Tag Archives: Sunscreen

Rosacea โรคหน้าแดงเวลามีปัจจัยกระตุ้น 🌶🌶

บางคนสงสัยว่าจะเป็น Rosacea หรือไม่ ???

สำหรับคนที่มีอาการหน้าแดงเวลามีปัจจัยกระตุ้น เช่น ความร้อน แสงแดด ทานอาหารรสจัด แอลกอฮอล์หรือความเครียด โดยมักมีอาการแดงของใบหน้าบริเวณตอนกลางของใบหน้า จมูก แก้ม อาจมีตุ่มสิวอักเสบ เส้นเลือดขยายตัว แสบหน้า บางครั้งมีอาการแสบตา เคืองตา น้ำตาไหล ร่วมด้วย ภาวะนี้เราเรียกว่า โรคโรซาเชีย

ภาวะนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าบางส่วนเกิดจากพันธุกรรม และมีรายงานว่าเกิดจากตัวไรบนใบหน้า ที่ชื่อ Demodex ทำให้เกิดผิวอักเสบขึ้นมา

หากมีอาการดังกล่าว ร่วมกับมีผื่นดังรูป ควรเข้าพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

สิ่งที่พึงปฏิบัติคือ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น แสงแดด อาการร้อนจัด เย็นจัด เลี่ยงการดื่มหรือรับประทานอาหารรสจัด, เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย

การรักษาอื่นๆร่วมด้วยที่ต้องได้รับการพิจารณาโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ในภาวะนี้รักษาได้หลายวิธี เช่น

• ยาทาในกลุ่มยาฆ่าเชื้อ clindamycin, erythromycin, metronidazole, azelaic acid

• ยารับประทานในกลุ่มยาฆ่าเชื้อ tetracycline

• ยากินกลุ่มเรตินอยด์

• เลเซอร์เพื่อลดรอยแดงและลดเส้นเลือด เช่น IPL, KTP, PDL

หากไม่รักษาอย่างถูกต้อง อาจเกิดผลที่ตามมาคือ จมูกผิดรูป, ผิวหน้าหนาขรุขระ มีภาวะแทรกซ้อนทางตารุนแรงได้ เช่น กระจกตาอักเสบ

โรคโรเซเชีย เป็นโรคเรื้อรัง รักษาหายแล้วก็กลับมาเป็นได้ใหม่อีก การกลับเป็นซ้ำขึ้นกับการดูแลเอาใจใส่และป้องกันปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคลค่ะ

หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ อย่าลืมไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังเพื่อรับการรักษาและคำแนะนำที่ถูกต้องนะคะ

ดูคลิปเรื่อง โรเซเชีย ได้ที่นี่ https://youtu.be/u7PpGBuqDh4

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
อ่านเพิ่มเติม https://www.jaad.org/article/S0190-9622(17)32297-1/fulltext

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Reef-safe Sunscreen

Coral reefs vs Skin cancers: What balance?

🌏🐚🐬🐟🐡🦀🐳🐋🦑🦈🐙

กรณีการทาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารบางตัวไปเที่ยวทะเล ก็อาจส่งผลต่อระบบนิเวศน์ในท้องทะเลได้เช่นกัน ผลที่อาจตามมาในอนาคตคือ Global warming ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะที่เราว่ายน้ำหรือเล่นน้ำในทะเล ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีการหลุดหรือการละลายของครีมกันแดดที่ผิวเราไปกับน้ำทะเล และด้วยส่วนผสมของครีมกันแดดที่เป็น lipophilic จึงสามารถสะสมในร่างกายสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลได้ด้วย

ปะการัง นอกจากที่เราเห็นว่าให้ความสวยงามใน้ท้องทะเลแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งให้อีกหลายชีวิตคงอยู่ใต้ท้องทะเลได้อย่างสมดุล เช่น fish, seabirds, sponges, jellyfish, worms, shrimp, lobsters, crabs, molluscs, starfish, sea urchins, sea cucumbers, turtles and snakes

สัญญาณอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่า ปะการังกำลังตกอยู่ในสภาวะแวะล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือถูกทำร้าย ก็คือ การเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดลง และ หากไม่มีการช่วยเหลือน้องปะการังก็จะตายไปในที่สุด รวมทั้ง algae (zooxanthellae) ที่ใช้ชีวิตพึ่งพาเกาะติดเจ้าปะการังน้อยนี้ก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน

ปะการังสีซีดลงหรือปะการังฟอกขาว อาจเป็นได้จากหลายสาเหตุ

• อุณหภูมิท้องทะเลที่สูงขึ้น

• รังสี UV ที่สูงมากเกินไป

• มีการทำลายของเชื้อโรคและแบคทีเรีย

• มลภาวะแวดล้อมเป็นพิษ

• สารเคมีต่าง ๆ

ในวันที่ 1 มกราคม 2021 Hawaii เป็นที่แรกที่ประกาศเริ่มแบนการใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ 2 ชนิด ที่อาจส่งผลต่อปะการังและระบบนิเวศน์ข้างต้นได้ คือ oxybenzone และ octinoxate

💢 Oxybenzone น้ำหนักโมเลกุล 290.4 สามารถดูดซับคลื่นรังสี UVB (UVmax = 288 nm) และ UVA‐II (UVmax = 326 nm) และปล่อยเป็นพลังงานความร้อนออกจาก จึงสามารถปกป้องผิวจากการทำร้ายได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ถือเป็น broad‐spectrum UV filter

💢 Octinoxate มีน้ำหนักโมเลกุล 228.2 สามารถดูดซับคลื่นช่วงรังสี UVB (UVmax = 310 nm) จึงจัดเป็น UVB filter

สารทั้งสองชนิดข้างต้น เป็นสารใช้ผสมบ่อยในครีมกันแดด และยังมีในสกินแคร์อื่น ๆ บางยี่ห้อด้วย เช่น บอดี้โลชั่น, แชมพู, ครีมนวดและตกแต่งผม, สบู่, ครีมทากันแมลง เป็นต้น

กลไกที่พบว่าสารทั้งสองส่งผลต่อปะการังซีดลง

มี 2 แบบ คือ

1. ส่งผลต่อปะการังโดยตรง ทำลาย DNA ทำให้ส่งผลต่อตัวอ่อนในการขยายพันธุ์

2. ส่งผลทางอ้อม คือ ทำให้เกิดการเพิ่มกระบวนการ lysogenic infection in prokaryotes เชื้อไวรัสในทะเลมากขึ้น

อย่างไรก็ตามเรื่องของส่วนผสมของครีมกันแดดบางตัวที่อาจทำร้ายปะการังก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่บ้าง มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในแง่ที่ว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการศึกษาในระบบนิเวศน์จำลองในห้องปฏิบัติการ ไม่ได้ทำการทดลองในท้องทะเลจริง หรือบางท่านให้ความเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเพียงปัจจัยส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจส่งผลให้ปะการังสีซีดลงได้ เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบมากกว่า ดังที่กล่าวข้างต้น

การทาครีมกันแดดนั้นสำคัญไม่น้อยเมื่อเราต้องออกแดดหรือไปเที่ยวที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะหากบริเวณที่มี UV index สูงยิ่งต้องให้ความสำคัญค่ะ เพราะนอกจากจะป้องกันผิวไหม้หมองคล้ำแล้ว ยังป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังได้อีก คงต้องบาลานซ์ให้ดี เพราะยังมีระบบนิเวศน์รอบตัวที่เราควรต้องให้ความใส่ใจกับพวกเขาเหล่านั้นด้วยค่ะ

นับว่ายังโชคดีที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดอีกมากมายที่อาจส่งผลกระทบแต่ไม่มาก ต่อปะการังและระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเล ให้เป็นทางเลือกได้ เช่น

Non-nano zinc oxide

Non-nano titanium oxide

Avobenzone

Octisalate

Ecamsule (Mexoryl SX)

Drometrizole Trisiloxone (Mexoryl XL)

Ethylhexyl Triazone (Uvinul T150)

และปัจจุบันยังมีการศึกษาถึง natural products ที่อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยต่อระบบนิเวศน์ในท้องทะเลอีกหลายชนิด คงต้องรอติดตามข้อมูลในอนาคตต่อไป

สุดท้ายนี้

พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ได้ออกประกาศ

ห้ามนำและใช้ครีมกันแดด ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ได้แก่

Oxybenzone (Benzophenone-3)

Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate)

4-Methylbenzylid Camphor (4MBC)

Butylparaben

หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

จากนี้ต่อไปเราคงต้องเลี่ยงส่วนผสมข้างต้นไปก่อน ถ้าหากจะไปเที่ยวในสถานที่ที่ใช้กฎนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดเพิ่มเติม

หากชอบและเห็นว่าบทความมีประโยชน์ สามารถกดแชร์ได้ค่ะ

——————————————

References:

J Clin Pharm Ther. 2019;44:134–139.

Plast Surg Nurs. 2019 Oct/Dec;39(4):157-160.

PeerJ. 2019 Aug 12;7:e7473.

Mar. Drugs 2021;19:379.

Environ Health Perspect. 2008 Apr;116(4):441-7.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เช็คลิสต์เดอร์โมคอสเมติกส์ที่มี BPO ‼️

กลุ่มนี้จะช่วยทั้งเรื่องสิวอุดตันและสิวอักเสบค่ะ
• บางคนตั้งใจซื้อมาใช้ แต่ใช้ยังไม่ถูกวิธี
• บางคนซื้อมาเพราะมีคนบอก แต่ไม่รู้ว่าส่วนประกอบคืออะไร จึงเกิดผลข้างเคียง

เรามาดูกันว่ามีผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่มีส่วนผสมของสารตัวนี้

1. กลุ่มล้างหน้า

กลุ่มนี้ใช้ล้างหน้า แต่ต้องระวังเพราะอาจก่อนให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวที่บอบบางได้ เช่น รอบตา รอบปาก ข้างจมูก
ถ้าใครผิวบอบบางแพ้ง่าย หมอแนะนำว่าควรข้ามกลุ่มนี้ไป แนะนำให้ไปใช้แบบทาบางบริเวณ หรือกลุ่มยาที่ทาแล้วล้างออกจะลดผลข้างเคียงได้ดีกว่าค่ะ

✔️ Neutrogena Rapid Clear Stubborn Acne Cleanser
เป็น 10% BPO และมี Laureth-4, BHT, Menthol ทั้งหมดนี้ค่อนข้างระคายเคือง ไม่แนะนำในคนผิวแพ้หรือระคายเคืองง่าย ระวังผิวรอบดวงตา
✔️ Proactive Skin Renewing cleanser
เป็น water-soluble solution 2.5% BPO
มี scrub particles เม็ดเล็ก ๆ , glycolic และ fragrance บางคนอาจระคายเคืองจากเม็ดบีด ควรใช้ด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะหากมีสิวอักเสบอยู่ อาจทำให้แย่ลงได้
✔️ Benzac Wash 5% Benzoyl Peroxide
✔️ PanOxyl Benzoyl Peroxide 10% Acne Foaming Face Wash
ไม่มี alcohols, silicones, fragrances
มี sulfates, parabens and polyethylene glycol (PEG)
มี cetearyl alcohol, mineral oil (Comedogenic rating 2) ล้างยาก ก่อสิวได้
✔️ Humane Benzoyl Peroxide 10% Acne Wash
ไม่มี alcohols, parabens, silicones, polyethylene glycol (PEG), synthetic fragrances
✔️ OXY Sensitive Face Wash With 5% Benzoyl Peroxide
ไม่มี silicones, synthetic fragrances
มี alcohol, parabens, polyethylene glycol (PEG)
มี butylene glycol (Comedogenic rating 1)
มี cetearyl alcohol (Comedogenic rating 2)
✔️ Clean & Clear Continuous Control Acne Cleanser
เป็น 10%BPO มี menthol อาจระคายเคืองบางคน

2. กลุ่มยาที่แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลแพทย์ผิวหนัง

ปล. ยาบางตัวไม่ผลิตแล้ว

• แบบ Water-based
ระคายเคืองน้อยกว่า เหมาะทุกสภาพผิว
✔️ Benzac (Original)
✔️ AkneDerm
✔️ Enzolid
✔️ Brevoxyl

• แบบ Alcohol-based
ระคายเคืองมากกว่า แต่ซึมสู่ผิวออกฤทธิ์ดีกว่า ไม่เหมาะกับผิวแห้งหรือแพ้แอลกอฮอล์
✔️ Panoxyl

3. กลุ่มเดอโมคอสเมติกส์แก้ปัญหาสิว

กลุ่มนี้หาซื้อได้ตามร้านยาหรือคลินิก และควรใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากระคายเคืองได้ง่าย ลองเลือกใช้ความเข้มข้นต่ำ ๆ ก่อน ทาบางบริเวณ แล้วค่อยเพิ่มบริเวณและความเข้มข้น
และเลือกให้ดีว่ามีส่วนประกอบอื่นที่มีตัวเองมีการแพ้เป็นการส่วนตัวหรือไม่ค่ะ

✔️ Proactive Repairing treatment
เป็น 2.5% BPO lotion มี anti irritation ค่อนข้างจะระคายเคืองน้อย
มี fragrance, paraben, silicone
✔️ Paula’s Choice CLEAR Regular Strength Skin Clearing Treatment
✔️ Paula’s Choice Extra Strength Daily Skin Clearing Treatment With 5% Benzoyl Peroxide
ไม่มี alcohols, parabens, silicones, polyethylene glycol (PEG), synthetic fragrances
มี Hexylene glycol (Comedogenic rating 2)
มี Laureth-4 (Comedogenic rating 5)
✔️ PCA Skin Acne cream tea tree oil and lactic acid
✔️ Obagi CLENZIderm M.D. Therapeutic Lotion
มี 5%BPO
✔️ Clinique Acne Solutions All-Over Clearing Treatment
มี 2.5% BPO lotion เนื้อบางเบา

4. กลุ่มแต้มเฉพาะจุด

ถ้าใครไม่เคยใช้ BPO มาก่อน และกลัวมีปัญหาหรือระคายเคือง อาจลองเริ่มจากกลุ่มนี้ แต้มเฉพาะจุดดูก่อนก็ได้ค่ะ แล้วค่อยไปใช้กลุ่มทาทั่วหน้า และล้างหน้าเพิ่มเติมได้ถ้าหากไม่มีปัญหาอะไร

✔️ Proactiv and Proactiv+ Emergency Blemish Relief
เป็น 6%BPO มี penthanol ช่วยลดการระคายเคือง แต่มีน้ำหอม
✔️ Murad Acne Spot Fast Fix
เป็น 3.5%BPO เป็น gel-based
มี niacinamide, repairing fatty acids
แต่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม
✔️ Clinique Acne Solutions Emergency Gel Lotion
มี 5%BPO gel lotion ผสม green tree
ไม่มีน้ำหอม แต่มี silicone, alcohol

สุดท้ายนี้
ใครที่เป็นสิวเรื้อรัง รักษาไม่หาย ไม่รู้จะใช้อะไรดี ก็อย่ามัวลองผิดลองถูกอยู่นาน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแลนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

No Sponsored Content

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

10 คำถามเรื่อง Thiamidol & ฝ้าและการสร้างเม็ดสีผิว ‼️

หากพูดถึงเรื่องเดอโมคอสเมติกส์ที่ช่วยเรื่องฝ้าหรือรอยดำจากสิว หลายคนคงรู้จักไทอามิดอลกันมาพอสมควร วันนี้เลยรวบรวม Q&A มา 10 ข้อที่น่าสนใจ

Q1 : เป็นฝ้ามียาทาอะไรใช้รักษาได้บ้าง❓

A : 1st line ของยาทารักษาฝ้า คือ Hydroquinone ซึ่งถือเป็น gold standard แต่ถ้าหากใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างมากและเกิดฝ้าถาวร (Ochronosis) ได้ ปัจจุบันจึงถือว่า Hydroquinone เป็นยาที่ต้องควบคุมการสั่งจ่ายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อาจมีบางประเทศที่กฏหมายอนุญาตให้ผสมในเครื่องสำอางได้ไม่เกิน 2%
ส่วนยาทาอื่น ๆ ที่ใช้ในการรักษาฝ้า เช่น topical retinoid, azelaic acid, topical methimazole เป็นต้น

Q2 : หากไม่อยากใช้กลุ่มยา มีกลุ่ม Dermocosmetics หรือสกินแคร์ตัวอื่นอีกไหมที่ช่วยเรื่องฝ้าได้ ❓

A : มีค่ะ อาจลองมองหาส่วนประกอบเหล่านี้
✔️ กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส เช่น arbutin 3%/deoxyarbutin, tranexamic acid 2-5%, licorice, kojic acid, ascorbic acid, resorcinol, thiamidol
✔️ กลุ่มยับยั้งการขนส่งเมลานินไปที่ผิวหนังชั้นบน (Melanin transfer inhibition) เช่น niacinamide 4%, soybean
✔️ กลุ่มเร่งการผลัดเซลล์เม็ดสีส่วนเกินที่ผิวชั้นบน (Increased epidermal turnover) เช่น glycolic acid, salicylic acid
นอกจากนั้นต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดร่วมด้วยเสมอเพื่อป้องกันการกลับมาเข้มขึ้นของฝ้า

Q3 : แล้ว Thiamidol ล่ะคืออะไร ❓

A : Thiamidol หรือ Isobutylamido thiazolyl resorcinol เป็นสารนวัตกรรมตัวใหม่ ที่ออกฤทธิ์ในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว โดยไปยับยั้งที่ Tyrosinase enzyme นับว่าเป็นสารทางเลือกอันดับต้น ๆ ของคนที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องฝ้า, รอยดำสิว หรือคนที่อยากบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น สารนี้มีงานวิจัยรองรับตีพิมพ์ใน Journal of Investigative Dermatology 2018 ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นการทำวิจัยใน Human tyrosinase ก็ถือว่าเทียบเท่าได้กับการทดลองทาผิวมนุษย์ในชีวิตจริง

Q4 : เมื่อเทียบประสิทธิภาพของไทอามิดอล กับสกินแคร์ที่ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ตัวอื่นแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ❓

A : ปัจจุบันมีสกินแคร์กลุ่ม Tyrosinase inhibitor ที่ไม่ใช่ยาอยู่หลายตัว เมื่อเทียบผลการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase ของ Thiamidol กับสารอื่น ๆ ก็พบว่าไทอามิดอล
💯 ดีกว่า Butylresorcinol 10 เท่า
💯 ดีกว่า Kojic 1,000 เท่า
💯 ดีกว่า Arbutin 10,000 เท่า
จะเห็นว่าไทอามิดอลค่อนข้างจะเป็น Potent Tyrosinase Inhibitor ที่ออกฤทธิ์ในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวได้ค่อนข้างดี

Q5 : Thiamidol ใช้กับผิวคนไทยได้ไหม ❓

A : ได้ค่ะ มีงานวิจัยในผิวคนไทยพบว่า Thiamidol สามารถใช้ได้ผลในการรักษา ดังนี้
💯 ฝ้าที่รุนแรงน้อยถึงปานกลาง (mild to moderate melasma)
💯 กระ (freckles)
💯 กระแดด (solar lentigines)
โดยพบว่า ได้ผลดีกว่า “4% Arbutin + 2% Hydroquinone” ในเวลา 8-12 สัปดาห์

Q6 : อยากผิวขาวขึ้น Thiamidol ช่วยได้ไหม ❓

A : Thiamidol มีงานวิจัยรับรองว่า lightening index ลดลง ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงผิวขาวใสขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าสีผิวของมนุษย์ถูกยีนกำหนดมาแล้ว ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม lightening และกันแดดอย่างดีก็อาจทำให้ผิวขาวขึ้นได้เพียง 1-2 ระดับเท่านั้นเมื่อเทียบกับพื้นสีผิวของแต่ละคน สามารถดูได้ที่หน้าท้อง หน้าอก ก้น หรือบริเวณที่ไม่ค่อยถูกแดดค่ะ

Q7 : ไม่อยากคล้ำหลังเที่ยวทะเล สามารถทา Thiamidol ป้องกันได้ไหม ❓

A : มีข้อมูลพบว่าสามารถช่วยป้องกัน UVB induced hyperpigmentation ได้ พูดง่าย ๆ คือ ถ้าหากทาผิวทุกวัน 1-2 สัปดาห์ก่อนไปออกแดดจัด เช่น ก่อนไปเที่ยวทะเล จะช่วยป้องกันการเกิดผิวคล้ำหลังโดนแดด ได้ดีกว่าการไม่ทา (Downregulation of tyrosinase activity in melanocyte)

Q8 : ใช้ Thiamidol นาน ๆ จะเกิดฝ้าถาวรไหม ❓

A : ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานของผลข้างเคียงเรื่อง ฝ้าถาวร (Ochronosis) ซึ่งมักพบจากการใช้ hydroquinone แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากไทอามิดอลเป็นนวัตกรรมใหม่ คงต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป มีข้อมูลอัพเดทเรื่องการใช้ Thiamidol ทาเพื่อลดฝ้าที่ความรุนแรงมาก นานต่อเนื่อง 6 เดือน ก็พบว่าไม่มีผลข้างเคียง อีกทั้งฝ้ารุนแรงสามารถจางลงชัดเจนและหลังหยุดใช้ 3 เดือนก็ยังไม่กลับมาเข้มขึ้นเท่าเดิม

Q9 : คนท้องมีฝ้า ใช้ Thiamidol ได้ไหม ❓

A : ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเรื่องผลข้างเคียงในคนท้อง และเนื่องจากไทอามิดอลจัดเป็นกลุ่มเดอโมคอสเมติก ซึ่งความปลอดภัยค่อนข้างสูงและผลข้างเคียงน้อย เพราะไม่มีการดูดซึมของสารเข้าสู่กระแสเลือด ก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้พิจารณา

Q10 : Thiamidol มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ใดบ้าง ❓

A : Thiamidol (PATENTED) คิดค้นโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ สถาบัน Beiersdorf Germany สารนี้เป็นส่วนผสมหลักอยู่ในผลิตภัณฑ์ของยูเซอรีนหลายรุ่น ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวล่าสุด คือ “Spotless Booster Serum” เป็นตัวที่อัพเกรดเทคโนโลยีต่อยอดจากรุ่นเดิม [ขวดหลอดคู่ Double Booster Serum] โดยใช้เทคนิค Micro targeted Technology เพื่อเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น มี Hyaluron โมเลกุลขนาดเล็กกว่า 40 เท่า เป็นตัวพาสาร Thiamidol ลงสู่ผิวชั้นลึกได้ดีขึ้น

Bottom Line

การใช้ยาทาภายนอก ถือเป็นการรักษาหลักของการรักษาฝ้า
เดอร์โมคอสเมติกส์เป็นอีกทางเลือก ในคนที่ไม่อยากใช้ยา ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย ออกฤทธิ์ได้ถึงผิวชั้นลึกได้ดีกว่าคอสเมติกส์ ผลข้างเคียงน้อย แต่ผลการรักษาอาจไม่ดีเท่ายา
• ถ้าหากยังได้ผล แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังพิจารณาเพิ่มเติมการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ยารับประทาน หัตถการต่าง ๆ และเลเซอร์
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาฝ้าให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาเพื่อให้ฝ้าจางลงได้ การรักษาฝ้าให้ได้ผลดีควรต้องควบคู่ไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธี และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมน ยาบางชนิด ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นอีก

มีใครเคยลองใช้ไทอามิดอลแล้วบ้างไหมคะ เป็นอย่างไรบ้างชวนมาแชร์ประสบการณ์กันค่ะ ?


References

  1. Inhibition of Human Tyrosinase Requires Molecular Motifs Distinctively Different from Mushroom Tyrosinase Journal of Investigative Dermatology 2018; 138: 1601-1608.
  2. An updated review of tyrosinase inhibitors. Int J Mol Sci 2009; 26(10): 2440-75.
  3. Mechanism of depigmentation by hydroquinone. J Invest Dermatol 1974; 62: 436-49.
  4. Effective Tyrosinase Inhibition by Thiamidol Results in Significant Improvement of Mild to Moderate Melasma Journal of Investigative Dermatology 2019 doi:10.1016/j.jid.2019.02.013
  5. Thiamidol containing treatment regimens in facial hyperpigmentation: An international multi-centre approach consisting of a double-blind, controlled, split-face study and of an open-label, real-world study. International Journal of Cosmetic Science. 2020; 42: 377–387. doi: 10.1111/ics.12626
  6. Isobutylamido thiazolyl resorcinol for prevention of UVB-induced hyperpigmentation. J Cosmet Dermatol. 2020; 00: 1–6.
  7. 7. 24 weeks long-term efficacy and tolerability of a skin care regimen with Thiamidol in patients with moderate to severe facial hyperpigmentation Roongenkamo et al. EADV2020.

Product mentioned
Eucerin Spotless Brightening Booster Serum

(พัฒนาจาก Double Booster Serum รุ่นก่อน)
ส่วนประกอบหลัก :
✔️ Thiamidol เป็น The Powerful Human Tyrosinase Inhibitor
✔️ Hyarulonic acid small molecule ช่วยนำพาสาร Thiamidol ซึมลงสู่ผิวชั้นลึกได้ดีขึ้น
✔️ Licochalcone A ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell เสริมการทำงาน ช่วยลดเรื่องการเกิด hyperpigmentation
เทคโนโลยี Micro Targeted : เพื่อเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และจัดการฝ้า จุดด่างดำได้ดีกว่าเดิม ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น 2 สัปดาห์
เนื้อสัมผัส : บางเบา ซึมง่ายขึ้น
บรรจุภัณฑ์ : สะดวกต่อการใช้งาน หัวปั๊มกดง่ายขึ้น

Disclaimer : Sponsored Content by Eucerin

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne-prone Skincare, According to Dermatologist

คนเป็นสิวใช้อะไรดี..แนะนำแบบนี้ค่ะ ‼️

  1. ไอเทมที่ควรมีคู่กับการรักษาด้วยยาสิว คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช้า-ก่อนนอน, ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
  2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับ acne-prone skin ได้แก่ non-comedogenic, oil free
  3. เลือกให้เหมาะกับผิว เช่น
    ถ้าเป็นสิว+ผิวมันควรเน้นกลุ่มที่ควบคุมความมัน
    ถ้าเป็นสิว+ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ควรเน้นกลุ่มเสริมกำแพงผิว ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
  4. คนผิวมัน เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบา เช่น เจล โลชั่น หรือ ครีมที่ซึมเร็ว ส่วนคนผิวแห้ง เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อครีมจะช่วยบำรุงได้ดีกว่า
  5. คนผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย พยายามเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย เพราะอาจระคายเคืองได้
  6. ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน อย่าใช้ตามเพื่อนหรือคำโฆษณา ควรต้องเลือกที่เหมาะกับตัวเอง
  7. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทับซ้อนกัน เพราะไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้
  8. ในรูปเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นให้ทุกคนลองไปศึกษากันดูค่ะ
  9. สุดท้าย ย้ำเสมอหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงไม่หายสักที แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมประเมินค่ะ

ถ้าชอบ Protocol สกินแคร์สิว Acne-prone Skncare อันนี้ สามารถกดไลค์กดแชร์ได้เลยค่า ♥️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เลือกครีมกันแดดไปทะเลอย่างไรให้ปัง ‼️

อันดับแรก อยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนความสำคัญของการทาครีมกันแดดในโพสนี้ค่ะ

https://helloskinclinic.wordpress.com/2020/01/21/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%89/

เราทราบดีว่า..ไปทะเลจะต้องเผชิญกับแสงแดดอันร้อนแรง, อาจมีกิจกรรมต้องลงเล่นน้ำ หรืออาจต้องใส่บิกินีอวดหุ่นสวย ดังนั้น ครีมกันแดดที่แนะนำสำหรับพกไปเที่ยวซัมเมอร์นี้จึงต้องเน้นพิเศษใน 3 เรื่องนี้


✅ ปกป้องผิวจากรังสี UVA & UVB ได้ดีเยี่ยม
✅ กันน้ำได้ อาจเลือกเป็น water resistant หรือ very water resistant ก็ได้
✅ แนะนำให้มีผสม antioxidant เพื่อช่วยลดการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดด

โพสนี้จะมาสอน วิธีการเลือกครีมกันแดดโดยดูจากค่าการปกป้องผิวจากแสงแดด โดยการดูสัญลักษณ์หรือตัวเลขต่าง ๆ ที่ระบุไว้ข้างขวด ดังนี้ค่ะ

1. รังสี UVA สามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้ หรืออาจลึกกว่านั้นในกรณีของ UVA1
ส่งผลให้เกิด aging ผิวชรา หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ทำให้เกิดความหมองคล้ำ ฝ้ากระเข้มขึ้น ทำลาย DNA ทำให้เกิดรอยโรคที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

☀️☀️☀️หากเราต้องการดูว่า ครีมกันแดดมีระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVA มากน้อยแค่ไหน อาจดูได้จาก UVAPF (UVA Protection Factor) ดังนี้

📍📍 ดูค่า PA (Protection Grade of UVA)

แบ่งเป็น PA +,++,+++,++++ หมายถึง ประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA ที่มากขึ้นตามลำดับ ค่า PA ที่แนะนำ คือ +++ (สามบวก) ขึ้นไป

📍📍 ดูค่า PPD (Persistent Pigment Darkening)

เมื่อเทียบกับ PA แล้วจะได้ดังนี้
PPD 2-4 เท่ากับ PA+ แนะนำสำหรับกิจกรรมในบ้านที่ไม่ถูกแดด
PPD 4-8 เท่ากับ PA++ แนะนำสำหรับสาวออฟฟิศ ทำงานในร่ม
PPD 8-16 เท่ากับ PA+++ แนะนำสำหรับกิจกรรมที่ต้องออกแดด ไปซื้อของ หรือไปเที่ยว
PPD >16 เท่ากับ PA++++ แนะนำกิจกรรมกลางแจ้ง เล่นกีฬา ลงน้ำ
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าครีมกันแดดที่มี PA++++ เมื่อเราอยากรู้ว่าตัวไหนปกป้องได้ดีกว่ากัน อาจลองมาดูที่ PPD ว่าเป็นเท่าไหร่ ก็จะพอบอกได้ค่ะ
ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี PPD สูง ๆ ในท้องตลาด ก็อย่างเช่น LPS Anthelios Invisible Fluid ซึ่งมี PPD 46 เลยทีเดียว

📍📍 ดูสัญลักษณ์ UVA ที่มีวงกลมล้อมรอบ

แสดงว่า มีค่าป้องกัน UVA ห่างจาก SPF ไม่เกิน 3 เท่า กล่าวคือ UVAPF/SPF > 1/3

📍📍 ดูค่า Critical Wavelength

ถ้าหากครีมกันแดดระบุไว้ตั้งแต่ 370 nm ขึ้นไป ร่วมกับมีสัญลักษณ์ UVA ที่มีวงกลมล้อมรอบ แสดงว่า เป็น Broad Spectrum Protection

📍📍 ดูรูปดาว Boot Star Rating

ยิ่งหลายดาวก็ยิ่งปกป้องได้ดีกว่า

📍📍 ดูชื่อของ UV filters

จะพอบอกได้คร่าว ๆ ว่ามีตัวที่ปกป้องรังสีอะไรได้บ้าง (ตามตาราง)

2. รังสี UVB สามารถลงลึกถึงชั้นหนังกำพร้า
ส่งผลให้เกิดการไหม้ของผิว และในระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

☀️☀️☀️หากเราต้องการดูว่า ครีมกันแดดมีระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB มากน้อยแค่ไหน ดูได้ดังนี้

✔️ ดูค่า SPF (Sun Protection Factor)

ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กัน ค่านี้บอกถึงความยาวนานของการป้องกันผิวไหม้แดง ถ้าหากยิ่งค่าสูง จะยิ่งป้องกันผิวได้นานขึ้นก่อนจะเกิดผิวไหม้ ซึ่งมาตรฐานของครีมกันแดดที่ใช้
SPF 10-15 เหมาะกับกิจกรรมในร่ม ไม่ถูกแดดเลย
SPF >15 เหมาะกับกิจกรรมที่อาจต้องมีถูกแดดบ้าง
SPF >30 เหมาะกับกิจวัตรประจำวันตามปกติ
SPF >50 เหมาะกับคนไปทะเลหรือที่ต้องออกแดดจัด
ส่วน SPF ที่มากกว่า 50 ขึ้นไปเรื่อย ๆ อาจเพิ่มประสิทธิภาพได้ไม่มากนัก (ดูกราฟ) ก็ลองพิจารณาตามความเหมาะสมและกำลังทรัพย์แต่ละคน

3. การดูความสามารถในการกันน้ำ (Water Resistant Testing)
ให้เลือกที่ระบุว่า
✔️ Water Resistant หรือ
✔️ Very Water Resistant ก็ได้

4. มองหาส่วนผสมที่เป็น antioxidant เพิ่มเติม เช่น Vitamin E, Vitamin C, Phenolic compounds, Flavonoid compounds, Caroteinoids เป็นต้น

นอกจาก 4 ข้อหลัก ๆ ข้างต้นแล้ว ต้องอย่าลืมว่ายังมีปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ อีกก็คือ

• การทาครีมกันแดดใน ปริมาณที่เหมาะสม คือ 2 mg/cm2 เพื่อให้ได้ค่าการปกป้องแสงแดดตามที่ระบุไว้
✔️ ชนิดครีม : 2 ข้อนิ้วมือ หรือ 1 เหรียญสิบ (ทั่วหน้า)
✔️ ชนิดฟลูอิด : 2 เหรียญสิบ (ทั่วหน้า)
✔️ หากทาทั้งตัวใช้ประมาณ 30-45 g หรือ ml

• การทาซ้ำระหว่างวัน
✔️ Indoor activities : อาจไม่จำเป็นต้องทาซ้ำ
✔️ Outdoor activities : ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือ หากมีเหงื่อเยอะ มีการถูเสียดสี อาจทาซ้ำบ่อยขึ้น
✔️ เล่นกีฬาหรือกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ : ทาซ้ำทุก 30 นาที

• การทาในบริเวณที่มักลืม ได้แก่
✔️ ใบหู, หลัง, เท้า

• กรณีสวมหน้ากาก ในยุคโควิด
✔️ พบว่าหน้ากากช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ผิวในบริเวณที่อยู่ใต้หน้ากาก ถ้าหากต้องการการปกป้องเต็มที่ก็อาจต้องทาครีมกันแดดร่วมด้วย แต่หากมีปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบร่วมด้วยอาจจะไม่ทาครีมกันแดดก็ได้ แต่ควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าในสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์กันแดด และสามารถเลือกครีมกันแดดได้เก่งขึ้นด้วยตัวเองนะคะ

References

J Cutan Med Surg. 2019 JulAug; 23(4): 357-369.
Cosmetics 2019, 6(4); 64.
J Am Acad Dermatol. 2017 Mar; 76(3S1): S100-S109.
J Am Acad Dermatol. 2013 Dec; 69(6): 867.e1-14
Photodermatol Photoimmunol Photomed. 2015 Mar; 31(2): 65-74.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🌟 LPS Anthelios Invisible Fluid 🌟
PA++++, PPD46, SPF50+
มี antioxidant คือ Tocopherol (Vitamin E)
NETLOCK Technology ผ่านการทดสอบหลายด้าน ได้แก่ ไม่มีคราบขาว ติดทนแม้เข้าห้องซาวน่านาน 2 ชั่วโมง
เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียว ซึมไว
Water resistant ทนน้ำ ทนเหงื่อ ทนทราย

Disclaimer: Sponsored by Laroche Posay

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

16 ข้อควรรู้ วิธีซื้อครีมกันแดดที่เหมาะสมกับตัวเอง‼️

คุณหมอคะ ซื้อครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี ‼️
คุณหมอใช้ครีมกันแดดยี่ห้อไหนคะ ?

เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากค่ะ

ซึ่งหมอมักจะตอบกลับไปว่า ถ้าคุณมีสภาพผิวเหมือนหมอและลักษณะกิจกรรมที่ทำก็คล้าย ๆ กันกับหมอ ก็ใช้เหมือนหมอได้เลยค่ะ

แต่ แต่ แต่ .. สิ่งที่ดีที่สุดที่หมออยากบอกก็คือ…!!!
อยากให้ทุกคนลองอ่านโพสนี้ดูก่อนค่ะ แล้วลอกเลือกดูว่า อะไรคือที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า เชื่อว่าทุกคนจะได้สิ่งที่ดีที่สุด

มาดูกันนะคะ

☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️

1🧡 ดูก่อนว่าวันนั้นเราจะไปทำอะไร และ เลือกชนิดสารกันแดดตามลักษณะกิจกรรม
✔️ Physical sunscreen ในวันที่ทำกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น ไปทำงาน
✔️ Chemical sunscreen + water-resistant sunscreen ในวันที่ต้องทำกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ สัมผัสทราย เล่นกีฬาที่ต้องมีการเสียดสีหรือมีเหงื่อเยอะ ต้องการประสิทธิภาพกันน้ำกันเหงื่อ

{ชนิดสารกันแดด —> https://www.facebook.com/476743752739537/posts/954800584933849/?d=n }

2🧡 จะเอา SPF, PA, PPD เท่าไหร่ดี การเลือกระดับการปกป้อง ส่วนตัวหมอแนะนำให้เป็น Board spectrum โดยที่
✔️ สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ควรกันรังสี UVA (PA+++ ขึ้นไป, PPD16), UVB (SPF 30 ขึ้นไป)
✔️ ถ้าหากแดดจัด ก็อาจต้องเพิ่มค่าขึ้นไปอีก ซึ่งส่วนใหญ่ อย จะให้ระบุไม่เกิน 50+

3🧡 UVB protection ดูจากค่า SPF ช่วยป้องกันการผิวไหม้

4🧡 UVA protection ดูจากค่า PPD (Persistent Pigmented Darkening) คือ ดูการทำให้เกิดรอยดำคล้ำหลังตากแดด 40 min ว่าเป็นกี่เท่าของผิวปกติ
หรืออาจดูจากค่า #PA (Protection Grade of UVA) ซึ่งเทียบกับค่า PPD (ตามรูปในคอมเม้นต์)

5🧡 มาตรฐานของครีมกันแดดที่ใช้ในชีวิตประจำวันควรมี SPF อย่างน้อย 30 และ PA+++ หรือ PPD 8-16
ในบางยี่ห้อที่ระบุเพียง PA++++ เราจะทราบว่ายี่ห้อไหนปกป้อง UVA ได้ดีกว่า ต้องดูจากค่า PPD เท่านั้น
และหากในวันที่ออกแดดจัดก็อาจต้องเพิ่มการปกป้องที่มากขึ้น เช่น PA++++, PPD >16, SPF 50

6🧡 อย่าลืมว่า SPF ที่สูงกว่า 50 ขึ้นไปอาจเพิ่มประสิทธิภาพได้ ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับราคาที่สูงขึ้น (ตามรูปในคอมเม้นต์)

7🧡 ผิวแพ้ง่าย ควรเลือกเป็นกลุ่ม Physical sunscreen จะก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองน้อยกว่า และควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือพาราเบน

8🧡 ผิวมัน ควรเลือกเป็นสูตร oil-free, non comedogenic และในครีมกันแดดบางตัวอาจผสม alcohol เพื่อช่วยให้ควบคุมความมันได้ดีขึ้น ซึ่งก็อาจมองว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง ดังนั้น จะเห็นว่าครีมกันแดดที่ผสมแอลกอฮอล์จะไม่เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง

9🧡 ผิวเป็นสิวง่าย ควรเลือกเป็นสูตร oil-free, non comedogenic และไม่มี silicone เพราะอาจก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่าย

10🧡 การเลือกนวัตกรรมใหม่เพิ่มเติม (Novel properties) สามารถช่วยเสริมฤทธิ์ของครีมกันแดดให้ดีขึ้น เช่น ผสม antioxidants, กัน VL, HEV แต่บางกรณีอาจไม่จำเป็นก็ได้

11🧡 การผสม Antioxidants หรือ DNA repair enzymes จะช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารกันแดดที่ผิว หรือ สารอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวีที่ทะลุผ่านการป้องกันของสารกันแดดโดยตรง ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายของ UV-induced ROS ดังนั้น ก็อยากแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่ #ผสมantioxidantsด้วยจะดีกว่า ที่ไม่ผสม

12🧡 ครีมกันแดดที่ผสมสารกันแดดที่ป้องกัน Visible light & HEV แนะนำในคนที่ทำงานในออฟฟิสที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเล่นโทรศัพท์มือถือบ่อย ๆ ถ้ากิจกรรมไม่ได้มีในส่วนนี้ก็อาจไม่ต้องมีข้อนี้ก็ได้

13🧡 การเลือกรูปแบบ formulations ก็สำคัญ ชนิดครีมหรือโลชั่น เป็นชนิดที่แนะนำที่สุด เพราะสามารถคำนวณปริมาณในการทาได้ค่อนข้างดี ทาแล้วได้ค่า SPF ใกล้เคียงตัวเลขที่ระบุไว้มากที่สุด

14🧡 ชนิดสเปรย์ คาดเดาปริมาณได้ยาก และอาจมีบริเวณผิวหนังบางส่วนที่อาจสเปรย์ไม่ทั่วถึง และอาจมีอันตรายจากการสูดดมละอองของ Particulate Zinc oxide & Titanium dioxide ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวหมอแนะนำให้ใช้เสริมมากกว่า เช่น คนที่แต่งหน้าและไม่สะดวกล้างหนาเพื่อทาครีมกันแดดระหว่างวัน ก็อาจสเปรย์ทับเครื่องสำอางไปเลย ดีกว่าไม่ทาอะไรซ้ำ

15🧡 ชนิด Stick ใช้ยากหากต้องทาในบริเวณกว้าง แนะนำให้ใช้ในบริเวณเล็ก ๆ ที่มักมองข้าม เช่น เปลือกตา ริมฝีปาก หู

16🧡 ชนิด Makeup Powder ไม่แนะนำเพราะวัตถุประสงค์หลักคือ แป้งที่ใช้เพื่อความสวยงาม ไม่ใช่เพื่อป้องกันแดดเป็นหลัก สารกันแดดที่ผสมมักจะมีปริมาณน้อยมาก และอาจมีอันตรายจากการสูดดมละอองสารกันแดดที่ผสมในแป้งได้ค่ะ แต่ถ้าคิดว่าใช้เพื่อเสริมการปกป้องนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่คิดอะไรมากก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นตัวหลัก

เป็นยังไงบ้างคะ อ่านจบแล้ว พอจะเข้าใจและเลือกครีมกันแดดด้วยตัวเองได้เก่งขึ้นมั้ยคะ
เหมือนเดิม ถ้าชอบบทความนี้และเห็นว่าเป็นประโยชน์ -> #พิมพ์ 💕💕💕 ตามระดับความชอบ เพื่อการปรับปรุงบทความถัดไปค่าาา

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

References:

• Sunscreen: FDA regulation, and environmental and health impact. Photochemical & Photobiological Sciences. doi: 10.1039/c9pp00366e
• Beyond UV radiation: a skin under challenge, Int. J. Cosmet. Sci. 2013; 35(3): 224–232.
• Am J Clin Dermatol. 2017 Oct;18(5):643-650. doi: 10.1007/s40257-017-0290-0.
• J Cutan Med Surg. 2019 Jul/Aug;23(4):357-369. doi: 10.1177/1203475419856611.
• J Am Acad Dermatol. 2017 Aug;77(2):377-379. doi: 10.1016/j.jaad.2017.04.011.

ถ้าชอบสามารถแชร์ได้เลย แต่ขออนุญาตไม่ copy หรือดัดแปลงบทความนะคะ

บทความลิขสิทธิ์ ©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง