวหนังอะไร บางโรคอาจเกิดจากความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี หรือ กระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ แต่หากกรณีเป็นรอยดำที่เกิดตามหลังการเป็นสิวนั้นเกิดเนื่องจากมีการอักเสบของผิวหนังเป็นหลักค่ะ

เมื่อไหร่ที่เกิดสิวอักเสบขึ้นแล้ว ..

อาจเกิดเป็น รอยสีแดง ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne erythema ซึ่งมักพบในคนผิวขาวได้บ่อยกว่า หลังจากนั้นจะมีการกระตุ้นผ่านระบบอิมมูนที่ผิวหนัง กระตุ้นเอนไซม์ tyrosinase และกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้น และเกิดรอยดำหรือน้ำตาลตามมา ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne hyperpigmentation ซึ่งมักพบในคนผิวสีคล้ำได้บ่อยกว่า

ดังนั้น เดอร์โมคอสเมติกส์หรือยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบและยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้ จึงมีส่วนช่วยลดการเกิดรอยดำและรอยแดงสิวได้

รอยแดงสิว รอยดำสิว แตกต่างกัน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยดำจากสิวที่สำคัญที่สุด คือ ..

การอักเสบของผิวหนัง สิวอักเสบเล็กน้อยก็เกิดรอยดำตามมาได้ และหากยิ่งสิวอักเสบรุนแรงและอักเสบนาน ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดรอยดำที่รุนแรงมากกว่าและนานกว่า

ดังนั้น หากไม่อยากมีรอยดำสิว สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องรีบรักษาสิวให้ดีแต่เนิ่น ๆ

รังสียูวี เป็นอีกตัวการที่สำคัญ ..

ที่กระตุ้นให้รอยดำสิว มีความรุนแรงและเข้มขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น การป้องกันผิวจากแสงแดดให้ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ทาผลิตภัณฑ์กันแดดสม่ำเสมอ, ใส่หมวก, กางร่ม, หลบแดด ตามความเหมาะสม

การทำให้ผิวเกิดความบาดเจ็บ ..

จะยิ่งกระตุ้นกระบวนการอักเสบผิว ทำให้รอยดำทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่รอยดำ แต่ยังอาจเกิดแผลเป็น รอยแดง หลุมสิวตามมาได้อีก ซึ่งส่งผลให้การรักษาสิวยุ่งยากและยาวนานกว่าเดิม

ดังนั้น หากเป็นสิวแล้วไม่อยากเกิดรอยดำสิว รอยแดง หลุมสิวตามมา ก็แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ค่ะ

ปัจจัยกระตุ้นรอยดำสิว

หลังจากสิวอักเสบหายแล้ว ..

แต่ละคนอาจเกิดรอยดำตามมามากน้อยไม่เท่ากัน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความรุนแรงของรอยดำ

ปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ได้แก่

✔️ ความรุนแรงของการอักเสบสิว

✔️ รังสียูวี

✔️ การบีบแกะสิว

และยังมีปัจจัยที่เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น

✔️ ชนิดสีผิว คนผิวสีเข้มมีโอกาสเกิดรอยดำได้มากกว่าคนผิวขาว

✔️ กรรมพันธุ์หรือประวัติครอบครัว

เป็นต้น

เมื่อเกิดรอยดำจากสิวแล้ว รอยดำจะค่อยจางลงไปได้เอง ..

ตามกระบวนการผลัดเซลล์ผิว โดยใช้ประมาณเวลา 6 เดือน – 5 ปี แล้วแต่บุคคล

ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การรักษาสิวแต่เนิ่น ๆ อย่างถูกวิธี ไม่ควรลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ร่วมกับการเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่มีส่วนเสริมการรักษาสิวอย่างเหมาะสม

เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิว ..

แนะนำ Water‐based, nongreasy เนื้อสัมผัสไม่เหนียว, non comedogenic (เคยเขียนบทความไปแล้วลองไปทบทวนได้)

สรุปอีกครั้งสั้น ๆ คุณสมบัติของ Moisturizer สำหรับคนเป็นสิว ที่ควรมี 4 อย่าง ได้แก่

✔️ ช่วยลดการอักเสบ (Anti-inflammatory agents) เช่น Licochalcone-A, azelaic acid, hazel, aloe vera, zinc, soy isoflavones

✔️ ช่วยผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของรูขุมขน (Keratolytic agents) เช่น hydroxy acid, linoleic acid

✔️ ช่วยควบคุมการสร้างน้ำมันผิว (Sebum controlling) เช่น L-carnitine, niacinamide, zinc, fullerene

✔️ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อสิวโดยไม่ทำให้ผิวเสียสมดุล (Anti microbial agents) เช่น Decanediol, tea tree oils

เมื่อเกิดรอยดำสิวขึ้นแล้ว แนะนำให้ปรับการรักษาด้วยกลุ่มยาทาก่อน ซึ่งที่มีข้อมูลช่วยเรื่องรอยดำสิวได้ คือ

✔️ กลุ่มยาทา (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน) เช่น hydroquinone, retinoids, azelaic acid, dapsone gel เป็นต้น

✔️ กลุ่มสกินแคร์ เช่น thiamidol, kojic acid, ascorbic acid, arbutin, niacinamide, licorice extract, aloesin, ferulic acid เป็นต้น

สกินแคร์รักษารอยสิว

และหากไม่ดีขึ้น แนะนำปรึกษาแพทย์พิจารณาปรับการรักษาเสริม เช่น

✔️ Chemical peeling

✔️ Laser/light therapy เช่น blue light PDT, Nd:YAG laser

เป็นต้น

โดยสรุป ‼️

ถ้าไม่อยากมีรอยดำสิว ควรรีบรักษาสิวอย่างถูกวิธี

ถ้ามีรอยดำจากสิวแล้วอาจต้องใช้เวลา ซึ่งนานแค่ไหนแล้วแต่ผิวและปัจจัยของแต่ละคน

หากใครที่กังวลหรือเร่งด่วน เช่น ต้องออกงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ผิวหน้า ก็แนะนำพบแพทย์ปรับยารักษาช่วยได้ ร่วมกับ การเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิวและรอยดำ เช่น Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง) ก็เป็นทางเลือกที่เสริมให้การรักษามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นได้ค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Dermatol Reports. 2021 Oct 6;13(3):8223.

G Ital Dermatol Venereol. 2020 Jun;155(3):280-285.

J Dermatolog Treat. 2019 Sep;30(6):578-581.

J Dermatol. 2016 Jul;43(7):826-8.

JEADV 2015; 29(Suppl. 5): 1-7.

Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.

J Clin Aesthet Dermatol. 2013; 6: 18-24.

J Cosmet Dermatol. 2012 Mar; 11(1): 30-6.

Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.

International journal of pharmaceutics 292.1-2 (2005): 187-194.

——————————————

[ Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Eucerin Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum

นวัตกรรมเซรั่มลดรอยสิว เหมาะสำหรับผิวที่เป็นสิว ช่วยลดการเกิดรอยดำจากสิว สีผิวดูสม่ำเสมอ

ส่วนผสมออกฤทธิ์ยับยั้งครบทั้ง 4 กระบวนการก่อสิว ร่วมกับ ไทอามิดอลที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว

ส่วนประกอบหลัก :

✔️ Thiamidol สิทธิบัตรเอกสิทธิ์เฉพาะยูเซอริน เป็น The powerful Human Tyrosinase Inhibitor ช่วยลดการเกิดรอยดำสิวได้ดี

✔️ Licochalcone A เป็นสารสกัดจากรากของพืชชะเอมจีน เป็น antioxidant ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell จึงช่วยลดเรื่องการเกิดรอยดำสิวที่ตามมาได้

✔️ Salicylic acid ลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของสิวในระยะยาว

✔️ Decanediol ลดการสะสมของแบคทีเรีย C.acne ที่ก่อให้เกิดสิว จึงช่วยลดปัจจัยของการเกิดสิวเรื้อรัง

✔️ Sebum Regulation เทคโนโลยีควบคุมความมัน ด้วย Active L-Carnitine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการควบคุมการสร้างน้ำมันผิว จึงช่วยคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง และเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยสามารถรักษาความชุ่มชื้นผิวไว้ได้อย่างสมดุล

เนื้อเซรั่มเป็นแบบไฮโดรเจล ซึมไว ไม่เหนอะ

ผ่านการทดสอบ non-comedogenic & non-acnegenic tested

ข้อมูลการทดลองจากทางยูเซอรีน พบว่า รอยดำ รอยแดง และความมันผิว เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 สีผิวแลดูสม่ำเสมอขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

*การตอบสนองต่อการรักษาและผลิตภัณฑ์ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Eucerin Pro acne Anti-acne Mark เซรั่มลดรอยสิว

——————————————

อ่านบทความย้อนหลัง Website HELLOSKINDERM (คลิก)

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ฉบับเข้าใจง่าย

อากาศเริ่มหนาวเย็นลง ทำให้หลายคนที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังเกิดอาการผิวแห้งผื่นคันกำเริบมากขึ้น บางคนก็กำเริบ คันมาก เกาจนเป็นแผล เกาจนนอนไม่ได้เลยก็มี โพสนี้หมอสรุปข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมาให้อ่านกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ค่ะ

1. โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ Atopic dermatitis

มักเกิดผื่นคันและผิวแห้ง เรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ อาจพบร่วมกับภาวะภูมิแพ้โพรงจมูก หรือ หอบหืดได้ในบางคน รวมทั้งพบกลุ่มโรคนี้ในพ่อแม่พี่น้องร่วมด้วยก็เป็นได้

2. ภาวะนี้เกิดจากหลายกลไก เช่น

✔️ Skin barrier defect พูดง่าย ๆ คือ การสร้างเซลล์ผิวบกพร่อง โดยเฉพาะการขาดไขมันระหว่างเซลล์ที่ชื่อว่า “เซราไมด์” , การบกพร่องของตัวยึดเกาะเซลล์

✔️ พันธุกรรม บางรายมี filaggrin gene mutation ร่วมด้วยจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น อาจเกิดหอบหืด แพ้อาหาร ได้บ่อยกว่าคนที่ยีนนี้ปกติ

✔️ Skin microbiome เสียสมดุลย์

✔️ ภูมิคุ้มกันที่ผิวหนังผิดปกติ

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้คนเป็นโรคนี้มีผื่นคันกำเริบอยู่บ่อย ๆ และติดเชื้อที่ผิวได้ง่ายขึ้น

3. อาการผื่นคันผิวแห้ง

อาจพบได้ตั้งแต่วัยเด็กตั้งแต่ขวบปีแรกได้ถึง 60% แต่บางคนเริ่มเกิดผื่นตอนวัยผู้ใหญ่โดยไม่เคยมีผื่นในวัยเด็กก็เป็นได้

ในเด็กๆ มักมีผื่นที่หน้า ศอก เข่า แขนขา หรือแก้มอักเสบแดงได้บ่อย ส่วนผู้ใหญ่มักมีผื่นที่ข้อพับหรือที่มือได้มากกว่า

ส่วนมากผื่นมักไม่รุนแรง แต่บางรายเป็นผื่นเรื้อรัง คันรุนแรง เกาจนเป็นแผล อาจติดเชื้อตามมา ผิวหนาคล้ำขึ้น และบางคนอาการหนักจนอาจมีภาวะซึมเศร้าตามมาได้เลย

4. การวินิจฉัยโรคนี้จะมีหลายเกณฑ์การวินิจฉัย หากใครที่กำลังมีลักษณะเบื้องต้นดังต่อไปนี้

✔️ ผื่นคันเป็น ๆ หาย ๆ

✔️ ผื่นลักษณะเข้าได้กับโรคนี้ (แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย)

✔️ เป็นภูมิแพ้จมูกหรือหอบหืด หรือ มีคนในครอบครัวเป็น

และไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคนี้หรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อช่วยประเมินค่ะ

5. การทำ Skin test

ในกรณีที่สงสัยว่าแพ้อะไร จะทำเพื่อเป็นการยืนยันเมื่อมีสิ่งกระตุ้นที่สงสัยแล้วเท่านั้น ยังไม่มีคำแนะนำให้ต้องทำเพื่อ screening ในทุกราย ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ คือ บางคนต้องการขอทำ skin test หาว่าตัวเองแพ้อะไรโดยไม่สามารถระบุสิ่งกระตุ้นให้ผื่นเห่อได้ แบบนั้นยังไม่มีข้อมูล จึงยังไม่แนะนำให้ทำ

6. คนเป็นโรคนี้มักถูกกระตุ้นได้จากสิ่งเหล่านี้ได้บ่อย

ได้แก่ ขนสัตว์ เหงื่อ ความเครียด สูบบุหรี่ มลภาวะทางอากาศ ไรฝุ่น ซึ่งแนะนำว่าหากเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงค่ะ

ส่วนเรื่องอาหาร บางคนอาจแพ้พวกนม ไข่ แป้งสาลี ถั่ว ก็ควรงดถ้าทานแล้วมีอาการกำเริบ แต่หากไม่ได้มีอาการแพ้หรือผื่นเห่อหลังทานอาหารเหล่านี้ ก็แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องงดทาน โดยเฉพาะเด็กเล็กหากงดอาหารบางอย่างโดยไม่จำเป็น อาจทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นบางชนิดได้

7. การปฏิบัติตัวพื้นฐานเมื่อเป็นโรคนี้

✔️ ดูแลผิวหนังโดยการทาสารให้ความชุ่มชื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น และ อาจเติมระหว่างวันได้ในกรณีที่ผิวแห้งมาก

✔️ ทาครีมหลังอาบน้ำทันที 3-5 นาที

✔️ เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน

✔️ อาบน้ำ 1-2 ครั้ง/วัน และไม่ควรอาบน้ำร้อนเกินไป โดยอุณหภูมิที่แนะนำ คือ 27-30 องศาเซลเซียส

❌ ไม่ควรอาบน้ำนานเกิน 5-10 นาที

❌ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของธัญพืช ข้าวโอ๊ต ถั่วลิสง เพราะอาจเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้

❌ ไม่ใส่เสื้อผ้าที่แน่นคับจนเกินไป เลี่ยงผ้าขนสัตว์ เพราะระคายเคืองผิวได้ แนะนำเลือกผ้าที่ไม่ระคายเคืองผิว เช่น คอตตอน เป็นต้น

8. การเลือกสกินแคร์สำหรับคนเป็นโรคนี้

หากเป็นไปได้ ควรเลือกดังนี้

✔️ ช่วยเติมเซราไมค์ที่หายไป เช่น Ceramide 1, 3, 5, 6 และสารอื่น เช่น arginine, phytosphingosine, pyrrolidone carboxylic acid (PCA)

✔️ มีสารช่วยลดการอักเสบ ช่วยลดอาการคันได้

✔️ มีสารต้านอนุมูลอิสระ

✔️ มีสารที่ช่วยปรับสมดุลของ Skin microbiome ได้

หากมีคุณสมบัติข้างต้นก็จะเป็นทางเลือกที่ดีเพราะแก้ปัญหาได้ตรงจุด

และหากคนที่ผิวแห้งมากก็แนะนำเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งส่วนผสมของ occlusive, humectant และ emollient ร่วมด้วยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

ยกตัวอย่าง FYNE Ectoin Reviving Intense Moisturising Cream ก็มีคุณสมบัติดังกล่าวครบ (แนบรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ท้ายบทความ)

9. การรักษาเมื่อมีผื่นผิวหนังอักเสบกำเริบ ได้แก่

✔️ ยาทาต้านการอักเสบ เช่น ยาทากลุ่มสเตอรอยด์ หรือ Topical calcineurin inhibitors

✔️ หากมีอาการคันสามารถทานยาแก้คันได้

หากรักษาแล้ว 7-10 วันยังไม่ดีขึ้น แนะนำพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

✔️ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจพิจารณาการรักษาอื่น เช่น ยาทา Crisaboral, การฉายแสง, การให้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือ ยากลุ่มชีวภาพ เช่น dupilumab เป็นต้น

10. เมื่อผื่นสงบแล้ว

ก็ต้องทามอยซ์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมต่อไปอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยลดการกำเริบของผื่น และช่วยลดการใช้ยาทาสเตอรอยด์ตอนผื่นเห่อลงได้อีกด้วย

สุดท้ายนี้หมออยากบอกว่า..

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความรู้ความเข้าใจในตัวโรคว่าเป็นภาวะที่มีความบกพร่องของผิว จึงต้องให้ความใส่ใจกับการดูผิว ทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาบน้ำให้ถูกต้อง เพื่อแก้ปัญหาตรงจุด และเป็นการป้องกันการกำเริบของผื่นในอนาคตได้เป็นอย่างดี

หากใครที่กำลังมีผื่นแห้งแดงคันอยู่เรื้อรังและไม่แน่ใจว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังช่วยประเมินนะคะ

ถ้าชอบและเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถกดเลิฟกดแชร์ได้เลยค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี .. หมอเจี๊ยบ

——————————————

References:

J Dermatol 2021;48:130-9.

Allergy. 2021 Apr;76(4):1053-1076.

J Allergy Immunol Pract 2020;8:91-101.

Nat Rev Microbiol 2018;16(3):143-55.

J Clin Dermatol 2010;1:33-46.

Allergy 2000;56:1034-41.

Lancet 2006;386:733-43.

——————————————

Disclaimer:

[สนับสนุนความรู้โดย FYNE]

🌟 FYNE Ectoin Reviving Intense Moisturising Cream (ครีมบาล์ม ปราบผิวแห้ง)

เหมาะสำหรับผิวแห้งถึงแห้งมาก หรือผู้ที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบเป็นประจำ

ส่วนผสมหลัก

Ectoin 2% เพิ่มความชุ่มชื้น และ ปรับสมดุลของ skin microbiome มีข้อมูลการศึกษาว่าการทาอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยลดการใช้ยาทาสเตอรอยด์ได้ชัดเจน

Niacinamide 5%, vitamin E ช่วยลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ

Centella asiatica extracts ช่วยลดการระคายเคือง

Ceramide 5 ชนิด, amino acid, cholesterol, triglyceride, urea, glycerin ซึ่งเป็นส่วนผสมเลียนแบบสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติผิว (Natural Moisturizing Factors) ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น

Hyaluronic acid & Sodium hyaluronate รวม 4 ขนาดโมเลกุล ครบทั้ง oligo, low, middle, high MW ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ทุกชั้นผิว

วิธีใช้

ทาทั่วใบหน้า หรือทาเฉพาะบริเวณที่แห้งหรือระคายเคือง

เลือกปรับทาได้ 2 วิธี ตามสภาพผิว

1. ทาเหมือนบำรุงปกติ

2. วอร์มเนื้อบนฝ่ามือจนใส แล้ว Tap บนผิว

——————————————

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

The impact of airborne pollution on skin

โพสนี้สำหรับใครที่อยากปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย ‼️

วันนี้หมอจะเน้น 9 ข้อสั้น ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของการปกป้องผิวจาก มลภาวะทางอากาศ เพิ่มเติมจากการป้องกันแดดค่ะ เพราะเชื่อว่าทุกคนที่ติดตามเพจอยู่ คงรู้หมดแล้วว่ากันแดดสำคัญขนาดไหน


Reference

The impact of airborne pollution on skin
JEADV vol 33 issue 8
First published: 21 March 2019

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.