Category Archives: Basic Washing

พื้นฐานการล้างหน้าและการเลือกคลีนเซอร์

การล้างหน้า ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลผิวในทุกวัน การล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธีจะสามารถขจัดสิ่งสกปรก เซลล์ผิวที่ตายแล้ว น้ำมันส่วนเกินหรือแม้แต่เครื่องสำอางบางอย่างที่น้ำเปล่าไม่สามารถชำระล้างออกได้หมด
มีคำถามที่มักถูกถามมาบ่อย ๆ เกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ลองมาทำความเข้าใจกันค่ะ

เราควรเลือก Cleanser พื้นฐาน อย่างไรดี ❓

การเลือก Cleanser ที่ดี ควรเลือกตามสภาพผิวของแต่ละคน ไม่แนะนำเลือกตามเพื่อน โดยปกติจะแนะนำพื้นฐานผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ดังนี้

• เลือก Gentle cleanser ที่มีส่วนผสมพื้นฐานที่ช่วยบำรุงกำแพงผิว และไม่ทำลายชั้นไขมันที่ผิว เพิ่มความชุ่มชื้นผิว เช่น ceramide, hyaluronic acid, glycerin เป็นต้น

• pH balance 4.5-5.75 ซึ่งจะรู้สึกได้เลยว่าหลังล้างผิวไม่แห้งตึง และ pH ที่สมดุลจะส่งผลถึง skin barrier ที่แข็งแรง ลดการอักเสบผิว และไม่ทำให้เสียสมดุลของจุลินทรีย์

• แนะนำ Syndet (Synthetic detergents) liquid หรือ Non foaming cleanser โดยเฉพาะสำหรับคนผิวแห้ง กลุ่มนี้ pH เป็นอยู่ในช่วงกลางถึงกรดเล็กน้อย มักไม่ค่อยมีฟอง และหลังจากล้างออกด้วยน้ำ จะเหลือลักษณะคล้ายฟิล์มเคลือบผิวบาง ๆ เพื่อคอยช่วยเรื่องความชุ่มชื้นผิว ซึ่งไม่ควรถูหรือพยายามเช็ดออก

basic cleanser การเลือกคลีนเซอร์และการล้างหน้า
Basic cleanser

ควรล้างหน้าบ่อยแค่ไหน และ ควรล้างหน้านานกี่นาที ❓

แนะนำว่าควรให้เวลากับการล้างหน้าให้สะอาด เฉลี่ยประมาณ 20-30 วินาที ไม่นานเกินจน overwash หรือเร็วเกินไปจนล้างไม่สะอาด
และ การล้างหน้าวันละ 2 ครั้งถือว่าเพียงพอต่อการทำความสะอาดผิวหน้าค่ะ ยกเว้นมีสิ่งสกปรกหรือเลอะเหงื่อสามารถล้างเพิ่มได้

รู้ได้อย่างไรว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดล้างหน้านั้นไม่เหมาะกับผิวเรา และควรเลี่ยงประเภทไหน ❓

แนะนำวิธีสังเกต หากผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีอาการแห้งตึงหลังล้างหน้าเสร็จประมาณ 5-10 นาที หรือ มีอาการแสบ แดง คัน ลอก แสดงว่าไม่เหมาะกับผิวเรา แนะนำว่าควรเปลี่ยน

คนที่ผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย ควรเลี่ยงส่วนผสมพวก acetone, alcohols, nonionic surfactants บางชนิด เพราะจะทำให้ยิ่งแห้งระคายเคืองมากขึ้น

คนที่แพ้น้ำหอม ผิวแพ้ง่าย ควรเลี่ยงส่วนผสม fragrance, สารกันบูด หรือ สีผสมต่าง ๆ ซึ่งมักพบในกลุ่ม Soap

BOTTOM LINE

การล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี นอกจากเพื่อการทำความสะอาดผิวแล้ว ยังเสมือนเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมรับสกินแคร์ ที่จะบำรุงในขั้นตอนต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เราจึงควรต้องให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวให้มากขึ้น มองหาสิ่งที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ผลิตภัณฑ์ควรทำความสะอาดผิวได้ดี โดยไม่ทำร้ายกำแพงผิวเรา
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านที่ได้อ่านนะคะ ถ้าชอบสามารถไลค์และแชร์ได้เลย


References

J Drugs Dermatol. 2019 Jan 1;18(1):80-85.
J Clin Aesthet Dermatol. 2019;12(7):18–21.
J Cosmet Dermatol. 2018 Feb;17(1):8-14.
Indian J Dermatol. 2011;56(1):2-6.


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Facial Cotton สำลีเช็ดหน้าเลือกอย่างไรดี

สำลีเช็ดหน้า เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญค่ะ เพราะหลายคนใช้สำลีเช็ดหน้าทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่แต่งหน้า ถ้าหากสำลีไม่ดี ยิ่งเช็ดถูเสียดสีผิวหน้าระคายเคืองทุกวัน สิ่งที่ตามมา ก็คือ ริ้วรอยและความเหี่ยว

มีอินบ๊อกซ์มาถามเยอะเหมือนกันว่า คุณหมอเจี๊ยบใช้สำลีอะไรเช็ดหน้า วันนี้หมอเลยจะมาเล่าว่าส่วนตัวมีวิธีการเลือกสำลีอย่างไร ?

1. เลือกที่อ่อนโยนต่อผิว ปราศจากสารเคมี ไม่ฟอกสี ยิ่งถ้าใครผิวบอบบางแพ้ง่าย ยิ่งต้องเลือกที่อ่อนโยนมาก เช่น พวกสำลีออแกนิค จะนุ่มนวลมาก

2. ราคา จะดูแค่ราคาถูกอย่างเดียวไม่ได้ แนะนำว่าควรประเมินคุณภาพร่วมด้วย

3. กำจัดสิ่งสกปรก ที่ตกค้างบนผิวได้ดี

4. เช็ดแล้วไม่เป็นขุย ติดมือหรือติดหน้า

5. ความสามารถในการดูดซับสกินแคร์พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพราะถ้าหากมากเกินไป ก็จะเปลืองสกินแคร์โดยใช่เหตุ หากน้อยเกินไป ก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่

สำลีที่ตัวเองใช้แล้วคิดว่าโอเค มีดังนี้ค่ะ
{ รีวิวไม่ได้เรียงตามลำดับอะไร นึกอะไรออกพิมพ์ก่อนค่ะ }

Muji Cut Cotton Ecru
เป็นสำลีออแกนิค ใยฝ้าย 100% โดยไม่ผ่านกระบวนการฟอกสี มีจุดดำ ๆ ที่แผ่นไม่ต้องตกใจ เนื้อนุ่มแต่ไม่มาก แต่ตัวนี้มีขุยนิดหน่อย ตอนเช็ดไม่ลื่นมาก แต่ก็ไม่ระคายเคือง เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

• Watsons Unbleached Cotton Puffs
เป็นสำลีออแกนิค ใยฝ้าย 100% โดยไม่ผ่านกระบวนการฟอกสี มีจุดดำ ๆ ที่แผ่นไม่ต้องตกใจ เนื้อนุ่ม ไม่มีขุย ตอนเช็ดไม่ลื่นมาก แต่ก็ไม่ระคายเคือง เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

• Shiseido Facial Cotton
ใยฝ้าย 100% นุ่มมาก เช็ดสะอาดมาก ไม่เป็นขุย ดูดสกินแคร์พอดี ไม่เปลืองสกินแคร์ ราคาสูงหน่อย

• Aime Facial Cotton
ใยฝ้าย 100% นุ่มมากกก ไม่มีขุย ใช้แรงดันน้ำอัดเนื้อสำลีให้ติดกัน มั่นใจปราศจากสารเคมีแน่นอน ดูดสกินแคร์ไม่เปลืองมาก เช็ดได้ดี สะอาดหมดจด แต่หลังเช็ดจะยุ่ยนิดหน่อย

• Rii 26 Cleans Perfect Cotton Pads
ใยฝ้าย 100% ถักทอด้วยระบบน้ำ นุ่มมาก ไม่มีขุย เหมาะเช็ดคลีนซิ่ง ดูดสกินแคร์น้อยกว่า Aime ไม่เปลือง

• Rii 52 Less Toner
ใยฝ้าย 100% ต่างกับสูตร Rii 26 นิดหน่อยคือ จะบางมาก เหมาะเช็ดโทนเนอร์

• Ideal Cleansing Cotton Pads
ใยฝ้าย 100% ถักทอด้วยระบบน้ำ ไม่มีสารเคมี ไม่มีสารเรืองแสง นุ่มมาก ไม่มีขุย

• Silicot Soft touch
ใยฝ้าย 100% ถักทอด้วยระบบน้ำ ไม่มีสารเคมี ไม่มีสารเรืองแสง นุ่มมาก ไม่มีขุยเลย ใช้ได้ทั้งหน้าหลังเพราะดูดสกินแคร์น้อยที่สุดกว่าตัวอื่น เช็ดสะอาดเกลี้ยง ไม่เปลืองเลย หลังเช็ดยังอยู่สภาพเดิม

❌❌ Evergreen, Ambulance, D-nee ❌❌
ใยฝ้าย 100% หาซื้อง่าย หนานิดหน่อย เป็นขุยนิดหน่อย กลุ่มนี้เหมาะกับเช็ดทั่วไป ไม่แนะนำเช็ดหน้า

ไหน ไหน ไหน .. ใครใช้สำลีเช็ดหน้า ยี่ห้อไหนบ้างเอ่ย ?

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleanser for Dry Skin, According to Dermatologist

คลีนเซอร์สำหรับคนผิวแห้ง

Cleansers selection based on skin types❣️

หลักการ
✅ การล้างหน้าให้สะอาด เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลผิวในทุกวัน
✅ บางคนอาจแพ้น้ำหอม แต่หากใครไม่มีปัญหาก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมได้ เพียงแต่คนที่ผิวแพ้ง่ายก็ควรต้องระวัง
✅ การเลือกคลีนเซอร์ที่ดี ควรเลือกตามสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้น หากเพื่อนใช้แล้วดี แต่เราอาจไม่เหมาะ

ก่อนนี้เคยแนะนำคลีนเซอร์สำหรับสิวไปแล้ว ลองไปทบทวนได้ค่ะ
วันนี้มาแนะนำวิธีเลือกคลีนเซอร์สำหรับคนผิวแห้งบ้าง

สรุป 7 ข้อ ดังนี้

1. หากแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นกลุ่มกันน้ำ แนะนำ เริ่มด้วยการเช็ดหรือล้างด้วย Cleansing oil หรือ balm
✔️ Cleansing oil : ส่วนใหญ่นิยมใช้ Mineral oil, castor oil, jojoba oil, olive oil (Olive oil อาจก่อสิว) หากล้างสะอาดแล้ว อาจจบขั้นตอนนี้
✔️ Cleansing balm : แนะนำให้ล้างตามด้วย Liquid Syndet Cleanser อีกรอบ

2. หากไม่ได้ใช้ waterproof product อะไร อาจใช้ Cleanser อย่างเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้อง double cleansing แต่หากผิวค่อนข้างสกปรก หรือ แต่งหน้าเบา ๆ อาจเริ่มด้วย
✔️ Micellar water (เคยมีบทความแล้ว)
✔️ Cleansing milk

3. Toner อาจใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ เลือกตามความสมัครใจ แต่หากผิวแห้งแพ้ง่าย แนะนำเป็น Propylene glycol-based

4. Cleansing Scrub ไม่แนะนำให้ใช้ ในคนผิวแห้ง

5. Cleanser หากใครไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ก็แนะนำข้อนี้เลยเพียงอย่างเดียวค่ะ โดยคนผิวแห้งแนะนำอาจเลือกเป็นตามนี้
✔️ Syndet Liquid
✔️ Non foaming Cleanser
กลุ่มนี้อาจทาบนผิวแห้งหรือผิวเปียกก็ได้ หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำ จะเหลือลักษณะคล้ายฟิล์มเคลือบผิวบาง ๆ จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นผิว ดังนั้นไม่ควรเช็ดหรือถูฟิล์มนี้ออก

6. คนผิวแห้งมาก อาจพิจารณาเลือกเป็นพิเศษในกลุ่ม Cleanser ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น ceramide, hyaluronic acid, glycerin เป็นต้น

7. ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับคนผิวแห้ง


• Cetaphil Gentle Skin Cleanser
• CeraVe Hydrating Facial Cleanser
• EltaMD Mild Cleanser
• Eucerin Ultra Sensitive Hyaluron Cleansing Gel
• LaRoche-Posay Toleriane Hydrating Gentle Cleanser มี ceramide, glycerin
• Neutrogena Ultra Gentle Hydrating Cleanser Creamy Formula
• Physiogel Gentle Soap-free Cleanser
• Ezerra Gentle Cleansing Gel
• Neutrogena Hydro Boost Cleansing Gel
• AcneAid Gentle Cleanser

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่ผิวแห้งและกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าคู่ใจนะคะ
ผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องลองเลือกที่เหมาะกับตัวเอง

-No Sponsored Content –
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References
The science behind skin care: Cleansers. J Cosmet Dermatol. 2018 Feb;17(1):8-14.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleansing Oils ในดวงใจ

ประกาศผลโหวต Cleansing Oils ในดวงใจ
ประจำวันที่ 14 เมษายน 2564
ได้ผลออกมาเป็นดังนี้ 🏆🏆🏆

ใครมีประสบการณ์ตัวไหนในนี้ มาเล่าความรู้สึกให้เพื่อนฟังได้เลยค่ะ

ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรล้างครีมกันแดดดี

ฤดูร้อนแบบนี้แน่นอนทุกคนต้องให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดมากเป็นพิเศษ ☀️☀️☀️

คำถามที่มี inbox เข้ามามากในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นคำถามเหล่านี้

“จะใช้อะไรล้างครีมกันแดดดีคะ”❓
“ล้างน้ำเปล่าอย่างเดียวพอไหม”❓
“ต้องใช้ oil หรือ ครีมล้างหน้าธรรมดา ก็ได้” ❓

รูปนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยตาม reference ที่ห้อยท้ายเอาไว้

1. ในงานวิจัยนี้ใช้ผลิตภัณฑ์ในการทดลอง ดังนี้

ผลิตภัณฑ์ล้าง ได้แก่
💦 Foaming cleanser
คือ Neutrogena deep clean foaming cleanser
ซึ่งมีส่วนผสมของ detergent หลัก ๆ คือ sodium methyl cocoyl taurate และ cocoamido propyl betaine
💦 Cleansing oil
คือ Maybelline new city rescue miracle oil
ซึ่งมีส่วนผสมของ oil หลัก คือ mineral oil, isopropyl myristate, alkyl (C12‐C15) benzoate และ dicaprylyl carbonate

ผลิตภัณฑ์กันแดด ได้แก่
☀️ Non‐waterproof sunscreen with SPF 50+ and PA+++
คือ Innisfree eco safety UV perfect sunblock
ซึ่งมีส่วนผสม UV filters คือ octinoxate, titanium oxide, bisethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine และ diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate
☀️ Waterproof sunscreen with SPF 50+ and PA+++
คือ Innisfree eco safety UV perfect water‐proof sunblock
ซึ่งมีส่วนผสม UV filters คือ titanium dioxide, zinc oxide, ethylhexyl salicylate, isoamyl p‐methoxycinnamate และ diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate

2. โดยให้อาสาสมัครทาครีมกันแดดทั่วหน้าในปริมาณ 1 mg/cm2 หลังจากนั้นให้รอ 30 นาที ให้ห้องที่ถูกควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่ 20‐24°C และ 50%‐60% ตามลำดับ

หลังจากนั้นให้ไปล้างหน้า ดังนี้
💦 ล้างน้ำเปล่า 3.5 ลิตร นาน 2 นาที
💦 ใช้ Foaming cleanser 0.5 g
💦 ใช้ Cleansing oil 0.6 g

3. ถ่ายรูปด้วยกล้อง VISIA Complexion Analysis System

📸 Positive control คือ ภาพหลังทาครีมกันแดด
📸 Negative control คือ ภาพที่ไม่ทาครีมกันแดด
📸 ถ่ายภาพอีกทีหลังจากที่ล้างหน้าตามวิธีข้างต้น

4. ผลการทดลองเป็นดังรูป

🛑 กลุ่มที่ใช้ครีมกันแดดชนิด non-water proof
หลงเหลือครีมกันแดดหลังล้างด้วยวิธีต่าง ๆ คือ
Water เหลือ 54.0% ± 19.2%
Foaming cleanser เหลือ 15.6% ± 6.1%
Cleansing oil เหลือ 13.4% ± 4.6%
♻️เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติก็พบว่า การล้างด้วย Foaming cleanser หรือ Cleansing oil ไม่ต่างจาก negative control
♻️ แปลว่า ถ้าใช้ครีมกันแดดแบบ Non Water proof สามารถล้างด้วย Foaming cleanser หรือ Cleansing oil ก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ล้างแค่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวเพราะอาจมีครีมกันแดดที่ยังตกค้างที่ผิวอยู่มาก

🛑 กลุ่มที่ใช้ครีมกันแดดชนิด Water proof
หลงเหลือครีมกันแดดหลังล้างด้วยวิธีต่าง ๆ คือ
Water เหลือเกือบ 60% และอาสาสมัครรู้สึกยังเหลือความมันตกค้างที่ผิว
Foaming cleanser อาสาสมัครรู้สึกล้างสะอาด แต่อันที่จริงเหลือตกค้างเกือบ 40%
Cleansing oil อาสาสมัครรู้สึกล้างสะอาด
♻️ และเมื่อดูจากทางสถิติแล้วพบกว่า Cleansing oil ล้างได้สะอาดกว่า Cleanser มาก เหลือกันแดดตกค้างไม่แตกต่างจากคนที่ไม่ทาครีมกันแดดเลย (negative control) ในทางสถิติ
♻️ แปลว่า ถ้าใช้ครีมกันแดดแบบ Water proof ก็แนะนำให้ใช้ Cleansing oil จะดีกว่าอย่างอื่น เพราะครีมกันแดดประเภทนี้จะฟอร์มเป็นเสมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ ซึ่งยากต่อการล้างด้วยน้ำหรือแม้แต่เวลามีเหงื่อก็อาจจะยังไม่หลุดออก

5. เรื่องความรู้สึกหลังล้าง พบว่า มีโอกาสเกิดหน้าแห้งในกลุ่มที่ใช้ Foaming cleanser ได้มากกว่ากลุ่มที่ใช้ Cleansing oil
♻️ ทั้งนี้ เนื่องจากใน Cleanser อาจมีสารบางอย่าง เช่น sodium methyl cocoyl taurate and cocoamido propyl betaine ซึ่งสามารถทะลุผิวชั้น stratum corneum และสามารถไปทำลายสารเพิ่มความชุ่มชื้นผิวตามธรรมชาติ [natural moisturizing factors (NMF), intercellular lipids] จึงส่งผลให้ อาจเกิดการระคายเคืองและแห้งตามมา
♻️ ในขณะที่หลังการล้างด้วย Cleansing oil จะยังเหลือออยที่เป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้มากกว่า

💢💢💢 ข้อมูลที่เกี่ยวกับการล้างผลิตภัณฑ์กันแดดเท่าที่ลองหาดู ยังมีไม่มากนัก คิดว่าต่อไปน่าจะมีข้อมูลที่ละเอียดเพิ่มเติม ทั้งในเรื่องของชนิดครีมกันแดดและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครีมกันแดดที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งงานวิจัยที่ทำการทดลองกรณีใช้ครีมกันแดด 2 mg/cm2 (ตามคำแนะนำการใช้ครีมกันแดด) แต่งานวิจัยนี้ใช้ 1 mg/cm2 ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นปริมาณที่คนส่วนใหญ่ทาในชีวิตจริง ก็ถ้ามีอะไรใหม่ ๆ จะมาอัพเดทให้อ่านกันนะคะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ ❤️❤️❤️

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference
J Cosmet Dermatol. 2019;00:1–5.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

7 ข้อน่ารู้ เรื่องการอาบน้ำเด็ก

Baby Bathing Regimen 🧸🧸🧸

ผิวเด็กทารกยังไม่แข็งแรงและสมดุลเหมือนวัยผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นอีกเรื่องที่ก็ต้องดูแลและให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าผิวของผู้ใหญ่เลย

7 ข้อสรุปเกี่ยวกับการอาบน้ำเด็ก ‼️

1. โครงสร้างผิวเด็กทารกแตกต่างจากผิวผู้ใหญ่ ในส่วนของ Epidermis จะบางกว่า 20% และ S.corneum บางกว่า 30% ทำให้มีแนวโน้มสูญเสียน้ำมากกว่าและกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับผิวผู้ใหญ่
🌟 ดังนั้น กำแพงผิวของทารกจึงบอบบางมาก และมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

2. ไขมันสีขาวเคลือบผิวทารกที่เราเห็นหลังคลอด เรียกว่า Vernix caseosa ตอนอยู่ในครรภ์จะทำหน้าที่ปกป้องผิวทารกน้อยจากน้ำคร่ำ และตอนคลอดออกมาแล้ว ก็ยังทำหน้าที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำทางผิว ช่วยลด pH ผิวให้อยู่ในระดับสมดุลต่อการทำงาน และยังมีคุณสมบัติ antioxidant & antimicrobial effect อีกด้วย
🌟 ดังนั้น แนะนำให้อาบน้ำอย่างอ่อนโยน (Gentle bathing) ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องถูหรือเช็ดไขสีขาวนี้ออก

3. ทารกแรกเกิดยังไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ดีนัก การอาบน้ำไม่ถูกวิธีจึงอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไปได้
🌟 ดังนั้น แนะนำให้ delay การอาบน้ำครั้งแรกออกไปประมาณ 12-24 ชั่วโมง ทั้งนี้นอกจากรอให้ทารกมีการปรับตัวแล้ว ยังช่วยเรื่อง breastfeeding และกระตุ้นความผูกพันของแม่และลูกอีกด้วย และอาบน้ำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ก็เพียงพอ

4. มีงานวิจัยพบว่า Skin barrier parameter ของทารกในกลุ่มที่อาบน้ำในอ่าง ดีกว่ากลุ่มที่เช็ดด้วยฟองน้ำ และพบว่า ทารกมีความรู้สึกสบายตัวเมื่ออาบน้ำในอ่างมากกว่าด้วยฟองน้ำ
🌟 ดังนั้น แนะนำอาบในอ่างจะดีกว่า และระดับน้ำไม่ควรสูงเกินเอว (ประมาณ 5 เซนติเมตร)

5. ผิวทารกและเด็กเล็ก เป็นผิวที่ระคายเคืองต่อสิ่งต่าง ๆ ง่ายมาก รวมทั้งน้ำ ครีม หรือ แชมพูต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
🌟 ดังนั้น การอาบน้ำจึงควรใช้ Cleanser ที่อ่อนโยน แนะนำ soap-free (synthetic detergent based), ค่า pH อยู่ในช่วง 5.5–7.0 เนื่องจากความเป็นด่างจะทำให้กำแพงผิวถูกทำลายได้มากขึ้น

6. Cleanser ที่เหมาะสมสำหรับผิวเด็ก ควรปราศจากสารลดแรงตึงผิวที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอักเสบได้ แนะนำว่าไม่ควรมี Sodium lauryl sulfate (SLS)
🌟 ดังนั้น อาจมองหาตัวอื่น ๆ ที่มีงานวิจัยรับรองผลว่าอ่อนโยนและเหมาะสมสำหรับผิวเด็ก
ยกตัวอย่าง เช่น Amisoft หรือ Disodium Cocoyl Glutamate มีงานวิจัยพบว่าอ่อนโยนกว่า 0.5% SLS ถึง 3 เท่า เป็นต้น

7. มีงานวิจัยพบว่าการอาบน้ำทารกด้วยน้ำเปล่าร่วมกับ cleanser ที่เหมาะสม ไม่ได้มีการทำลายสมดุลของกำแพงผิวทารกแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับการอาบด้วยน้ำอย่างเดียว
🌟 ดังนั้น สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล แต่ถ้าอยากใช้ Cleanser ร่วมด้วยก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหาอะไร

โดยสรุปการใช้ Cleanser สำหรับทำความสะอาดผิวทารกหรือเด็กเล็กไม่ผิดอะไร ขอเพียงเลือกใช้ให้ถูกวิธี
✔️ Soap-free (synthetic detergent based)
✔️ ค่า pH อยู่ในช่วง 5.5–7.0
✔️ อ่อนโยน ปราศจากสาร SLS

ลองนำไปปรับใช้กับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวกันดูนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References:
Skin care for healthy babies at term: A systematic review of the evidence. Midwifery. 2018 Jan;56:29-43.

Infant skin care: updates and recommendations
Curr Opin Pediatr 2019;31:476-481.

Recommendations from a European Roundtable Meeting on Best Practice Healthy Infant Skin Care. Pediatr Dermatol. 2016 May;33(3):311-21.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

Product mentioned:
🧸 Ezerra Gentle Cleanser
✔️ เหมาะสำหรับ Baby skin & Sensitive Skin
✔️ ปรับ pH ให้ใกล้เคียงผิวปกติ
✔️ มี Moisturizing effect
✔️ ช่วยลดอาการคัน แสบ แดง
✔️ Soap-free, no SLS/SLES, no paraben

Disclaimer: Content Sponsored by Ezzera

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleansing Tips By Dermatologist ‼️

How to ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี ‼️
Cleansing Tips by dermatologist

โพสนี้ขอเล่าเกี่ยวกับการล้างหน้าที่ถูกวิธีให้ทุกคนลองสำรวจดูว่า มีใครล้างหน้าไม่เหมาะสมก็ลองมาปรับกันดู แล้วจะรู้ว่าเพียงแค่ปรับการล้างหน้าให้ถูกวิธี ก็ทำให้หน้าใสและมีสุขภาพผิวดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ

มาเริ่มกัน …

1. การล้างหน้าให้สะอาด ถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดก่อนจะเริ่มทาครีมบำรุงในขั้นตอนต่อไป เพราะสกินแคร์จะไม่สามารถซึมสู่ผิวและให้ประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ถ้าหากยังมีสิ่งสกปรกตกค้างขวางเอาไว้อยู่ คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามความสำคัญจุดนี้ไป
ดังนั้น เราควรปรับแนวคิด ให้ความสำคัญกับการล้างหน้าให้สะอาดมาเป็นอันดับต้น ๆ ของขั้นตอนในการดูแลผิว

2. มีงานวิจัยพบว่า การล้างหน้าวันละครั้งอาจไม่สามารถทำความสะอาดได้เพียงพอและทำให้เกิดสิวอักเสบมากขึ้นได้ ส่วนการล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง แห้งตึง อักเสบง่าย และก่อสิวอุดตันตามมาได้
ดังนั้น การล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน ถือว่าเพียงพอ ยกเว้นมีการสกปรกอาจล้างเสริมได้ และการล้างที่เหมาะสมคือ แนะนำใช้มือสะอาดนวดวนเบา ๆ ไปตามรูขุมขนนานประมาณ 15-20 วินาที ไม่เร็วหรือนานจนเกินไป

3. ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการล้างหน้า ควรมี pH ใกล้เคียงกับผิว คือ 4.5-5.75 หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ pH ต่ำเกินไป อาจก่อความระคายเคืองและผิวอักเสบได้ และหาก pH สูงกว่านี้ เช่น พวก soap ที่ฟองเยอะ หรือสบู่ก้อนล้างมือหรืออาบน้ำ เหล่านี้อาจทำให้ผิวแห้ง ตึง เกิดริ้วรอยก่อนวัยตามมาได้
ดังนั้น แนะนำ soap-free มีค่า pH เหมาะสม หลังล้างหน้าแล้วจะไม่รู้สึกแสบแดง แห้ง หรือตึงเอี๊ยด และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ

4. น้ำที่ใช้ล้างเพื่อทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ควรเป็นน้ำอุณหภูมิปกติหรืออุ่นเล็กน้อย ไม่ควรใช้น้ำร้อน หรือ เย็นจนเกินไป และต้องรู้ว่าน้ำเปล่ามีค่าความเป็นด่างค่อนข้างสูง อาจทำลาย skin barrier ได้
ดังนั้น ไม่แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวโดยไม่ใช้ cleanser และไม่แนะนำใช้น้ำร้อนเพราะจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า

5. น้ำหอม อาจก่อการระคายเคืองหรือแพ้ได้
ดังนั้น แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีน้ำหอม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพ้และระคายเคืองตามมา

6. มีงานวิจัยพบว่า Cleanser และ Cleansing oil สามารถล้างครีมกันแดดชนิด Non-waterproof ออกได้หมด แต่การล้างด้วยน้ำเปล่าเดี่ยว ๆ ไม่สามารถชำระล้างส่วนผสมของน้ำมันในครีมกันแดดชนิดนี้ได้ ทำให้หลังล้างน้ำเปล่าเดี่ยว ๆ จะยังรู้สึกเหนียวที่ใบหน้าอยู่
ดังนั้น หากใช้ Non-waterproof sunscreen ควรล้างด้วย Cleanser หรือ Cleansing oil ก็ได้ แต่ไม่ควรล้างน้ำเปล่าอย่างเดียว

7. มีงานวิจัยพบว่า Waterproof sunscreen หลังทาแล้วจะมีคุณสมบัติคล้ายครีมรองพื้นเคลือบผิวไว้เพื่อป้องกันน้ำและเหงื่อ จึงทำให้ไม่สามารถล้างออกให้สะอาดได้ด้วยน้ำเปล่าหรือ Cleanser ทั่วไป
ดังนั้น หากใช้ Waterproof sunscreen แนะนำให้ล้างด้วย Cleansing oil จึงจะสามารถชำระล้างออกได้หมดและป้องกันการเกิดสิวอุดตันตามมา ไม่แนะนำล้างด้วย Cleanser ธรรมดา

8. หากแต่งหน้า ก็คล้ายกับ Waterproof sunscreen ซึ่งไม่สามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่าหรือ Cleanser ทั่วไป
ดังนั้น หากต้องการล้าง Makeup แนะนำให้ล้างด้วย Cleansing oil ดีกว่า Cleanser ธรรมดา

9. Double cleansing คือ การล้างหน้า 2 สเต็ป จะช่วยให้สามารถขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน เครื่องสำอาง หรือพวกครีมกันแดดชนิดกันน้ำได้ดี
วิธีการคือ

ขั้นตอนแรก อาจเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ

▫️Micellar water แนะนำในผิวแพ้ง่าย แต่ก็ใช้ได้ทุกสภาพผิว
▫️Cleansing oil แนะนำในคนแต่งหน้าหนา ใช้ครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางชนิดกันน้ำ
▫️Cleansing balm แนะนำในคนผิวแห้งมาก เพราะไม่ระคายเคือง และยังเพิ่มความชุ่มชื้นผิว

จากนั้นตามด้วยขั้นตอนที่สอง คือ

▫️ล้างด้วย Cleanser ธรรมดา
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิธี double cleansing ทุกคน แนะนำเฉพาะคนที่แต่งหน้าจัดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ชนิดกันน้ำ และแนะนำให้ใช้วิธีนี้สำหรับล้างหน้าตอนเย็น ส่วนตอนเช้าอาจล้างด้วย Cleanser ธรรมดาพอ เพื่อลดการ overwashing

10. มีงานวิจัยพบว่า ในกรณีแต่งหน้าหรือผิวหน้าสกปรกมาก การใช้อุปกรณ์หรือแปรงล้างหน้าไฟฟ้า Cleansing gadget ต่างๆ ร่วมกับ Cleanser ที่เหมาะสม สามารถช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน สิวเสี้ยนได้ดี และทำความสะอาดผิวได้สะอาดมากกว่าการล้างหน้าด้วยมือเปล่า ส่งผลให้ครีมบำรุงที่ใช้สามารถออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ผิวหน้าจึงดีขึ้นตามมา แต่การใช้บ่อยเกินไปจะยิ่งก่อให้เกิดความระคายเคืองตามมาได้
ดังนั้น Cleansing gadget อาจเป็นอีกทางเลือกที่ใช้ได้ในคนที่แต่งหน้าหนาและสิวอุดตันเยอะ โดยแนะนำให้ใช้แค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนในกรณีอื่น ๆ ก็อาจจะยังไม่จำเป็น

11. พบว่าหากใช้ Cleansing gadget ขณะสิวอักเสบ มีแผล มีโรคผิวหนังอักเสบอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจทำให้ยิ่งเกิดการอักเสบและระคายเคืองมากขึ้น ผิวหน้าจะยิ่งแย่ไปใหญ่
ดังนั้น ไม่แนะนำให้ใช้ใน คนที่กำลังมีสิวอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบ มีแผล ผิวบอบบาง หรือ ผิวหลังทำเลเซอร์

12. มีงานวิจัยพบว่าอุปกรณ์ล้างหน้าที่ใช้ระบบ T-Sonic pulsation 8,000 ครั้งต่อนาที สามารถขจัดสิ่งสกปรก น้ำมันส่วนเกินและเครื่องสำอางที่ตกค้างได้ถึง 99.5% และหากขนแปรงผลิตจาก Medical grade Silicone จะช่วยป้องกันการสะสมก่อตัวของเชื้อโรคได้ดีกว่ากลุ่มที่ผลิตจากไนลอน และขนแปรงที่ใช้ก็ควรนุ่มนวลเพื่อลดการระคายเคือง ในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อใหม่ ๆ บางรุ่นสามารถปรับระดับความสั่นได้ เลือกระดับความนุ่มให้เหมาะกับสภาพผิวได้ เช่น LUNA3
ดังนั้น หากไม่มีข้อห้ามและอยากลองใช้ Cleansing gadget แนะนำเลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานผ่านการรับรอง, ผลิตจาก Medical-grade silicone, ขนแปรงนุ่มไม่ระคายเคือง กันน้ำได้ เพื่อลดการก่อตัวของเชื้อโรคอันเป็นบ่อเกิดการติดเชื้อตามมา และไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น

เป็นอย่างไรบ้างคะ มีใครที่ยังล้างหน้าไม่สะอาดบ้างไหม หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันนะคะ อ้อ..ที่สำคัญ อย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนล้างหน้าด้วยและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำร้ายผิวนะคะ

References
J Dermatolog Treat. 2018 Nov; 29(7): 688-693.
J Cosmet Dermatol. 2019; 00: 1-5.
J Cosmet Dermatol. 2019; 1-6.
J Am Acad Dermatol. 2017; 76(6): Supp1,AB233.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🌟 LUNA3 by Foreo Sweden 🌟
✔️ 2-in-1 : Cleansing & Firming mode
✔️ ขนแปรงนุ่ม ผลิตจาก Medical-grade Silicone มีให้เลือกตามสภาพผิว : สีชมพู (ผิวธรรมดา ผิวแห้ง), สีฟ้า (ผิวมัน ผิวผสม), สีม่วง (ผิวแพ้ง่าย)
✔️ ระบบ T-sonic pulsation 8,000 ครั้งต่อนาที ปรับได้ 16 ระดับ
✔️ Medical Claim มี User test study conducted at the Svetech Laboratory
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://foreo.se/w0q

Disclaimer: Content Sponsored by Foreo

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง & MEET FOREO Sweden
All rights reserved.

คนเป็นสิวใช้คลีนเซอร์อะไรล้างหน้าดี

คนเป็นสิวใช้คลีนเซอร์อะไรดี ⁉️

ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 แล้วนะคะสำหรับหัวข้อเรื่อง การเลือกสกินแคร์สำหรับคนเป็นสิว

ใครที่เพิ่งเห็นโพสนี้ หมออยากให้เริ่มอ่าน 2 โพสก่อนหน้า เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นนะคะ ตามลิ้งค์นี้เลย

👩🏻‍⚕️ตอนที่ 1 : Moisturizer & Acne

👩🏻‍⚕️ตอนที่ 2 : รีวิวเดอโมคอสเมติกส์สำหรับสิว
https://www.facebook.com/476743752739537/posts/1001343170279590/

👩🏻‍⚕️ตอนที่ 3 : คนเป็นสิวใช้คลีนเซอร์อะไรดี

มาเริ่มกันเลยค่ะ
🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰

1🟣 ล้างหน้าให้สะอาด 2 ครั้ง เช้าเย็น เหมาะสมที่สุด มีงานวิจัยบอกว่าช่วยลดสิวอุดตันได้ทั้งสิวหัวปิดและหัวเปิด ได้ดีกว่าล้างวันละครั้งหรือวันละหลายครั้ง อย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นเหงื่อออกมาก เปื้อนเลอะเทอะ อาจต้องล้างเพิ่ม

2🟣 คลีนเซอร์ที่ pH ไม่เหมาะสม เป็นต้นเหตุที่สำคัญของสิวไม่ยุบ หรือ เห่อมากขึ้น เป็นเหตุผลว่าคนเป็นสิวจึงควรใช้คลีนเซอร์ที่มี pH 5.3-5.9 สาเหตุที่ควร เป็นกลาง เพราะว่าหาก pH สูงจะเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เชื้อแบคทีเรีย C.acne เจริญเติบโตได้ดี ทำให้สิวบุกตามมา

3🟣 แนะนำคลีนเซอร์กลุ่ม Dermocosmetics เพราะมีการปรับ pH ที่เหมาะสม ส่วนกลุ่ม Cosmetics ก็สามารถใช้ได้แต่ต้องเลือกให้ดี

4🟣 แนะนำใช้เป็นกลุ่ม Syndets (synthetic detergent-based) cleanser เพื่อลดการระคายเคือง ช่วยรักษาสมดุลให้ pH พอเหมาะ ลดสิวอักเสบได้ชัดเจน เห็นผลใน 3 เดือน และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยารักษาสิวให้มากขึ้นได้อีกด้วย

สบู่ก้อนตัวอย่างเช่น
🛑 Dove Beauty Bar
🛑 AcneAid Bar

5🟣 ส่วนคลีนเซอร์ที่เป็น Pure Soap ไม่แนะนำ เพราะทำให้ค่า pH ของผิวเพิ่มขึ้นหลังใช้ได้นานถึง 4-8 ชั่วโมง ซึ่งพบว่าทำให้ C.acne เจริญเติบโตมากขึ้น และยังทำให้โครงสร้างผิวไม่แข็งแรง เพิ่มการสูญเสียน้ำมากขึ้น ผลคือ ทำให้ผิวแห้ง ลอก คัน แสบระคายเคืองตามมา ดังนั้น หากคลีนเซอร์ของใครที่ใช้แล้วหลังล้างหน้ารู้สึกตึง ๆ หรือแสบ แนะนำว่าควรเปลี่ยนค่ะ ‼️

6🟣 คลีนเซอร์กลุ่ม Botanical เช่น hops, willow bark extract, disodium cocoyl glutamate, chamomile, green tea ก็สามารถใช้ได้ดีกว่า Soap แต่ยังด้อยกว่า Syndet ในแง่ของการลดสิว

7🟣 หากล้างหน้าสะอาดหมดจดดี ไม่จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์ หากไม่แน่ใจหรืออยากใช้ ก็แนะนำโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของ Witch hazel ช่วยลดการอักเสบและลดความมันบนผิวได้

8🟣 กลุ่ม Gentle Liquid Cleanser ก็ใช้ได้ผลดี แนะนำใน ผิวเป็นสิวที่แพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย ใช้อะไรล้างหน้าก็ไม่รอด ให้ลองดูกลุ่มนี้ก่อน

ตัวอย่างเช่น
🛑 Eucerin Dermopurify cleanser
🛑 Eucerin Pro Acne Solution Gentle Cleansing Foam
🛑 Eucerin pH5 Facial cleanser No perfume (มีจำหน่ายเฉพาะ รพ. และคลินิกผิวหนังเฉพาะทาง)
🛑 Papulex Mousse Cleanser (มีจำหน่ายเฉพาะ รพ. และคลินิกผิวหนังเฉพาะทาง)
🛑 AcneAid Liquid clenser สีแดง
🛑 CeraVe Hydrating Cleanser สีเขียว
🛑 Cetaphil PRO DermaControl Oil removing Foam Wash มี Zinc คุมมัน
🛑 La Roche-Posay Toleriane Purifying Foaming Fash Wash
🛑 COS Gentle facial cleanser สีชมพู
🛑 EltaMD Foaming Facial Cleaser
🛑 Dermatologica UltraCalming Cleanser

9🟣 หากมีสิวและผิวแพ้ง่าย ควรเลี่ยง sodium laureth sulfate (SLES)

10🟣 กลุ่ม Antiseptic Cleanser เช่น hexachlorophene, chlorhexidine, povidone-iodine ไม่แนะนำ เพราะระคายเคืองผิว และผลข้างเคียงมากกว่า

11🟣 กลุ่ม Benzyl peroxide Cleanser ได้ผลดี เป็นตัวหลักที่แนะนำ ช่วยฆ่าเชื้อ C.acne ได้อย่างเห็นผล และไม่มีรายงานเชื้อดื้อยา ในรูปแบบล้างหน้ามีข้อดีคือ จะระคายเคืองน้อยกว่าแบบ leave-on ที่ต้องทาแล้วล้างออก แนะนำ 5-12% BP cleanser กลุ่มนี้ไม่แนะนำในคนผิวแพ้ง่าย แต่จะใช้ดีในคนมี สิวอักเสบและอุดตันเยอะ ผิวผสมถึงผิวมันมาก


ตัวอย่างเช่น
🛑 PanOxyl Acne Foaming Wash
มี 10%BP
🛑 PCA Skin BPO 5% Cleanser
🛑 Clean & Clear Daily Acne facial wash
มี 10%BP ช่วยลดสิวอักเสบสิวอุดตัน ลดความมัน
🛑 Proactive Renewing Cleanser
มี 2.5% micronized BP, Hyaluronic acid, chamomile

12🟣 กลุ่ม AHA เช่น glycolic, lactic acid ใช้ได้ดี ช่วยลดสิวอุดตันได้ดี มีรายงาน 1% glycolic cleanser ก็เห็นผล กลุ่มนี้แนะนำในคน ผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวมัน

ตัวอย่างเช่น
🛑 La Roche-Posay Effaclar Acne Deep Cleanser
มีทั้ง AHA, 2%SA แนะนำในคนที่ผิวมันมาก ๆ มีสิวอักเสบและสิวอุดตันหัวเปิดเยอะ
🛑 SkinCeuticals Clarifying Exfoliating Cleanser
มีทั้ง AHA,BHA ผสมเม็ดบีดเล็ก ๆ ช่วยผลัดเซลล์ผิวลดสิวอุดตัวเป็นหลัก แนะนำใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ในคนเป็นสิวอุดตัน

13🟣 กลุ่ม BHA เช่น Salicylic acid ใช้ได้ดี และเห็นผลดีขึ้นหากใช้ร่วมกับ BP มีรายงาน 2%SA cleanser ก็เห็นผล กลุ่มนี้ แนะนำในคนผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวมัน

ตัวอย่างเช่น
🛑 La Roche-Posay Effaclar Deep-Cleansing Foaming-Cream Cleanser
มีทั้ง AHA, BHA แนะนำในคนที่ผิวมันมาก ๆ มีสิวอักเสบและสิวอุดตันหัวเปิดเยอะ
🛑 Neutrogena Oil-free SA Acne-Fighting Facial cleanser
🛑 Obagi CLENZIderm M.D. Daily Care Foaming Cleanser
🛑 AVEENO Clear Complexion Foaming Cleanser
มี glycerin, salicylic

ถามว่ายี่ห้อไหนดีนั้น

ตอบยาก ‼️ เพราะหลายปัจจัย ทั้งส่วนประกอบอื่น ๆ ในผลิตภัณฑ์ สภาพผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน คงต้องเลือกตามความเหมาะสมของผิวตัวเองค่ะ

ถามว่าหมอใช้อะไร ⁉️

สำหรับหมอ มีผิวผสม มีสิวอุดตันนิดหน่อย นาน ๆ ทีจะสิวอักเสบ ผิวไม่มีปัญหาเรื่องแพ้หรือระคายเคืองอะไร ที่ใช้ประจำจะสลับไปมาขึ้นกับปริมาณสิวว่ามากหรือน้อย
Papulex Moussant Foam Cleanser ใช้ประจำ บ่อยสุดชอบสุด
COS Gentle facial cleanser สีชมพู ช่วงสิวกำลังจะมา
Eucerin dermopurifying Cleanser ช่วงสิวกำลังจะมา
PCA Skin BPO 5% Cleanser ช่วงสิวบุกหนัก

⭐️⭐️⭐️ HELLO SKIN Tips for acne⭐️⭐️⭐️
1️⃣ Cleanser –> pH เป็นกลาง, syndet, ล้างหน้า 2 ครั้ง, ส่วนผสมตามข้างต้น
2️⃣ Toner -> ไม่จำเป็น
3️⃣ Moisturizer -> กลับไปอ่านตอนที่ 2
4️⃣ Sunscreen -> ถ้าอยากรู้ ต้องรอตอนที่ 4

วันนี้หมอเลิกงานช้า ขออภัยที่มาดึกไปนิด หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ ช่วยให้ทุกคนที่มีปัญหาสิว สามารถนำไปใช้เลือกคลีนเซอร์ที่เหมาะสมกับผิวของตัวเองได้นะคะ
ถ้าชอบและเห็นว่ามีประโยชน์ —> ขอกำลังใจตามระดับความชอบ 💕💕💕 เพื่อหมอนำไปปรับปรุงบทความถัดไปค่ะ

– NO Sponsored Content –
Product mentioned:
Papulex, Eucerin, COS, PCA

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References

Efficacy of a twice-daily, 3-step, over-the-counter skincare regimen for the treatment of acne vulgaris
Clinical, Cosmetic and Investivational Dermatology 2017: 10; 3-9.

Cosmetics and cosmeceuticals in Bolognia Dermatology

Clinical evidence for washing and cleansers in acne vulgaris: A systematic review. Journal of Dermatology Treatment publised online Feb 2018

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

❌ ยินดีให้แชร์ได้เลยค่ะ แต่ขออนุญาตไม่ copy หรือดัดแปลงบทความนะคะ ขอบคุณค่า ❌

มือแห้งมือลอกจากการล้างมือบ่อยๆทำอย่างไรดี

การล้างมือบ่อยๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วงนี้ ผลที่ตามมาคือ ผื่นแดงคัน อักเสบ แสบ ลอก ทรมานไม่น้อยเลยเช่นกัน

👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻👋🏻

อันดับแรก ควรแยกให้แน่ชัดก่อนว่าเป็นผื่นจากสาเหตุใด ได้แก่

💯 ผื่นจากโรคผิวหนัง
💯 ผื่นจากการแพ้สัมผัสสารที่เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ล้างมือ
💯 ผื่นจากการระคายเคืองเนื่องจากการล้างมือบ่อย

หากไม่แน่ใจ แนะนำพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
หากยังไม่มีเวลาพบแพทย์ อาจทำได้เบื้องต้นโดยการ

  1. ลองเปลี่ยนชนิดของผลิตภัณฑ์
  2. รักษาผื่นด้วยยารักษาเป็นกลุ่มยาทาสเตอรอยด์ แนะนำให้ทาในระยะสั้น หากไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์
  3. ทาครีมบำรุงผิวมือบ่อยๆ

ครีมทามือที่แนะนำใช้ได้ คือ

🆘 ผลิตภัณฑ์บำรุง Emollient
กลุ่ม occlusive เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิว
กลุ่ม humactant เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว

👍🏻 ตัวที่ดีที่สุด และหาง่าย ราคาไม่แพง ก็คือ Petroleum jelly แต่ค่อนข้างเหนียว ทาแล้วรู้สึกไม่สบาย
👍🏻 Glycerine, Sorbolene หาคำนี้ใน 5 ตัวแรกของส่วนผสมหลังหลอด ซึ่งแปลว่ามีปริมาณมากพอที่จะ restore ความชุ่มชื้นผิวในชั่วข้ามคืน ตัวนี้เหนียว ยิ่งมีเยอะยิ่งเหนียวมาก อาจใช้ทาก่อนนอน
👍🏻 Urea ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและผลัดผิวที่ลอกให้หลุดออกได้ดี แนะนำ 5-10% หาได้ตามท้องตลาด บางโรงพยาบาลมีผลิตเอง เป็นอะไรที่ไม่แพง ทาแล้วมือนุ่ม ขุยหลุด ทาส้นเท้าแห้งแตกก็ได้
👍🏻 AHA, Salicylic อาจระคายเคืองได้ ไม่ค่อยแนะนำ
👍🏻 อื่นๆ อาจมองหา Oil in water emulsion (15-40% oil phase, 5-15% Humectant, 45-80% water phase)

💯 แนะนำเป็น cream หรือ ointment
💯 ไม่แนะนำ lotion
💯 หลังล้างมือ ซับด้วยผ้าสะอาด และทาครีมทันที
💯 ทาได้บ่อยครั้งตามความรุนแรงของผิวอักเสบ อาจบ่อยได้ทุก 1-2 ชั่วโมง

—————————————————-
🆘 ครีมกลุ่ม Barrier repair
จะช่วยลดการระคายเคือง เสริมความแข็งแรงของผิว ปกป้องผิวจะสารระคายเคืองและสิ่งสกปรกทำให้ไม่เกาะติดผิว
มองหาครีมที่มีส่วนผสมเหล่านี้

✌🏻Petroleum_Jelly
✌🏻ZincOxide
✌🏻Urea
✌🏻AHA
✌🏻Dimethicone, Silicone
✌🏻Natural Ceramide
✌🏻Nicotinamide

💯 ครีมกลุ่มนี้มักผสมน้ำหอม ใครแพ้น้ำหอมควรมองหาแบรนด์ที่ไม่ผสมน้ำหอมเพราะอาจก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้
💯 ครีมกลุ่มนี้ มักเคลือบผิวอยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ควรทาซ้ำทุก 4 ชั่วโมง และหากล้างมือบ่อย แนะนำให้ทาเพิ่มเติมหลังล้างมือ

ลองปรับวิธีการดูแลผิวหลังล้างมือกันนะคะ จะช่วยให้มือชุ่มชื้น ลดการแห้งลอกแดงคัน และยังช่วยลดความหมองคล้ำและริ้วรอยที่มือก่อนวัยอันควรด้วยค่ะ

References

Clin Dermatol 2012; 30(3): 345-348.
Br J Dermatol 2008; 159(3): 567-577.
DermNet NZ
National Eczema Association

When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.