Category Archives: Aesthetics

Anti-Pollution Diet & Skin Care Routines

ทุกวันเราตื่นขึ้นมาไม่ว่าจะออกไปทำงานนอกบ้าน หรือมีกิจกรรมในบ้านก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องพบเจอมลภาวะและฝุ่น PM2.5 ถึงแม้จะใส่มาสก์กันฝุ่นก็เป็นวิธีที่ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่าลืมว่า การใส่มาสก์ก็ไม่สามารถช่วยปกป้องผิวหน้าเราได้ทั้งหมดอยู่ดี

มีข้อมูลศึกษาพบว่า หากสูดดมฝุ่นมลภาวะเข้าไปในร่างกายมากถึงระดับหนึ่ง อาจส่งผลต่ออวัยวะภายใน เช่น ปอด หัวใจ นอกจากนั้นมลภาวะทางอากาศบางอย่าง เช่น ยาฆ่าแมลง สารละลายต่าง ๆ ปรอท อะครีเลท ไฮโดรคาร์บอน โลหะหนักบางชนิด ฯลฯ ก็สามารถส่งผลกระทบต่อผิวหนังได้โดยการดูดซึมผ่านผิว, รูขุมขนและท่อเหงื่อได้ขึ้นกับชนิดสารนั้น

Air Pollutions จะส่งผลต่อผิวหนังทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้

ในระยะสั้น

ก่อให้เกิดผิวหนังอักเสบระคายเคือง, skin barrier dysfunction และยังกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของผื่นผิวหนังบางชนิดได้ เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis), สะเก็ดเงิน (Psoriasis) และพบว่าอนุภาคที่มีขนาดที่เล็กมาก ๆ สามารถแทรกซึมลงไปเกิดการอุดตันรูขุมขนก่อให้เกิดสิวอุดตันและอักเสบได้ ผิวมันจากการหลั่งน้ำมันผิวมากขึ้น (Increased sebum) และยังพบว่า vitamin E, squalene ที่ผิวลดลงด้วย

ในระยะยาว

พบว่าฝุ่น PM2.5 ยังสามารถรวมตัวกับโมเลกุลของโลหะต่าง ๆ บางชนิดอาจมีรังสี UV เป็นตัวกระตุ้น และทำร้ายผิวชั้นลึกลงไป ส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย (Photoaging) ฝ้า กระ รอยดำ (Lentigines, Senile lentigines) จากการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีตามมา

เมื่อรู้ดังนี้แล้วถ้าหากใครไม่อยากให้ผิวเสื่อมไว มีฝ้า กระ รอยดำมากขึ้น หรือใครที่มีผิวแห้งอักเสบ ระคายเคืองง่าย ก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญในการดูแลผิวเป็นพิเศษ

หมอมีเคล็ดลับการปกป้องผิวจากมลภาวะทางอากาศมาแนะนำดังนี้ค่ะ

1. ดื่มน้ำวันละ 1-2 ลิตร

2. อาหารเสริมหรือวิตามินต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เช่น วิตามิน B3, C, E, โอเมก้า 3, เบต้าแคโรทีน, Selenium, coQ10, Polypodium leucotomos, Green tea, Lipoic acid เหล่านี้จะช่วยปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระที่เกิดจาก Air pollution

3. เน้นอาหาร Mediterranean diet เช่น พวกผัก ผลไม้ ธัญพืช น้ำมันมะกอก ปลา สัตว์ปีก พืชตระกูลถั่วฝัก เพราะอาหารเหล่านี้มีสารต้านอนุมูลอิสระมาก (High-antioxidant diet)

4. Anti-pollution skin care regimen ดูแลผิวอย่างถูกวิธี แบ่งเป็นขั้นตอนเช้า & เย็น ดังนี้

☀️ Morning Regimen

✔️ ล้างหน้าให้สะอาดด้วย gentle cleanser

✔️ สามารถใช้ Silicone-based Primer หรือ Moisturizer ที่เหมาะกับผิวเพื่อเสริมกำแพงผิวให้แข็งแรง ไม่ระคายเคืองง่าย และอาจมีส่วนผสม Topical antioxidant ที่มี evidence-based เช่น วิตามิน A, Niacinamide, C, E, Green tea, coenzyme Q10, resveratrol เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะและอนุมูลอิสระที่จะต้องเผชิญในแต่ละวัน

✔️ ทาครีมกันแดดทุกเช้า แนะนำ Broad spectrum sunscreen

✔️ สามารถใช้ครีมรองพื้นและแต่งหน้าได้ ไม่ใช่ข้อห้ามค่ะ

🌙 Evening Regimen

✔️ ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนนี้ตอนเย็นสำคัญมาก ต้องใส่ใจให้มากกว่าการล้างหน้าตอนเช้า เพราะผิวเราสะสมสิ่งสกปรกและมลภาวะมาทั้งวัน ถ้าหากล้างด้วย Cleanser แล้วยังรู้สึกไม่สะอาด อาจใช้ double cleanser ร่วมด้วย

✔️ หากแต่งหน้า ควรใช้ Makeup remover เสมอ

✔️ แนะนำ Evening Moisturizer ที่มีส่วนผสม repair ingredients เช่น DNA repair cream, resveratrol, retinoids, hyaluronic/chondroitin sulfate, ectoin เป็นต้น

ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ ไปปรับใช้กับตัวเองดูนะคะ

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Reef-safe Sunscreen

Coral reefs vs Skin cancers: What balance?

🌏🐚🐬🐟🐡🦀🐳🐋🦑🦈🐙

กรณีการทาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารบางตัวไปเที่ยวทะเล ก็อาจส่งผลต่อระบบนิเวศน์ในท้องทะเลได้เช่นกัน ผลที่อาจตามมาในอนาคตคือ Global warming ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะที่เราว่ายน้ำหรือเล่นน้ำในทะเล ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีการหลุดหรือการละลายของครีมกันแดดที่ผิวเราไปกับน้ำทะเล และด้วยส่วนผสมของครีมกันแดดที่เป็น lipophilic จึงสามารถสะสมในร่างกายสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลได้ด้วย

ปะการัง นอกจากที่เราเห็นว่าให้ความสวยงามใน้ท้องทะเลแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งให้อีกหลายชีวิตคงอยู่ใต้ท้องทะเลได้อย่างสมดุล เช่น fish, seabirds, sponges, jellyfish, worms, shrimp, lobsters, crabs, molluscs, starfish, sea urchins, sea cucumbers, turtles and snakes

สัญญาณอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่า ปะการังกำลังตกอยู่ในสภาวะแวะล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือถูกทำร้าย ก็คือ การเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดลง และ หากไม่มีการช่วยเหลือน้องปะการังก็จะตายไปในที่สุด รวมทั้ง algae (zooxanthellae) ที่ใช้ชีวิตพึ่งพาเกาะติดเจ้าปะการังน้อยนี้ก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน

ปะการังสีซีดลงหรือปะการังฟอกขาว อาจเป็นได้จากหลายสาเหตุ

• อุณหภูมิท้องทะเลที่สูงขึ้น

• รังสี UV ที่สูงมากเกินไป

• มีการทำลายของเชื้อโรคและแบคทีเรีย

• มลภาวะแวดล้อมเป็นพิษ

• สารเคมีต่าง ๆ

ในวันที่ 1 มกราคม 2021 Hawaii เป็นที่แรกที่ประกาศเริ่มแบนการใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ 2 ชนิด ที่อาจส่งผลต่อปะการังและระบบนิเวศน์ข้างต้นได้ คือ oxybenzone และ octinoxate

💢 Oxybenzone น้ำหนักโมเลกุล 290.4 สามารถดูดซับคลื่นรังสี UVB (UVmax = 288 nm) และ UVA‐II (UVmax = 326 nm) และปล่อยเป็นพลังงานความร้อนออกจาก จึงสามารถปกป้องผิวจากการทำร้ายได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ถือเป็น broad‐spectrum UV filter

💢 Octinoxate มีน้ำหนักโมเลกุล 228.2 สามารถดูดซับคลื่นช่วงรังสี UVB (UVmax = 310 nm) จึงจัดเป็น UVB filter

สารทั้งสองชนิดข้างต้น เป็นสารใช้ผสมบ่อยในครีมกันแดด และยังมีในสกินแคร์อื่น ๆ บางยี่ห้อด้วย เช่น บอดี้โลชั่น, แชมพู, ครีมนวดและตกแต่งผม, สบู่, ครีมทากันแมลง เป็นต้น

กลไกที่พบว่าสารทั้งสองส่งผลต่อปะการังซีดลง

มี 2 แบบ คือ

1. ส่งผลต่อปะการังโดยตรง ทำลาย DNA ทำให้ส่งผลต่อตัวอ่อนในการขยายพันธุ์

2. ส่งผลทางอ้อม คือ ทำให้เกิดการเพิ่มกระบวนการ lysogenic infection in prokaryotes เชื้อไวรัสในทะเลมากขึ้น

อย่างไรก็ตามเรื่องของส่วนผสมของครีมกันแดดบางตัวที่อาจทำร้ายปะการังก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่บ้าง มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในแง่ที่ว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการศึกษาในระบบนิเวศน์จำลองในห้องปฏิบัติการ ไม่ได้ทำการทดลองในท้องทะเลจริง หรือบางท่านให้ความเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเพียงปัจจัยส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจส่งผลให้ปะการังสีซีดลงได้ เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบมากกว่า ดังที่กล่าวข้างต้น

การทาครีมกันแดดนั้นสำคัญไม่น้อยเมื่อเราต้องออกแดดหรือไปเที่ยวที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะหากบริเวณที่มี UV index สูงยิ่งต้องให้ความสำคัญค่ะ เพราะนอกจากจะป้องกันผิวไหม้หมองคล้ำแล้ว ยังป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังได้อีก คงต้องบาลานซ์ให้ดี เพราะยังมีระบบนิเวศน์รอบตัวที่เราควรต้องให้ความใส่ใจกับพวกเขาเหล่านั้นด้วยค่ะ

นับว่ายังโชคดีที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดอีกมากมายที่อาจส่งผลกระทบแต่ไม่มาก ต่อปะการังและระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเล ให้เป็นทางเลือกได้ เช่น

Non-nano zinc oxide

Non-nano titanium oxide

Avobenzone

Octisalate

Ecamsule (Mexoryl SX)

Drometrizole Trisiloxone (Mexoryl XL)

Ethylhexyl Triazone (Uvinul T150)

และปัจจุบันยังมีการศึกษาถึง natural products ที่อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยต่อระบบนิเวศน์ในท้องทะเลอีกหลายชนิด คงต้องรอติดตามข้อมูลในอนาคตต่อไป

สุดท้ายนี้

พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ได้ออกประกาศ

ห้ามนำและใช้ครีมกันแดด ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ได้แก่

Oxybenzone (Benzophenone-3)

Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate)

4-Methylbenzylid Camphor (4MBC)

Butylparaben

หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

จากนี้ต่อไปเราคงต้องเลี่ยงส่วนผสมข้างต้นไปก่อน ถ้าหากจะไปเที่ยวในสถานที่ที่ใช้กฎนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดเพิ่มเติม

หากชอบและเห็นว่าบทความมีประโยชน์ สามารถกดแชร์ได้ค่ะ

——————————————

References:

J Clin Pharm Ther. 2019;44:134–139.

Plast Surg Nurs. 2019 Oct/Dec;39(4):157-160.

PeerJ. 2019 Aug 12;7:e7473.

Mar. Drugs 2021;19:379.

Environ Health Perspect. 2008 Apr;116(4):441-7.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Basic Skincare Routine สำหรับผู้เริ่มต้นดูแลผิว

Basic Skincare Routine
หากไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี เริ่มจากตรงนี้เลยค่ะ ‼️

สูตรนี้เหมาะสำหรับ

• กลุ่มช่วงอายุ 20-30 ปี
• คนที่เริ่มหันมาใส่ใจดูแลผิวหน้า แต่ไม่รู้จะเลือกใช้อะไรดี
• คนที่ผิวหน้าไม่ค่อยมีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ไขพิเศษ

สิ่งที่ควรเน้นในวัยนี้

• บำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นด้วย Moisturizer
• ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย Sunscreen
• ผลัดเซลล์ผิวด้วย Exfoliants

1. Sunscreen

ครีมกันแดดควรทาทุกเช้า หากเป็นกิจวัตรประจำวันทั่วไป แนะนำให้ใช้ที่ป้องกันได้ทั้ง UVA, UVB อย่างน้อย SPF30 หรือหากเป็น physical sunscreen ควรอย่างน้อย 5% zinc oxide

2. Moisturizer

ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้นผิว และช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ที่ผิวเป็นไปอย่างสมดุล

ผิวมันหรือผิวผสม
แนะนำกลุ่ม Humectant
เช่น Glycerin, Hyaluronic acid, Lactic, Urea เป็นต้น

ผิวแห้ง
อาจใช้กลุ่ม Emollient
เช่น Ceramide, Cholesteral, Squalene, Plant oil
หรือใช้กลุ่ม Humectant ข้างต้น ร่วมกับ Occlusive
เช่น Dimethicone, Petroleum jelly, Mineral oil, Bee wax เป็นต้น

3. Exfoliants

ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ช่วยปรับสภาพผิวให้สมบูรณ์ ผลัดเอาเซลล์ผิวชั้นบนที่ตายแล้วให้หลุดออกไป โดยไม่ได้ทำให้ผิวหนังบางลงอย่างที่หลายคนกังวลใจ
ถ้าหากใครได้ฟังคาบที่หมอได้สอนเรื่อง Antiaging Skincare คงจำได้ว่ากระบวนการผลัดเซลล์ผิวเราจะเริ่มช้าลงตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปี ดังนั้นจึงแนะนำว่าควรเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ร่วมด้วย โดยอาจใช้เพียงแค่ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ก็เพียงพอค่ะ
กลุ่มนี้ เช่น alpha hydroxy acid เป็นต้น

4. Cleanser

การล้างหน้าให้สะอาดเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นขั้นตอนแรกของการเริ่มดูแลผิวในแต่ละวันค่ะ หากล้างไม่สะอาดก็อาจเกิดการอุดตันของรูขุมขนตามมา และทำให้ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่จะทาลงไปนั้นลดลงได้ แนะนำให้ทุกคนหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวตัวเองไว้เลยค่ะ

ส่วนคนที่อายุ 20-30 ปี และเป็นสิวก็ใช้ step นี้ได้ แต่เลือกกลุ่ม Moisturizer เป็นสำหรับกลุ่มสิวแทน ลองดูในโพสก่อนนี้เพิ่มเติมได้ค่ะ

สุภาพบุรุษทั้งหลายที่ไม่ชอบทาครีม ทาเท่านี้ก่อนก็ได้ค่ะ เชื่อว่าถ้าผิวเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้วจะอยากดูแลผิวมากขึ้นไปอีกแน่เลย

ใครผ่าน step นี้แล้ว มารอฟังขั้นตอนต่อไปจะเพิ่มอะไรยังไงดี

เป็นอย่างไรบ้างคะ ใครชอบบทความ Basic Skincare Routine นี้บ้าง
อยากให้ต่อไปแนะนำเป็นสูตรสำหรับใครดีคะ คอมเม้นท์มาได้เลยนะคะ

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

15 ข้อควรรู้..ความแก่ก่อนวัยจากการสูบบุหรี่

รู้ไหมว่า..การสูบบุหรี่ส่งผลต่อความงามบนใบหน้าอย่างไรบ้าง

1. หากดูจากรูป ทุกคนเดาได้หรือไม่ว่าฝาแฝดทั้ง 4 คู่ คนไหนสูบบุหรี่ คนไหนสูบน้อยหรือไม่สูบบุหรี่เลย

2. ทุกคนรู้..ว่าการสูบบุหรี่ส่งผลอย่างไรต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายเราบ้าง เช่น ปอด หัวใจ แต่วันนี้เราจะคุยกันเฉพาะเรื่องของผิวหนัง

3. ฝาแฝดทั้ง 4 คู่ มีสภาพผิวหน้าและผมที่ไม่เหมือนกัน ที่แน่ ๆ คือ แฝดคนที่สูบบุหรี่ดูแก่กว่าอีกคนชัดเจน ‼️

คู่ 1 คนขวาสูบบุหรี่มายาวนาน —> ความร้อนจากควันบุหรี่ และ มลภาวะที่เกิด ทำให้มีริ้วรอยที่มากขึ้น ตีนกาก็เยอะกว่าอาจเป็นเพราะเขาต้องหยีตาบ่อย ๆ จากการป้องกันควันบุหรี่ที่เป่าออกมา

คู่ 2 คนขวาสูบบุหรี่มา 16 ปี —> สภาพผิวหน้าแตกต่างชัดเจน มีริ้วรอย รอยฝ้ากระจุดด่างดำ ริมฝีปากคล้ำ และมีอีกอย่างที่เห็นชัดคือ ผมที่หงอก หยาบกระด้าง ฟูชี้ไปมา ดูมีอายุมากกว่าคู่แฝดคนซ้ายชัดเจน

คู่ที่ 3 คนซ้ายสูบบุหรี่ —> สภาพผิวไม่ต่างมาก แต่ที่ชัดคือ รอยย่นที่ปากซึ่งคาดว่าเกิดจากการดูดบุหรี่ และยังมีริมฝีปากที่คล้ำขึ้นกว่าอีกคน

คู่ที่ 4 คนซ้ายสูบบุหรี่หนัก —> ริ้วรอยต่าง ๆ เห็นชัดเจน ทั้งลึกและมากกว่าคนขวา รวมทั้งถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยมากกว่า

4. สูบบุหรี่ ส่งผลให้เกิดความแก่ก่อนวัย หรือที่เราเรียกศัพท์ทางการแพทย์ว่า Premature aging ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดผลการเปลี่ยนแปลงในใบหน้า 2/3 ล่างมากกว่าบริเวณอื่น ซึ่งพบว่าความแก่ของผิวที่ถูกทำร้ายจากการสูบบุหรี่ รุนแรงกว่าผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด

5. เคยมีงานวิจัยพบว่า ผิวของคนสูบบุหรี่ที่อายุ 40 ปี มีลักษณะโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับคนที่ไม่สูบบุหรี่ที่อายุ 70 ปีเลยทีเดียว

6. ควันบุหรี่ มีสารที่ทำให้ เกิดอนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen Species) มากมายกว่า 4000 ชนิด มาทำร้ายผิวหน้าและเส้นผมที่สัมผัสควัน ทำให้ผิวแห้ง หมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ ผมหงอกเพิ่มขึ้นได้

7. มีการ ทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของผิวหนัง ส่งผลให้ความยืดหยุ่นของผิวหนังน้อยลง สิ่งที่ตามมาคือ ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ผิวหน้าและถุงใต้ตาเกิดความหย่อนคล้อยมากขึ้น

8. การดูดและพ่นควันบุหรี่เป็นประจำ ด้วยท่าปากจู๋ ทำให้เกิดริ้วรอยรอบ ๆ ปากเพิ่มขึ้นชัดเจน และยังทำให้ริมฝีปากสีคล้ำขึ้นอีกด้วย

9. มีงานวิจัยพบว่า การหยุดสูบบุหรี ถึงแม้ไม่อาจทำให้ความแก่ของผิวบางอย่างกลับคืนปกติได้ แต่มันจะไม่มากไปกว่านี้ และหากดูแลผิวให้ถูกวิธี สามารถทำให้ดู อ่อนเยาว์ขึ้นใน 5 ปีอย่างชัดเจน

10. สารนิโคตินในควันบุหรี่ สามารถกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัว ผิวขาดออกซิเจน ทำให้แผลหายช้าลง พบว่าการสูบบุหรี่ 1 มวน ทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังเกิดการหดตัวได้ยาวนานถึง 90 นาที บางรายที่มีแผลผ่าตัดอาจเกิดเป็นเนื้อตายได้ มีคำแนะนำว่าควรงดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 1 วัน-3 สัปดาห์ จนถึง หลังผ่าตัด 5 วัน-4 สัปดาห์ (ตัวเลขมีหลายงานวิจัย)

11. นอกจากนั้น ยังทำให้ เลือดไปเลี้ยงปลายนิ้วก็ลดลงถึง 24% (1 มวน) – 29% (2 มวน) จะเห็นว่าบางรายที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว อาจเกิดภาวะนิ้วขาดเลือดก็ได้ เช่น Thromboangiitis obliterans (Buerger’s disease)

12. การสูบบุหรี่นอกจากทำให้ ผิวเหี่ยว จากการมีออกซิเจนมาเลี้ยงผิวน้อยลงแล้ว ยังเกิดจากการมีระดับวิตามินเอในผิวน้อยลง และระดับเอสโตรเจนในผิวก็ลดลงด้วย (เพิ่ม hydroxylaton of estradiol)

13. มีรายงาน โรคผิวหนังที่พบเพิ่มขึ้นหรืออาจมีการกำเริบสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคมะเร็งผิวหนังบางชนิด เป็นต้น

14. นิ้วมือและเล็บข้างที่ใช้คีบบุหรี่ อาจพบมีสีเหลืองอมน้ำตาล จากการสัมผัสสารนิโคติน เรียกว่า Harlequin nail, Quitter’s nail

15. ข้อสุดท้ายคือ ไม่ใช่เพียงแต่คนสูบบุหรี่ที่จะทำให้เกิดการแก่ก่อนวัยเท่านั้น คนที่อยู่ใกล้ชิด ที่เรียกว่า Passive Smoking นั้น ก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกันนะจ๊ะ

ด้วยความปรารถนาดี ถ้าไม่อยากแก่ก่อนวัย อย่าคิดเริ่มที่จะลองสูบบุหรี่เลยค่ะ และหากสูบไปแล้ว ยังไม่สายเกินไปที่จะหยุดความแก่นี้ไว้ แล้วหันกลับมาดูแลตัวเอง ให้กลับมาสดใสอีกครั้งได้เสมอ หมอยินดีให้คำแนะนำเสมอนะคะ

เคล็ดลับความงาม: อยู่ห่างจากควันบุหรี่‼️

หากชอบบทความหรือเห็นว่ามีประโยชน์ สามารถกดเลิฟกดแชร์ได้เลยนะคะ ☺️

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References

Cigarette smoking and its influence on skin aging.
Przegl Lek. 2012; 69(10): 1111-1114.

Analysis of knowledge about tobacco smoking influence on skin condition. Przegl Lek. 2012;69(10):1055-1059.

Cutaneous Manifestations and Consequences of Smoking.
J Am Acad Dermatol. May 1996; 34(5 Pt 1): 717-32; quiz 733-4.

Image via Wolters Kluwer Health
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เช็คลิสต์เดอร์โมคอสเมติกส์ที่มี BPO ‼️

กลุ่มนี้จะช่วยทั้งเรื่องสิวอุดตันและสิวอักเสบค่ะ
• บางคนตั้งใจซื้อมาใช้ แต่ใช้ยังไม่ถูกวิธี
• บางคนซื้อมาเพราะมีคนบอก แต่ไม่รู้ว่าส่วนประกอบคืออะไร จึงเกิดผลข้างเคียง

เรามาดูกันว่ามีผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่มีส่วนผสมของสารตัวนี้

1. กลุ่มล้างหน้า

กลุ่มนี้ใช้ล้างหน้า แต่ต้องระวังเพราะอาจก่อนให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวที่บอบบางได้ เช่น รอบตา รอบปาก ข้างจมูก
ถ้าใครผิวบอบบางแพ้ง่าย หมอแนะนำว่าควรข้ามกลุ่มนี้ไป แนะนำให้ไปใช้แบบทาบางบริเวณ หรือกลุ่มยาที่ทาแล้วล้างออกจะลดผลข้างเคียงได้ดีกว่าค่ะ

✔️ Neutrogena Rapid Clear Stubborn Acne Cleanser
เป็น 10% BPO และมี Laureth-4, BHT, Menthol ทั้งหมดนี้ค่อนข้างระคายเคือง ไม่แนะนำในคนผิวแพ้หรือระคายเคืองง่าย ระวังผิวรอบดวงตา
✔️ Proactive Skin Renewing cleanser
เป็น water-soluble solution 2.5% BPO
มี scrub particles เม็ดเล็ก ๆ , glycolic และ fragrance บางคนอาจระคายเคืองจากเม็ดบีด ควรใช้ด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะหากมีสิวอักเสบอยู่ อาจทำให้แย่ลงได้
✔️ Benzac Wash 5% Benzoyl Peroxide
✔️ PanOxyl Benzoyl Peroxide 10% Acne Foaming Face Wash
ไม่มี alcohols, silicones, fragrances
มี sulfates, parabens and polyethylene glycol (PEG)
มี cetearyl alcohol, mineral oil (Comedogenic rating 2) ล้างยาก ก่อสิวได้
✔️ Humane Benzoyl Peroxide 10% Acne Wash
ไม่มี alcohols, parabens, silicones, polyethylene glycol (PEG), synthetic fragrances
✔️ OXY Sensitive Face Wash With 5% Benzoyl Peroxide
ไม่มี silicones, synthetic fragrances
มี alcohol, parabens, polyethylene glycol (PEG)
มี butylene glycol (Comedogenic rating 1)
มี cetearyl alcohol (Comedogenic rating 2)
✔️ Clean & Clear Continuous Control Acne Cleanser
เป็น 10%BPO มี menthol อาจระคายเคืองบางคน

2. กลุ่มยาที่แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลแพทย์ผิวหนัง

ปล. ยาบางตัวไม่ผลิตแล้ว

• แบบ Water-based
ระคายเคืองน้อยกว่า เหมาะทุกสภาพผิว
✔️ Benzac (Original)
✔️ AkneDerm
✔️ Enzolid
✔️ Brevoxyl

• แบบ Alcohol-based
ระคายเคืองมากกว่า แต่ซึมสู่ผิวออกฤทธิ์ดีกว่า ไม่เหมาะกับผิวแห้งหรือแพ้แอลกอฮอล์
✔️ Panoxyl

3. กลุ่มเดอโมคอสเมติกส์แก้ปัญหาสิว

กลุ่มนี้หาซื้อได้ตามร้านยาหรือคลินิก และควรใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากระคายเคืองได้ง่าย ลองเลือกใช้ความเข้มข้นต่ำ ๆ ก่อน ทาบางบริเวณ แล้วค่อยเพิ่มบริเวณและความเข้มข้น
และเลือกให้ดีว่ามีส่วนประกอบอื่นที่มีตัวเองมีการแพ้เป็นการส่วนตัวหรือไม่ค่ะ

✔️ Proactive Repairing treatment
เป็น 2.5% BPO lotion มี anti irritation ค่อนข้างจะระคายเคืองน้อย
มี fragrance, paraben, silicone
✔️ Paula’s Choice CLEAR Regular Strength Skin Clearing Treatment
✔️ Paula’s Choice Extra Strength Daily Skin Clearing Treatment With 5% Benzoyl Peroxide
ไม่มี alcohols, parabens, silicones, polyethylene glycol (PEG), synthetic fragrances
มี Hexylene glycol (Comedogenic rating 2)
มี Laureth-4 (Comedogenic rating 5)
✔️ PCA Skin Acne cream tea tree oil and lactic acid
✔️ Obagi CLENZIderm M.D. Therapeutic Lotion
มี 5%BPO
✔️ Clinique Acne Solutions All-Over Clearing Treatment
มี 2.5% BPO lotion เนื้อบางเบา

4. กลุ่มแต้มเฉพาะจุด

ถ้าใครไม่เคยใช้ BPO มาก่อน และกลัวมีปัญหาหรือระคายเคือง อาจลองเริ่มจากกลุ่มนี้ แต้มเฉพาะจุดดูก่อนก็ได้ค่ะ แล้วค่อยไปใช้กลุ่มทาทั่วหน้า และล้างหน้าเพิ่มเติมได้ถ้าหากไม่มีปัญหาอะไร

✔️ Proactiv and Proactiv+ Emergency Blemish Relief
เป็น 6%BPO มี penthanol ช่วยลดการระคายเคือง แต่มีน้ำหอม
✔️ Murad Acne Spot Fast Fix
เป็น 3.5%BPO เป็น gel-based
มี niacinamide, repairing fatty acids
แต่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม
✔️ Clinique Acne Solutions Emergency Gel Lotion
มี 5%BPO gel lotion ผสม green tree
ไม่มีน้ำหอม แต่มี silicone, alcohol

สุดท้ายนี้
ใครที่เป็นสิวเรื้อรัง รักษาไม่หาย ไม่รู้จะใช้อะไรดี ก็อย่ามัวลองผิดลองถูกอยู่นาน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแลนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

No Sponsored Content

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

10 คำถามเรื่อง Thiamidol & ฝ้าและการสร้างเม็ดสีผิว ‼️

หากพูดถึงเรื่องเดอโมคอสเมติกส์ที่ช่วยเรื่องฝ้าหรือรอยดำจากสิว หลายคนคงรู้จักไทอามิดอลกันมาพอสมควร วันนี้เลยรวบรวม Q&A มา 10 ข้อที่น่าสนใจ

Q1 : เป็นฝ้ามียาทาอะไรใช้รักษาได้บ้าง❓

A : 1st line ของยาทารักษาฝ้า คือ Hydroquinone ซึ่งถือเป็น gold standard แต่ถ้าหากใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างมากและเกิดฝ้าถาวร (Ochronosis) ได้ ปัจจุบันจึงถือว่า Hydroquinone เป็นยาที่ต้องควบคุมการสั่งจ่ายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อาจมีบางประเทศที่กฏหมายอนุญาตให้ผสมในเครื่องสำอางได้ไม่เกิน 2%
ส่วนยาทาอื่น ๆ ที่ใช้ในการรักษาฝ้า เช่น topical retinoid, azelaic acid, topical methimazole เป็นต้น

Q2 : หากไม่อยากใช้กลุ่มยา มีกลุ่ม Dermocosmetics หรือสกินแคร์ตัวอื่นอีกไหมที่ช่วยเรื่องฝ้าได้ ❓

A : มีค่ะ อาจลองมองหาส่วนประกอบเหล่านี้
✔️ กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส เช่น arbutin 3%/deoxyarbutin, tranexamic acid 2-5%, licorice, kojic acid, ascorbic acid, resorcinol, thiamidol
✔️ กลุ่มยับยั้งการขนส่งเมลานินไปที่ผิวหนังชั้นบน (Melanin transfer inhibition) เช่น niacinamide 4%, soybean
✔️ กลุ่มเร่งการผลัดเซลล์เม็ดสีส่วนเกินที่ผิวชั้นบน (Increased epidermal turnover) เช่น glycolic acid, salicylic acid
นอกจากนั้นต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดร่วมด้วยเสมอเพื่อป้องกันการกลับมาเข้มขึ้นของฝ้า

Q3 : แล้ว Thiamidol ล่ะคืออะไร ❓

A : Thiamidol หรือ Isobutylamido thiazolyl resorcinol เป็นสารนวัตกรรมตัวใหม่ ที่ออกฤทธิ์ในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว โดยไปยับยั้งที่ Tyrosinase enzyme นับว่าเป็นสารทางเลือกอันดับต้น ๆ ของคนที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องฝ้า, รอยดำสิว หรือคนที่อยากบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น สารนี้มีงานวิจัยรองรับตีพิมพ์ใน Journal of Investigative Dermatology 2018 ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นการทำวิจัยใน Human tyrosinase ก็ถือว่าเทียบเท่าได้กับการทดลองทาผิวมนุษย์ในชีวิตจริง

Q4 : เมื่อเทียบประสิทธิภาพของไทอามิดอล กับสกินแคร์ที่ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ตัวอื่นแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ❓

A : ปัจจุบันมีสกินแคร์กลุ่ม Tyrosinase inhibitor ที่ไม่ใช่ยาอยู่หลายตัว เมื่อเทียบผลการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase ของ Thiamidol กับสารอื่น ๆ ก็พบว่าไทอามิดอล
💯 ดีกว่า Butylresorcinol 10 เท่า
💯 ดีกว่า Kojic 1,000 เท่า
💯 ดีกว่า Arbutin 10,000 เท่า
จะเห็นว่าไทอามิดอลค่อนข้างจะเป็น Potent Tyrosinase Inhibitor ที่ออกฤทธิ์ในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวได้ค่อนข้างดี

Q5 : Thiamidol ใช้กับผิวคนไทยได้ไหม ❓

A : ได้ค่ะ มีงานวิจัยในผิวคนไทยพบว่า Thiamidol สามารถใช้ได้ผลในการรักษา ดังนี้
💯 ฝ้าที่รุนแรงน้อยถึงปานกลาง (mild to moderate melasma)
💯 กระ (freckles)
💯 กระแดด (solar lentigines)
โดยพบว่า ได้ผลดีกว่า “4% Arbutin + 2% Hydroquinone” ในเวลา 8-12 สัปดาห์

Q6 : อยากผิวขาวขึ้น Thiamidol ช่วยได้ไหม ❓

A : Thiamidol มีงานวิจัยรับรองว่า lightening index ลดลง ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงผิวขาวใสขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าสีผิวของมนุษย์ถูกยีนกำหนดมาแล้ว ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม lightening และกันแดดอย่างดีก็อาจทำให้ผิวขาวขึ้นได้เพียง 1-2 ระดับเท่านั้นเมื่อเทียบกับพื้นสีผิวของแต่ละคน สามารถดูได้ที่หน้าท้อง หน้าอก ก้น หรือบริเวณที่ไม่ค่อยถูกแดดค่ะ

Q7 : ไม่อยากคล้ำหลังเที่ยวทะเล สามารถทา Thiamidol ป้องกันได้ไหม ❓

A : มีข้อมูลพบว่าสามารถช่วยป้องกัน UVB induced hyperpigmentation ได้ พูดง่าย ๆ คือ ถ้าหากทาผิวทุกวัน 1-2 สัปดาห์ก่อนไปออกแดดจัด เช่น ก่อนไปเที่ยวทะเล จะช่วยป้องกันการเกิดผิวคล้ำหลังโดนแดด ได้ดีกว่าการไม่ทา (Downregulation of tyrosinase activity in melanocyte)

Q8 : ใช้ Thiamidol นาน ๆ จะเกิดฝ้าถาวรไหม ❓

A : ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานของผลข้างเคียงเรื่อง ฝ้าถาวร (Ochronosis) ซึ่งมักพบจากการใช้ hydroquinone แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากไทอามิดอลเป็นนวัตกรรมใหม่ คงต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป มีข้อมูลอัพเดทเรื่องการใช้ Thiamidol ทาเพื่อลดฝ้าที่ความรุนแรงมาก นานต่อเนื่อง 6 เดือน ก็พบว่าไม่มีผลข้างเคียง อีกทั้งฝ้ารุนแรงสามารถจางลงชัดเจนและหลังหยุดใช้ 3 เดือนก็ยังไม่กลับมาเข้มขึ้นเท่าเดิม

Q9 : คนท้องมีฝ้า ใช้ Thiamidol ได้ไหม ❓

A : ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเรื่องผลข้างเคียงในคนท้อง และเนื่องจากไทอามิดอลจัดเป็นกลุ่มเดอโมคอสเมติก ซึ่งความปลอดภัยค่อนข้างสูงและผลข้างเคียงน้อย เพราะไม่มีการดูดซึมของสารเข้าสู่กระแสเลือด ก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้พิจารณา

Q10 : Thiamidol มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ใดบ้าง ❓

A : Thiamidol (PATENTED) คิดค้นโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ สถาบัน Beiersdorf Germany สารนี้เป็นส่วนผสมหลักอยู่ในผลิตภัณฑ์ของยูเซอรีนหลายรุ่น ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวล่าสุด คือ “Spotless Booster Serum” เป็นตัวที่อัพเกรดเทคโนโลยีต่อยอดจากรุ่นเดิม [ขวดหลอดคู่ Double Booster Serum] โดยใช้เทคนิค Micro targeted Technology เพื่อเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น มี Hyaluron โมเลกุลขนาดเล็กกว่า 40 เท่า เป็นตัวพาสาร Thiamidol ลงสู่ผิวชั้นลึกได้ดีขึ้น

Bottom Line

การใช้ยาทาภายนอก ถือเป็นการรักษาหลักของการรักษาฝ้า
เดอร์โมคอสเมติกส์เป็นอีกทางเลือก ในคนที่ไม่อยากใช้ยา ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย ออกฤทธิ์ได้ถึงผิวชั้นลึกได้ดีกว่าคอสเมติกส์ ผลข้างเคียงน้อย แต่ผลการรักษาอาจไม่ดีเท่ายา
• ถ้าหากยังได้ผล แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังพิจารณาเพิ่มเติมการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ยารับประทาน หัตถการต่าง ๆ และเลเซอร์
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาฝ้าให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาเพื่อให้ฝ้าจางลงได้ การรักษาฝ้าให้ได้ผลดีควรต้องควบคู่ไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธี และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมน ยาบางชนิด ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นอีก

มีใครเคยลองใช้ไทอามิดอลแล้วบ้างไหมคะ เป็นอย่างไรบ้างชวนมาแชร์ประสบการณ์กันค่ะ ?


References

  1. Inhibition of Human Tyrosinase Requires Molecular Motifs Distinctively Different from Mushroom Tyrosinase Journal of Investigative Dermatology 2018; 138: 1601-1608.
  2. An updated review of tyrosinase inhibitors. Int J Mol Sci 2009; 26(10): 2440-75.
  3. Mechanism of depigmentation by hydroquinone. J Invest Dermatol 1974; 62: 436-49.
  4. Effective Tyrosinase Inhibition by Thiamidol Results in Significant Improvement of Mild to Moderate Melasma Journal of Investigative Dermatology 2019 doi:10.1016/j.jid.2019.02.013
  5. Thiamidol containing treatment regimens in facial hyperpigmentation: An international multi-centre approach consisting of a double-blind, controlled, split-face study and of an open-label, real-world study. International Journal of Cosmetic Science. 2020; 42: 377–387. doi: 10.1111/ics.12626
  6. Isobutylamido thiazolyl resorcinol for prevention of UVB-induced hyperpigmentation. J Cosmet Dermatol. 2020; 00: 1–6.
  7. 7. 24 weeks long-term efficacy and tolerability of a skin care regimen with Thiamidol in patients with moderate to severe facial hyperpigmentation Roongenkamo et al. EADV2020.

Product mentioned
Eucerin Spotless Brightening Booster Serum

(พัฒนาจาก Double Booster Serum รุ่นก่อน)
ส่วนประกอบหลัก :
✔️ Thiamidol เป็น The Powerful Human Tyrosinase Inhibitor
✔️ Hyarulonic acid small molecule ช่วยนำพาสาร Thiamidol ซึมลงสู่ผิวชั้นลึกได้ดีขึ้น
✔️ Licochalcone A ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell เสริมการทำงาน ช่วยลดเรื่องการเกิด hyperpigmentation
เทคโนโลยี Micro Targeted : เพื่อเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และจัดการฝ้า จุดด่างดำได้ดีกว่าเดิม ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น 2 สัปดาห์
เนื้อสัมผัส : บางเบา ซึมง่ายขึ้น
บรรจุภัณฑ์ : สะดวกต่อการใช้งาน หัวปั๊มกดง่ายขึ้น

Disclaimer : Sponsored Content by Eucerin

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne-prone Skincare, According to Dermatologist

คนเป็นสิวใช้อะไรดี..แนะนำแบบนี้ค่ะ ‼️

  1. ไอเทมที่ควรมีคู่กับการรักษาด้วยยาสิว คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช้า-ก่อนนอน, ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
  2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับ acne-prone skin ได้แก่ non-comedogenic, oil free
  3. เลือกให้เหมาะกับผิว เช่น
    ถ้าเป็นสิว+ผิวมันควรเน้นกลุ่มที่ควบคุมความมัน
    ถ้าเป็นสิว+ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ควรเน้นกลุ่มเสริมกำแพงผิว ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
  4. คนผิวมัน เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบา เช่น เจล โลชั่น หรือ ครีมที่ซึมเร็ว ส่วนคนผิวแห้ง เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อครีมจะช่วยบำรุงได้ดีกว่า
  5. คนผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย พยายามเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย เพราะอาจระคายเคืองได้
  6. ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน อย่าใช้ตามเพื่อนหรือคำโฆษณา ควรต้องเลือกที่เหมาะกับตัวเอง
  7. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทับซ้อนกัน เพราะไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้
  8. ในรูปเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นให้ทุกคนลองไปศึกษากันดูค่ะ
  9. สุดท้าย ย้ำเสมอหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงไม่หายสักที แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมประเมินค่ะ

ถ้าชอบ Protocol สกินแคร์สิว Acne-prone Skncare อันนี้ สามารถกดไลค์กดแชร์ได้เลยค่า ♥️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

7 สูตรลับ..ปรับสมดุลผิวที่เป็นสิวเรื้อรัง ‼️

วันนี้มีเคล็ดลับดี ๆ สำหรับใครที่เป็นสิวบ่อย ๆ สิวเรื้อรังไม่หายสักที ลองมาอ่านกันค่ะ ..

นอกจากการรักษาสิวด้วยยาตามแนวทางมาตรฐานแล้ว การดูแลผิวอย่างถูกวิธีจึงต้องควบคู่กันไปด้วยเสมอ ทั้งนี้เพื่อคงความสมดุลผิวและลดการเกิดภาวะ Microbiome Dysbiosis ที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิด สิวเรื้อรังไม่หายสักที ลองนำเคล็ดลับนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ

References:

Dermatol Ther (Heidelb) 2021; 11: 71-77.
Am J Clin Derm 2020; 21(Suppl 1): S18-S24.
Microorganisms 2020; 8: 1752. O’Neill and Gallo Microbiome 2018; 6: 177.

Collab:

HELLO SKIN by หมอผิวหนัง ✖️ SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์ ✖️ SAVV SKIN

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne-friendly Moisturizer สกินแคร์สำหรับคนเป็นสิว

สิว..นอกจากการรักษาโดยการใช้ยากินและยาทาที่สั่งโดยแพทย์แล้วนั้น เดอโมคอสเมติกสำหรับผิวที่เป็นสิวก็สำคัญไม่แพ้กัน

สกินแคร์สำหรับคนเป็นสิวควรเลือกให้เหมาะ และเป็นสิ่งที่ควรมีควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาเพราะจะช่วยเสริมการรักษาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

โดยปกติแล้วสกินแคร์สำหรับคนเป็นสิวแนะนำเลือกคุณสมบัติ 5 ข้อ ล้อไปตามกลไกของการเกิดสิว ดังนี้

1. ชนิดมอยซ์เจอไรเซอร์สำหรับผิวที่เป็นสิว แนะนำ water‐based, nongreasy เนื้อสัมผัสไม่เหนียว ควรใช้ทุกวันเป็นประจำและควรใช้คู่กับ ครีมกันแดดและคลีนเซอร์สำหรับสูตรสิว จะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น

ส่วนประกอบพื้นฐานที่แนะนำ ได้แก่


✔️ Dimethicone และ glycerin เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำจากผิว
✔️ Hyaluronic acid หรือ sodium pyrrolidone carboxylic acid เพื่อช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น

2. ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน (Sebum-controlling agents)
กลุ่มนี้ถ้าหากใครหน้าไม่มัน สามารถข้ามไปได้เลย

ส่วนประกอบที่ช่วยเรื่องความมัน ได้แก่

✔️ Niacinamide
✔️ Bakuchiol
✔️ Zinc
✔️ Fullerene
✔️ L-carnitine
โดยจะเริ่มเห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์ อาจต้องใช้เวลาและต้องมีความสม่ำเสมอใจเย็น

3. ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของรูขุมขน (Keratolytic agents)
กลุ่มนี้จะช่วยให้ยารักษาสิวออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ผิวดูขาวใสขึ้น และ ยังช่วยลดรอยดำจากสิวได้อีก กลุ่มนี้อาจไม่ต้องทาทุกวันก็ได้ ขึ้นกับสภาพผิวและการระคายเคืองซึ่งไม่เหมือนกันในแต่ละคน และจะเริ่มเห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์

ส่วนประกอบที่ช่วยลดการอุดตัน ได้แก่

✔️ Retinol derivatives
✔️ Alpha‐hydroxy acids เช่น glycolic acid
✔️ Beta‐hydroxy acids เช่น salicylic acid
✔️ Polyhydroxy acids เช่น lactobionic acid and gluconolactone
✔️ Linoleic acid

4. ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการอักเสบ (Anti-inflammatory agents)
กลุ่มนี้นอกจากจะช่วยเรื่องลดการอักเสบของสิวแล้ว ยังลดการเกิดรอยแดงและรอยดำที่มักเกิดตามหลังการอักเสบของสิวได้อีก

ส่วนประกอบที่ช่วยลดการอักเสบ ได้แก่

✔️ Azelaic acid
✔️ Licochalcone-A
✔️ Hazel และ Aloe vera
✔️ Zinc
✔️ Soy isoflavones
✔️ Salix alba (active extract of willow bark)
✔️ Gingo biloba extracts
✔️ Epiderma Growth Factors
✔️ Enoxolone (extract from licorice root)
✔️ Penthanol
✔️ Probiotic : Lactobacillus-fermented Chamaecyparis obtusa, Lactobacillus plantarum
อื่น ๆ ที่ช่วยได้ Bakuchiol, Nicotinamide, Decanediol

5. ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยับยั้ง C.acne
(Anti-microbial agents)

กลุ่มนี้จะช่วยลดการเกิดเชื้อดื้อยาได้ดีกว่าการใช้ยาฆ่าเชื้อแต้มสิวเดี่ยว ๆ

ส่วนประกอบที่ช่วยฆ่าเชื้อ ได้แก่

✔️ Decanediol เริ่มเห็นผลประมาณ 8 สัปดาห์
✔️ Tea tree oil 5% เทียบเท่า BPO แต่เห็นผลช้ากว่า
อื่น ๆ ที่ช่วยได้ Bakuchiol, Lactobacillus plantarum

หากใครเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ ผิวมัน ที่กำลังหาสกินแคร์สักชิ้น ลองมองหาส่วนผสมที่กล่าวไปข้างต้นเพื่อเสริมการรักษาไปกับการทายาได้ค่ะ
ทั้งนี้การรักษาและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องค่อย ๆ ลองปรับที่เหมาะกับตัวเอง และหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงแนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแล


References:


JEADV 2015; 29(Suppl. 5): 1-7.
Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.
J Clin Aesthet Dermatol. 2013; 6: 18-24.
J Cosmet Dermatol. 2012 Mar; 11(1): 30-6.
Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.
International journal of pharmaceutics 292.1-2 (2005): 187-194.


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.