Tag Archives: Skincare

สกินแคร์ชะลอวัย 101 ด้วย Retinaldehyde & Bakuchiol

หลายคนที่หวังผล Anti-aging จากการทา Tretinoin แต่ประสบปัญหาหน้าแดง แสบ ลอก ไม่ว่าจะลองปรับลดความถี่ ลดความเข้มข้น เสริมสกินแคร์เพิ่มความชุ่มชื้นมากมาย แต่ก็ไปไม่รอด อยากให้ลองอ่านบทความนี้ เกี่ยวกับสกินแคร์ในรูปแบบทา ที่ออกฤทธิ์ anti-aging ได้คล้ายคลึงกับ tretinoin นั่นก็คือ อนุพันธ์วิตามินเอ (Vitamin A derivatives) และ Bakuchiol

เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานเล็กน้อยกันก่อนค่ะ

ก่อนจะมาเป็น Retinoic acid จะต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงสารตั้งตั้น คือ Retinyl ester Retinol Retinaldehyde -> Retinoic acid ซึ่งเป็นสารตัวที่สามารถซึมลงสู่ผิวชั้นหนังแท้และออกฤทธิ์ได้ที่ผิวหนังในที่สุด

วิตามินเอ Tretinoin and Vitamin A Derivatives
กระบวนการเปลี่ยนแปลงวิตามินเอที่ผิวหนัง

โดยปกติมีการแบ่งวิตามินเอชนิดทา เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มยา ได้แก่ Tretinoin ( retinoic acid) ต้องมีการสั่งจ่ายโดยแพทย์เพราะมีผลข้างเคียงระคายเคืองมากกว่า โดยปกติจึงไม่แนะนำให้ซื้อใช้เอง สามารถอ่านทบทวนบทความที่เคยเขียนไว้ก่อนนี้ได้ค่ะ
  2. กลุ่มสกินแคร์ ได้แก่ Natural vitamin A derivatives และ Bakuchiol ซึ่งจัดเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่ยา และมักถูกนำมาผสมในสกินแคร์เพื่อหวังผลด้าน antiaging ได้แก่
Tretinoin or Retinoic acid ​
Tretinoin or Retinoic acid

2.1 Retinaldehyde

เป็น retinoic acid precursor ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น retinoid acid ได้ที่ keratinocyte ที่ผิวมนุษย์เพียง 1 ขั้นตอน พบว่าใช้ได้ผลในแง่ antiaging อยู่ที่ความเข้มข้น 0.05 – 0.5% โดยหลังการทาผิว 1-3 เดือน มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่

• ความหนาของผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermal thickness) เพิ่มขึ้น
• ความยืดหยุ่นผิว (cutaneous elasticity) เพิ่มขึ้น
• สภาพผิวเรียบขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้น (Texture improvement)
• ค่าการสูญเสียน้ำจากผิว (TEWL) ลดลง ผิวชุ่มชื้นขึ้น
• ค่าการสร้างเม็ดสีผิว (Melanin index) ลดลง ในกรณี Retinaldehyde 0.1% ขึ้นไป

มีข้อมูลเปรียบเทียบการทา retinaldehyde 0.05% กับ การทายา retinoic acid 0.05% พบว่าหลังการทานาน 18 – 44 สัปดาห์ ริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine wrinkle) และผิวที่ไม่สม่ำเสมอ (Roughness) ดีขึ้นทั้งสองชนิด

ดังนั้น การทา retinaldehyde จึงเป็นอีกทางเลือกที่มีข้อมูลรองรับและน่าสนใจสำหรับคนที่ไม่สามารถทนผลข้างเคียงของยาทากรดวิตามินเอ (retinoic acid) ได้ และสามารถใช้ได้ในระยะยาวแม้บริเวณผิวที่มีการระคายเคืองง่าย

Retinaldehyde
Retinaldehyde

2.2 Retinol

เป็นตัวตั้งต้นของ retinaldehyde และต้องผ่าน 2 ขั้นตอนในการเปลี่ยนเป็น retinoic acid นิยมใช้สำหรับผสมในสกินแคร์ ที่ผ่านมามีการศึกษาพบว่าหลังการทา retinol มีการเพิ่มขึ้นของ epidermal retinyl ester แต่ไม่มีการเพิ่มของ retinoic acid level

มีการศึกษาที่ใช้ 0.4-1% retinol ชนิดทาผิว พบว่าปริมาณ collagen ที่ผิว เพิ่มขึ้นหลังการทา 4 สัปดาห์ แต่ประสิทธิภาพต้องขึ้นกับ vehicle ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์นั้นร่วมด้วย คงต้องรอข้อมูลในอนาคตเพิ่มเติม และ retinol จะสลายตัวง่ายเมื่อถูกแสงและอากาศ ต้องเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะ

ข้อดีของกลุ่มนี้คือ อ่อนโยน ระคายเคืองน้อย

Retinol
Retinol

2.3 Retinyl-palmitate, retinyl propionate และ retinyl-acetate

จัดเป็น vitamin A ester derivatives กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ได้ผลน้อยที่สุดในบรรดา topical retinoids ทั้งหมด เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตัดพันธะ ester ให้กลายเป็น retinol และเกิดการ oxidation เพื่อให้เป็น tretinoin อีกที เรียกได้ว่ากว่าจะออกฤทธิ์ได้ต้องผ่านถึง 3 ขั้นตอน และการดูดซึมก็ไม่ดีเท่าที่ควร

ข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มนี้อาจช่วยเรื่อง UV protection ได้เล็กน้อย แต่ยังไม่มีข้อมูลช่วยเรื่อง antiaging

Vitamin A Ester Derivatives
Vitamin A Ester Derivatives

2.4 Bakuchiol

เป็น purified meroterpene phenol สารสกัดจากพืช Psoralea corylifolia (babchi) พบว่ามีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่องสิวได้

โดยพบว่าการทา 0.5% Bakuchiol นาน 12 สัปดาห์ ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้นได้เทียบเคียงกับการทา 0.5% Retinol

นอกจากนั้นยังช่วยให้รอยดำดีขึ้นเพราะช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวร่วมด้วย และยังพบผลข้างเคียงเรื่องระคายเคืองน้อยที่สุดและน้อยกว่า Retinol

ดังนั้น Bakuchiol จึงเป็นน้องใหม่ที่น่าสนใจอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ทนผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคืองของ tretinoin ไม่ได้

Bakuchiol
Bakuchiol

เหนือสิ่งอื่นใดหากต้องการให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ไปนาน ๆ นอกจากการใช้สกินแคร์กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะ ดูแลกำแพงผิวพื้นฐานให้แข็งแรงและเพิ่มความชุ่มชื้นควบคู่ไปด้วยเสมอ โดยมองหาสกินแคร์เหล่านี้ร่วมด้วย

สกินแคร์ที่มีส่วนผสมพื้นฐานของผิว ได้แก่ ceramide, hyaluronic acid หลายโมเลกุล และสกินแคร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น niacinamide, vitamin C, E, ferulic, ectoin เป็นต้น

การใช้สกินแคร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลผิว เพื่อให้ผิวของเรามีสุขภาพดี ซึ่งคงต้องทำควบคู่ไปกับวิธีการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่ การปกป้องผิวจากแสงแดดร่วมด้วยอย่างถูกวิธี ทั้งนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า

ยกตัวอย่างการจัดสกินแคร์พื้นฐานเพื่อชะลอผิวเสื่อมตามวัย
▫️ชิ้นที่ 1 ผลิตภัณฑ์กันแดด

▫️ชิ้นที่ 2 The Concentrate 25.8 Serum Booster ซึ่งมีอนุพันธ์วิตามินเอ (0.1% Retinaldehyde, 1% Bakuchiol) + สารต้านอนุมูลอิสระและส่วนผสมลดการสร้างเม็ดสี (10% Niacinamide, 4% Ascorbyl glucoside, Purified bromelain)

▫️ชิ้นที่ 3 Be-Barrier 24.7 Restoring Serum ซึ่งมีส่วนผสมบำรุงกำแพงผิวพื้นฐาน (10% Ceramide complex, 8 Hyaluronic acid, 2% Ectoin) + ส่วนผสมลดการสร้างเม็ดสี (3% Tranexamic acid)
[อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมท้ายบทความ]

BOTTOM LINE

โดยสรุป วิตามินเอรูปแบบทาเพื่อหวังผลเรื่อง Antiaging

ตัวที่มีข้อมูลรับรองมากที่สุดคือ กลุ่มยาทา Tretinoin เป็นยาที่ต้องมีการสั่งจ่ายโดยแพทย์ การระคายเคืองมาก

ถ้าในแง่สกินแคร์ของอนุพันธ์วิตามินเอที่ได้ผลด้าน Anti-aging อาจพิจารณา Retinaldehyde ซึ่งมีข้อมูลประสิทธิภาพมากที่สุด หรือทางเลือกอื่นที่ระคายเคืองน้อยกว่าและข้อมูลรองลงมา เช่น Bakuchiol (ระคายเคืองน้อยที่สุด) หรือ Retinol

ส่วนกลุ่มที่ปัจจุบันพบว่าไม่ค่อยช่วยเรื่อง anti-aging ได้แก่ กลุ่ม Vitamin A ester คงต้องรอข้อมูลในอนาคตต่อไป

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลผิวสำหรับทุกท่านที่กำลังหาข้อมูลเรื่องวิตามินเอทาผิวอยู่นะคะ ถ้าชอบสามารถแชร์ให้เพื่อน ๆ อ่านได้เลย


References
J Cutan Med Surg. 2022 Jan-Feb;26(1):71-78.
Br J Dermatol. 2019 Feb;180(2):289-296.
J Cosmet Dermatol. 2018 Jun;17(3):471-476.
J Dermatolog Treat. 2017 Dec;28(8):684-696.
Aesthet Surg J. 2010 Jan;30(1):74-7.
Br J Dermatol 2008;158: 472-477.
Clin Dermatol 2008;26:633-635.
Arch Dermatol 2007;143:606-612.
Clin Interv Aging. 2006;1(4):327-48.
Dermatol Therapy 2006;19:289-296


[Disclaimer] สนับสนุนบทความโดย HERBITAGE

ทำการพัฒนาสูตรร่วมกับสถาบัน KAPI ม.เกษตร โดยเป็นการต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้แก่งานวิจัยด้าน Purified Extract จากพืชผลการเกษตรของไทย

สูตรแรก HERBITAGE The Concentrate 25.8 Serum Booster (สีเขียว)💚

ช่วยเสริมการรักษาสิว ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูดีขึ้น รูขุมขนแลดูเล็กลง
ส่วนประกอบหลัก
0.1% Retinaldehyde เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอที่มีข้อมูลประสิทธิภาพด้าน anti-aging มากสุดในกลุ่มเครื่องสำอาง
1% Bakuchiol สารสกัดวิตามินเอจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์คล้ายเรตินอล อ่อนโยน
10% Niacinamide, 4% Ascorbyl glucoside ลดการสร้างเม็ดสีผิว
Purified bromelain เอนไซม์เหง้าสับปะรดบริสุทธิ์ จาก ม.เกษตรศาสตร์ สารต้านอนุมูลอิสระ

เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย ไม่ระคายเคือง
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร, คนแพ้วิตามินเอและอนุพันธ์, ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบ เช่น เซบเดิร์ม

สูตรสอง HERBITAGE Be-Barrier 24.7 Restoring Serum (สีน้ำเงิน)💙

ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เสริมกำแพงผิว ผิวแลดูกระจ่างใส ต่อต้านมลภาวะ
ส่วนประกอบหลัก
2% Ectoin ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว
10% Ceramide complex ช่วยฟื้นฟูกำแพงผิว
3% Tranexamic acid ช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว
8 Hyaluronic acids ช่วยเติมน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นผิว
Liquid Crystal Emulsion ช่วยนำพาสารออกฤทธิ์เข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น

Herbitage Concentrate and Be barrier

ข้อมูลการทดลองจากทาง HERBITAGE โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าหลังการใช้ผลิตภัณฑ์คู่กัน 28 วัน ในอาสาสมัคร 30 คน ริ้วรอยตื้นขึ้น 21.2%, ผิวชุ่มชื้นขึ้น 64.5% และ ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น 6.45%

*ผลลัพธ์ต่อผลิตภัณฑ์ขึ้นกับการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ข้อมูลเพิ่มเติม Link ร้านค้าอย่างเป็นทางการ (ป้องกันของปลอม)
Shopee : https://bit.ly/2PmOxy7

Lazada : https://bit.ly/3fzwrUy

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วิธีเลือกหมวกกันแดด

หมวกทุกชนิดกันแดดได้ แต่หมวกแต่ละชนิดกันรังสียูวีได้ไม่เท่ากัน ปกป้องส่วนต่าง ๆ ของผิวบนใบหน้าได้ไม่เท่ากัน

หากมองหาหมวกสักใบเพื่อเสริมการปกป้องผิวจากแสงแดด แนะนำแบบนี้ค่ะ

หมวก กันแดด

• ผิวที่เราต้องปกป้อง ควรต้องครอบคลุมทุกส่วนบนใบหน้า ทั้งหน้าผาก จมูก คาง แก้ม ท้ายทอย

ดังนั้น ควรเลือกหมวกที่มีปีกกว้าง โดยพบว่าหมวกที่มีส่วนปีกกว้างมากกว่า 7.5 เซนติเมตร และควรปีกกว้างรอบทุกด้าน จึงปกป้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

• มองหาหมวกที่ทำจากวัสดุที่มีระบุค่าที่บ่งบอกถึงการปกป้องยูวีทั้ง UVA & UVB ที่เรียกว่า UPF (ต่างกับ SPF จะหมายถึงเฉพาะ UVB protection) โดยถือว่า

UPF 30-49 จัดเป็น Very good protection

UPF 50+ ขึ้นไป จัดเป็น Excellent protection

ดังนั้น ถ้าแดดแรงมากควรเลือก UPF 50 ขึ้นไป

• สีของหมวกก็สำคัญ แต่ละสีปกป้องแสงแดดไม่เท่ากัน สีเข้มจะสามารถดูดซับแสงไว้ที่ตัวได้ดี ทำให้ทะลุผ่านมาถึงผิวหนังได้น้อยกว่าสีอ่อน

ดังนั้น ควรเลือกสีเข้มจะปกป้องยูวีได้ดีกว่า

• ลักษณะของเนื้อผ้าและการถักทอของผ้า ถ้าผ้าหนา ทอละเอียดจะยิ่งมีโอกาสให้รังสียูวีทะลุผ่านได้น้อย ดังนั้น ควรเลือกผ้าที่หนา ทอแน่น จะดีกว่า ผ้าบาง ทอโปร่ง

กลุ่มปกป้องยูวีได้มากกว่า เช่น ผ้ายีนส์ ผ้าแคนวาส ผ้าขนสัตว์ ผ้าใยสังเคราะห์

• ผ้าอื่น ๆ เช่น

ผ้าฝ้ายไม่ฟอกสี จะยังมีสารลิกนิน ซึ่งเป็น UV absorber ช่วยกันยูวีได้ดีกว่าที่ฟอกสีแล้ว

ผ้าโพลีเอสเตอร์แบบเงา หรือ ผ้าไหมซาติน พวกนี้มีความเงาจะช่วยสะท้อนแสง และกันยูวีได้มากกว่าผ้าไม่เงา

ผ้าบางชนิดใช้เทคโนโลยีการผสม Chemical UV absorber ก็ช่วยได้เช่นกัน

• การสวมใส่ก็ปกป้องได้แตกต่าง แนะนำว่าควรสวมหมวกให้หลวมเล็กน้อย ไม่แน่นมาก เพราะการสวมแน่นจะเป็นการยืดเส้นใยของผ้าให้ถ่างออกและมีรูให้รังสียูวีทะลุผ่านมาได้มากขึ้น

ดังนั้น คนสองคนใส่หมวกใบเดียวกัน อาจจะปกป้องรังสียูวีได้แตกต่าง บางคนหัวเล็กหัวใหญ่ ใส่แล้วหลวมหรือแน่น

การสวมหมวก เป็นหนึ่งในวิธีการเสริมการปกป้องผิวจากรังสียูวี เหนือสิ่งอื่นใดต้องควบคู่กับการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธี เพราะการสวมหมวกปีกกว้าง หรือ ใส่เสื้อแขนยาว ก็ไม่สามารถทดแทนการทาครีมกันแดดได้แน่นอนค่ะ

หากบทความมีประโยชน์ สามารถแชร์ให้เพื่อน ๆ อ่านได้เลย

——————————————

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Licochalcone A คู่หูคู่ซี้ของ ไทอามิดอล ‼️

เชื่อว่ายุคนี้หากใครได้อ่านเรื่อง สกินแคร์ที่ช่วยเรื่องฝ้าและรอยดำ ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของไทอามิดอล ซึ่งเป็นตัวเต็งของ ingredient ที่ช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว และในขณะเดียวกันอาจจะได้ยินชื่อของสารอีกตัวที่มักใช้ร่วมกับ Thiamidol เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น นั่นก็คือ ลิโคชาลโคนเอ (Licochalcone A) ลองมาทำความรู้จักกันในบทความนี้

Licochalcone A คู่หู Thiamidol คู่ซี้ของคนเป็นฝ้า

Licochalcone A เป็นสารสำคัญที่พบใน Glycyrrhiza inflata ซึ่งเป็น Chinese Licorice Root extract (รากชะเอมเทศ)

กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A ได้แก่

  • ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory effects)

ยับยั้งการสร้างและหลั่งสารก่อการอักเสบหลายชนิด เช่น PGE2, LTB4, IL-6, TNFa

  • ต้านเชื้อจุลชีพ (Anti-microbial effects)

โดยข้อมูลหลอดทดลองพบว่า สามารถยับยั้งกลุ่มแกรมบวกและแกรมลบได้ เช่น Staphylococcus aureus, Escherichia coli, Pseudomonas aeruginosa, Bacillus subtilis รวมถึง C.acne, H.pylori

  • ยับยั้งเชื้ออื่น ๆ

เช่น เชื้อมาลาเรีย P. falciparum, เชื้อราชนิด dermatophyte, C.albicans และเชื้อไวรัสบางชนิด

  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ (Antitumorigenic effects)
  • ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant effects)
กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A​
กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A

ในสมัยก่อนคนจีนจึงนิยมใช้เป็น ยาแผนโบราณในการรักษาโรค (Traditional Medicine) เช่น แผลในกระเพาะหรือลำไส้, ผิวหนังอักเสบ หรือ โรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกาย เพราะสืบเนื่องจากคุณสมบัติข้างต้น

ปัจจุบันมีการนำ Licochalcone A มาผสมสกินแคร์ในรูปแบบของการทา

หลากหลายมากขึ้น และมีข้อมูลพบว่าช่วยให้ภาวะเหล่านี้ดีขึ้นได้

• ผื่นที่เกี่ยวกับการอักเสบ ได้แก่ ผื่นสะเก็ดเงิน, ผื่นคัน, ผื่นเซบเดิร์ม
• ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง Atopic dermatitis เพราะลดการอักเสบและยัง repair skin barrier ได้
• ผื่นโรเซเชีย, ผิว sensitive skin เพราะมีฤทธิ์ anti irritation ร่วมด้วย
• สิว เพราะลดการอักเสบและยับยั้ง C.acne ร่วมด้วย
• ฝ้าและรอยดำจากการอักเสบ

ในแง่การเกิดฝ้า

นอกจากกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวที่ถูกกระตุ้นมากขึ้นแล้ว ยังพบว่า ผิวในชั้นลึกลงไปมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
ได้แก่

กระบวนการเกิดฝ้า​ Melasma
กระบวนการเกิดฝ้า

• เส้นใยอิลาสตินยืดหยุ่นลดลง เกิด solar elastosis คล้ายกับที่พบในผิวที่เกิดความเสื่อมจากการถูกแสงแดด (photoaging disorder)
• Basement membrane zone (BMZ) ที่กั้นระหว่างชั้นหนังแท้กับหนังกำพร้ามีรอยรั่ว ไม่แข็งแรง จึงเกิดฝ้าลึกตามมา
• เส้นเลือดใต้ผิวหนังถูกกระตุ้นให้มีการเพิ่มจำนวน & ขนาด และหลั่งสาร Endothelin ซึ่งกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้นตามมา
• มีการเพิ่มปริมาณของ mast cells หลั่ง histamine เพิ่ม และกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้นตามมา
• เซลล์ไขมัน Sebocyte มีการหลั่งสารที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานมากขึ้น

ดังนั้น หากมองหาสกินแคร์เพื่อดูแลผิวที่เป็นฝ้าหรือผิวหมองคล้ำก็ควรต้องมองหาสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการข้างต้น และถ้าหากยับยั้งได้หลายกลไกก็มีแนวโน้มที่จะเห็นผลการรักษาได้ดีกว่า

ยกตัวอย่างการจับคู่สกินแคร์

ชิ้นที่ 1: สกินแคร์ที่มีส่วนผสมหลักของ Licochalcone A + Thiamidol + Hyaluronic acid
ร่วมกับ
ชิ้นที่ 2: ครีมกันแดด
ก็ช่วยได้หลายกลไก ดังนี้

Sunscreen ช่วยลด photoaging และลดการสร้างเม็ดสี
Licochalcone A ช่วยทำให้ฝ้าและรอยดำจากการอักเสบดีขึ้น จากหลายกลไล
• ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี โดยมีข้อมูลสามารถทาในระยะยาวได้อย่างปลอดภัย
• ลดการหลั่ง Endothelin จึงทำให้การสร้างเม็ดสีในฝ้าน้อยลง
• ช่วยลดการอักเสบ จึงเกิดรอยดำตามมาน้อยลง
Thiamidol เป็น potent tyrosinase inhibitors อ่านเพิ่มเติมในบทความก่อนนี้
Hyaluronic acid ช่วยเสริม skin barrier แข็งแรง

กลไก Licochalcone A รักษาฝ้า​
กลไก Licochalcone A รักษาฝ้า

มีข้อมูลพบว่า เมื่อใช้สกินแคร์ซึ่งมีส่วนผสมหลักของ Licochalcone A + Thiamidol + Hyaluronic acid พบว่าฝ้าจางชัดเจน และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง 6 เดือน พบว่าฝ้าสามารถจางลงไปเรื่อย ๆ และสามารถป้องกันการกลับเป็นซ้ำของฝ้าหลังหยุดใช้ได้อย่างน้อย 3 เดือน
ดังนั้น จึงแนะนำให้ทาเป็นประจำสม่ำเสมอร่วมกับการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาฝ้าค่ะ

Bottom line

สกินแคร์ นอกจากจะเป็นเป็นตัวเสริมการรักษาฝ้าด้วยยาแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อ maintenance หลังการรักษาจบแล้ว เพื่อลดโอกาสการกลับมาเข้มขึ้นของฝ้าอีก แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ 100% เพราะปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาฝ้าให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาเพื่อให้ฝ้าจางลงได้ การรักษาฝ้าให้ได้ผลดีควรต้องควบคู่ไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธี และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมน ยาบางชนิด เป็นต้น

ปัจจัยกระตุ้นฝ้า​
ปัจจัยกระตุ้นฝ้า

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ทุกท่านที่ได้จะรู้จัก ลิโคชาลโคนเอ (Licochalcone A) มากขึ้นในหลายแง่มุมนะคะ


References:

J Toxicol Environ Health A. 2020 Nov 16;83(21-22):673-686.
Curr Med Chem. 2020;27(12):1997-2011.
Clin Cosmet Investig Dermatol. 2019 Feb 19;12:151-161.
Pharm Biol. 2017 Dec;55(1):5-18.
J Eur Acad Dermatol Venereol. 2016 Feb;30 Suppl 1:21-7.
Acta Pharm Sin B. 2015 Jul;5(4):310-5.
Arch Dermatol Res. 2006 Jun;298(1):23-30.
Life Sci. 2002 Aug 9;71(12):1449-63.


[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย
Eucerin Spotless Booster Serum

ส่วนประกอบหลัก :
Thiamidol เป็น The powerful Human Tyrosinase Inhibitor {อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.facebook.com/476743752739537/posts/1259180884495816/?d=n}
Hyarulonic acid small molecule ช่วยนำพาสาร Thiamidol ซึมลงสู่ผิวชั้นลึกได้ดีขึ้น
Licochalcone A ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell เสริมการทำงาน ช่วยลดเรื่องการเกิดฝ้าและรอยดำหลังการอักเสบได้ดียิ่งขึ้น

เทคโนโลยี Micro Targeted : เพื่อเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และจัดการฝ้า จุดด่างดำได้ดีกว่าเดิม ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น 2 สัปดาห์

Eucerin Spotless Booster Serum

อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Fernblock Technology แต่ละรุ่นของ Heliocare

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของผลิตภัณฑ์กันแดด Fernblock Technology แต่ละรุ่นของ Heliocare ค่ะ

Heliocare Fernblock Technology ครีมกันแดด
Heliocare Fernblock Technology

แนะนำให้ลองเลือกดูตามความเหมาะสมของผิวแต่ละคนนะคะ


อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Hypochlorous Acid ทำความสะอาดพื้นผิว ลดสิวหน้ากาก

รู้หรือไม่ Hypochlorous acid ‼️
มีประโยชน์หลายอย่างที่บางท่านอาจยังไม่รู้

เช่น
ทางเลือกของคนแพ้เจลแอลกอฮอล์
ทำความสะอาดพื้นผิวโดยไม่มีการทำลาย
ช่วยลดสิวหน้ากาก ลดการอักเสบผิว
และอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่อยากให้ลองมาทำความรู้จักในโพสนี้

1. Hypochlorous acid คือ อะไร ?

กรดไฮโปคลอรัส หรือ ชื่อทางเคมีว่า HOCl เป็นกรดอ่อน ๆ ที่ถูกผลิตขึ้นโดยธรรมชาติโดยเซลล์เม็ดเลือดขาว (ทั้งชนิด neutrophils, eosinophils, mononuclear phagocytes และ B lymphocytes) ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเพื่อปกป้องร่างกาย ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รวมทั้งสปอร์ของเชื้อราได้ โดยการเข้าไปทำลายผนังหุ้มเซลล์ของเชื้อโรค เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านั้น

Hypochlorous Acid คือ อะไร​
Hypochlorous Acid คือ อะไร

2. ในชีวิตประจำวันสามารถพบเจอ Hypochlorous acid ได้ที่ไหนบ้าง ?

กรดไฮโปคลอรัส สามารถพบได้จาก “น้ำอิเล็กโทรไลต์” ซึ่งเป็นน้ำที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโทรไลซิส (Electrolysis) ซึ่งคิดค้นครั้งแรกโดยนักฟิสิกส์และนักเคมี ซึ่งสารละลายตัวนี้หากทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมที่่ไม่เหมาะสม เช่น ถูกแสงแดด, ที่อุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ก็จะทำให้ไม่คงตัวและอาจเสื่อมสภาพได้ง่าย ดังนั้น ควรเก็บในที่ไม่ร้อน อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส ไม่ถูกแสงแดด

Electrolyte Water​ น้ำอิเล็กโทรไลต์
Electrolyte Water

3. Hypochlorous acid มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?

ตามที่กล่าวข้างต้น จึงมีการนำ Hypochlorous acid มาใช้สำหรับ พ่นหรือเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อตามพื้นผิวต่าง ๆ เช่น ตามผนังกำแพง โต๊ะ ทั้งในโรงงาน โรงแรม ร้านอาหาร หรือ แม้แต่สเปรย์ทำความสะอาดของกิน ผัก ผลไม้ ได้โดยไม่อันตราย
กรดไฮโปคลอรัส เป็นอีกหนึ่งใน Ideal ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามพื้นผิวต่าง ๆ (Ideal disinfectant and sanitizer) เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ 99% ใช้ง่าย สะดวก ปลอดภัย และเมื่อฉีดลงบนพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาดแล้วจะเปลี่ยนเป็นน้ำทันที ไม่ก่อการระคายเคือง ราคาไม่แพง

ประโยชน์ของ Hypochlorous acid​
ประโยชน์ของ Hypochlorous acid
ประโยชน์ของ Hypochlorous acid

4. Hypochlorous acid สามารถใช้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่ผิวหนังของมนุษย์ได้หรือไม่ ?

เนื่องจากกรดไฮโปคลอรัส เป็นกรดชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกันในเม็ดเลือดขาวของร่างกายมนุษย์ จึงปลอดภัยไม่เป็นอันตราย ไม่ก่อการระคายเคือง สามารถใช้กับผิวหนังได้ ที่ผ่านมาหลาย ๆ ประเทศก็เริ่มมีการนำ Hypochlorous acid มาเป็นส่วนผสมในสเปรย์และน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อใช้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น
✔️ สเปรย์ฆ่าเชื้อที่ใบหน้า มือ เท้า
✔️ น้ำยาฆ่าเชื้อผิวบริเวณที่บอบบาง เช่น ดวงตา
✔️ น้ำยาฆ่าเชื้อบ้วนปาก
✔️ หรือแม้แต่น้ำยาล้างแผลผ่าตัด เป็นต้น

5. สามารถใช้ Hypochlorous acid กับแผลที่ผิวหนังโดยตรงได้หรือไม่ ?

สามารถใช้กับแผลที่ผิวหนังโดยตรงได้ ไม่ได้มีข้อห้าม ไม่ระคายเคือง และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสบางชนิดที่ผิวหนังได้ โดยไม่ก่อให้เกิดภาวะแผลหายช้าลง (Delayed wound healing) ต่างกับสารละลายบางอย่างที่ไม่ควรใช้กับแผลโดยตรง เช่น Hydrogen peroxide, povidone iodide เพราะอาจมีการทำลายเนื้อเยื่อและแผลอาจหายช้าลงได้ อย่างไรก็ตาม หากมีแผลที่ผิวหนังแนะนำพบแพทย์ร่วมด้วยเสมอ

ประโยชน์ของ Hypochlorous acid
ประโยชน์ของ Hypochlorous acid

6. คนแพ้คลอรีน แพ้แอลกอฮอล์ หรือ ใช้เจลแอลกอฮอล์แล้วมีผื่นแดง แห้ง ลอก อักเสบ สามารถใช้ Hypochlorous acid แทนได้หรือไม่ ?

สามารถใช้ได้ ปัจจุบันมี Hand sanitizing ที่ใช้ Hypochlorous acid หลายรูปแบบ ทั้งชนิดที่มีหรือไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์, คลอรีน ร่วมด้วย ทั้งนี้มีข้อมูลพบว่า การใช้ Hypochlorous acid ในปริมาณที่เหมาะสม ก็มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคมากกว่าคลอรีนถึง 80-120 เท่า
ดังนั้น การใช้ Hypochlorous acid หรือ Electrolyte Water ก็เป็นอีกทางเลือกในคนที่ไม่สามารถใช้คลอรีนหรือแอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดผิวได้ อีกทั้งยังอ่อนโยน ไม่ก่อการระคายเคืองผิว ไม่ทำให้ผิวแห้ง และไม่มีกลิ่น

สเปรย์ทำความสะอาด Hypochlorous acid

7. Hypochlorous acid ในแง่ของปัญหาผิวหนังและความงาม สามารถใช้ประโยชน์ในกรณีไหนบ้าง ?

ตามที่กล่าวข้างต้นว่า Hypochlorous acid ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ได้โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย ยกตัวอย่างเช่น

ในโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ก็พบว่าการใช้ Hypochlorous acid ชโลมที่ผิว ช่วยลดการกำเริบโรคจากการก่อตัวของแบคทีเรีย Staph aureus, Strep epidermidis ได้

ในโรคผิวหนังอักเสบ หรือ สะเก็ดเงิน มีข้อมูลว่าช่วยเสริมการรักษา ช่วยลดการอักเสบและลดอาการคันได้

ในกรณีสิว พบว่าสเปรย์ที่ผิวหน้าหรือบริเวณหน้ากากก่อนใส่ ช่วยลดการเพาะเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวจากหน้ากาก (Maskne) ตามมาได้ หรือ สเปรย์ที่หมวกกันน็อคหรือหมวกคลุมผมก่อนเข้าห้องผ่าตัด ก็ช่วยลดการก่อสิวบริเวณหน้าผากไรผม

Hypochlorous acid ลดสิวหน้ากาก
Hypochlorous acid ลดสิวหน้ากาก

นอกจากนั้น Hypochlorous acid ยังมีคุณสมบัติยับยั้งการสร้าง biofilm จึงสามารถลดการรวมกลุ่มของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่รวมกัน และยังมีข้อมูลพบว่า..

ช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่สะสมในอุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ได้ เช่น แปรงสีฟัน แปรงแต่งหน้า อุปกรณ์เครื่องล้างหน้า เป็นต้น

Hypochlorous acid ลดการสร้าง biofilm​
Hypochlorous acid ลดการสร้าง biofilm

หวังว่าเรื่อง Hypochlorous acid ในบทความนี้ จะช่วยให้ทุกท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผิวและเลือกใช้ทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าหากชื่นชอบบทความและเห็นว่ามีประโยชน์ก็สามารถแชร์ให้เพื่อน ๆ คนอื่นได้อ่านกันเยอะ ๆ นะคะ

ด้วยความปรารถนาดี


References:
J Oral Maxillofac Surg. 2020 Sep;78(9):1461-1466.
J Cosmet Dermatol. 2020 Feb;19(2):270-277.
J Burns Wounds. 2007 Apr 11;6:e5.


[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย
MeTime Natural Solution Water Spray สเปรย์ทำความสะอาดอิเล็กโทรไลต์

นวัตกรรมเลียนแบบเซลล์เม็ดเลือดขาว มาตรฐานการผลิตที่มีการแนะนำจาก WHO ว่าสามารถใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้
ผ่านการรับรองจากสถาบันวิจัยมหิดล ว่าลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ 99.99%
ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อสูง และรวดเร็วกว่าสเปรย์แอลกอฮอล์ 4 เท่า
ใช้ทำความสะอาดบาดแผล ช่องปาก ดวงตา โดยไม่เป็นอันตราย
ใช้ทำความสะอาดอาหารสด สัมผัสอาหารได้
ใช้ทำความสะอาดโดยไม่ทำลายพื้นผิวให้เสียหาย เช่น หนังแท้ เสื้อผ้า
ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ติดไฟ
ไม่ก่อการระคายเคือง ผิวไม่แห้ง

MeTime Natural Solution Water Spray

👩🏻‍⚕️อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Event

CeraVe IML Special Launch Event

Academic Talk about “Skin barrier and Topical Hydrourea”

คุณหมอลูกเจี๊ยบ พญ.วรายุวดี อมรภิญโญ ร่วมพูดคุยให้ความรู้เรื่อง Skin barrier and Topical Hydrourea ร่วมกับ 3 หนุ่ม โฟร์ทณัฐวรรธน์, จิมมี่ จิตรพล และ ภูวินทร์ ในงานเปิดตัว CereVe Intensive Moisturizing Lotion วันที่ 31 มีนาคม 2568 ณ เมกะบางนา #ceraveimlxfourth #ceravethailand


The DERMA Day โดยเภสัชสมาคมแห่งประเทศไทย

คุณหมอลูกเจี๊ยบ พญ.วรายุวดี อมรภิญโญ ได้รับเชิญพูดคุยเรื่องการรักษาสิวและฝ้าในสุภาพสตรีวัยเจริญพันธุ์ ร่วมกับ คุณบินท์ ภก.สิรีธร สีห์อร่ามวัฒน์ Miss International 2019 ในวันที่ 10 กันยายน 2565 ณ Banyan Tree Bangkok


——————————————

อ่านบทความที่ helloskinderm.com

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

6 ข้อควรรู้ สำหรับคนผิวแพ้ง่ายใช้อะไรก็แสบคัน ‼️

ผิวแพ้ง่าย

ก่อนจะเริ่มอ่านบทความนี้ อยากให้ทุกท่านลองสำรวจตัวเองดูก่อนว่า 

…คุณมีผิวแพ้ง่าย..หรือไม่ ?

เพราะถ้าหากผิวเราแพ้ง่าย การเลือกสกินแคร์และการดูแลผิวอาจต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิมค่ะ

1. อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่า “ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย”

• อาการแสดงของผิวหนังที่บ่งบอกว่าคุณเป็นผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย ได้แก่

• แสบผิว ออกร้อน

• คันยุบยิบ

• ผื่นแดง ผด แห้ง ลอก

• รู้สึกไม่สบายผิว

โดยเฉพาะเมื่อถูกสิ่งกระตุ้นที่คนผิวปกติทั่วไปมักจะไม่มีอาการ

อาการแสดง ผิวแพ้ง่าย sensitive skin
อาการแสดงของ Sensitive Skin

2. ทำไมบางคนจึงเกิด Sensitive skin ขึ้นมาได้ ทั้งที่ไม่ค่อยใช้อะไรทาผิวมากมาย

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด พบว่าการเกิดภาวะนี้อาจไม่เกี่ยวกับอาการแพ้ใด ๆ ก็ได้ และเชื่อว่าเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

• Skin barrier ไม่แข็งแรง ทำให้สารก่อการระคายเคืองซึมลงผิวได้ง่ายขึ้น

• เส้นประสาทที่ผิวหนัง มีความไวมากขึ้น จึงเกิดการระคายเคืองผิวได้ง่ายขึ้น

• มีการกระตุ้นกระบวนการอักเสบผิวมากขึ้น จึงมักมีผิวแดง แสบ คัน ได้บ่อย ๆ

• มีความผิดปกติของยีนบางอย่าง

สาเหตุทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนปกติทั่วไป

สาเหตุผิวแพ้ง่าย
สาเหตุของผิวแพ้ง่าย

3. ทำไมผิวคนเราจึงมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น

ผิวที่มีความไวมากขึ้นเกิดจากความผิดปกติ 2 อย่าง คือ

1) มีความผิดปกติของระบบเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ผิวหนัง

2) มีสิ่งกระตุ้นให้มักทำให้อาการกำเริบ ได้แก่

• ความร้อน

• แสงยูวี

• ฝุ่น PM2.5

• อากาศเปลี่ยนแปลง

• ส่วนประกอบในสกินแคร์บางอย่าง

• ฮอร์โมน อารมณ์และความเครียด

สิ่งกระตุ้นเหล่านี้จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของ barrier function ร่วมกับ มีการอักเสบที่ผิวตามมาได้ค่ะ

สิ่งกระตุ้นให้ผื่นเห่อ ผิวแพ้ง่าย
สิ่งกระตุ้นให้ผื่นกำเริบ

4. มีการทดสอบอะไรช่วยวินิจฉัยโรคนี้หรือไม่

โดยปกติจะให้การวินิจฉัยภาวะ Sensitive Skin Syndrome จากอาการและอาการแสดง หากไม่แน่ใจอาจใช้วิธีการทดสอบช่วยวินิจฉัยได้

เช่น การใช้ 10% Lactic acid หรือ Capsaicin ทาบริเวณซอกจมูก และ โหนกแก้ม แล้วดูว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ หรือวิธีการทดสอบอื่น ๆ ซึ่งจะไม่ได้กล่าว ณ ที่นี้

5. หากเป็นภาวะนี้แล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

• หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้น เช่น แสงแดด, ฝุ่น PM2.5, ความเครียด, การแกะเกาที่ผิว

• หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อการระคายเคืองผิว เช่น

❌ ยาทาสิวกลุ่ม tretinoin, BPO

❌ สกินแคร์หรือยาที่มี alcohol, น้ำหอม, สารกันเสีย

❌ สารกลุ่มผลัดเซลล์ผิว เช่น glycolic acid

• ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ แนะนำเป็น Physical sunscreen จะระคายเคืองน้อยกว่า Chemical sunscreen

• ล้างหน้าให้สะอาดเพื่อลดการระคายเคืองจากสารตกค้างที่ผิว

• ปรับมอยเจอไรเซอร์ให้เหมาะสม

• หากมีผื่นกำเริบ ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยอาจพิจารณาใช้ยาทากลุ่ม topical immunomodulators และการรักษาอื่นขึ้นกับแพทย์พิจารณา

การปฏิบัติตัวเมื่อผิวแพ้ง่าย ระคายเคือง sensitive skin
การปฏิบัติตัวเมื่อเป็น Sensitive skin

6. มอยเจอไรเซอร์สำหรับ Sensitive Skin ควรเลือกแบบไหน

• มอยเจอไรเซอร์ควรเลือกที่มีคุณสมบัติที่แก้ปัญหาตรงจุดตามปัญหาผิว คือ

1) ช่วยบำรุงกำแพงผิว

2) ช่วยลดการอักเสบผิว

3) มีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมลดความไวของตัวรับเส้นประสาทที่ผิว

ยกตัวอย่าง Defensive Technology ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bioderma ก็มีคุณสมบัติครบทั้งสามอย่าง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมตอนท้าย)

• แนะนำ fragrance-free

• เลี่ยงสารที่อาจก่อการแพ้สัมผัสหรือระคายเคืองได้บ่อย เช่น lanolin, wool alcohols

• เลี่ยงการใช้ surfactant ที่อาจระคายเคืองมาก โดยเฉพาะกลุ่ม anionic or cationic เช่น sodium lauryl sulfate, sodium laurate เป็นต้น

Skincare สำหรับผิวแพ้ง่าย
คุณสมบัติ Skincare สำหรับผิวแพ้ง่าย

สุดท้ายสิ่งสำคัญ การมีปัญหาหน้าแดง คัน แสบ สามารถเป็นได้จากหลายโรค ซึ่งก่อนให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะ Sensitive skin syndrome ตามที่เล่ามาทั้งหมดในโพสนี้ จำเป็นต้องวินิจฉัยแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกไปก่อน เช่น ผื่นแพ้สัมผัส, แพ้แดด, โรคภูมิแพ้ผิวหนัง, ภาวะโรเซเชีย เป็นต้น

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นภาวะ Sensitive Skin Syndrome หรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังช่วยประเมินนะคะ

ถ้าหากเห็นว่าบทความมีประโยชน์ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อน ๆ คนอื่น ได้อ่านบทความนี้ด้วยกันนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Am J Clin Dermatol. 2020 Jun;21(3):401-409.

J Drugs Dermatol. 2019;18(1 Suppl.):s68-74.

Actas Dermosifiliogr (Engl Ed). 2019 Dec;110(10):800-808.

Arch Toxicol 2015;89(12):2339-444.

Int J Cosmet Sci. 2012;35(1):2-8.

Int J Cosmet Sci. 2011;33(5):421-5.

Dermatol Ther 2004;17(Suppl 1):16-25.

——————————————

[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Bioderma Sensibio Defensive

Bioderma Sensibio Defensive

ครีมบำรุงผิว เหมาะสำหรับผิวแพ้ระคายเคืองง่าย

คิดค้นขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ Defensive technology ซึ่งมีคุณสมบัติหลัก 3 ประการ จากสารประกอบหลัก ได้แก่

▫️ Carnosine + Vitamin E ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ antipollution ซึ่งมีข้อมูลพบว่าช่วยลด oxidative stress ได้มากกว่ากลุ่ม control ถึง 75%

▫️ Tetrapeptide-10 ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว โดยข้อมูลในหลอดทดลองพบว่า สามารถเพิ่ม filaggrin gene, involucrin, loricrin, เพิ่มการทำงานของเอนไซม์ transglutaminase และเพิ่มโปรตีน corneodesmosin ที่ชั้นผิวได้ 46%

▫️ Red sage polyphenols ช่วยลดการอักเสบผิว จาก 2 กลไก คือ

1) ยับยั้งการกระตุ้น TRPV1 receptor ซึ่งเป็นตัวรับความรู้สึกปวดบริเวณปลายประสาท ส่งผลให้ลดอาการแสบ คัน ยุบยิบลดลง 

2) ลดการหลั่ง PGE2, COX-2 จากเซลล์ keratonocyte, ลดการหลั่ง IL-1a จึงส่งผลให้กระบวนการอักเสบผิวลดลง 36%

ข้อมูลการทดลองจาก Bioderma พบว่า ช่วยปลอบประโลมผิวลดอาการแดง แสบ คัน ได้อย่างชัดเจนในนาทีที่ 3 หลังการทา & ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้นาน 12 ชั่วโมง เมื่อใช้ต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ไม่เหนอะ

*การตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์และการรักษาขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

——————————————

อ่านบทความย้อนหลัง www.helloskinderm.com (คลิก)

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

 

 

 

 

 

 

 

 

กลเม็ดพิชิต “รอยดำสิว”

แม้ว่ารอยดำจากสิว..ไม่ได้อันตราย แต่อาจส่งผลทางด้านจิตใจเป็นอย่างมากต่อใครหลายคน ถ้าหากเราสาเหตุการเกิดรอยดำจากสิวและรักษาตรงจุด ก็จะได้ผลการรักษาที่ดีค่ะ

กลเม็ดพิชิต รอยดำสิว

สาเหตุการเกิดรอยดำที่ผิวหนังนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุขึ้นกับเป็นโรคผิวหนังอะไร บางโรคอาจเกิดจากความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี หรือ กระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ แต่หากกรณีเป็นรอยดำที่เกิดตามหลังการเป็นสิวนั้นเกิดเนื่องจากมีการอักเสบของผิวหนังเป็นหลักค่ะ

เมื่อไหร่ที่เกิดสิวอักเสบขึ้นแล้ว ..

อาจเกิดเป็น รอยสีแดง ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne erythema ซึ่งมักพบในคนผิวขาวได้บ่อยกว่า หลังจากนั้นจะมีการกระตุ้นผ่านระบบอิมมูนที่ผิวหนัง กระตุ้นเอนไซม์ tyrosinase และกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้น และเกิดรอยดำหรือน้ำตาลตามมา ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne hyperpigmentation ซึ่งมักพบในคนผิวสีคล้ำได้บ่อยกว่า

ดังนั้น เดอร์โมคอสเมติกส์หรือยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบและยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้ จึงมีส่วนช่วยลดการเกิดรอยดำและรอยแดงสิวได้

รอยแดงสิว รอยดำสิว แตกต่างกัน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยดำจากสิวที่สำคัญที่สุด คือ ..

การอักเสบของผิวหนัง สิวอักเสบเล็กน้อยก็เกิดรอยดำตามมาได้ และหากยิ่งสิวอักเสบรุนแรงและอักเสบนาน ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดรอยดำที่รุนแรงมากกว่าและนานกว่า

ดังนั้น หากไม่อยากมีรอยดำสิว สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องรีบรักษาสิวให้ดีแต่เนิ่น ๆ

รังสียูวี เป็นอีกตัวการที่สำคัญ ..

ที่กระตุ้นให้รอยดำสิว มีความรุนแรงและเข้มขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น การป้องกันผิวจากแสงแดดให้ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ทาผลิตภัณฑ์กันแดดสม่ำเสมอ, ใส่หมวก, กางร่ม, หลบแดด ตามความเหมาะสม

การทำให้ผิวเกิดความบาดเจ็บ ..

จะยิ่งกระตุ้นกระบวนการอักเสบผิว ทำให้รอยดำทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่รอยดำ แต่ยังอาจเกิดแผลเป็น รอยแดง หลุมสิวตามมาได้อีก ซึ่งส่งผลให้การรักษาสิวยุ่งยากและยาวนานกว่าเดิม

ดังนั้น หากเป็นสิวแล้วไม่อยากเกิดรอยดำสิว รอยแดง หลุมสิวตามมา ก็แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ค่ะ

ปัจจัยกระตุ้นรอยดำสิว

หลังจากสิวอักเสบหายแล้ว ..

แต่ละคนอาจเกิดรอยดำตามมามากน้อยไม่เท่ากัน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความรุนแรงของรอยดำ

ปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ได้แก่

✔️ ความรุนแรงของการอักเสบสิว

✔️ รังสียูวี

✔️ การบีบแกะสิว

และยังมีปัจจัยที่เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น

✔️ ชนิดสีผิว คนผิวสีเข้มมีโอกาสเกิดรอยดำได้มากกว่าคนผิวขาว

✔️ กรรมพันธุ์หรือประวัติครอบครัว

เป็นต้น

เมื่อเกิดรอยดำจากสิวแล้ว รอยดำจะค่อยจางลงไปได้เอง ..

ตามกระบวนการผลัดเซลล์ผิว โดยใช้ประมาณเวลา 6 เดือน – 5 ปี แล้วแต่บุคคล

ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การรักษาสิวแต่เนิ่น ๆ อย่างถูกวิธี ไม่ควรลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ร่วมกับการเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่มีส่วนเสริมการรักษาสิวอย่างเหมาะสม

เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิว ..

แนะนำ Water‐based, nongreasy เนื้อสัมผัสไม่เหนียว, non comedogenic (เคยเขียนบทความไปแล้วลองไปทบทวนได้)

สรุปอีกครั้งสั้น ๆ คุณสมบัติของ Moisturizer สำหรับคนเป็นสิว ที่ควรมี 4 อย่าง ได้แก่

✔️ ช่วยลดการอักเสบ (Anti-inflammatory agents) เช่น Licochalcone-A, azelaic acid, hazel, aloe vera, zinc, soy isoflavones

✔️ ช่วยผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของรูขุมขน (Keratolytic agents) เช่น hydroxy acid, linoleic acid

✔️ ช่วยควบคุมการสร้างน้ำมันผิว (Sebum controlling) เช่น L-carnitine, niacinamide, zinc, fullerene

✔️ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อสิวโดยไม่ทำให้ผิวเสียสมดุล (Anti microbial agents) เช่น Decanediol, tea tree oils

เมื่อเกิดรอยดำสิวขึ้นแล้ว แนะนำให้ปรับการรักษาด้วยกลุ่มยาทาก่อน ซึ่งที่มีข้อมูลช่วยเรื่องรอยดำสิวได้ คือ

✔️ กลุ่มยาทา (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน) เช่น hydroquinone, retinoids, azelaic acid, dapsone gel เป็นต้น

✔️ กลุ่มสกินแคร์ เช่น thiamidol, kojic acid, ascorbic acid, arbutin, niacinamide, licorice extract, aloesin, ferulic acid เป็นต้น

สกินแคร์รักษารอยสิว

และหากไม่ดีขึ้น แนะนำปรึกษาแพทย์พิจารณาปรับการรักษาเสริม เช่น

✔️ Chemical peeling

✔️ Laser/light therapy เช่น blue light PDT, Nd:YAG laser

เป็นต้น

โดยสรุป ‼️

ถ้าไม่อยากมีรอยดำสิว ควรรีบรักษาสิวอย่างถูกวิธี

ถ้ามีรอยดำจากสิวแล้วอาจต้องใช้เวลา ซึ่งนานแค่ไหนแล้วแต่ผิวและปัจจัยของแต่ละคน

หากใครที่กังวลหรือเร่งด่วน เช่น ต้องออกงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ผิวหน้า ก็แนะนำพบแพทย์ปรับยารักษาช่วยได้ ร่วมกับ การเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิวและรอยดำ เช่น Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง) ก็เป็นทางเลือกที่เสริมให้การรักษามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นได้ค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Dermatol Reports. 2021 Oct 6;13(3):8223.

G Ital Dermatol Venereol. 2020 Jun;155(3):280-285.

J Dermatolog Treat. 2019 Sep;30(6):578-581.

J Dermatol. 2016 Jul;43(7):826-8.

JEADV 2015; 29(Suppl. 5): 1-7.

Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.

J Clin Aesthet Dermatol. 2013; 6: 18-24.

J Cosmet Dermatol. 2012 Mar; 11(1): 30-6.

Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.

International journal of pharmaceutics 292.1-2 (2005): 187-194.

——————————————

[ Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Eucerin Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum

นวัตกรรมเซรั่มลดรอยสิว เหมาะสำหรับผิวที่เป็นสิว ช่วยลดการเกิดรอยดำจากสิว สีผิวดูสม่ำเสมอ

ส่วนผสมออกฤทธิ์ยับยั้งครบทั้ง 4 กระบวนการก่อสิว ร่วมกับ ไทอามิดอลที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว

ส่วนประกอบหลัก :

✔️ Thiamidol สิทธิบัตรเอกสิทธิ์เฉพาะยูเซอริน เป็น The powerful Human Tyrosinase Inhibitor ช่วยลดการเกิดรอยดำสิวได้ดี

✔️ Licochalcone A เป็นสารสกัดจากรากของพืชชะเอมจีน เป็น antioxidant ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell จึงช่วยลดเรื่องการเกิดรอยดำสิวที่ตามมาได้

✔️ Salicylic acid ลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของสิวในระยะยาว

✔️ Decanediol ลดการสะสมของแบคทีเรีย C.acne ที่ก่อให้เกิดสิว จึงช่วยลดปัจจัยของการเกิดสิวเรื้อรัง

✔️ Sebum Regulation เทคโนโลยีควบคุมความมัน ด้วย Active L-Carnitine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการควบคุมการสร้างน้ำมันผิว จึงช่วยคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง และเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยสามารถรักษาความชุ่มชื้นผิวไว้ได้อย่างสมดุล

เนื้อเซรั่มเป็นแบบไฮโดรเจล ซึมไว ไม่เหนอะ

ผ่านการทดสอบ non-comedogenic & non-acnegenic tested

ข้อมูลการทดลองจากทางยูเซอรีน พบว่า รอยดำ รอยแดง และความมันผิว เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 สีผิวแลดูสม่ำเสมอขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

*การตอบสนองต่อการรักษาและผลิตภัณฑ์ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Eucerin Pro acne Anti-acne Mark เซรั่มลดรอยสิว

——————————————

อ่านบทความย้อนหลัง Website HELLOSKINDERM (คลิก)

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.