
ตอบทุกข้อสงสัย เรื่อง “รอยดำสิว” (คลิป)


แม้ว่ารอยดำจากสิว..ไม่ได้อันตราย แต่อาจส่งผลทางด้านจิตใจเป็นอย่างมากต่อใครหลายคน ถ้าหากเราสาเหตุการเกิดรอยดำจากสิวและรักษาตรงจุด ก็จะได้ผลการรักษาที่ดีค่ะ

สาเหตุการเกิดรอยดำที่ผิวหนังนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุขึ้นกับเป็นโรคผิวหนังอะไร บางโรคอาจเกิดจากความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี หรือ กระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ แต่หากกรณีเป็นรอยดำที่เกิดตามหลังการเป็นสิวนั้นเกิดเนื่องจากมีการอักเสบของผิวหนังเป็นหลักค่ะ

อาจเกิดเป็น รอยสีแดง ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne erythema ซึ่งมักพบในคนผิวขาวได้บ่อยกว่า หลังจากนั้นจะมีการกระตุ้นผ่านระบบอิมมูนที่ผิวหนัง กระตุ้นเอนไซม์ tyrosinase และกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้น และเกิดรอยดำหรือน้ำตาลตามมา ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne hyperpigmentation ซึ่งมักพบในคนผิวสีคล้ำได้บ่อยกว่า
ดังนั้น เดอร์โมคอสเมติกส์หรือยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบและยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้ จึงมีส่วนช่วยลดการเกิดรอยดำและรอยแดงสิวได้

การอักเสบของผิวหนัง สิวอักเสบเล็กน้อยก็เกิดรอยดำตามมาได้ และหากยิ่งสิวอักเสบรุนแรงและอักเสบนาน ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดรอยดำที่รุนแรงมากกว่าและนานกว่า
ดังนั้น หากไม่อยากมีรอยดำสิว สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องรีบรักษาสิวให้ดีแต่เนิ่น ๆ
ที่กระตุ้นให้รอยดำสิว มีความรุนแรงและเข้มขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้น การป้องกันผิวจากแสงแดดให้ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ทาผลิตภัณฑ์กันแดดสม่ำเสมอ, ใส่หมวก, กางร่ม, หลบแดด ตามความเหมาะสม
จะยิ่งกระตุ้นกระบวนการอักเสบผิว ทำให้รอยดำทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่รอยดำ แต่ยังอาจเกิดแผลเป็น รอยแดง หลุมสิวตามมาได้อีก ซึ่งส่งผลให้การรักษาสิวยุ่งยากและยาวนานกว่าเดิม
ดังนั้น หากเป็นสิวแล้วไม่อยากเกิดรอยดำสิว รอยแดง หลุมสิวตามมา ก็แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ค่ะ

แต่ละคนอาจเกิดรอยดำตามมามากน้อยไม่เท่ากัน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความรุนแรงของรอยดำ
ปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ได้แก่
✔️ ความรุนแรงของการอักเสบสิว
✔️ รังสียูวี
✔️ การบีบแกะสิว
และยังมีปัจจัยที่เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น
✔️ ชนิดสีผิว คนผิวสีเข้มมีโอกาสเกิดรอยดำได้มากกว่าคนผิวขาว
✔️ กรรมพันธุ์หรือประวัติครอบครัว
เป็นต้น
ตามกระบวนการผลัดเซลล์ผิว โดยใช้ประมาณเวลา 6 เดือน – 5 ปี แล้วแต่บุคคล
ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การรักษาสิวแต่เนิ่น ๆ อย่างถูกวิธี ไม่ควรลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ร่วมกับการเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่มีส่วนเสริมการรักษาสิวอย่างเหมาะสม
แนะนำ Water‐based, nongreasy เนื้อสัมผัสไม่เหนียว, non comedogenic (เคยเขียนบทความไปแล้วลองไปทบทวนได้)
✔️ ช่วยลดการอักเสบ (Anti-inflammatory agents) เช่น Licochalcone-A, azelaic acid, hazel, aloe vera, zinc, soy isoflavones
✔️ ช่วยผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของรูขุมขน (Keratolytic agents) เช่น hydroxy acid, linoleic acid
✔️ ช่วยควบคุมการสร้างน้ำมันผิว (Sebum controlling) เช่น L-carnitine, niacinamide, zinc, fullerene
✔️ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อสิวโดยไม่ทำให้ผิวเสียสมดุล (Anti microbial agents) เช่น Decanediol, tea tree oils
เมื่อเกิดรอยดำสิวขึ้นแล้ว แนะนำให้ปรับการรักษาด้วยกลุ่มยาทาก่อน ซึ่งที่มีข้อมูลช่วยเรื่องรอยดำสิวได้ คือ
✔️ กลุ่มยาทา (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน) เช่น hydroquinone, retinoids, azelaic acid, dapsone gel เป็นต้น
✔️ กลุ่มสกินแคร์ เช่น thiamidol, kojic acid, ascorbic acid, arbutin, niacinamide, licorice extract, aloesin, ferulic acid เป็นต้น

✔️ Chemical peeling
✔️ Laser/light therapy เช่น blue light PDT, Nd:YAG laser
เป็นต้น
ถ้าไม่อยากมีรอยดำสิว ควรรีบรักษาสิวอย่างถูกวิธี
ถ้ามีรอยดำจากสิวแล้วอาจต้องใช้เวลา ซึ่งนานแค่ไหนแล้วแต่ผิวและปัจจัยของแต่ละคน
หากใครที่กังวลหรือเร่งด่วน เช่น ต้องออกงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ผิวหน้า ก็แนะนำพบแพทย์ปรับยารักษาช่วยได้ ร่วมกับ การเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิวและรอยดำ เช่น Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง) ก็เป็นทางเลือกที่เสริมให้การรักษามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นได้ค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี

——————————————
References:
Dermatol Reports. 2021 Oct 6;13(3):8223.
G Ital Dermatol Venereol. 2020 Jun;155(3):280-285.
J Dermatolog Treat. 2019 Sep;30(6):578-581.
J Dermatol. 2016 Jul;43(7):826-8.
JEADV 2015; 29(Suppl. 5): 1-7.
Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.
J Clin Aesthet Dermatol. 2013; 6: 18-24.
J Cosmet Dermatol. 2012 Mar; 11(1): 30-6.
Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.
International journal of pharmaceutics 292.1-2 (2005): 187-194.
——————————————
[ Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย
Eucerin Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum
นวัตกรรมเซรั่มลดรอยสิว เหมาะสำหรับผิวที่เป็นสิว ช่วยลดการเกิดรอยดำจากสิว สีผิวดูสม่ำเสมอ
ส่วนผสมออกฤทธิ์ยับยั้งครบทั้ง 4 กระบวนการก่อสิว ร่วมกับ ไทอามิดอลที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว
ส่วนประกอบหลัก :
✔️ Thiamidol สิทธิบัตรเอกสิทธิ์เฉพาะยูเซอริน เป็น The powerful Human Tyrosinase Inhibitor ช่วยลดการเกิดรอยดำสิวได้ดี
✔️ Licochalcone A เป็นสารสกัดจากรากของพืชชะเอมจีน เป็น antioxidant ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell จึงช่วยลดเรื่องการเกิดรอยดำสิวที่ตามมาได้
✔️ Salicylic acid ลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของสิวในระยะยาว
✔️ Decanediol ลดการสะสมของแบคทีเรีย C.acne ที่ก่อให้เกิดสิว จึงช่วยลดปัจจัยของการเกิดสิวเรื้อรัง
✔️ Sebum Regulation เทคโนโลยีควบคุมความมัน ด้วย Active L-Carnitine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการควบคุมการสร้างน้ำมันผิว จึงช่วยคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง และเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยสามารถรักษาความชุ่มชื้นผิวไว้ได้อย่างสมดุล
เนื้อเซรั่มเป็นแบบไฮโดรเจล ซึมไว ไม่เหนอะ
ผ่านการทดสอบ non-comedogenic & non-acnegenic tested
ข้อมูลการทดลองจากทางยูเซอรีน พบว่า รอยดำ รอยแดง และความมันผิว เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 สีผิวแลดูสม่ำเสมอขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
*การตอบสนองต่อการรักษาและผลิตภัณฑ์ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

——————————————
อ่านบทความย้อนหลัง Website HELLOSKINDERM (คลิก)
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

[ Acne Spot Treatment, according to dermatologist ]

การรักษาสิวมีแนวทางที่ชัดเจน การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์แต้มสิวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษา
สิวที่ไม่รุนแรงอาจดีขึ้นได้ด้วยการใช้ยาแต้มสิวเฉพาะจุด แต่หากสิวที่มีความรุนแรงก็อาจจะไม่สามารถหายได้เพียงแค่การแต้มยาเท่านั้น แบบนี้ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี
โพสนี้พูดถึงเฉพาะยาหรือผลิตภัณฑ์แต้มสิวสำหรับ สิวอักเสบเฉพาะจุด และ แผลจากการแกะสิว เฉพาะที่ไม่รุนแรงเท่านั้น ไม่ได้เน้นยาสำหรับทาทั่วหน้า หรือ สำหรับสิวอุดตัน
หากสิวอักเสบรุนแรง หลายเม็ด เม็ดใหญ่เกิน 5 มิลลิเมตร อาจไม่ค่อยได้ผลจากการแต้มเฉพาะจุดอย่างเดียว แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทาง
ยาหรือผลิตภัณฑ์บางตัวอาจใช้ได้ทั้งในสิวอักเสบและสิวอุดตัน และยาแต้มเฉพาะจุดบางตัวอาจทำในรูปแบบทาทั่วหน้าด้วยก็ได้
ซึ่งบางทีสามารถรักษาใช้เป็นยาทาทั่วหน้าได้ กลุ่มนี้แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เอง
• Topical Clindamycin, Erythromycin, Metronidazole กลุ่มนี้ไม่แนะนำใช้เดี่ยว ๆ เพราะอาจดื้อยา
• Azelaic acid 10% อาจมีการระคายเคืองในช่วงแรก แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น ช่วยลดการอักเสบและสิวอุดตัน
• Benzoyl Peroxide 2.5% ระวังการระคายเคืองและ อาจทำให้สีเสื้อผ้าปลอกหมอนผ้าปูที่นอนด่าง

ค่อนข้างปลอดภัย สามารถหาได้ตามร้านยาทั่วไป ส่วนผสมที่สามารถลดการอักเสบและสามารถใช้แต้มเฉพาะจุด ได้แก่
• Salicylic 1-2%
• Niacinamide 4%
• Glycolic 3-5%
• Tea tree 5%
• Zinc PCA
• Sulfur-based
• Vitamin E
• Bisabolol เป็นต้น

ที่มีข้อมูลช่วยเรื่องการอักเสบและรอยแผลสิวได้ดี เช่น
• Sunflower seed oil ซึ่งมีส่วนผสมของ Omega 6, vitamin A, D, E ช่วยลดการอักเสบและช่วนในกระบวนการซ่อมแซมแผล
• Olive oil น้ำมันบริสุทธิ์จากมะกอก มีส่วนผสมของกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และยังมี polyphenolic compound ซึ่งช่วยลดการอักเสบได้ดี
• Allium cepa bulb extract ลดการอักเสบและรอยแดง มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย
• Aloe vera barbadensis leaf extract ซึ่งมีส่วนผสมของ salicylates, polysaccharides, magnesium lactate and C-glucosyl chromone ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสในการเร่งซ่อมแซมบาดแผล และมีฤทธิ์เพิ่มความชุ่มชื้นทำให้เกิดสภาวะที่สมดุลต่อการซ่อมแซมแผลได้ดียิ่งขึ้น
• Centella asiatica extract ช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงบาดแผล บาดแผลหดตัวดี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบช่วยลดอาการบวมแดงได้ดี ผลคือช่วยให้หายเร็วขึ้น


• ทำความสะอาดผิวหน้าให้ดี ล้างหน้า 2 ครั้งเช้าเย็น และเพิ่มเติมหากเหงื่อออกหรือหลังออกกำลังกาย
• ใช้คลีนเซอร์ที่เหมาะสม ไม่มีแอลกอฮอล์ ลูบเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ไม่ขัดหรือสครับผิว เพราะระคายเคืองได้
• ซับเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ไม่ถูกไปมารุนแรง
• สระผมให้สะอาดสม่ำเสมอ เพราะอาจเป็นบ่อเกิดของการเกิดสิวได้
• แต้มยาสิวเฉพาะจุด อาจใช้ปลายนิ้วก้อย หรือใช้ cotton bud แต้มเบา ๆ
• หากมีอาการเจ็บ อาจใช้วิธีประคบเย็น
• แผ่นแปะสิว สามารถใช้ได้ ไว้มาแนะนำคราวหน้า
• ไม่แนะนำให้ใช้กลุ่มยาฆ่าเชื้อเดี่ยว ๆ เพราะอาจเกิดเชื้อดื้อยาได้ แนะนำให้ใช้คู่กับ topical retinoid หรือ benzoyl peroxide หรืออาจใช้สูตรผสมแทน

แนะนำให้เลือกส่วนผสมที่ช่วยได้ตามข้างต้น หรือหากใครที่มองหาผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่ได้มาตรฐาน สำหรับแต้มสิวในราคาย่อมเยาว์ ก็มีทางเลือก เช่น
Acne-Aid Spot Gel Anti-acne เจลแต้มสิวอักเสบ
Acne-Aid Gel Scar Care เจลแต้มแผลจากการแกะสิว เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การตอบสนองต่อยาและส่วนผสมแต่ละชนิดในแต่ละบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน แนะนำให้ลองเลือกและปรับตามสภาพผิวของตัวเอง หากลองตัวใดแล้วไม่เห็นผล อาจลองปรับเป็นกลุ่มอื่นลองดูค่ะ
หากไม่แน่ใจว่าเป็นสิวหรือไม่ หรือเป็นสิวรุนแรงเรื้อรัง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ
หวังว่าบทความรวบรวมคำแนะนำผลิตภัณฑ์แต้มสิว และ ยาแต้มสิว นี้จะมีประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ
ด้วยความปรารถนาดี .. หมอเจี๊ยบ
——————————————
References:
American Academy of Dermatology (AAD)
Environmental Toxicology and Pharmacology 2015; 39, 384-391.
Phytother. Res. 2014; 28, 1117–1124.
Molecules; 13(6), 1219-1229.
J Ethnopharmacol; 115(3), 361-380.
——————————————
[Branded content] สนับสนุนความรู้โดย Acne aid
🔴 เจลแต้มสิว Acne-Aid Spot Gel Anti-Acne
สูตรเฉพาะจากแบรนด์ Acne-aid ช่วยลดรอยแดงสิว ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวอักเสบหายไวขึ้น
เหมาะกับผู้มีสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวบริเวณลำตัวและใบหน้า หรือบริเวณที่มักมีสิวอักเสบขึ้นบ่อย
สารสกัดสูตรเฉพาะของแบรนด์ Acnecare-Bio ซึ่งเกิดจากนวัตกรรม Biotechnology จากสาหร่ายสีน้ำตาลและแบคทีเรียที่มีคุณประโยชน์จากทะเลลึก ทำงานแบบ Triple Action ให้คุณสมบัติช่วยลดปัญหาสิว ผ่าน 3 กลไก คือ
▫️ลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย C.Acnes และ S.Aureus ซึ่งทั้งคู่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวและการอักเสบเป็นหนอง
▫️ช่วยลดกระบวนการอักเสบและปลอบประโลมผิว ช่วยลดรอยแดง
▫️ช่วยซ่อมแซมและเสริมขบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ สีผิวดูสม่ำเสมอ
• ทำงานร่วมกับ Salicylic acid ช่วยลดการอุดตันของสิว ช่วยควบคุมความมันและการผลัดเซลล์ผิว
• และ Zinc PCA ลดความมันส่วนเกินที่ผิว ช่วยในการสมานแผล
• ผสานกับสารสกัดจากธรรมชาติ Tea Tree Oil ช่วยฆ่าเชื้อและลดการอักเสบ
ปราศจากแอกอฮอลล์ น้ำหอม และสารแต่งสี ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง
วิธีใช้ ทาง่าย ใช้แต้มหรือทาบริเวณที่เป็นสิว วันละ 2-3 ครั้ง แบบไม่ต้องล้างออก ช่วยสิวยุบไวขึ้น และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้
🟣 เจลลดรอยสิว Acne-Aid Gel Scar Care
สูตรพิเศษจาก Acne-aid สการ์แคร์เจล ตัวนี้ช่วยในกระบวนการซ่อมและสร้างเซลล์ผิวใหม่ สิวอักเสบหายเร็วขึ้น จึงช่วยลดการเกิดหลุมสิว ลดรอยแดง รอยดำ สีผิวสม่ำเสมอ แลดูสุขภาพผิวดี
เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีรอยสิวหรือรอยแผลเป็นต่างๆ
ส่วนผสมของสารสกัดสำคัญ 6 ชนิด
• น้ำมันบริสุทธิ์จากดอกทานตะวัน (Sunflower Seed Oil) อุดมไปด้วยโอเมก้า 6, วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ซ่อมแซมรอยแผลเป็น
• น้ำมันบริสุทธิ์จากมะกอก (Olive Oil) มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่
• Vitamin E ช่วยสมานแผล ให้ความชุ่มชื้น
• Aloe vera อุดมด้วยกรดอะมิโน ช่วยปลอบประโลมผิว
• Tea Tree Oil ช่วยลดการอักเสบ
• วิตามินซี (Ascorbyl Tetraisopalmitate) ออกฤทธิ์ยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสี ช่วยเรื่องจุดด่างดำ รอยดำสิว
ปราศจากแอกอฮอลล์น้ำหอม และสารแต่งสี ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง
วิธีใช้ ทาบนผิวแล้วนวดเบาๆ วันละ 2-3 ครั้ง เนื้อเจลเข้มข้น ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้รอยสิวดีขึ้นเร็ว

——————————————
รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

หลายคนพออากาศเย็นก็มีรังแคเห่อคันมากขึ้น เรามาทำความเข้าใจเรื่อง รังแคที่หนังศีรษะ ในโพสนี้ค่ะ
ความจริงแล้วรังแคเป็นภาวะที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาให้ภาวะกำเริบหายเร็วขึ้น ส่วนมากใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ต่อการรักษาในแต่ละครั้งของการกำเริบ ร่วมกับการกำจัดปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วยไปพร้อมกัน
บางคนอาจมีผื่นขุยอักเสบในบริเวณอื่นร่วมด้วย โดยมักจะเป็นที่บริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ เช่น หัวคิ้ว ไรผม ร่องจมูก เครา หลัง หน้าอก

แต่มีสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดมีต่อมไขมันอักเสบขึ้น ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ ได้แก่
• ต่อมไขมันใต้หนังศีรษะผลิตน้ำมันมากเกินไป จึงเห็นได้ว่า รังแคและผื่นเซบเดิร์มมักเกิดผื่นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ เช่น ร่องแก้ม หัวคิ้ว หนังศีรษะ อก หลัง เป็นต้น
• ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ที่หนังศีรษะ (Scalp microbiome) ทำให้เกิดการก่อโรค ได้แก่ ยีสต์ Malassezia sp. ซึ่งชอบไขมัน หรือ แบคทีเรีย Staphylococcus, Propionibacterium ที่มากขึ้น
• สภาพอากาศ โดยเฉพาะอากาศเย็น ฤดูหนาว ความชื้นต่ำ ผิวแห้ง จะทำให้รังแคเห่อมากขึ้น
• ความเครียด นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายขาดสมดุล จึงทำให้มีรังแคกำเริบได้
• การดื่มแอลกอฮอล์มากไป
• การเสียดสี แกะเกา เป็นการกระตุ้นอีกทางที่ทำให้ผื่นรังแคเห่อมากขึ้น
• ปัจจัยทางกรรมพันธุ์
เช่น วิตามิน B2, B6, Zinc ดังนั้น การทานวิตามินเหล่านี้เสริม สามารถทำได้ในกรณีที่มีการขาดวิตามินร่วมด้วย

หากมองหาแชมพูตามท้องตลาดที่สามารถขจัดรังแคและควบคุมความมันที่หนังศีรษะได้ ควรเลือกส่วนผสมที่มีสารออกฤทธิ์หลัก เช่น
• Zinc pyrithione 0.5-1% shampoo
• Salicylic acid shampoo
• Sulfur shampoo
แนะนำให้ลองปรับเป็นกลุ่มแชมพูยา เพราะกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ได้ดีกว่า ตัวที่มีข้อมูลว่าช่วยเรื่องรังแค และหาได้ไม่ยากตามร้านขายยาทั่วไป เช่น แชมพูยา Selenium sulfide
• ควรเลือกใช้ที่แชมพูยา Selenium sulfide ที่มีความเข้มข้น 2.5%
• กลไกออกฤทธิ์ที่เชื่อว่าช่วยเรื่องรังแค คือ ตัวยาสามารถยับยั้งเชื้อ Malassezia แบบ fungicidal, ทำให้มีการหลุดลอกของเชื้อออกจากเซลล์ผิว และยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้
• ช่วยลดอาการคันหนังศีรษะร่วมด้วย

แชมพูเหล่านี้ต้องการเวลาในการออกฤทธิ์ ดังนั้น เขย่าขวดก่อน ผสมน้ำชโลมแชมพูที่โคนผมและหนังศีรษะ นวดเบา ๆ ให้เกิดฟอง ทิ้งไว้ 3-5 นาทีเพื่อให้เวลาในการออกฤทธิ์ลดการอักเสบของต่อมไขมันที่หนังศีรษะ แล้วจึงล้างออก แต่ไม่แนะนำให้ใช้แชมพูชโลมที่หนังศีรษะโดยไม่ผสมน้ำเพราะอาจก่อการระคายเคืองได้ และแนะนำใช้ครีมนวดผมเพื่อเพิ่มความนุ่มของเส้นผม
เพราะหลายคนใช้แชมพูที่ดีอยู่แล้ว แต่สระผมไม่ถูกวิธี ไม่สระที่โคนผม ไม่ปล่อยทิ้งไว้ 3-5 นาที ก่อนล้างออก ก็อาจจะไม่ทำให้รังแคดีขึ้นได้
อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากหนังศีรษะมันมากสามารถสระได้ทุกวัน เพราะหนังศีรษะแต่ละคนไม่เหมือนกัน และหากรังแคดีขึ้นแล้ว ก็แนะนำให้ใช้แชมพูต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันการเห่อกลับมาของรังแคในอนาคต

เพื่อประเมินว่าคุณเป็นรังแคจริงหรือไม่ หรือมีโรคหนังศีรษะอย่างอื่นที่ต้องทำการปรับเปลี่ยนการรักษาหรือเปล่า เพราะบางโรคก็อาจมีอาการคล้ายรังแคได้ เช่น โรคสะเก็ดเงิน ภาวะหนังศีรษะอักเสบอื่น ๆ เป็นต้น เพื่อแพทย์อาจพิจารณาปรับการรักษาอื่นเพิ่มเติม
❌ แชมพูมีสีน้ำตาล อาจทำให้ติดเส้นผม สีผมเปลี่ยนได้ จึงควรระวังในกรณีที่ผมสีบลอนด์ เทา หรือ ขาว
❌ ทำให้หนังศีรษะไวต่อแสง ควรใส่ปกป้องหนังศีรษะจากแสงแดดหากต้องออกกลางแจ้ง เช่น ใส่หมวก
โดยสรุป เป็นรังแคไม่ดีขึ้นสักที ให้ลองสำรวจตัวเองดังนี้ค่ะ
• ยังมีปัจจัยกระตุ้นให้รังแคเห่ออยู่หรือไม่ ❓
• แชมพูที่ใช้ .. เหมาะสมหรือไม่ ❓
ลองปรับแชมพู หากใช้แชมพูขจัดรังแคทั่วไปแล้วไม่ได้ผล อาจลองเปลี่ยนไปใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของสารตัวอื่น หรือกลุ่มแชมพูยา เช่น selenium sulfide ก็ทำให้ได้ผลดีขึ้นได้
• วิธีการสระผม .. ถูกต้องหรือยัง ❓
• เป็นโรคของหนังศีรษะอื่น ๆ .. หรือไม่❓
หากไม่แน่ใจว่าเป็นรังแคจริงหรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง เพื่อช่วยตรวจวินิจฉัย เนื่องจากอาการ ขุยที่หนังศีรษะนั้นอาจเป็นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งต้องใช้การซักประวัติและตรวจร่างกายเพิ่มเติมค่ะ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่ประสบปัญหารังแคกวนใจอยู่นะคะ
ถ้าชอบและเห็นว่าโพสนี้มีประโยชน์ ช่วยกันกดแชร์เยอะ ๆ นะคะ

ด้วยความปรารถนาดี
หมอเจี๊ยบ
——————————————
References:
Experimental Dermatology. 2021;30:1546–1553.
Eur J Dermatol. 2017 Jun 1;27(S1):4-7.
Front Cell Infect Microbiol. 2016 Nov 17;6:157.
Selenium Sulfide Monograph for Professionals – Drugs.com
J Clin Investig Dermatol. 2015 December ; 3(2): .
Fitzpatrick 8th edition and Bolognia 4th edition, Textbook of dermatology
——————————————
รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.
อากาศเริ่มหนาวเย็นลง ทำให้หลายคนที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังเกิดอาการผิวแห้งผื่นคันกำเริบมากขึ้น บางคนก็กำเริบ คันมาก เกาจนเป็นแผล เกาจนนอนไม่ได้เลยก็มี โพสนี้หมอสรุปข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมาให้อ่านกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ค่ะ

มักเกิดผื่นคันและผิวแห้ง เรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ อาจพบร่วมกับภาวะภูมิแพ้โพรงจมูก หรือ หอบหืดได้ในบางคน รวมทั้งพบกลุ่มโรคนี้ในพ่อแม่พี่น้องร่วมด้วยก็เป็นได้
✔️ Skin barrier defect พูดง่าย ๆ คือ การสร้างเซลล์ผิวบกพร่อง โดยเฉพาะการขาดไขมันระหว่างเซลล์ที่ชื่อว่า “เซราไมด์” , การบกพร่องของตัวยึดเกาะเซลล์
✔️ พันธุกรรม บางรายมี filaggrin gene mutation ร่วมด้วยจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น อาจเกิดหอบหืด แพ้อาหาร ได้บ่อยกว่าคนที่ยีนนี้ปกติ
✔️ Skin microbiome เสียสมดุลย์
✔️ ภูมิคุ้มกันที่ผิวหนังผิดปกติ

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้คนเป็นโรคนี้มีผื่นคันกำเริบอยู่บ่อย ๆ และติดเชื้อที่ผิวได้ง่ายขึ้น
อาจพบได้ตั้งแต่วัยเด็กตั้งแต่ขวบปีแรกได้ถึง 60% แต่บางคนเริ่มเกิดผื่นตอนวัยผู้ใหญ่โดยไม่เคยมีผื่นในวัยเด็กก็เป็นได้
ในเด็กๆ มักมีผื่นที่หน้า ศอก เข่า แขนขา หรือแก้มอักเสบแดงได้บ่อย ส่วนผู้ใหญ่มักมีผื่นที่ข้อพับหรือที่มือได้มากกว่า
ส่วนมากผื่นมักไม่รุนแรง แต่บางรายเป็นผื่นเรื้อรัง คันรุนแรง เกาจนเป็นแผล อาจติดเชื้อตามมา ผิวหนาคล้ำขึ้น และบางคนอาการหนักจนอาจมีภาวะซึมเศร้าตามมาได้เลย

✔️ ผื่นคันเป็น ๆ หาย ๆ
✔️ ผื่นลักษณะเข้าได้กับโรคนี้ (แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย)
✔️ เป็นภูมิแพ้จมูกหรือหอบหืด หรือ มีคนในครอบครัวเป็น
และไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคนี้หรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อช่วยประเมินค่ะ
ในกรณีที่สงสัยว่าแพ้อะไร จะทำเพื่อเป็นการยืนยันเมื่อมีสิ่งกระตุ้นที่สงสัยแล้วเท่านั้น ยังไม่มีคำแนะนำให้ต้องทำเพื่อ screening ในทุกราย ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ คือ บางคนต้องการขอทำ skin test หาว่าตัวเองแพ้อะไรโดยไม่สามารถระบุสิ่งกระตุ้นให้ผื่นเห่อได้ แบบนั้นยังไม่มีข้อมูล จึงยังไม่แนะนำให้ทำ
ได้แก่ ขนสัตว์ เหงื่อ ความเครียด สูบบุหรี่ มลภาวะทางอากาศ ไรฝุ่น ซึ่งแนะนำว่าหากเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงค่ะ
ส่วนเรื่องอาหาร บางคนอาจแพ้พวกนม ไข่ แป้งสาลี ถั่ว ก็ควรงดถ้าทานแล้วมีอาการกำเริบ แต่หากไม่ได้มีอาการแพ้หรือผื่นเห่อหลังทานอาหารเหล่านี้ ก็แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องงดทาน โดยเฉพาะเด็กเล็กหากงดอาหารบางอย่างโดยไม่จำเป็น อาจทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นบางชนิดได้

✔️ ดูแลผิวหนังโดยการทาสารให้ความชุ่มชื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น และ อาจเติมระหว่างวันได้ในกรณีที่ผิวแห้งมาก
✔️ ทาครีมหลังอาบน้ำทันที 3-5 นาที
✔️ เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน
✔️ อาบน้ำ 1-2 ครั้ง/วัน และไม่ควรอาบน้ำร้อนเกินไป โดยอุณหภูมิที่แนะนำ คือ 27-30 องศาเซลเซียส
❌ ไม่ควรอาบน้ำนานเกิน 5-10 นาที
❌ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของธัญพืช ข้าวโอ๊ต ถั่วลิสง เพราะอาจเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้
❌ ไม่ใส่เสื้อผ้าที่แน่นคับจนเกินไป เลี่ยงผ้าขนสัตว์ เพราะระคายเคืองผิวได้ แนะนำเลือกผ้าที่ไม่ระคายเคืองผิว เช่น คอตตอน เป็นต้น

หากเป็นไปได้ ควรเลือกดังนี้
✔️ ช่วยเติมเซราไมค์ที่หายไป เช่น Ceramide 1, 3, 5, 6 และสารอื่น เช่น arginine, phytosphingosine, pyrrolidone carboxylic acid (PCA)
✔️ มีสารช่วยลดการอักเสบ ช่วยลดอาการคันได้
✔️ มีสารต้านอนุมูลอิสระ
✔️ มีสารที่ช่วยปรับสมดุลของ Skin microbiome ได้
หากมีคุณสมบัติข้างต้นก็จะเป็นทางเลือกที่ดีเพราะแก้ปัญหาได้ตรงจุด
และหากคนที่ผิวแห้งมากก็แนะนำเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งส่วนผสมของ occlusive, humectant และ emollient ร่วมด้วยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น

ยกตัวอย่าง FYNE Ectoin Reviving Intense Moisturising Cream ก็มีคุณสมบัติดังกล่าวครบ (แนบรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ท้ายบทความ)
✔️ ยาทาต้านการอักเสบ เช่น ยาทากลุ่มสเตอรอยด์ หรือ Topical calcineurin inhibitors
✔️ หากมีอาการคันสามารถทานยาแก้คันได้
หากรักษาแล้ว 7-10 วันยังไม่ดีขึ้น แนะนำพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
✔️ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจพิจารณาการรักษาอื่น เช่น ยาทา Crisaboral, การฉายแสง, การให้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือ ยากลุ่มชีวภาพ เช่น dupilumab เป็นต้น
ก็ต้องทามอยซ์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมต่อไปอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยลดการกำเริบของผื่น และช่วยลดการใช้ยาทาสเตอรอยด์ตอนผื่นเห่อลงได้อีกด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความรู้ความเข้าใจในตัวโรคว่าเป็นภาวะที่มีความบกพร่องของผิว จึงต้องให้ความใส่ใจกับการดูผิว ทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาบน้ำให้ถูกต้อง เพื่อแก้ปัญหาตรงจุด และเป็นการป้องกันการกำเริบของผื่นในอนาคตได้เป็นอย่างดี

หากใครที่กำลังมีผื่นแห้งแดงคันอยู่เรื้อรังและไม่แน่ใจว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังช่วยประเมินนะคะ
ถ้าชอบและเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถกดเลิฟกดแชร์ได้เลยค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี .. หมอเจี๊ยบ
——————————————
References:
J Dermatol 2021;48:130-9.
Allergy. 2021 Apr;76(4):1053-1076.
J Allergy Immunol Pract 2020;8:91-101.
Nat Rev Microbiol 2018;16(3):143-55.
J Clin Dermatol 2010;1:33-46.
Allergy 2000;56:1034-41.
Lancet 2006;386:733-43.
——————————————
Disclaimer:
[สนับสนุนความรู้โดย FYNE]
🌟 FYNE Ectoin Reviving Intense Moisturising Cream (ครีมบาล์ม ปราบผิวแห้ง)
เหมาะสำหรับผิวแห้งถึงแห้งมาก หรือผู้ที่มีปัญหาผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบเป็นประจำ
ส่วนผสมหลัก
Ectoin 2% เพิ่มความชุ่มชื้น และ ปรับสมดุลของ skin microbiome มีข้อมูลการศึกษาว่าการทาอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยลดการใช้ยาทาสเตอรอยด์ได้ชัดเจน
Niacinamide 5%, vitamin E ช่วยลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ
Centella asiatica extracts ช่วยลดการระคายเคือง
Ceramide 5 ชนิด, amino acid, cholesterol, triglyceride, urea, glycerin ซึ่งเป็นส่วนผสมเลียนแบบสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติผิว (Natural Moisturizing Factors) ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น
Hyaluronic acid & Sodium hyaluronate รวม 4 ขนาดโมเลกุล ครบทั้ง oligo, low, middle, high MW ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ทุกชั้นผิว
วิธีใช้
ทาทั่วใบหน้า หรือทาเฉพาะบริเวณที่แห้งหรือระคายเคือง
เลือกปรับทาได้ 2 วิธี ตามสภาพผิว
1. ทาเหมือนบำรุงปกติ
2. วอร์มเนื้อบนฝ่ามือจนใส แล้ว Tap บนผิว

——————————————
รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.
ถ้าอยากเริ่มต้นดูแลผิวตอนอายุ 30 ปี ควรเริ่มแบบไหนดี ?
แนะนำแบบนี้ค่ะ เบสิคที่ควรมี ได้แก่
1.ทานอาหารให้ครบหลักโภชนาการ
2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
3.ดื่มน้ำ 8-10 แก้ว/วัน
4.ทาสกินแคร์ที่เหมาะสม สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นดูแลผิวในวัยสามสิบ แนะนำว่าอย่างน้อยควรมี Sunscreen, antixidant, moisturizer และอาจมีกลุ่มผลัดเซลล์ผิวร่วมด้วย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

ตามชื่อเลยค่ะ อาหารเสริมก็เพื่อทานเสริมกับอาหารหลัก ซึ่งในทางการแพทย์อาจพิจารณาในกรณีมีปัญหาเรื่องการดูดซึมหรือขาดสารอาหาร โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาขึ้นกับคนไข้แต่ละรายว่าต้องเสริมอะไร ในคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องระบบร่างกายและทานอาหารได้ปกติดีก็อาจจะยังไม่จำเป็น
ส่วนใครที่คิดว่าไม่สามารถทานอาหารหลักได้ครบ ไม่มีข้อห้ามและอยากจะทานวิตามินหรืออาหารเสริมก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ควรเลือกให้เหมาะทั้งชนิดและปริมาณ เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่อาจตามมาได้
เมื่อเราอายุมากขึ้น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็ต้องมีการเสื่อมลงไปเรื่อยตามวัย ระบบผิวหนังก็เช่นกัน ความเสื่อมของผิวหนังตามวัยนั้นเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 25-30 ปี และอาจเร็วขึ้นถ้ามีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น รังสียูวี มลพิษ แอลกอฮอล์ บุหรี่
ซึ่งวัยนี้เป็นจุดที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของผิว เช่น
✔️ สร้าง collagen & elastic fiber ใต้ผิวลดลง
✔️ Hyaluronic acid ในผิวชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ลดลง ส่งผลให้ผิวแห้งมากขึ้นและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ลดลง
ดังนั้น ถ้าอยากทานอาหารเสริมหรือวิตามินช่วงวัยเข้าสู่อายุ 30 ก็ควรเน้นกลุ่มที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว หรืออาจเป็นกลุ่มที่ช่วยต้านอนูมูลอิสระที่มาทำร้ายผิวได้ ยกตัวอย่างเช่น vitamin C, E, astaxanthin, alpha lipoic acid, coenzyme Q10 เป็นต้น
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ช่วยยับยั้งการเกิดปฎิกิริยาที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในไมโทคอนเดรียของตับได้
✔️ มากกว่า Vitamin E ถึง 1,000 เท่า
นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของอนุมูลอิสระได้มากกว่าสารอื่นๆ ดังนี้
✔️ มากกว่า Grape seed extract 17 เท่า
✔️ มากกว่า Beta carotene 40 เท่า
✔️ มากกว่า Alpha lipoic acid 75 เท่า
✔️ มากกว่า Vitamin E & Alpha tocopherol 550 เท่า
✔️ มากกว่า Green tea extract 550 เท่า
✔️ มากกว่า Coenzyme Q10 800 เท่า
✔️ มากกว่า Vitamin C 6000 เท่า

ข้อมูลพบว่า เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยม ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนวัย ระยะยาวช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ผิวและจุดด่างดำ ดีขึ้นได้
หลักฐานทางการวิจัยที่มีทำในมนุษย์และค่อนข้างได้ผลชัดเจน คือ การรับประทานในแง่บำรุงผิวชุ่มชื้นและต้านอนุมูลอิสระ อาจได้ผลดีในกลุ่มคนเหล่านี้
✔️ ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพทุกเพศทุกวัย
✔️ ผู้ที่ใส่ใจในความงามและสุขภาพผิว
✔️ ผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆเป็นประจำเช่นความเครียด ฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถยนต์ เป็นต้น
✔️ นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแซนโทรฟิลล์ ตระกูลแคโรทีนอยด์ มีลักษณะเป็นสารสีแดงที่พบมากในอาหารเหล่านี้ค่ะ
🍣 ปลาแซลมอน
🐟 ไข่ปลาคาร์เวียร์
🦐 เปลือกปู กุ้ง
🥦 สาหร่าย ชนิด Microalgae Haematococus Pluvialis
🦅 ขนสีชมพูในนกฟลามิงโก
ไม่มีปริมาณที่ระบุแน่นอน แต่การศึกษาวิจัยส่วนใหญ่ที่ไม่พบผลข้างเคียง มีดังนี้
🍬 ทานเดี่ยวๆ ปริมาณ 1-12 มิลลิกรัมต่อวัน ต่อเนื่อง 8-12 สัปดาห์ พบว่าริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ผิวแลดูลดลง ผิวชุ่มชื้นขึ้น
🍬 ทานร่วมกับวิตามินอื่น ๆ ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ปริมาณ 4 มิลลิกรัมต่อวัน ต่อเนื่อง 12 เดือน
🍬 ทานพร้อมอาหารจะเพิ่มการดูดซึมได้ดีขึ้น
✔️ ไม่สะสมในร่างกายค่ะ ไม่เปลี่ยนโครงสร้างเหมือนกับวิตามินบางชนิด โครงสร้างของโมเลกุลเรียงตัวได้ดีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ
✔️ บางรายพบผลข้างเคียง (ไม่ขึ้นกับขนาดที่ทาน) คือ มีอาการแพ้ได้บางราย, ความต้องการทางเพศลดลง, สีผิวเข้มขึ้น, ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำลง, ความดันโลหิตต่ำลงได้
❌ ตั้งครรภ์และให้นมบุตร
❌ มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับ Autoimmune disease
❌ ทานยากดภูมิคุ้มกัน
❌ แพ้สารในกลุ่ม Carotenoids, Astaxanthin
❌ กระดูกพรุน โรคพาราไทรอยด์ แคลเซียมต่ำ
❌ คนที่กินยากลุ่ม 5 alpha reductase inhibitors เนื่องจากเสริมฤทธิ์ให้ฮอร์โมนเพศชายลดน้อยลง
มีข้อมูลทางคลินิกและในหลอดทดลอง พบว่าการทาน Hydrolyzed collagen peptides มีทั้งข้อมูลที่พบว่าได้ผลดีและไม่แตกต่าง แต่ข้อมูลส่วนใหญ่พบว่าช่วยเรื่อง ผิวพรรณให้ดีขึ้นได้ในเรื่องเหล่านี้ คือ
✔️ เพิ่มความชุ่มชื้นผิว (skin hydration)
✔️ เพิ่มเส้นใยคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้
✔️ เพิ่มการสร้าง GAGs & อิลาสติน
ส่งผลโดยรวมให้ผิวหนังชุ่มชื้นและยืดหยุ่นมากขึ้น คุณภาพผิวดูดีขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ผิวดูลดลง

กลไกหลักของการทานคอลลาเจนต่อผิวหนัง มี 2 อย่าง คือ
1.มีการดูดซึม collagen-derived peptides ผ่านลำไส้ ไปกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้สร้าง ECM
2.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านทางระบบอิมมูนร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพต้องขึ้นกับปัจจัยอื่นด้วย เช่น ชนิดและขนาดโมเลกุลของคอลลาเจนที่ทาน, การดูดซึม, การกระจายตัวไปออกฤทธิ์ยังเซลล์ผิวหนัง รวมทั้งอายุของผู้ทาน ถ้าหากสูงวัยกว่าก็อาจจะเห็นผลช้ากว่าและน้อยกว่า

ต้องบอกก่อนว่าถ้าเราทานโปรตีนเพียงพอต่อวันแล้วก็อาจจะไม่จำเป็นต้องทานคอลลาเจนก็ได้ เพราะโปรตีนจากแหล่งอาหารหรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ที่เราทานเข้าไปก็สามารถถูกนำไปสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนังได้ แต่หากใครคิดว่าตัวเองทานอาหารหลักไม่เพียงพอ ก็อาจทาน คอลลาเจนเปปไทด์เป็นทางเลือกเสริมได้ โดยยังไม่มีขนาดรับประทานที่กำหนดไว้ชัดเจน แต่มีข้อมูลปริมาณการทานจากงานวิจัยที่เห็นการเปลี่ยนแปลง คือ
✔️ ด้านผิวพรรณ ประมาณ 2.5–5 กรัมต่อวัน
✔️ ด้านความแข็งแรงกระดูกและข้อต่อ ประมาณ 10-15 กรัมต่อวัน
โดยเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทานนาน 60-90 วัน และผลจะคงอยู่ไปได้อีกประมาณ 1 เดือน ดังนั้น ต้องอาศัยการต่อเนื่องร่วมด้วย

ปัจจุบันอาหารเสริมคอลลาเจนเปปไทด์และแอสตราแซนทินมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบเม็ด แบบผงชงดื่ม หรือ แม้แต่แบบใหม่ล่าสุด คือ เป็นแท่งเจลลี่สตริป ที่ถูกพัฒนาไอเดียนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ลิขสิทธิ์ของบริษัท ซันโทรี่ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ทานง่าย สะดวก และรสชาติดี
อย่างไรก็ตาม เราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารแอสตาเซนธิน เช่น ในเนื้อสีแดงสวยของปลาแซลมอน หรือแม้แต่การลองรับประทานกุ้งตัวเล็กทั้งเปลือก หรือ อาจเลือกทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ เพื่อให้ร่างกายนำไปเสริมสร้างคอลลาเจนต่อไป
ยังไม่มีคำแนะนำให้ต้องทานอาหารเสริมหรือวิตามินทุกคน อย่างที่บอกคือเป็นอาหารเสริม การจะรับประทานหรือไม่นั้น ขึ้นกับการตัดสินใจส่วนบุคคล หากใครที่อยากเสริมก็แนะนำให้ศึกษาข้อมูลหลักฐานทางงานวิจัย เลือกอาหารเสริมที่มีแหล่งที่มาชัดเจน ไม่มีโลหะหนักเจือปน ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิต ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย และ อย่าลืมเช็คว่ามีโรคประจำตัวหรือข้อห้ามอะไรในการทานอาหารเสริมหรือไม่ หากไม่แน่ใจแนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมค่ะ

[Disclaimer] สนับสนุนเนื้อหาความรู้โดย
BRAND’S Jelly Strip ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนำเข้า ผลิตโดยบริษัท ซันโช ฟาร์มาซูติคอล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น
• กล่องแดง สูตร Astaxanthin & Collagen Peptide รสทับทิม
เหมาะสำหรับคนที่อยากเสริมการปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ เสริมการสร้างคอลลาเจน
ส่วนผสม
Collagen Peptide จากปลา 1,500 มก./ซอง
Astaxanthin สกัดจากสาหร่าย Haematococcus pluvialis 1 มก./ซอง
พลังงาน 25 Kcal/ซอง
ขนาดบริโภค 1-2 ซอง/วัน
ไม่แนะนำสำหรับคนแพ้ปลา, ถั่วเหลืองและถั่ว
เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
• กล่องชมพู สูตร Niacinamide & Collagen Peptide รสองุ่น
เหมาะสำหรับคนที่อยากเสริมการปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่องรอยดำจากการอักเสบ
ส่วนผสม
Collagen Peptide จากปลา 1,500 มก./ซอง
Niacinamide 6 มก./ซอง
พลังงาน 25 Kcal/ซอง
ขนาดบริโภค 1-2 ซอง/วัน
ไม่แนะนำสำหรับคนแพ้ปลา, ถั่วเหลืองและถั่ว
เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
หาซื้อได้ที่วัตสันทุกสาขา

References:
Int J Dermatol. 2021 Dec;60(12):1449-1461.
J Am Acad Dermatol. 2021 Apr;84(4):1042-1050.
J Cosmet Dermatol. 2020 Nov;19(11):2820-2829.
Oxid Med Cell Longev. 2020 May 11;2020:8031795.
Nutr Res. 2018 Sep;57:97-108.
Mol Nutr Food Res 2011; 150-165.
Am J Cardiol 2008; 58-68.
Ophthalmology 2008; 324-333.
Phytomedicine 2008; 391-399.
รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วันนี้หมอจะเน้น 9 ข้อสั้น ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของการปกป้องผิวจาก มลภาวะทางอากาศ เพิ่มเติมจากการป้องกันแดดค่ะ เพราะเชื่อว่าทุกคนที่ติดตามเพจอยู่ คงรู้หมดแล้วว่ากันแดดสำคัญขนาดไหน













Reference
The impact of airborne pollution on skin
JEADV vol 33 issue 8
First published: 21 March 2019
รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.
ว่าด้วยเรื่องของมหากาพย์ ANA positive แล้วยังไง ไม่จบแค่นี้นะคะ ต้อง approach ไปต่ออย่างไร ???
สรุปในหน้าเดียวจาก Euroimmun เตรียมสอบแนะนำท่องทบทวนหน้านี้ค่ะ

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.