Tag Archives: แผลเป็น

กฏเหล็กของการใช้ยาทาแต้มสิว ‼️

[ Acne Spot Treatment, according to dermatologist ]

1. ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะคะ

การรักษาสิวมีแนวทางที่ชัดเจน การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์แต้มสิวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษา

สิวที่ไม่รุนแรงอาจดีขึ้นได้ด้วยการใช้ยาแต้มสิวเฉพาะจุด แต่หากสิวที่มีความรุนแรงก็อาจจะไม่สามารถหายได้เพียงแค่การแต้มยาเท่านั้น แบบนี้ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี

โพสนี้พูดถึงเฉพาะยาหรือผลิตภัณฑ์แต้มสิวสำหรับ สิวอักเสบเฉพาะจุด และ แผลจากการแกะสิว เฉพาะที่ไม่รุนแรงเท่านั้น ไม่ได้เน้นยาสำหรับทาทั่วหน้า หรือ สำหรับสิวอุดตัน

หากสิวอักเสบรุนแรง หลายเม็ด เม็ดใหญ่เกิน 5 มิลลิเมตร อาจไม่ค่อยได้ผลจากการแต้มเฉพาะจุดอย่างเดียว แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทาง

ยาหรือผลิตภัณฑ์บางตัวอาจใช้ได้ทั้งในสิวอักเสบและสิวอุดตัน และยาแต้มเฉพาะจุดบางตัวอาจทำในรูปแบบทาทั่วหน้าด้วยก็ได้

2. ยาที่สามารถลดการอักเสบและสามารถใช้แต้มสิวอักเสบเฉพาะจุด

ซึ่งบางทีสามารถรักษาใช้เป็นยาทาทั่วหน้าได้ กลุ่มนี้แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เอง

• Topical Clindamycin, Erythromycin, Metronidazole กลุ่มนี้ไม่แนะนำใช้เดี่ยว ๆ เพราะอาจดื้อยา

• Azelaic acid 10% อาจมีการระคายเคืองในช่วงแรก แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น ช่วยลดการอักเสบและสิวอุดตัน

• Benzoyl Peroxide 2.5% ระวังการระคายเคืองและ อาจทำให้สีเสื้อผ้าปลอกหมอนผ้าปูที่นอนด่าง

ยาแต้มสิวอักเสบ

3. สกินแคร์แต้มสิวอักเสบ

ค่อนข้างปลอดภัย สามารถหาได้ตามร้านยาทั่วไป ส่วนผสมที่สามารถลดการอักเสบและสามารถใช้แต้มเฉพาะจุด ได้แก่

• Salicylic 1-2%

• Niacinamide 4%

• Glycolic 3-5%

• Tea tree 5%

• Zinc PCA

• Sulfur-based

• Vitamin E

• Bisabolol เป็นต้น

สกินแคร์แต้มสิว แผลสิว

4. สารสกัดธรรมชาติ Botanical extracts

ที่มีข้อมูลช่วยเรื่องการอักเสบและรอยแผลสิวได้ดี เช่น

• Sunflower seed oil ซึ่งมีส่วนผสมของ Omega 6, vitamin A, D, E ช่วยลดการอักเสบและช่วนในกระบวนการซ่อมแซมแผล

• Olive oil น้ำมันบริสุทธิ์จากมะกอก มีส่วนผสมของกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และยังมี polyphenolic compound ซึ่งช่วยลดการอักเสบได้ดี

• Allium cepa bulb extract ลดการอักเสบและรอยแดง มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย

• Aloe vera barbadensis leaf extract ซึ่งมีส่วนผสมของ salicylates, polysaccharides, magnesium lactate and C-glucosyl chromone ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสในการเร่งซ่อมแซมบาดแผล และมีฤทธิ์เพิ่มความชุ่มชื้นทำให้เกิดสภาวะที่สมดุลต่อการซ่อมแซมแผลได้ดียิ่งขึ้น

• Centella asiatica extract ช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงบาดแผล บาดแผลหดตัวดี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบช่วยลดอาการบวมแดงได้ดี ผลคือช่วยให้หายเร็วขึ้น

5. เทคนิคการรักษาสิวอักเสบเฉพาะจุด

• ทำความสะอาดผิวหน้าให้ดี ล้างหน้า 2 ครั้งเช้าเย็น และเพิ่มเติมหากเหงื่อออกหรือหลังออกกำลังกาย

• ใช้คลีนเซอร์ที่เหมาะสม ไม่มีแอลกอฮอล์ ลูบเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ไม่ขัดหรือสครับผิว เพราะระคายเคืองได้

• ซับเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ไม่ถูกไปมารุนแรง

• สระผมให้สะอาดสม่ำเสมอ เพราะอาจเป็นบ่อเกิดของการเกิดสิวได้

• แต้มยาสิวเฉพาะจุด อาจใช้ปลายนิ้วก้อย หรือใช้ cotton bud แต้มเบา ๆ

• หากมีอาการเจ็บ อาจใช้วิธีประคบเย็น

• แผ่นแปะสิว สามารถใช้ได้ ไว้มาแนะนำคราวหน้า

• ไม่แนะนำให้ใช้กลุ่มยาฆ่าเชื้อเดี่ยว ๆ เพราะอาจเกิดเชื้อดื้อยาได้ แนะนำให้ใช้คู่กับ topical retinoid หรือ benzoyl peroxide หรืออาจใช้สูตรผสมแทน

6. ปัจจุบันมียาแต้มสิวอักเสบ และ แต้มรอยสิว มากมายในท้องตลาดให้เลือกใช้

แนะนำให้เลือกส่วนผสมที่ช่วยได้ตามข้างต้น หรือหากใครที่มองหาผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่ได้มาตรฐาน สำหรับแต้มสิวในราคาย่อมเยาว์ ก็มีทางเลือก เช่น

Acne-Aid Spot Gel Anti-acne เจลแต้มสิวอักเสบ

Acne-Aid Gel Scar Care เจลแต้มแผลจากการแกะสิว เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การตอบสนองต่อยาและส่วนผสมแต่ละชนิดในแต่ละบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน แนะนำให้ลองเลือกและปรับตามสภาพผิวของตัวเอง หากลองตัวใดแล้วไม่เห็นผล อาจลองปรับเป็นกลุ่มอื่นลองดูค่ะ

หากไม่แน่ใจว่าเป็นสิวหรือไม่ หรือเป็นสิวรุนแรงเรื้อรัง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

หวังว่าบทความรวบรวมคำแนะนำผลิตภัณฑ์แต้มสิว และ ยาแต้มสิว นี้จะมีประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี .. หมอเจี๊ยบ

——————————————

References:

American Academy of Dermatology (AAD)

Environmental Toxicology and Pharmacology 2015; 39, 384-391.

Phytother. Res. 2014; 28, 1117–1124.

Molecules; 13(6), 1219-1229.

J Ethnopharmacol; 115(3), 361-380.

——————————————

[Branded content] สนับสนุนความรู้โดย Acne aid

🔴 เจลแต้มสิว Acne-Aid Spot Gel Anti-Acne

สูตรเฉพาะจากแบรนด์ Acne-aid ช่วยลดรอยแดงสิว ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวอักเสบหายไวขึ้น

เหมาะกับผู้มีสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวบริเวณลำตัวและใบหน้า หรือบริเวณที่มักมีสิวอักเสบขึ้นบ่อย

สารสกัดสูตรเฉพาะของแบรนด์ Acnecare-Bio ซึ่งเกิดจากนวัตกรรม Biotechnology จากสาหร่ายสีน้ำตาลและแบคทีเรียที่มีคุณประโยชน์จากทะเลลึก ทำงานแบบ Triple Action ให้คุณสมบัติช่วยลดปัญหาสิว ผ่าน 3 กลไก คือ

▫️ลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย C.Acnes และ S.Aureus ซึ่งทั้งคู่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวและการอักเสบเป็นหนอง

▫️ช่วยลดกระบวนการอักเสบและปลอบประโลมผิว ช่วยลดรอยแดง

▫️ช่วยซ่อมแซมและเสริมขบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ สีผิวดูสม่ำเสมอ

• ทำงานร่วมกับ Salicylic acid ช่วยลดการอุดตันของสิว ช่วยควบคุมความมันและการผลัดเซลล์ผิว

• และ Zinc PCA ลดความมันส่วนเกินที่ผิว ช่วยในการสมานแผล

• ผสานกับสารสกัดจากธรรมชาติ Tea Tree Oil ช่วยฆ่าเชื้อและลดการอักเสบ

ปราศจากแอกอฮอลล์ น้ำหอม และสารแต่งสี ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง

วิธีใช้ ทาง่าย ใช้แต้มหรือทาบริเวณที่เป็นสิว วันละ 2-3 ครั้ง แบบไม่ต้องล้างออก ช่วยสิวยุบไวขึ้น และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้

🟣 เจลลดรอยสิว Acne-Aid Gel Scar Care

สูตรพิเศษจาก Acne-aid สการ์แคร์เจล ตัวนี้ช่วยในกระบวนการซ่อมและสร้างเซลล์ผิวใหม่ สิวอักเสบหายเร็วขึ้น จึงช่วยลดการเกิดหลุมสิว ลดรอยแดง รอยดำ สีผิวสม่ำเสมอ แลดูสุขภาพผิวดี

เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีรอยสิวหรือรอยแผลเป็นต่างๆ

ส่วนผสมของสารสกัดสำคัญ 6 ชนิด

• น้ำมันบริสุทธิ์จากดอกทานตะวัน (Sunflower Seed Oil) อุดมไปด้วยโอเมก้า 6, วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ซ่อมแซมรอยแผลเป็น

• น้ำมันบริสุทธิ์จากมะกอก (Olive Oil) มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่

• Vitamin E ช่วยสมานแผล ให้ความชุ่มชื้น

• Aloe vera อุดมด้วยกรดอะมิโน ช่วยปลอบประโลมผิว

• Tea Tree Oil ช่วยลดการอักเสบ

• วิตามินซี (Ascorbyl Tetraisopalmitate) ออกฤทธิ์ยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสี ช่วยเรื่องจุดด่างดำ รอยดำสิว

ปราศจากแอกอฮอลล์น้ำหอม และสารแต่งสี ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง

วิธีใช้ ทาบนผิวแล้วนวดเบาๆ วันละ 2-3 ครั้ง เนื้อเจลเข้มข้น ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้รอยสิวดีขึ้นเร็ว

Acne-aid Spot Gel anti-acne และ Gel scar care

——————————————

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ซิลิโคนเจลชนิดทา..มีวิธีเลือกใช้อย่างไรดี

วันนี้มีคนไข้ที่ตัดไฝและนัดมาตัดไหมหลายคนเลย ทุกคนถามด้วยคำถามเดียวกันว่า ทาอะไรป้องกันแผลเป็นนูนได้บ้างคะ/ครับคุณหมอ ‼️

หมอเคยเขียนเรื่อง #การรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ ไปแล้วก่อนนี้ สามารถกลับไปทบทวนได้ค่ะ ในลิ้งค์นี้เลย
https://www.facebook.com/476743752739537/posts/959204974493410/?extid=0&d=n

วันนี้เลยจะมาเล่าเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า กรณีที่เกิดแผล แกะสิว หรือ หลังทำเลเซอร์ หลังผ่าตัด เราจะใช้ซิลโคนเจลอย่างไรดีเพื่อ ลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนูนคีลอยด์ได้ในอนาคต

1. วิธีที่สามารถดูแลตัวเองเองเบื้องต้นที่บ้านได้สะดวกและปลอดภัยที่สุด คือ การทาหรือแปะแผ่นซิลิโคนเจล
ดังนั้น หากลองแล้วประมาณ 2-3 เดือน ไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อพิจารณาปรับการรักษาวิธีอื่นตามความเหมาะสม

2. ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่ได้ผลดีที่สุด การใช้หลายวิธีร่วมกันก็ยังคงเป็นสิ่งที่แนะนำเสมอ ร่วมกับ การรักษาแผลอย่างถูกวิธี
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ ระวังการเกิดบาดแผลโดยเฉพาะบริเวณที่มักเกิดแผลเป็นนูนได้บ่อย เช่น หน้าอก ไหล่ หลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นสิวและชอบแกะเกา เป็นต้น

3. ซิลิโคนเจล สามารถใช้แบบชนิดทา หรือ แบบแผ่นแปะก็ได้ หากใช้อย่างถูกวิธีจะได้ผลการรักษาใกล้เคียงกัน แบบชนิดทาจะช่วยลดอาการคันได้ดีกว่าแบบแปะนิดหน่อย แต่ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น ใช้อะไรก็ได้ตามความสะดวก แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี

4. กลไกป้องกันและรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ของซิลิโคนเจล คือ เพิ่มความชื้นและลดการระเหยน้ำจากแผลเป็นคีลอยด์ ช่วยลดการทำงานของไฟโบรบลาส ลดการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติ ทำให้แผลเป็นนุ่มขึ้นและแบนราบขึ้น
ดังนั้น การใช้ซิลิโคนเจล จึงแนะนำให้ทาต่อเนื่องอย่างน้อย 6-12 เดือนหลังแผลหาย เพราะถึงแม้ผิวด้านบนดูสมานดี แต่ด้านล่างยังคงมีกระบวนการซ่อมแซมผิวอย่างต่อเนื่องอยู่

5. การใช้ซิลิโคนแบบแผ่นแปะให้ได้ผล ควรแปะแผ่นซิลิโคนเจลต่อเนื่อง อย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง นานอย่างน้อย 6-12 เดือน ขึ้นกับงานวิจัย และเลือกแปะบริเวณที่สะดวก เลื่อนหลุดได้ยากหน่อย เช่น หลัง อก เป็นต้น
ดังนั้น บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่น มือ เข่า ศอก หรือบริเวณใบหน้าที่ต้องคำนึงถึงความสวยงามร่วมด้วย ก็อาจไปใช้ชนิดทาจะเหมาะสมกว่า

6. การใช้ซิลิโคนเจลรูปแบบทา ให้เริ่มทาตั้งแต่ตอนที่แผลแห้งและปิดสนิทมีสีชมพู หรือหลังตัดไหมแล้ว โดยทาเช้าเย็น ปาดครั้งเดียว ไม่ต้องถูไปมา หลังทาแล้วจะแห้งเหมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้
ดังนั้น แนะนำว่าหลังทาแล้วควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 3-5 นาที ก่อนจะแต่งหน้าหรือใส่เสื้อผ้าทับ เพื่อป้องกันการลอกหลุดของเจล และหากเวลารีบด่วนอาจใช้ไดร์หรือพัดลมเป่าช่วยแห้งเร็วขึ้นได้

7. ส่วนผสมอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลแผลเป็นในซิลิโคนเจล ได้ก็อย่างเช่น
Vitamin C : ช่วยปรับสีของแผลเป็นให้จางลง
Vitamin E : ช่วยลดการอักเสบและสมานแผล แผลนุ่มชุ่มชื้น
Moisturizer : ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวเพื่อรักษารอยแผลเป็นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น glycerin, allantoin
ดังนั้น ลองเลือกดูตามความเหมาะสม

8. ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เป็น ซิลิโคนเจลที่ใช้ได้มีหลายยี่ห้อ เช่น

• Strataderm & Stratamed
มี Polydimethylsikoxanes, Slioxanas, Alkylmethyl Silicones
• Hiruscar Silicone Pro
มี MPS, VitC
• Smooth E Scar Silicone Gel
มี Cyclopentaxyloxane, dimethicone
• Dermatix Ultra
มี Cyclopentaxyloxane, VitC
• Provamed Scar Silicone
มี Cyclopentaxyloxane (CPX), vitC, vitE
• Vitara Ultra Silicone gel
มี Cyclopentaxyloxane (CPX), vitC, vitE
• Kelosil Silicone Scar gel
มี Dimethylpolysiloxane (DPX) และ Cydopentasiloxane (CPX), VitC
• Actewound SI silicone gel
มี Cyclopentasiloxane, Polydimethylsiloxane
• Clenascar silicone gel
มี Cyclopentaxyloxane (CPX), vitC

9. การทาซิลิโคนเจลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันและรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่สามารถทำได้เองไม่ยากในระยะเริ่มแรก อาจลองเลือกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ดูตามความชอบเนื้อสัมผัส, ส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม รวมทั้งงบประมาณของแต่ละบุคคล และโดยส่วนใหญ่หากแผลเป็นมานานเกิน 6 เดือนขึ้นไป มักไม่ค่อยได้ผลกับการรักษาด้วยวิธีนี้
ดังนั้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อพิจารณาการรักษาด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมต่อไปค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพผิวเวลาเกิดบาดแผล และโดยเฉพาะคนที่มีประวัติการเป็นแผลเป็นนูนมาก่อน ถ้าชอบบทความนี้อย่าลืม #พิมพ์หัวใจสีเขียว 💚 เป็นกำลังใจให้ตามระดับความชอบด้วยค่ะ

– No Sponsored Content –

Reference
J Clin Aesthet Dermatol. 2020;13(2):33–43.
J Cutan Aesthet Surg. 2009 Jul-Dec; 2(2): 104–106.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.