Tag Archives: dermatologist

ANA positive แล้วยังไงต่อดี

ว่าด้วยเรื่องของมหากาพย์ ANA positive แล้วยังไง ไม่จบแค่นี้นะคะ ต้อง approach ไปต่ออย่างไร ???
สรุปในหน้าเดียวจาก Euroimmun เตรียมสอบแนะนำท่องทบทวนหน้านี้ค่ะ

Reference: Euroimmun

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Step เลือกสกินแคร์เริ่มแบบนี้

Skincare Routine Step​ เริ่มต้นเลือกสกินแคร์
Skincare Routine Step
Skincare routine

Step 1

เช็คสภาพผิวของตัวเองก่อน และต้องเช็คเรื่อยๆ เพราะสภาพผิวสามารถเปลี่ยนได้

https://www.facebook.com/476743752739537/posts/994477387632835/?d=n

https://youtu.be/tjEx82EuhLU

Step 2

เลือกสกินแคร์เบสิคที่ควรมีให้ครบก่อน
หลังจากนั้นใช้ไป 1-2 เดือน มาดูยังเหลือปัญหาอะไรที่อยากแก้ไขเพิ่มเติม

Step 3

เลือกสกินแคร์แก้ไขปัญหาของแต่ละบุคคล เช่น
ผิวขาดน้ำ -> เติมน้ำ เติม hya
ผิวแห้งระคายเคือง -> เลือกส่วนผสมลดการระคายเคือง ส่วนมากจะรวมในมอยเจอไรเซอร์ ลองเลือกดู
ผิวชรา -> เน้นเพิ่ม antioxidant, กลุ่มวิตามินเอหรืออนุพันธ์ (ถ้าใช้ยาอยู่แล้วก็อาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มสกินแคร์วิตามินเอก็ได้)
ผิวหมองคล้ำ รอยดำ ฝ้ากระ -> เน้นกันแดด เพิ่มกลุ่ม Lightening

Step 4

มองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเอง สามารถดูในลิ้งค์ HELLOSKINDERM หรือ QR code แล้วแบ่งการทาเป็นเช้าเย็น ดังรูป

ปล. ผลิตภัณฑ์ในลิ้งค์เป็นเพียงตัวอย่างเพียงส่วนหนึ่งที่คัดมาแล้ว ให้สำหรับคนไม่มีเวลาหาข้อมูลค่ะ และจะมีการอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทุก 1 เดือน

#saveไว้ได้ใช้แน่


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

รวมส่วนผสมชะลอผิวแก่ในครีมกันแดด

ส่วนผสมชะลอผิวแก่ในครีมกันแดด

ส่วนผสมที่เติมในครีมกันแดดแล้วเสริมการปกป้องผิวในครีมกันแดดได้มีข้อมูลอะไรบ้าง

Additives in sunscreen

การเผชิญกับ UV และ VL เป็นเวลานาน สามารถกระตุ้นให้มีการเพิ่มขึ้นของ ROS, MMPs และมีการทำร้าย DNA ที่ผิวหนังได้ ดังนั้น การทาครีมกันแดดสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ

อ่านเจอข้อมูลงานวิจัยที่พูดถึงสารต่าง ๆ ที่นำมาผสมในครีมกันแดดเลยนำมาแบ่งปัน
ส่วนใหญ่วัตถุประสงค์ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการทำร้ายผิวจากสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวี และเพื่อชะลอการเกิดผิวชราจากแสงแดด หรือ ที่เราเรียกว่า Photoaging นั่นเอง

สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ถูกยกขึ้นมากล่าวถึงมากที่สุด เพราะเชื่อว่าช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นได้ เช่น

Vitamin C (L-ascorbic acid)

ตัวนี้สลายง่ายที่ค่า pH ปกติที่ผิวหนังเรา จึงเห็นมักผสมกับตัวอื่นเพื่อให้คงตัวมากขึ้น เช่น Vitamin E, Ferulic acid
โดย vitamin C จะเป็น cofactor ในกระบวนการ collagen synthesis และลดการสะสมของ elastin ได้

Vitamin E

มีข้อมูลว่าช่วยลด lipid peroxidation, photoaging, immunosuppression และ photocarcinogenesis

Retinoids

ช่วยยับยั้ง activation of protein-1 & MMP-1 expression ผลคือ กระตุ้นการสร้างคอลาเจน ผิวหนาขึ้นและแข็งแรงขึ้น แต่เนื่องจากความไม่คงตัวของกลุ่มนี้ ทำให้สลายได้ง่ายเมื่อถูกรังสี UV, VL จึงไม่ค่อยเห็นผสมในครีมกันแดดบ่อยนัก อาจเห็นพวกที่รูปแบบค่อนข้างเสถียรกว่า retinoids เช่น Retinyl
palmitate ที่มักผสมในสกินแคร์ต่าง ๆ โดยมักทำเป็น liposome เพื่อให้คงตัวมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพก็อาจด้อยกว่า tretinoin or retinol
ส่วนประเด็น retinyl palmitate เมื่อถูกยูวีแล้วจะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมาหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน อันนี้ยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

Polyphenols

พบใน botanicals เช่น tea leaves, grape seeds (Vitis vinifera), blueberries, almond seeds, and pomegranate extract พวกนี้จะมีสารที่เรียกว่า epigallocatechin-3-gallate ซึ่งช่วยลด MMP-1 ตัวทำร้ายคอลาเจน และตัวมันเองสามารถเพิ่ม SPF ได้ร่วมด้วยนิดหน่อย

Soy extracts

มีข้อมูลว่า soybean-derived serine protease inhibitors ช่วยลดรอยดำ และริ้วรอยเล็ก ๆ ตื้น ๆ ที่ผิวได้

Melatonin

ช่วยปกป้องเซลล์ผิว keratinocytes, melanocytes, and fibroblasts และป้องกัน UV-induced photoaging ได้

Algae extract

บางชนิดนอกจากพบว่าดูดซับรังสียูวีได้ ยังช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระที่ผิวได้ พบว่า Mycosporine-like amino
acids (MAAs) จาก algae ยังเป็น potent UV filters โดย maximum absorption 310 และ 362 nm ทีเดียว นอกจากนั้นยังอาจได้ยินชื่อ เช่น Porphyra umbilicalis, Corallina pilulifera methanol extract แต่กลุ่มนี้ยังอาจมีประเด็นถกเถียงเรื่อง eco-friendly photoprotection คงต้องติดตามต่อไปในอนาคต

Polypodium leucotomos extract (PLE)

ตัวนี้มีข้อมูลทั้งรูปแบบทา และ กิน ว่าช่วยได้ทั้ง antioxidative, chemoprotective, immunomodulatory,
and anti-inflammatory effects เรื่องสารตัวนี้เคยทำคลิป ลองไปดูเพิ่มเติมได้ค่ะ
https://youtu.be/DCOx4HMN_a4

ตัวอื่นที่มีข้อมูลว่าช่วยลด MMP-1 expression ได้ ก็เช่น
Caffeine
Echinacea pallida extract
Gorgonian extract
Chamomile essential oil

นอกจาก oxidants แล้วก็ยังมี Photolyases ที่ถูกนำมาผสมครีมกันแดด เพราะสามารถช่วย DNR repair ได้ ส่งผลให้มี photoprotective effects และ anti-oxidants ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม การผสมสารเหล่านี้เข้าในครีมกันแดดแต่ละแบรนด์นั้นไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพออกมาดีเท่ากันเสมอไป จะดูแค่ว่า..มีหรือไม่มีชื่อเหล่านี้ในส่วนผสมอาจไม่พอ เพราะยังคงต้องดูในรายละเอียดเรื่อง ความเข้มข้นที่มากพอ, ความสามารถในการซึมผ่านผิวชั้น Stratum corneum และ ความคงตัวของครีมกันแดดตัวนั้นในที่สุดด้วยเช่นกัน

สุดท้ายแล้ว ก็อยากให้ทาครีมกันแดดกันสม่ำเสมอ เพราะนอกจากจะช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายด้วยรังสียูวี ป้องกันมะเร็งผิวหนังแล้ว ยังช่วยเรื่องชะลอผิวเสื่อมชราด้วยนะคะ..สภาพ

หวังว่าจะชอบบทความนี้กันนะคะ ถ้าชอบก็สามารถไลค์ เลิฟ แชร์ เป็นกำลังใจให้ด้วยน๊าค๊า


Reference
Guan, L.L., Lim, H.W. & Mohammad, T.F. Sunscreens and Photoaging: A Review of Current Literature. Am J Clin Dermatol 22, 819–828 (2021). https://doi.org/10.1007/s40257-021-00632-5

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

แบบไหนเรียก “สิวจากแมสก์” Maskne

ช่วงเวลานี้เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องใส่แมสก์เวลาจะไปไหนมาไหน แต่เราทราบกันว่าจะต้องปฏิบัติตัวดูแลผิวอย่างถูกวิธีอย่างไรเพื่อลดโอกาสการเกิด ผื่นแพ้ หรือ สิวจากการใส่แมสก์

โดยวัตถุประสงค์ของโพสนี้ คืออยากเล่าให้ฟังว่า กลไกทำไมสิวจึงเกิดเห่อขึ้นมา แต่ยังคงเน้นย้ำเสมอว่าการใส่แมสก์นั้นมีเหตุผลเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค และเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ที่ควรปฏิบัติ เมื่อเทียบกับเรื่องสิวค่ะ

รู้ไหมว่า..???

1. สิวจากการใส่แมสก์อาจเกิดในคนที่ไม่เคยเป็นสิวมาก่อนในชีวิตก็ได้ ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่งจะมีสิวในตอนนี้

2. สิวจากการใส่แมสก์ อาจเกิดในคนที่กำลังรักษาสิวอยู่ และสิวสงบดี เพราะสภาพแวดล้อมใต้แมสก์เปลี่ยนไปสิวจึงเห่อขึ้นได้ ฉะนั้น อย่าเพิ่งโทษว่าดื้อยาหรือยาไม่ได้ผล แนะนำให้ลองปรับที่การดูแลผิวก่อนเลยอันดับแรก

3. สิวจากการใส่แมสก์ อาจพบมีอาการคันร่วมด้วยได้ และหลาย ๆ คนจะมีหน้ามันมากขึ้น ฉะนั้น ถ้าคันก็อาจทานยาแก้คัน และอาจปรับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหรือสกินแคร์เป็นกลุ่มที่ช่วยควบคุมความมันร่วมด้วย

4. มีงานวิจัยพบว่า การใส่แมสก์ต่อเนื่องเกิน 4 ชั่วโมงต่อวันขึ้นไป ทำให้อุณหภูมิผิวเพิ่มขึ้น และทุก ๆ 1°C ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ squalene ที่ผิวเพิ่มขึ้น และมีการหลั่งน้ำมันผิวมากขึ้น 10% ส่งผลให้สิวเห่อตามมาได้มากขึ้นกว่าเดิม ฉะนั้น หากอยู่ในที่โปร่ง หรืออยู่บ้านคนเดียว อาจเปิดแมสก์เพื่อระบายอากาศบริเวณผิวใต้แมสก์เป็นช่วงๆ ก็ช่วยได้

5. นอกจากนั้น การใส่แมสก์ต่อเนื่องนาน ๆ จะทำให้ความชื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้เซลล์ keratinocyte ที่ผิวและรูขุมขนบวมขึ้น จึงมีโอกาสเกิดรูขุมขนอุดตันและทำให้สิวเห่อตามมาได้อีกด้วย

6. สิวที่เกิดจากการใส่แมสก์ มักเป็นสิวอุดตันหรือตุ่มแดง ไม่ค่อยพบว่าเป็นสิวที่อักเสบนูนแดงรุนแรง ยกเว้นในกรณีที่มีการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมา

7. สิวจากการใส่แมสก์ มักเป็นที่บริเวณแก้มและจมูกเป็นส่วนใหญ่ หรือหากดูจากรูปก็คือบริเวณ O-zone เพราะเป็นบริเวณสัมผัสแมสก์ แต่มักจะไม่พบบริเวณหน้าผาก ใต้คาง หรือคอ

8. สิวจากการใส่แมสก์ อาจเกิดหลังจากใส่แมสก์ไปแล้วเป็นเดือน – หลายเดือน จนบางครั้งเราอาจไม่นึกว่าเป็นจากการใส่แมสก์ บางทีมีอาการคันร่วมด้วยนึกว่าแพ้จึงไปซื้อยาสเตอรอยด์มาทา ก็อาจทำให้สิวยิ่งเห่อหนักขึ้นไปอีก

9. Ideal Face Mask ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว มีการ propose ไว้ดังรูปค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม เราคงต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องการป้องกันโรคติดต่อร่วมด้วย การเลือก mask เป็นเพียงส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเท่านั้น

การใส่แมสก์ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่อยากให้ละเว้น แต่เรามีวิธีปฏิบัติตัวเพื่อลดความรุนแรงของการเกิดสิวได้ และหากสิวเห่อแล้ว ก็มีวิธีรักษาดูแลได้เช่นกัน ดังนั้น อย่ากลัวการใส่แมสก์เลยนะคะ

หากไม่แน่ใจว่าคุณเป็นผื่นแพ้หรือสิวจากการใส่แมสก์ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางช่วยตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

References:

Diagnostic and management considerations for “maskne” in the era of COVID-19
J Am Acad Dermatol. 2021 Feb; 84(2): 520–521.

Increased flare of acne caused by long-time mask wearing during COVID-19 pandemic among general population.
Dermatol Ther. 2020 Jul; 33(4): e13704.

Seasonal aggravation of acne in summers and the effect of temperature and humidity in a study in a tropical setting. J Cosmet Dermatol. 2019 Aug; 18(4): 1098-1104.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ทาครีมเท่าไหร่..ให้เห็นผลและไม่สิ้นเปลือง

ปริมาณการทาครีมเท่าไหร่ที่เห็นผลและไม่สิ้นเปลือง ⁉️

ความจริงแล้วไม่มีปริมาณที่ระบุเป๊ะ ๆ ตายตัวที่แน่นอน เพียงแค่ว่า.. ปริมาณที่แนะนำนั้นควรตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ….

ไม่มากเกินไป -> จนก่อให้เกิดการระคายเคืองและภาวะแทรกซ้อน และหากเป็นการทาตอนเช้า ก็อาจทำให้แต่งหน้าต่อได้ยากขึ้นอีกด้วย

ไม่น้อยเกินไป -> จนทาไปแล้วก็ไม่ได้ผล ไม่ต่างกับไม่ทาอะไรเลย

Sunscreen

ใช้มากกว่าครีมทั่วไป เพื่อการปกป้องที่ได้ผล อันนี้ต้องยอมลงทุน เพราะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ถ้าให้เลือกทาอย่างเดียวก่อนออกจากบ้าน สำหรับหมอเองก็คงต้องเป็นครีมกันแดดแน่นอนค่ะ ทราบไหมว่า..การทากันแดดอย่างถูกวิธี ช่วยให้หน้าขาวใสขึ้นได้ และป้องกันฝ้า กระ มะเร็งผิวหนังได้ด้วย ลองดูนะคะ

Vitamin A derivatives cream

ใช้แต่น้อยก็เห็นผล พวกนี้ต้องอาศัยความต่อเนื่องและใช้เวลา อย่างน้อยก็ 3 เดือนขึ้นไป ต้องทาไปเรื่อย ๆ และใจเย็น อย่ากลัวว่าจะไม่ได้ผลโดยการทาทีละมาก ๆ การทามาก ๆ จะทำให้มีผลข้างเคียงมากกว่าผลดี ส่วนใครที่ระคายเคืองมากก็อาจต้องลดปริมาณหรือทาเพียงบางบริเวณไปสักระยะ

Serum

กลุ่มนี้ทำมาเข้มข้นมากอยู่แล้ว ต่างจากพวกน้ำตบ โลชั่น หรือโทนเนอร์ ดังนั้น ใช้แต่พอเหมาะ ไม่ต้องเยอะมาก เยอะมากไปอาจระคายเคืองและสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ใช้เพียง 2-3 หยด แต้ม 5 จุดแล้วเกลี่ยบางๆ รีบทาเพราะซึมเร็ว พวก oil-based จะใช้น้อยกว่า water-based เนื่องจากเนื้อครีมที่หนากว่า คนหน้าใหญ่อนุโลม +1 หยดได้

Cleanser

ไม่ต้องใช้เยอะ เอาพอเหมาะ เยอะเกินไปจะชำระล้างไขมันหรือสารต่าง ๆ ที่เคลือบผิวออกไปหมด สุดท้ายผิวแห้ง เกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันอย่าใช้น้อยไป เพราะอาจทำให้ชำระล้างสิ่งสกปรกออกไปหมด เกิดสิวอุดตันตามมา

Eye cream

ไม่ต้องเยอะมาก เมล็ดถั่วเขียวต่อตา 1 ข้างเพียงพอสำหรับผิวที่บอบบาง ตอนทาควรใช้นิ้วนาง เพื่อลดการลงน้ำหนักตอนทาที่มากเกินไป บริเวณนี้เน้นเบาๆ ทาแรงไปอาจเกิดริ้วรอยตามมา

Scrub

ใช้เฉพาะบางราย ไม่แนะนำให้ใช้ทุกคน และการสครับควรเว้นบริเวณรอบตา รอบปาก ข้างจมูก บริเวณที่บอบบาง เพราะอาจระคายเคืองได้

Facial Mask

ไม่ต้องใช้ทุกราย ถ้าครีมเพียงพอแล้ว อาจไม่ต้องมาสก์ก็ได้

อย่าลืมว่าผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำแนะนำข้างต้นนี้เพื่อเป็นไอเดียให้ลองนำไปปรับใช้ในการดูแลผิวกันนะคะ ได้ผลยังไงมาเล่าสู่กันฟังได้เลย

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ซิลิโคนเจลชนิดทา..มีวิธีเลือกใช้อย่างไรดี

วันนี้มีคนไข้ที่ตัดไฝและนัดมาตัดไหมหลายคนเลย ทุกคนถามด้วยคำถามเดียวกันว่า ทาอะไรป้องกันแผลเป็นนูนได้บ้างคะ/ครับคุณหมอ ‼️

หมอเคยเขียนเรื่อง #การรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ ไปแล้วก่อนนี้ สามารถกลับไปทบทวนได้ค่ะ ในลิ้งค์นี้เลย
https://www.facebook.com/476743752739537/posts/959204974493410/?extid=0&d=n

วันนี้เลยจะมาเล่าเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า กรณีที่เกิดแผล แกะสิว หรือ หลังทำเลเซอร์ หลังผ่าตัด เราจะใช้ซิลโคนเจลอย่างไรดีเพื่อ ลดโอกาสการเกิดแผลเป็นนูนคีลอยด์ได้ในอนาคต

1. วิธีที่สามารถดูแลตัวเองเองเบื้องต้นที่บ้านได้สะดวกและปลอดภัยที่สุด คือ การทาหรือแปะแผ่นซิลิโคนเจล
ดังนั้น หากลองแล้วประมาณ 2-3 เดือน ไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อพิจารณาปรับการรักษาวิธีอื่นตามความเหมาะสม

2. ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่ได้ผลดีที่สุด การใช้หลายวิธีร่วมกันก็ยังคงเป็นสิ่งที่แนะนำเสมอ ร่วมกับ การรักษาแผลอย่างถูกวิธี
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ ระวังการเกิดบาดแผลโดยเฉพาะบริเวณที่มักเกิดแผลเป็นนูนได้บ่อย เช่น หน้าอก ไหล่ หลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นสิวและชอบแกะเกา เป็นต้น

3. ซิลิโคนเจล สามารถใช้แบบชนิดทา หรือ แบบแผ่นแปะก็ได้ หากใช้อย่างถูกวิธีจะได้ผลการรักษาใกล้เคียงกัน แบบชนิดทาจะช่วยลดอาการคันได้ดีกว่าแบบแปะนิดหน่อย แต่ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น ใช้อะไรก็ได้ตามความสะดวก แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี

4. กลไกป้องกันและรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ของซิลิโคนเจล คือ เพิ่มความชื้นและลดการระเหยน้ำจากแผลเป็นคีลอยด์ ช่วยลดการทำงานของไฟโบรบลาส ลดการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติ ทำให้แผลเป็นนุ่มขึ้นและแบนราบขึ้น
ดังนั้น การใช้ซิลิโคนเจล จึงแนะนำให้ทาต่อเนื่องอย่างน้อย 6-12 เดือนหลังแผลหาย เพราะถึงแม้ผิวด้านบนดูสมานดี แต่ด้านล่างยังคงมีกระบวนการซ่อมแซมผิวอย่างต่อเนื่องอยู่

5. การใช้ซิลิโคนแบบแผ่นแปะให้ได้ผล ควรแปะแผ่นซิลิโคนเจลต่อเนื่อง อย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง นานอย่างน้อย 6-12 เดือน ขึ้นกับงานวิจัย และเลือกแปะบริเวณที่สะดวก เลื่อนหลุดได้ยากหน่อย เช่น หลัง อก เป็นต้น
ดังนั้น บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่น มือ เข่า ศอก หรือบริเวณใบหน้าที่ต้องคำนึงถึงความสวยงามร่วมด้วย ก็อาจไปใช้ชนิดทาจะเหมาะสมกว่า

6. การใช้ซิลิโคนเจลรูปแบบทา ให้เริ่มทาตั้งแต่ตอนที่แผลแห้งและปิดสนิทมีสีชมพู หรือหลังตัดไหมแล้ว โดยทาเช้าเย็น ปาดครั้งเดียว ไม่ต้องถูไปมา หลังทาแล้วจะแห้งเหมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้
ดังนั้น แนะนำว่าหลังทาแล้วควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 3-5 นาที ก่อนจะแต่งหน้าหรือใส่เสื้อผ้าทับ เพื่อป้องกันการลอกหลุดของเจล และหากเวลารีบด่วนอาจใช้ไดร์หรือพัดลมเป่าช่วยแห้งเร็วขึ้นได้

7. ส่วนผสมอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลแผลเป็นในซิลิโคนเจล ได้ก็อย่างเช่น
Vitamin C : ช่วยปรับสีของแผลเป็นให้จางลง
Vitamin E : ช่วยลดการอักเสบและสมานแผล แผลนุ่มชุ่มชื้น
Moisturizer : ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวเพื่อรักษารอยแผลเป็นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น glycerin, allantoin
ดังนั้น ลองเลือกดูตามความเหมาะสม

8. ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เป็น ซิลิโคนเจลที่ใช้ได้มีหลายยี่ห้อ เช่น

Strataderm & Stratamed
มี Polydimethylsikoxanes, Slioxanas, Alkylmethyl Silicones
Hiruscar Silicone Pro
มี MPS, VitC
Smooth E Scar Silicone Gel
มี Cyclopentaxyloxane, dimethicone
Dermatix Ultra
มี Cyclopentaxyloxane, VitC
Provamed Scar Silicone
มี Cyclopentaxyloxane (CPX), vitC, vitE
Vitara Ultra Silicone gel
มี Cyclopentaxyloxane (CPX), vitC, vitE
Kelosil Silicone Scar gel
มี Dimethylpolysiloxane (DPX) และ Cydopentasiloxane (CPX), VitC
Actewound SI silicone gel
มี Cyclopentasiloxane, Polydimethylsiloxane
Clenascar silicone gel
มี Cyclopentaxyloxane (CPX), vitC

9. การทาซิลิโคนเจลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันและรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่สามารถทำได้เองไม่ยากในระยะเริ่มแรก อาจลองเลือกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ดูตามความชอบเนื้อสัมผัส, ส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม รวมทั้งงบประมาณของแต่ละบุคคล และโดยส่วนใหญ่หากแผลเป็นมานานเกิน 6 เดือนขึ้นไป มักไม่ค่อยได้ผลกับการรักษาด้วยวิธีนี้
ดังนั้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อพิจารณาการรักษาด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมต่อไปค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพผิวเวลาเกิดบาดแผล และโดยเฉพาะคนที่มีประวัติการเป็นแผลเป็นนูนมาก่อน ถ้าชอบบทความนี้อย่าลืม #พิมพ์หัวใจสีเขียว 💚 เป็นกำลังใจให้ตามระดับความชอบด้วยค่ะ

– No Sponsored Content –

Reference
J Clin Aesthet Dermatol. 2020;13(2):33–43.
J Cutan Aesthet Surg. 2009 Jul-Dec; 2(2): 104–106.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ขาหนีบ รักแร้ ซอกคอ และก้น ดำคล้ำทำไงดี ‼️

ทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้าและผิวกายที่อยู่นอกร่มผ้าเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โพสนี้เลยอยากจะขอพูดถึงการดูแลผิวบริเวณซอกพับ ขาหนีบ ก้น หรือรักแร้ เพราะหลายคนอาจมองข้ามไป เชื่อว่ามีหลายคนที่ประสบปัญหารอยคล้ำที่ผิวหนังจุดลับและบริเวณขาหนีบ ซึ่งทำให้บางคนไม่มั่นใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ หรืออาจจะไม่กล้าแต่งตัวใส่บิกินีหรือเสื้อแขนกุดด้วยเพราะเหตุนี้ก็ได้ค่ะ

เรื่องของ อวัยวะเพศสีคล้ำ กับ ซอกขาหนีบและก้นดำคล้ำ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสาเหตุอาจไม่เหมือนกันทั้งหมดซะทีเดียว

บางคนอาจจะเข้าใจว่าคนที่มีอวัยวะเพศคล้ำเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ แต่ไม่ใช่เสมอไป การที่อวัยวะเพศมีสีคล้ำนั่นเพราะสีของอวัยวะเพศถูกกำหนดด้วยพันธุกรรมของเม็ดสีเมลานินในแต่ละบุคคล หรืออาจเกิดจากปัจจัยเสริมอื่น เช่น การเดินเสียดสีบ่อยๆ ใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เป็นต้น
ซึ่งหากเป็นด้วยเหตุเพราะสีของเมลานินที่ติดตัวเรามา ก็อาจจะไม่มียาหรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้อวัยวะเพศขาวขึ้น แต่การเลี่ยงพฤติกรรมเสียดสี
ก็อาจช่วยให้สีผิวบริเวณนั้นจางลงได้บ้างแต่ไม่ทั้งหมดค่ะ

ผิวบริเวณขาหนีบและบริเวณก้นค่อนข้างจะบอบบาง แม้แต่เสื้อผ้าหรือกางเกงที่สวมใส่ ก็ไม่ควรรัดแน่นเกินไป
✔️ มีข้อมูลว่าการใส่กางเกงยีนส์แน่น ๆ เกิน 4 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถทำให้มีอาการเจ็บ ปวดแสบ บริเวณอวัยวะเพศเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
✔️ การใส่กางเกงยีนส์แน่นมากจะเพิ่มความอับชื้นบริเวณขาหนีบ ส่งผลให้มีการติดเชื้อราบริเวณขาหนีบและช่องคลอดได้
✔️ การเสียดสีจากเสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือเสียดสีบริเวณขอบกางเกง ส่งผลให้เกิดรอยดำคล้ำบริเวณขาหนีบหรือแก้มก้นได้ และยังพบว่ามีปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลให้ผิวบริเวณขาหนีบและบริเวณก้นคล้ำขึ้น เช่น การนั่งที่พื้นแข็ง ๆ เป็นเวลานานเป็นประจำ, การอาบแดดหรือตากแดดบ่อย ๆ, การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์, กรรมพันธุ์, ผื่นแพ้สัมผัสจากเส้นใยถักทอเสื้อผ้าบางชนิด และ การดูแลรักษาความสะอาดไม่ดีอาจส่งผลให้เกิดรูขุมขนอักเสบและเกิดรอยดำตามมาได้
ดังนั้น หากใครไม่อยากให้ผิวบริเวณนี้ดำคล้ำมากขึ้น จึงต้องให้การดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ ทั้งการเลือกเสื้อผ้า การดูแลความสะอาด การปกป้องผิวจากแสงแดด และเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะสม ก็จะช่วยลดความคล้ำบริเวณนี้ได้

คราวนี้อยากให้ทุกคนรู้จัก ภาวะหนึ่งที่ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า ‘Acanthosis nigricans’ คือ การมีผิวส่วนซอกพับ ขาหนีบ รักแร้ ซอกคอ เกิดผื่นหนาตัว สีคล้ำขึ้น เหมือนขี้ไคลที่ขัดไม่ออก อาจขรุขระคล้ายกำมะหยี่ บางรายพบที่มือ ปาก อวัยวะเพศ หัวนม เยื่อบุตา แก้ม ร่วมด้วยได้

ภาวะ acanthosis nigricans เกิดจากมีการกระตุ้นให้มีการเพิ่มจำนวนของ epidermal keratinocytes & dermal fibroblasts โดยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ Insulin, Insulin-liked Growth factor (IGF), FGFR ที่อยู่บน keratinocyte & fibroblasts

ภาวะนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

• โรคทางกรรมพันธุ์บางอย่าง
• โรคทางต่อมไร้ท่อ เช่น Cushing syndrome, PCOS, Acromegaly, เบาหวาน
• โรคทางอิมมูน เช่น โรคลูปุส, โรคหนังแข็ง
• เนื้องอกหรือมะเร็ง บางชนิด ซึ่งรอยดำอาจนำมาหรือตามหลังการเกิดมะเร็งก็ได้ โดยผื่นดำมักเป็นเร็ว และเป็นเยอะ ตอบสนองต่อการรักษาไม่ค่อยดีนัก แต่มักดีขึ้นหลังจากมะเร็งต้นเหตุได้รับการรักษา
• ภาวะน้ำหนักเกิน กลุ่มนี้บางคนอาจเป็นเบาหวานในอนาคต
• การทานยาบางอย่าง เช่น ยาลดไขมันบางตัว ยาสเตอรอยด์ ยาฮอร์โมนบางชนิดพวก Estrogen, Insulin andoral contraceptive pills, โกร์ทฮอร์โมน, อาหารเสริมนักเพาะกาย, ยาไทรอยด์, Nicotinic acid ซึ่งหลังหยุดยา อาการรอยดำมักดีขึ้น

สาเหตุ Acanthosis nigricans

ซึ่งทั้งหมดนี้ ต้องหาสาเหตุเพื่อรักษาให้ตรงจุดค่ะ แนะนำว่าหากมีรอยคล้ำที่ซอกพับ ขาหนีบ รักแร้ ที่ไม่แน่ใจ ลองดูดังนี้

• หากน้ำหนักเยอะ ให้ลดน้ำหนัก
• ตรวจหาเบาหวาน ไขมันสูง ความดัน
• หากขาหนีบดำเกิดจากการตั้งครรภ์ รอยคล้ำมักดีขึ้นหลังจากคลอดบุตรแล้วประมาณ 3 เดือน
• หากทานยาข้างต้น ลองปรึกษาแพทย์ปรับยาที่เป็นสาเหตุ
• หากมีน้ำหนักลด ผื่นเป็นเร็วและรุนแรง แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อมองหาสาเหตุ เช่น เนื้องอก มะเร็ง
• เลี่ยงพฤติกรรมเสียดสี เช่น ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดแน่นเกินไป, ลดน้ำหนัก, ลดพฤติกรรมหรือการออกกำลังกายเสียดสี

การรักษา acanthosis nigricans

หากมีรอยดำคล้ำที่เป็นมาก แนะนำปรึกษาแพทย์พิจารณารักษาด้วยกลุ่มยาที่มีข้อมูลว่าช่วยลดรอยดำคล้ำจากภาวะนี้ ได้แก่

กลุ่มยาทา

Topical Retinoids ดีสุดคือ Tretinoin 0.05-0.1% มีบางคนตอบสนอง adapalene, tazarotene 0.05% หรือ อนุพันธ์ของวิตามินเอ แต่ระวังการใช้เพราะอาจระคายเคืองได้ในบางคน

กลุ่มผลัดเซลล์ผิว เช่น Lactic acid, AHA, 15% TCA peeling ช่วยเสริมฤทธิ์ได้

Topical vitamin D analogues พบว่าเริ่มดีขึ้นหลังใช้อย่างน้อย 3 เดือน

กลุ่ม Keratolytics เช่น Ammonium lactate, 10-20% urea cream, Salicylic acid

Modified Kligman triple combination (tretinoin 0.05%, hydroquinone 4%, fluocinolone acetonide 0.01%) และ Original Kligman triple combination formula (5% HQ, 0.1% tretinoin, and 0.1% dexamethasone) ก็มีข้อมูลว่าช่วยได้ แต่ระวังผลข้างเคียง ไม่แนะนำให้ซื้อใช้เอง

กลุ่ม lightening agents

มักผสมในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ สามารถหาซื้อได้ง่าย หากต้องการแก้ปัญหาผิวตามซอกพับ ขาหนีบ รักแร้ แก้มก้น ดำคล้ำ ในเบื้องต้นอาจลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว แต่หากไม่ดีขึ้นแนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยประเมินว่ามีความผิดปกติของภาวะ acanthosis nigricans หรือไม่

ยกตัวอย่าง ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องรอยคล้ำ เช่น

Azelaic acid, kojic acid, licorice extract, arbutin, niacinamide, ascorbic acid, fish oils etc.

สารสกัดจากธรรมชาติอื่น ๆ เช่น Alafalfa extract (Medicago sativa) ซึ่งอุดมไปด้วย galactomannan มีคุณสมบัติคล้ายเรตินอล (retinol-like active ingredient) ช่วยกระตุ้นการสร้าง collagen l ได้โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์สลายคอลลาเจน metalloproteinases และ มีข้อมูลสามารถยับยั้งการเปลี่ยนแปลง L-DOPA เป็น dopaquinone จึงลดการสร้างเม็ดสีในหลอดทดลองได้คล้าย ascorbic acid โดยไม่เกิดการระคายเคือง ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ Bikini Care Perfect Lightening Cream by Oriental Princess เป็น Bikini cream ที่มีส่วนผสมของ lightening agents หลายอย่าง เช่น licorice extracts, niacinamide, Medicago sativa extract, alpha arbutin เป็นต้น

กลุ่มยารับประทาน

• Isotretinoin 3 mkd
• Acitretin 0.8 mg/kg
• Etretinate 1 mkd
• Metformin 500 mg po tid พบว่า 3 เดือนเริ่มได้ผลในกลุ่มที่มี insulin resistance ร่วมด้วย มีรายงานผื่นไม่กลับมาเป็นใหม่หลังหยุดยา 2 ปี แต่หลังจากนั้นต้องรอข้อมูลในอนาคต
• Rosiglitazone, Pioglitazone, Sitagliptin ช่วยได้แต่ไม่ดีเท่า Metformin
• Fish oil 10-20 g/day นาน 6 เดือน

กลุ่มเลเซอร์

• Long pulsed alexandrite พบว่าได้ผลดี แต่ระวังการใช้ในคนผิวคล้ำ อาจมีรอยดำหลังการรักษาได้บ่อย
• Fractional 1550-nm erbium fiber laser
• CO2 laser and currette

การรักษาอื่น

• Somatostatin analogue octreotide ได้ผลในเด็กชายอ้วน
• Psoralen + PUVA

อย่าลืมว่าการรักษาหลักต้องแก้ที่ต้นเหตุ การทายาอาจไม่ดีขึ้นถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไขที่สาเหตุ

ในแง่ acanthosis nigricans คนที่มีซอกพับ ขาหนีบ รักแร้ดำคล้ำ ร่วมกับมีสิวเรื้อรัง ประจำเดือนผิดปกติ มีขนเยอะ อย่าลืมมองหา ภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS) ร่วมด้วยค่ะ

หากคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถกดแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยได้ค่ะ ❤️❤️❤️


References:

J Low Genit Tract Dis. 2019 July ; 23(3): 220–225.
Curr Probl Dermatol. 2011; 40: 9-19.
Phcog Res 2017; 9: 39-45.
J Cosmet Dermatol. 2020 Aug; 19(8): 1857-1865.
Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology 2018: 11; 407–413.
Arch Dermatol. 1976 Oct; 112(10): 1445-7.


Product mentioned:

👙 Bikini Care Perfect Lightening Cream
ครีมทาขาหนีบและแก้มก้น มีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว ช่วยผิวแลดูกระจ่างขึ้น
ส่วนประกอบหลัก ได้แก่
✔️ Niacinamide
✔️ Alafalfa Extract (Medicago sativa) หรือสารสกัดจากถั่วอัลฟัลฟ่า พืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันตก อุดมไปด้วย GALACTOMANNANS จากธรรมชาติ ลดความหมองคล้ำฟื้นฟูผิว ขึ้นชื่อเรื่อง Super antioxidant เพราะมีคุณสมบัติคล้ายเรตินอล (retinol-like active ingredient) ช่วยกระตุ้นการสร้าง collagen l ได้โดยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์สลายคอลลาเจน metalloproteinases และ สามารถยับยั้งการเปลี่ยนแปลง L-DOPA เป็น dopaquinone จึงลดการสร้างเม็ดสีในหลอดทดลองได้ คล้าย ascorbic acid โดยไม่เกิดการระคายเคือง
✔️ Licorice Extract หรือ สารสกัดจากรากชะเอมเทศ มีสารออกฤทธ์ิ GLABRIDIN (กลาบริดิน) ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ Tyrosinase ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเมลานิน
✔️ Alpha arbutin
▫️ อ่อนโยนต่อผิวด้วยค่า pH 5.5
▫️ ไม่มีสารที่อาจให้ก่อการระคายเคืองได้บ่อย กล่าวคือ No silicone, no alcohol, no mineral oil, no paraben, SLS/SLES free
▫️ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำที่ผิว ช่วยรักษาสมดุลผิว ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
▫️ ผ่านการทดสอบโดยสถาบัน Spincontrol Asia Co., Ltd. พบว่า 89% ของผู้ทดสอบชาวเอเชีย 22 คน ที่ใช้เช้าเย็น นาน 15 วัน มีผิวแลดูกระจ่างใสเพิ่มขึ้น จากวิธี Chromametry
▫️ เป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก บรรจุภัณฑ์สามารถนำไป Recycle ได้
▫️ ไม่ทดลองกับสัตว์ we never test on animals

Disclaimer: Branded content


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ตุ่มเล็ก ๆ ที่หน้าในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต

ตุ่มเล็ก ๆ ที่หน้าในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต ดังรูป เรียกว่า Trichodysplasia Spinulosa ‼️

Reference: doi:10.1001/jamadermatol.2020.3986

ลักษณะรอยโรค

• ตุ่มเล็กๆมากมาย ดังรูป numerous erythematous to skin-colored follicular papules with central white spicules
• พบได้เยอะบริเวณ central face
• บางคนมีขนคิ้วและขนตาร่วงหลุดได้

ตรวจพบ human polyoma virus ได้ในน้ำลาย, เลือด, nasal swabs รวมทั้งบริเวณผื่นรอยโรคได้

วินิจฉัยแยกโรค

• Lichen spinulosus
• Multiple minute digitate hyperkeratosis
• Spiculate demodicosis
• Lichen planopilaris
• Keratosis pilaris
• Trichostasis spinulosa
• The follicular spicules of multiple myeloma

การตัดชิ้นเนื้อ

สามารถช่วยแยกโรคข้างต้นได้

การรักษา

1% to 3% topical cidofovir
Oral valganciclovir
Reduction of immunosuppression
ปัจจุบันเริ่มมีรายงาน Leflunomide
แนะนำให้เริ่มด้วย topical treatment ก่อนเสมอ เนื่องจากยารับประทานอาจมีผลข้างเคียงเยอะ และการลดยากลุ่มยากดอิมมูนควรต้องคิดให้ดีเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิด graft rejection ตามมาได้

สรุป

ภาวะนี้พบไม่บ่อย แต่ควรนึกถึงหากพบรอยโรคดังกล่าวในกลุ่มคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ immunosuppression หรือ posttransplantation

Reference
JAMA Dermatology
Published Online: November 4, 2020. doi:10.1001/jamadermatol.2020.3986

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.