Category Archives: Branded Content

Drugstore Acne Spot หน่วยกู้สิวฉุกเฉิน

สิวอักเสบขึ้นไม่กี่เม็ด อาจทำให้เกิดความรำคาญใจของใครหลายคน โดยเฉพาะใครที่ต้องใช้ใบหน้าเพื่อการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรับปริญญา ไปเที่ยวกับเพื่อน ถ่ายแบบ เป็นต้น

กลไกการเกิดสิว

หลัก ๆ มี 4 อย่าง ได้แก่

• การอักเสบของรูขุมขน
• การอุดตันของรูขุมขน
• การเสียสมดุลของเชื้อสิว C.acne
• การหลั่งน้ำมันผิวเพิ่มขึ้น

วิธีการรักษาสิว

สรุปคร่าว ๆ ตามรูป (สามารถอ่านเพิ่มเติมทบทวนได้ในโพสก่อนนี้ค่ะ)

หากสิวอักเสบไม่รุนแรง ขนาดน้อยกว่า 5 มิลลิเมตร อาจใช้สกินแคร์หรือยาแต้มสิวเฉพาะจุดได้ แต่หากสิวอักเสบรุนแรง หลายเม็ด เม็ดใหญ่เกิน 5 มิลลิเมตร อาจไม่ค่อยได้ผลจากการแต้มเฉพาะจุดอย่างเดียว แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางร่วมดูแล

วินาทีเร่งด่วน

ในขณะที่ยังไม่สะดวกไปพบแพทย์ และไม่มียาแต้มสิว จะทำอย่างไรได้บ้าง แนะนำแบบนี้ค่ะ

1. หากมีสิวอักเสบที่มีอาการเจ็บร่วมด้วย อาจใช้วิธี ประคบเย็น
2. สามารถใช้ แผ่นแปะสิว ร่วมด้วยได้
3. ใช้ สกินแคร์สำหรับแต้มสิวเฉพาะจุด แนะนำวิธีแต้มอาจใช้ปลายนิ้วก้อย หรือใช้ cotton bud แต้มเบา ๆ เพื่อลดการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น

DRUGSTORE-ACNE SPOT TREATMENT

สกินแคร์แต้มสิวอักเสบ เมื่อเทียบกับยาแต้มสิวแล้วประสิทธิภาพอาจน้อยกว่าหรือเท่ากับ แต่จัดว่าค่อนข้างปลอดภัย และสามารถหาได้ตามร้านยาทั่วไป และอีกอย่างที่เป็นข้อดีคือ ลดการเกิดสิวดื้อยาได้

ควรมองหาส่วนผสม ที่สามารถลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อสิว และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนร่วมด้วยได้

ยกตัวอย่าง

Acne Spot Skincare
Acne Spot Skincare

Salicylic acid หรือ BHA

ละลายได้ดีในไขมัน จึงสามารถซึมลงออกฤทธิ์ที่ต่อมไขมันที่ผิวได้ดี ช่วยลดการอุดตันรูขุมขนได้ดี ช่วยลดการอักเสบ
กรณีใช้แต้มสิวแนะนำความเข้มข้น 0.5-2% ก็เพียงพอ (ความเข้มข้นมากกว่านี้มักใช้สำหรับรักษาโรคผิวหนังที่มีการหนาตัวขึ้น)
หากผิวระคายเคืองง่าย แนะนำเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำก่อน
โดย SA สามารถใช้แต้มได้ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ

Sulfur

เป็นตัวที่ใช้เสริมการรักษาสิวมานานหลายสิบปี
ช่วยลดการอุดตันรูขุมขน ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิดได้
พบว่ายิ่ง Sulfur ที่มีโมเลกุลเล็กจะยิ่งออกฤทธิ์ keratolytic effect ได้ดีกว่าโมเลกุลใหญ่
ในท้องตลาดมักผสม 1-10%
ส่วนใหญ่แล้วแนะนำแต้มสิวไม่เกิน 5% ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่ให้ผลการรักษาสิวที่ดีและไม่ก่อการระคายเคือง
สามารถใช้ได้ในคนที่แพ้ซัลฟา

Sodium sulfacetamide

ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อสิว
มีข้อมูลใช้ 10% Sodium sulfacetamide + 5% Sulfur ช่วยลดได้ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตันได้ชัดเจน
ข้อควรระวัง ไม่แนะนำให้ใช้ในคนที่แพ้ซัลฟา

Isopropyl methylphenol (IPMP)

สารตัวนี้เป็นที่นิยมใช้ใน drugstore skincare สำหรับแต้มสิวในญี่ปุ่นหลายแบรนด์ มีคุณสมบัติสามารถซึมลงในรูขุมขนได้ดี จึงช่วยลดการอุดตันจากสิ่งสกปรก ลดความมันที่ผิวร่วมด้วยได้ นอกจากนั้นยังช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อร่วมด้วยได้

Zinc PCA

ช่วยลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อสิว และลดการหลั่งน้ำมันผิวร่วมด้วยได้

CICA (Centella Asiatica)

ช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงบาดแผล บาดแผลหดตัวดี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบช่วยลดอาการบวมแดงได้ดี ผลคือช่วยให้แผลสิวหายเร็วขึ้น

และอื่น ๆ เช่น
Soy
Aloe vera
Vitamin E, B3
Tea tree oil
Bisabolol
Oat meal
Pine bark extract
เป็นต้น

PRACTICAL POINT

โดยส่วนใหญ่แนะนำให้แต้มสิวหลังจากที่ล้างหน้าสะอาดแล้ว จากนั้นรอให้ซึมสักครู่ ประมาณ 3-5 นาที แล้วจึงเริ่มทาสกินแคร์บำรุงผิวเป็นขึ้นตอนต่อไป

ยกตัวอย่าง การจับคู่ยาและสกินแคร์แต้มสิวอักเสบและอุดตันเฉพาะจุด

ชิ้นที่ 1 : กลุ่มยา เช่น 2.5% benzoyl peroxide (แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เอง)
ร่วมกับ
ชิ้นที่ 2 : กลุ่มสกินแคร์ ที่มีส่วนผสมของ Salicylic acid, Sulfur และ สารลดการอักเสบ เช่น Centella Aisatica (CICA), Vitamin E, Isopropyl methylphenol เช่น Mentholatum Acnes Sealing Jell
[ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมตอนท้าย]

BOTTOM LINE

โดยสรุป สกินแคร์แต้มสิวฉุกเฉินสามารถหาซื้อง่ายตามห้างทั่วไปและร้านยา มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการใช้บรรเทาสิวชนิดที่ไม่รุนแรงได้ แต่หากใช้แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีสิวรุนแรงเรื้อรัง แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

อย่างไรก็ตาม การตอบสนองต่อยาและส่วนผสมแต่ละชนิดในแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน แนะนำให้ลองเลือกและปรับตามสภาพผิวของตัวเอง

หากชอบและเห็นว่าบทความมีประโยชน์ สามารถกดแชร์แบ่งปันเพื่อน ๆ ได้เลยนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี


Reference:

American Academy of Dermatology (AAD)
MIMs Pharmacy
Dermatologic Therapy. 2020;e14287.
J Evid Based Med. 2020;1–9.
Experimental Dermatology. 2019;28:786–794.
Environmental Toxicology and Pharmacology 2015;39,384-391.
Phytother. Res. 2014;28,1117–1124.


[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย Mentholatum Acnes Sealing Jell

เจลสำหรับแต้มสิว
สามารถใช้ได้กับทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบที่ไม่รุนแรง

สารประกอบหลัก
Salicylic Acid (BHA) ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และลดการอักเสบสิว
• Isopropyl Methylphenol (IPMP) ลดแบคทีเรียในรูขุมขน ช่วยลดการอักเสบสิว
Sulfur 2% ช่วยลดความมัน ลดการอุดตันรูขุมขน
Centella Aisatica (CICA) ลดการอักเสบได้ดี จึงช่วยลดรอยแดงจากสิว ช่วยในกระบวนสมานแผลสิวให้หายเร็วขึ้น
Vitamin E ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง

ข้อมูลเพิ่มเติม Link ร้านค้าอย่างเป็นทางการ (ป้องกันของปลอม)
Lazada: https://bit.ly/3CSigU4
Shopee: https://bit.ly/3L0bfnb


👩🏻‍⚕️อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

สกินแคร์ชะลอวัย 101 ด้วย Retinaldehyde & Bakuchiol

หลายคนที่หวังผล Anti-aging จากการทา Tretinoin แต่ประสบปัญหาหน้าแดง แสบ ลอก ไม่ว่าจะลองปรับลดความถี่ ลดความเข้มข้น เสริมสกินแคร์เพิ่มความชุ่มชื้นมากมาย แต่ก็ไปไม่รอด อยากให้ลองอ่านบทความนี้ เกี่ยวกับสกินแคร์ในรูปแบบทา ที่ออกฤทธิ์ anti-aging ได้คล้ายคลึงกับ tretinoin นั่นก็คือ อนุพันธ์วิตามินเอ (Vitamin A derivatives) และ Bakuchiol

เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานเล็กน้อยกันก่อนค่ะ

ก่อนจะมาเป็น Retinoic acid จะต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงสารตั้งตั้น คือ Retinyl ester Retinol Retinaldehyde -> Retinoic acid ซึ่งเป็นสารตัวที่สามารถซึมลงสู่ผิวชั้นหนังแท้และออกฤทธิ์ได้ที่ผิวหนังในที่สุด

วิตามินเอ Tretinoin and Vitamin A Derivatives
กระบวนการเปลี่ยนแปลงวิตามินเอที่ผิวหนัง

โดยปกติมีการแบ่งวิตามินเอชนิดทา เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มยา ได้แก่ Tretinoin ( retinoic acid) ต้องมีการสั่งจ่ายโดยแพทย์เพราะมีผลข้างเคียงระคายเคืองมากกว่า โดยปกติจึงไม่แนะนำให้ซื้อใช้เอง สามารถอ่านทบทวนบทความที่เคยเขียนไว้ก่อนนี้ได้ค่ะ
  2. กลุ่มสกินแคร์ ได้แก่ Natural vitamin A derivatives และ Bakuchiol ซึ่งจัดเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่ยา และมักถูกนำมาผสมในสกินแคร์เพื่อหวังผลด้าน antiaging ได้แก่
Tretinoin or Retinoic acid ​
Tretinoin or Retinoic acid

2.1 Retinaldehyde

เป็น retinoic acid precursor ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น retinoid acid ได้ที่ keratinocyte ที่ผิวมนุษย์เพียง 1 ขั้นตอน พบว่าใช้ได้ผลในแง่ antiaging อยู่ที่ความเข้มข้น 0.05 – 0.5% โดยหลังการทาผิว 1-3 เดือน มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่

• ความหนาของผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermal thickness) เพิ่มขึ้น
• ความยืดหยุ่นผิว (cutaneous elasticity) เพิ่มขึ้น
• สภาพผิวเรียบขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้น (Texture improvement)
• ค่าการสูญเสียน้ำจากผิว (TEWL) ลดลง ผิวชุ่มชื้นขึ้น
• ค่าการสร้างเม็ดสีผิว (Melanin index) ลดลง ในกรณี Retinaldehyde 0.1% ขึ้นไป

มีข้อมูลเปรียบเทียบการทา retinaldehyde 0.05% กับ การทายา retinoic acid 0.05% พบว่าหลังการทานาน 18 – 44 สัปดาห์ ริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine wrinkle) และผิวที่ไม่สม่ำเสมอ (Roughness) ดีขึ้นทั้งสองชนิด

ดังนั้น การทา retinaldehyde จึงเป็นอีกทางเลือกที่มีข้อมูลรองรับและน่าสนใจสำหรับคนที่ไม่สามารถทนผลข้างเคียงของยาทากรดวิตามินเอ (retinoic acid) ได้ และสามารถใช้ได้ในระยะยาวแม้บริเวณผิวที่มีการระคายเคืองง่าย

Retinaldehyde
Retinaldehyde

2.2 Retinol

เป็นตัวตั้งต้นของ retinaldehyde และต้องผ่าน 2 ขั้นตอนในการเปลี่ยนเป็น retinoic acid นิยมใช้สำหรับผสมในสกินแคร์ ที่ผ่านมามีการศึกษาพบว่าหลังการทา retinol มีการเพิ่มขึ้นของ epidermal retinyl ester แต่ไม่มีการเพิ่มของ retinoic acid level

มีการศึกษาที่ใช้ 0.4-1% retinol ชนิดทาผิว พบว่าปริมาณ collagen ที่ผิว เพิ่มขึ้นหลังการทา 4 สัปดาห์ แต่ประสิทธิภาพต้องขึ้นกับ vehicle ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์นั้นร่วมด้วย คงต้องรอข้อมูลในอนาคตเพิ่มเติม และ retinol จะสลายตัวง่ายเมื่อถูกแสงและอากาศ ต้องเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะ

ข้อดีของกลุ่มนี้คือ อ่อนโยน ระคายเคืองน้อย

Retinol
Retinol

2.3 Retinyl-palmitate, retinyl propionate และ retinyl-acetate

จัดเป็น vitamin A ester derivatives กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ได้ผลน้อยที่สุดในบรรดา topical retinoids ทั้งหมด เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตัดพันธะ ester ให้กลายเป็น retinol และเกิดการ oxidation เพื่อให้เป็น tretinoin อีกที เรียกได้ว่ากว่าจะออกฤทธิ์ได้ต้องผ่านถึง 3 ขั้นตอน และการดูดซึมก็ไม่ดีเท่าที่ควร

ข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มนี้อาจช่วยเรื่อง UV protection ได้เล็กน้อย แต่ยังไม่มีข้อมูลช่วยเรื่อง antiaging

Vitamin A Ester Derivatives
Vitamin A Ester Derivatives

2.4 Bakuchiol

เป็น purified meroterpene phenol สารสกัดจากพืช Psoralea corylifolia (babchi) พบว่ามีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่องสิวได้

โดยพบว่าการทา 0.5% Bakuchiol นาน 12 สัปดาห์ ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้นได้เทียบเคียงกับการทา 0.5% Retinol

นอกจากนั้นยังช่วยให้รอยดำดีขึ้นเพราะช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวร่วมด้วย และยังพบผลข้างเคียงเรื่องระคายเคืองน้อยที่สุดและน้อยกว่า Retinol

ดังนั้น Bakuchiol จึงเป็นน้องใหม่ที่น่าสนใจอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ทนผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคืองของ tretinoin ไม่ได้

Bakuchiol
Bakuchiol

เหนือสิ่งอื่นใดหากต้องการให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ไปนาน ๆ นอกจากการใช้สกินแคร์กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะ ดูแลกำแพงผิวพื้นฐานให้แข็งแรงและเพิ่มความชุ่มชื้นควบคู่ไปด้วยเสมอ โดยมองหาสกินแคร์เหล่านี้ร่วมด้วย

สกินแคร์ที่มีส่วนผสมพื้นฐานของผิว ได้แก่ ceramide, hyaluronic acid หลายโมเลกุล และสกินแคร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น niacinamide, vitamin C, E, ferulic, ectoin เป็นต้น

การใช้สกินแคร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลผิว เพื่อให้ผิวของเรามีสุขภาพดี ซึ่งคงต้องทำควบคู่ไปกับวิธีการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่ การปกป้องผิวจากแสงแดดร่วมด้วยอย่างถูกวิธี ทั้งนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า

ยกตัวอย่างการจัดสกินแคร์พื้นฐานเพื่อชะลอผิวเสื่อมตามวัย
▫️ชิ้นที่ 1 ผลิตภัณฑ์กันแดด

▫️ชิ้นที่ 2 The Concentrate 25.8 Serum Booster ซึ่งมีอนุพันธ์วิตามินเอ (0.1% Retinaldehyde, 1% Bakuchiol) + สารต้านอนุมูลอิสระและส่วนผสมลดการสร้างเม็ดสี (10% Niacinamide, 4% Ascorbyl glucoside, Purified bromelain)

▫️ชิ้นที่ 3 Be-Barrier 24.7 Restoring Serum ซึ่งมีส่วนผสมบำรุงกำแพงผิวพื้นฐาน (10% Ceramide complex, 8 Hyaluronic acid, 2% Ectoin) + ส่วนผสมลดการสร้างเม็ดสี (3% Tranexamic acid)
[อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมท้ายบทความ]

BOTTOM LINE

โดยสรุป วิตามินเอรูปแบบทาเพื่อหวังผลเรื่อง Antiaging

ตัวที่มีข้อมูลรับรองมากที่สุดคือ กลุ่มยาทา Tretinoin เป็นยาที่ต้องมีการสั่งจ่ายโดยแพทย์ การระคายเคืองมาก

ถ้าในแง่สกินแคร์ของอนุพันธ์วิตามินเอที่ได้ผลด้าน Anti-aging อาจพิจารณา Retinaldehyde ซึ่งมีข้อมูลประสิทธิภาพมากที่สุด หรือทางเลือกอื่นที่ระคายเคืองน้อยกว่าและข้อมูลรองลงมา เช่น Bakuchiol (ระคายเคืองน้อยที่สุด) หรือ Retinol

ส่วนกลุ่มที่ปัจจุบันพบว่าไม่ค่อยช่วยเรื่อง anti-aging ได้แก่ กลุ่ม Vitamin A ester คงต้องรอข้อมูลในอนาคตต่อไป

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลผิวสำหรับทุกท่านที่กำลังหาข้อมูลเรื่องวิตามินเอทาผิวอยู่นะคะ ถ้าชอบสามารถแชร์ให้เพื่อน ๆ อ่านได้เลย


References
J Cutan Med Surg. 2022 Jan-Feb;26(1):71-78.
Br J Dermatol. 2019 Feb;180(2):289-296.
J Cosmet Dermatol. 2018 Jun;17(3):471-476.
J Dermatolog Treat. 2017 Dec;28(8):684-696.
Aesthet Surg J. 2010 Jan;30(1):74-7.
Br J Dermatol 2008;158: 472-477.
Clin Dermatol 2008;26:633-635.
Arch Dermatol 2007;143:606-612.
Clin Interv Aging. 2006;1(4):327-48.
Dermatol Therapy 2006;19:289-296


[Disclaimer] สนับสนุนบทความโดย HERBITAGE

ทำการพัฒนาสูตรร่วมกับสถาบัน KAPI ม.เกษตร โดยเป็นการต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้แก่งานวิจัยด้าน Purified Extract จากพืชผลการเกษตรของไทย

สูตรแรก HERBITAGE The Concentrate 25.8 Serum Booster (สีเขียว)💚

ช่วยเสริมการรักษาสิว ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูดีขึ้น รูขุมขนแลดูเล็กลง
ส่วนประกอบหลัก
0.1% Retinaldehyde เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอที่มีข้อมูลประสิทธิภาพด้าน anti-aging มากสุดในกลุ่มเครื่องสำอาง
1% Bakuchiol สารสกัดวิตามินเอจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์คล้ายเรตินอล อ่อนโยน
10% Niacinamide, 4% Ascorbyl glucoside ลดการสร้างเม็ดสีผิว
Purified bromelain เอนไซม์เหง้าสับปะรดบริสุทธิ์ จาก ม.เกษตรศาสตร์ สารต้านอนุมูลอิสระ

เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย ไม่ระคายเคือง
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร, คนแพ้วิตามินเอและอนุพันธ์, ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบ เช่น เซบเดิร์ม

สูตรสอง HERBITAGE Be-Barrier 24.7 Restoring Serum (สีน้ำเงิน)💙

ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เสริมกำแพงผิว ผิวแลดูกระจ่างใส ต่อต้านมลภาวะ
ส่วนประกอบหลัก
2% Ectoin ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว
10% Ceramide complex ช่วยฟื้นฟูกำแพงผิว
3% Tranexamic acid ช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว
8 Hyaluronic acids ช่วยเติมน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นผิว
Liquid Crystal Emulsion ช่วยนำพาสารออกฤทธิ์เข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น

Herbitage Concentrate and Be barrier

ข้อมูลการทดลองจากทาง HERBITAGE โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าหลังการใช้ผลิตภัณฑ์คู่กัน 28 วัน ในอาสาสมัคร 30 คน ริ้วรอยตื้นขึ้น 21.2%, ผิวชุ่มชื้นขึ้น 64.5% และ ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น 6.45%

*ผลลัพธ์ต่อผลิตภัณฑ์ขึ้นกับการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ข้อมูลเพิ่มเติม Link ร้านค้าอย่างเป็นทางการ (ป้องกันของปลอม)
Shopee : https://bit.ly/2PmOxy7

Lazada : https://bit.ly/3fzwrUy

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Licochalcone A คู่หูคู่ซี้ของ ไทอามิดอล ‼️

เชื่อว่ายุคนี้หากใครได้อ่านเรื่อง สกินแคร์ที่ช่วยเรื่องฝ้าและรอยดำ ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของไทอามิดอล ซึ่งเป็นตัวเต็งของ ingredient ที่ช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว และในขณะเดียวกันอาจจะได้ยินชื่อของสารอีกตัวที่มักใช้ร่วมกับ Thiamidol เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น นั่นก็คือ ลิโคชาลโคนเอ (Licochalcone A) ลองมาทำความรู้จักกันในบทความนี้

Licochalcone A คู่หู Thiamidol คู่ซี้ของคนเป็นฝ้า

Licochalcone A เป็นสารสำคัญที่พบใน Glycyrrhiza inflata ซึ่งเป็น Chinese Licorice Root extract (รากชะเอมเทศ)

กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A ได้แก่

  • ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory effects)

ยับยั้งการสร้างและหลั่งสารก่อการอักเสบหลายชนิด เช่น PGE2, LTB4, IL-6, TNFa

  • ต้านเชื้อจุลชีพ (Anti-microbial effects)

โดยข้อมูลหลอดทดลองพบว่า สามารถยับยั้งกลุ่มแกรมบวกและแกรมลบได้ เช่น Staphylococcus aureus, Escherichia coli, Pseudomonas aeruginosa, Bacillus subtilis รวมถึง C.acne, H.pylori

  • ยับยั้งเชื้ออื่น ๆ

เช่น เชื้อมาลาเรีย P. falciparum, เชื้อราชนิด dermatophyte, C.albicans และเชื้อไวรัสบางชนิด

  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ (Antitumorigenic effects)
  • ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant effects)
กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A​
กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A

ในสมัยก่อนคนจีนจึงนิยมใช้เป็น ยาแผนโบราณในการรักษาโรค (Traditional Medicine) เช่น แผลในกระเพาะหรือลำไส้, ผิวหนังอักเสบ หรือ โรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกาย เพราะสืบเนื่องจากคุณสมบัติข้างต้น

ปัจจุบันมีการนำ Licochalcone A มาผสมสกินแคร์ในรูปแบบของการทา

หลากหลายมากขึ้น และมีข้อมูลพบว่าช่วยให้ภาวะเหล่านี้ดีขึ้นได้

• ผื่นที่เกี่ยวกับการอักเสบ ได้แก่ ผื่นสะเก็ดเงิน, ผื่นคัน, ผื่นเซบเดิร์ม
• ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง Atopic dermatitis เพราะลดการอักเสบและยัง repair skin barrier ได้
• ผื่นโรเซเชีย, ผิว sensitive skin เพราะมีฤทธิ์ anti irritation ร่วมด้วย
• สิว เพราะลดการอักเสบและยับยั้ง C.acne ร่วมด้วย
• ฝ้าและรอยดำจากการอักเสบ

ในแง่การเกิดฝ้า

นอกจากกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวที่ถูกกระตุ้นมากขึ้นแล้ว ยังพบว่า ผิวในชั้นลึกลงไปมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
ได้แก่

กระบวนการเกิดฝ้า​ Melasma
กระบวนการเกิดฝ้า

• เส้นใยอิลาสตินยืดหยุ่นลดลง เกิด solar elastosis คล้ายกับที่พบในผิวที่เกิดความเสื่อมจากการถูกแสงแดด (photoaging disorder)
• Basement membrane zone (BMZ) ที่กั้นระหว่างชั้นหนังแท้กับหนังกำพร้ามีรอยรั่ว ไม่แข็งแรง จึงเกิดฝ้าลึกตามมา
• เส้นเลือดใต้ผิวหนังถูกกระตุ้นให้มีการเพิ่มจำนวน & ขนาด และหลั่งสาร Endothelin ซึ่งกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้นตามมา
• มีการเพิ่มปริมาณของ mast cells หลั่ง histamine เพิ่ม และกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้นตามมา
• เซลล์ไขมัน Sebocyte มีการหลั่งสารที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานมากขึ้น

ดังนั้น หากมองหาสกินแคร์เพื่อดูแลผิวที่เป็นฝ้าหรือผิวหมองคล้ำก็ควรต้องมองหาสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการข้างต้น และถ้าหากยับยั้งได้หลายกลไกก็มีแนวโน้มที่จะเห็นผลการรักษาได้ดีกว่า

ยกตัวอย่างการจับคู่สกินแคร์

ชิ้นที่ 1: สกินแคร์ที่มีส่วนผสมหลักของ Licochalcone A + Thiamidol + Hyaluronic acid
ร่วมกับ
ชิ้นที่ 2: ครีมกันแดด
ก็ช่วยได้หลายกลไก ดังนี้

Sunscreen ช่วยลด photoaging และลดการสร้างเม็ดสี
Licochalcone A ช่วยทำให้ฝ้าและรอยดำจากการอักเสบดีขึ้น จากหลายกลไล
• ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี โดยมีข้อมูลสามารถทาในระยะยาวได้อย่างปลอดภัย
• ลดการหลั่ง Endothelin จึงทำให้การสร้างเม็ดสีในฝ้าน้อยลง
• ช่วยลดการอักเสบ จึงเกิดรอยดำตามมาน้อยลง
Thiamidol เป็น potent tyrosinase inhibitors อ่านเพิ่มเติมในบทความก่อนนี้
Hyaluronic acid ช่วยเสริม skin barrier แข็งแรง

กลไก Licochalcone A รักษาฝ้า​
กลไก Licochalcone A รักษาฝ้า

มีข้อมูลพบว่า เมื่อใช้สกินแคร์ซึ่งมีส่วนผสมหลักของ Licochalcone A + Thiamidol + Hyaluronic acid พบว่าฝ้าจางชัดเจน และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง 6 เดือน พบว่าฝ้าสามารถจางลงไปเรื่อย ๆ และสามารถป้องกันการกลับเป็นซ้ำของฝ้าหลังหยุดใช้ได้อย่างน้อย 3 เดือน
ดังนั้น จึงแนะนำให้ทาเป็นประจำสม่ำเสมอร่วมกับการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาฝ้าค่ะ

Bottom line

สกินแคร์ นอกจากจะเป็นเป็นตัวเสริมการรักษาฝ้าด้วยยาแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อ maintenance หลังการรักษาจบแล้ว เพื่อลดโอกาสการกลับมาเข้มขึ้นของฝ้าอีก แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ 100% เพราะปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาฝ้าให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาเพื่อให้ฝ้าจางลงได้ การรักษาฝ้าให้ได้ผลดีควรต้องควบคู่ไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธี และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมน ยาบางชนิด เป็นต้น

ปัจจัยกระตุ้นฝ้า​
ปัจจัยกระตุ้นฝ้า

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ทุกท่านที่ได้จะรู้จัก ลิโคชาลโคนเอ (Licochalcone A) มากขึ้นในหลายแง่มุมนะคะ


References:

J Toxicol Environ Health A. 2020 Nov 16;83(21-22):673-686.
Curr Med Chem. 2020;27(12):1997-2011.
Clin Cosmet Investig Dermatol. 2019 Feb 19;12:151-161.
Pharm Biol. 2017 Dec;55(1):5-18.
J Eur Acad Dermatol Venereol. 2016 Feb;30 Suppl 1:21-7.
Acta Pharm Sin B. 2015 Jul;5(4):310-5.
Arch Dermatol Res. 2006 Jun;298(1):23-30.
Life Sci. 2002 Aug 9;71(12):1449-63.


[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย
Eucerin Spotless Booster Serum

ส่วนประกอบหลัก :
Thiamidol เป็น The powerful Human Tyrosinase Inhibitor {อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.facebook.com/476743752739537/posts/1259180884495816/?d=n}
Hyarulonic acid small molecule ช่วยนำพาสาร Thiamidol ซึมลงสู่ผิวชั้นลึกได้ดีขึ้น
Licochalcone A ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell เสริมการทำงาน ช่วยลดเรื่องการเกิดฝ้าและรอยดำหลังการอักเสบได้ดียิ่งขึ้น

เทคโนโลยี Micro Targeted : เพื่อเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และจัดการฝ้า จุดด่างดำได้ดีกว่าเดิม ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น 2 สัปดาห์

Eucerin Spotless Booster Serum

อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Flaxseed Oil .. อีกตัวช่วยในการดูแลสุขภาพผิว ⁉️

Flaxseed Oil เป็น ingredient ใหม่ ยังไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงเท่าไหร่นัก แต่ความจริงแล้วมีประโยชน์มากมายเลยทเดียว อีกทั้ง Flaxseed Oil ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวกลุ่ม skin barrier repair หรือ antiaging, กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ด้วยพราะเหตุผลที่ Flaxseed Oil มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์หลายอย่างต่อผิวหนังของเรา เช่น ลดการอักเสบ และ ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิวได้

วันนี้เลยอยากชวนมาทำความรู้จัก Flaxseed Oil กับประโยชน์ต่อสุขภาพผิวกันนะคะ

Flaxseed Oil

รู้หรือไม่ว่า Flaxseed Oil คืออะไร ?

น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดของต้นลินิน หรือต้นปอป่าน บางทีอาจได้ยินอีกชื่อ คือ Linseed Oil (น้ำมันเมล็ดลินิน) เดิมนิยมนำมาทำให้ขนมปังนุ่มและหอม มีไฟเบอร์สูง นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ถึง 3 ชนิด คือ Omega-3, 6 และ 9 ในปริมาณมากอีกด้วย และยังมีสารอีกอย่างที่เรียกว่า “ลิกแนน (Lignans)” เป็นต้านอนุมูลอิสระและออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน

Protex Flaxseed oil แฟลกซ์ซีด ออยส์
Flaxseed Oil
Protex Flaxseed oil แฟลกซ์ซีด ออยส์ ประโยชน์ต่อผิวหนัง
ประโยชน์ต่อผิวหนังของ Flaxseed Oil

ประโยชน์ต่อผิวหนังของ Flaxseed Oil ชนิดรับประทาน

• มีข้อมูลพบว่าหลังการทานต่อเนื่อง 6-12 สัปดาห์ วัดค่าการสูญเสียน้ำผ่านชั้นผิว (TEWL) ลดลง ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น และการอักเสบผิวลดลง รวมทั้งเส้นผมนุ่มขึ้น เล็บไม่เปราะง่าย

• พบว่าใน Flaxseed Oil มีสารที่ชื่อว่า Lignans ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น phytoestrogen ในร่างกายได้ ผลลัพธ์คล้ายกับการได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน กล่าวคือ ผิวพรรณแลดูเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น มีน้ำมีนวลมากขึ้น

• ขนาดรับประทานน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ที่ได้รับมาตรฐานสากลจากประเทศสหรัฐอเมริกา คือ 1,000 มก. วันละ 1 ครั้ง หลังอาหาร

อาหารเสริม Flaxseed oil แฟลกซ์ซีด ออยส์ ประโยชน์ต่อผิวหนัง
Flaxseed Oil ชนิดรับประทาน

ประโยชน์ต่อผิวหนังของ Flaxseed Oil ชนิดทา

มีข้อมูลวิจัยพบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Flaxseed Oil ช่วยในเรื่องดังนี้

ลดการอักเสบผิว (Anti-inflammation)

เนื่องจากมีกรด Linoleic (LA) สามารถยับยั้งการหลั่งสารก่อการอักเสบ จึงช่วย ลดอาการอักเสบของผิวหนังได้ ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น จึงอาจเห็นมีการนำมาใช้ร่วมกับการรักษาผื่นอักเสบ เช่น ผิวหนังอักเสบ ผื่นสะเก็ดเงิน ผื่นภูมิแพ้

• ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidantation)

เพราะมีลิกแนน (Lignan) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และในระยะยาวช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ผิวได้ จึงเป็นที่มาของการนำไปผสมในสกินแคร์กลุ่ม Anti-aging moisturizer ค่อนข้างหลากหลาย

• ลดการสูญเสียน้ำผ่านชั้นผิว (TEWL)

และเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ชัดเจนหลังการใช้ 6-12 สัปดาห์

• ช่วยสมานแผลหายเร็วขึ้น

โดยมีข้อมูลพบว่าการใช้ Flaxseed Oil 1-5% ทาจะช่วยให้แผลหายเร็วกว่าการทาด้วย Petrolatum jelly อีกด้วย

• ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย

Flaxseed oil แฟลกซ์ซีด ออยส์ ประโยชน์ต่อผิวหนัง
Flaxseed Oil ชนิดทา

โดยปกติแล้ว ผิวหนังมนุษย์จะมีกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวจากแบคทีเรีย ได้แก่

แบคทีเรียประจำถิ่น (Normal flora) ซึ่งจะอยู่กันอย่างสมดุล เพื่อคอยปกป้องผิวจากเชื้อภายนอก

ระบบอิมมูนผิว (Skin immune cells) เช่น AMPs หรือ เปปไทด์ต้านจุลชีพ ซึ่งเป็นโมเลกุลชนิดหนึ่งที่ผิวหนัง มีหน้าที่คอยต่อต้านสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้ามาก่อโรคในชั้นผิวหนัง รวมทั้งมีส่วนช่วยให้กำแพงผิวสมดุลแข็งแรง

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวไม่แข็งแรงและเกิดการแพ้ระคายเคืองง่าย อาจเกิดจากผิวที่ขาดความชุ่มชื้น และกลไกการปกป้องผิวที่กล่าวข้างต้นเสียสมดุลไป จึงส่งผลให้ผิวเกิดการแพ้ ระคายเคือง อักเสบตามมา

Flaxseed Oil มีคุณสมบัติช่วยให้ AMPs เพิ่มขึ้นและทำหน้าที่ปกป้องผิวจากแบคทีเรียได้ดีขึ้น ดังนั้น จึงช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นและช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้

Protex Flaxseed oils ลดการสะสมแบคทีเรีย

จากคุณสมบัติข้างต้น จึงมีการนำ Flaxseed Oil มาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างหลากหลายกลุ่ม เช่น สกินแคร์ทาผิวกลุ่ม antiaging moisturizer, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มี Flaxseed Oil เป็นส่วนประกอบ ยกตัวอย่างเช่น สบู่เหลวอาบน้ำ Protex Flaxseed Oil shower cream สูตรพรอพโพลิส (รายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง) หรือแม้แต่อาหารเสริมสำหรับคนรักสุขภาพให้ลองพิจารณาเลือกดูตามความเหมาะสมของปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Nutr Cancer. 2002;43(2):187-92.

Mol Cell Biochem. 1999 Dec;202(1-2):91-100.

Br J Nutr. 1993 Mar;69(2):443-53.

——————————————

[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Protex Flaxseed Oil shower cream

สบู่โพรเทคส์ สูตรพรอพโพลิส ผสานแฟลกซ์ซีด ออยล์ ทำงานร่วมกับผิว เสริมการปกป้องผิวจากแบคทีเรียตามธรรมชาติ

ใช้สำหรับทำความสะอาดผิว ช่วยชำระล้างแบคทีเรียได้ถึง 99.9%* ลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 10 เท่า มีส่วนผสมของ

▫️ พรอพโพลิส สารสกัดธรรมชาติจากรังผึ้ง ที่ผึ้งใช้ปกป้องรังจากแบคทีเรีย

▫️ น้ำมันสกัดจากเมล็ดแฟลกซ์ ช่วยปกป้องผิวจากแบคทีเรียอย่างเป็นธรรมชาติ

▫️ ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ผิวหนัง

นอกจากนั้น แฟลกซ์ซีด ออยล์ ยังมีอยู่ในสบู่ก้อนและสบู่อาบน้ำของโพรเทคส์ทุกสูตร

*จากการศึกษาในกลุ่มอาสาสมัคร 12 คน อายุระหว่าง 18-55 ปี โดยเคลคาร์ เอดูเคชั่น ทรัสต์ ไซแอนติฟิก รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ประเทศอินเดีย ธ.ค. 2562 ทดสอบกับแบคทีเรีย Escherichia coli

เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ช่วยลดกลิ่นกาย ผิวนุ่มสุขภาพผิวดี

Protex Flaxseed oil shower cream แฟลกซ์ซีด ออยล์

——————————————

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Hypochlorous Acid ทำความสะอาดพื้นผิว ลดสิวหน้ากาก

รู้หรือไม่ Hypochlorous acid ‼️
มีประโยชน์หลายอย่างที่บางท่านอาจยังไม่รู้

เช่น
ทางเลือกของคนแพ้เจลแอลกอฮอล์
ทำความสะอาดพื้นผิวโดยไม่มีการทำลาย
ช่วยลดสิวหน้ากาก ลดการอักเสบผิว
และอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่อยากให้ลองมาทำความรู้จักในโพสนี้

1. Hypochlorous acid คือ อะไร ?

กรดไฮโปคลอรัส หรือ ชื่อทางเคมีว่า HOCl เป็นกรดอ่อน ๆ ที่ถูกผลิตขึ้นโดยธรรมชาติโดยเซลล์เม็ดเลือดขาว (ทั้งชนิด neutrophils, eosinophils, mononuclear phagocytes และ B lymphocytes) ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเพื่อปกป้องร่างกาย ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รวมทั้งสปอร์ของเชื้อราได้ โดยการเข้าไปทำลายผนังหุ้มเซลล์ของเชื้อโรค เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านั้น

Hypochlorous Acid คือ อะไร​
Hypochlorous Acid คือ อะไร

2. ในชีวิตประจำวันสามารถพบเจอ Hypochlorous acid ได้ที่ไหนบ้าง ?

กรดไฮโปคลอรัส สามารถพบได้จาก “น้ำอิเล็กโทรไลต์” ซึ่งเป็นน้ำที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโทรไลซิส (Electrolysis) ซึ่งคิดค้นครั้งแรกโดยนักฟิสิกส์และนักเคมี ซึ่งสารละลายตัวนี้หากทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมที่่ไม่เหมาะสม เช่น ถูกแสงแดด, ที่อุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ก็จะทำให้ไม่คงตัวและอาจเสื่อมสภาพได้ง่าย ดังนั้น ควรเก็บในที่ไม่ร้อน อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส ไม่ถูกแสงแดด

Electrolyte Water​ น้ำอิเล็กโทรไลต์
Electrolyte Water

3. Hypochlorous acid มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?

ตามที่กล่าวข้างต้น จึงมีการนำ Hypochlorous acid มาใช้สำหรับ พ่นหรือเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อตามพื้นผิวต่าง ๆ เช่น ตามผนังกำแพง โต๊ะ ทั้งในโรงงาน โรงแรม ร้านอาหาร หรือ แม้แต่สเปรย์ทำความสะอาดของกิน ผัก ผลไม้ ได้โดยไม่อันตราย
กรดไฮโปคลอรัส เป็นอีกหนึ่งใน Ideal ของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามพื้นผิวต่าง ๆ (Ideal disinfectant and sanitizer) เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ 99% ใช้ง่าย สะดวก ปลอดภัย และเมื่อฉีดลงบนพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาดแล้วจะเปลี่ยนเป็นน้ำทันที ไม่ก่อการระคายเคือง ราคาไม่แพง

ประโยชน์ของ Hypochlorous acid​
ประโยชน์ของ Hypochlorous acid
ประโยชน์ของ Hypochlorous acid

4. Hypochlorous acid สามารถใช้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่ผิวหนังของมนุษย์ได้หรือไม่ ?

เนื่องจากกรดไฮโปคลอรัส เป็นกรดชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกันในเม็ดเลือดขาวของร่างกายมนุษย์ จึงปลอดภัยไม่เป็นอันตราย ไม่ก่อการระคายเคือง สามารถใช้กับผิวหนังได้ ที่ผ่านมาหลาย ๆ ประเทศก็เริ่มมีการนำ Hypochlorous acid มาเป็นส่วนผสมในสเปรย์และน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อใช้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น
✔️ สเปรย์ฆ่าเชื้อที่ใบหน้า มือ เท้า
✔️ น้ำยาฆ่าเชื้อผิวบริเวณที่บอบบาง เช่น ดวงตา
✔️ น้ำยาฆ่าเชื้อบ้วนปาก
✔️ หรือแม้แต่น้ำยาล้างแผลผ่าตัด เป็นต้น

5. สามารถใช้ Hypochlorous acid กับแผลที่ผิวหนังโดยตรงได้หรือไม่ ?

สามารถใช้กับแผลที่ผิวหนังโดยตรงได้ ไม่ได้มีข้อห้าม ไม่ระคายเคือง และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสบางชนิดที่ผิวหนังได้ โดยไม่ก่อให้เกิดภาวะแผลหายช้าลง (Delayed wound healing) ต่างกับสารละลายบางอย่างที่ไม่ควรใช้กับแผลโดยตรง เช่น Hydrogen peroxide, povidone iodide เพราะอาจมีการทำลายเนื้อเยื่อและแผลอาจหายช้าลงได้ อย่างไรก็ตาม หากมีแผลที่ผิวหนังแนะนำพบแพทย์ร่วมด้วยเสมอ

ประโยชน์ของ Hypochlorous acid
ประโยชน์ของ Hypochlorous acid

6. คนแพ้คลอรีน แพ้แอลกอฮอล์ หรือ ใช้เจลแอลกอฮอล์แล้วมีผื่นแดง แห้ง ลอก อักเสบ สามารถใช้ Hypochlorous acid แทนได้หรือไม่ ?

สามารถใช้ได้ ปัจจุบันมี Hand sanitizing ที่ใช้ Hypochlorous acid หลายรูปแบบ ทั้งชนิดที่มีหรือไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์, คลอรีน ร่วมด้วย ทั้งนี้มีข้อมูลพบว่า การใช้ Hypochlorous acid ในปริมาณที่เหมาะสม ก็มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคมากกว่าคลอรีนถึง 80-120 เท่า
ดังนั้น การใช้ Hypochlorous acid หรือ Electrolyte Water ก็เป็นอีกทางเลือกในคนที่ไม่สามารถใช้คลอรีนหรือแอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดผิวได้ อีกทั้งยังอ่อนโยน ไม่ก่อการระคายเคืองผิว ไม่ทำให้ผิวแห้ง และไม่มีกลิ่น

สเปรย์ทำความสะอาด Hypochlorous acid

7. Hypochlorous acid ในแง่ของปัญหาผิวหนังและความงาม สามารถใช้ประโยชน์ในกรณีไหนบ้าง ?

ตามที่กล่าวข้างต้นว่า Hypochlorous acid ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ได้โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย ยกตัวอย่างเช่น

ในโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ก็พบว่าการใช้ Hypochlorous acid ชโลมที่ผิว ช่วยลดการกำเริบโรคจากการก่อตัวของแบคทีเรีย Staph aureus, Strep epidermidis ได้

ในโรคผิวหนังอักเสบ หรือ สะเก็ดเงิน มีข้อมูลว่าช่วยเสริมการรักษา ช่วยลดการอักเสบและลดอาการคันได้

ในกรณีสิว พบว่าสเปรย์ที่ผิวหน้าหรือบริเวณหน้ากากก่อนใส่ ช่วยลดการเพาะเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวจากหน้ากาก (Maskne) ตามมาได้ หรือ สเปรย์ที่หมวกกันน็อคหรือหมวกคลุมผมก่อนเข้าห้องผ่าตัด ก็ช่วยลดการก่อสิวบริเวณหน้าผากไรผม

Hypochlorous acid ลดสิวหน้ากาก
Hypochlorous acid ลดสิวหน้ากาก

นอกจากนั้น Hypochlorous acid ยังมีคุณสมบัติยับยั้งการสร้าง biofilm จึงสามารถลดการรวมกลุ่มของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่รวมกัน และยังมีข้อมูลพบว่า..

ช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่สะสมในอุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ได้ เช่น แปรงสีฟัน แปรงแต่งหน้า อุปกรณ์เครื่องล้างหน้า เป็นต้น

Hypochlorous acid ลดการสร้าง biofilm​
Hypochlorous acid ลดการสร้าง biofilm

หวังว่าเรื่อง Hypochlorous acid ในบทความนี้ จะช่วยให้ทุกท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผิวและเลือกใช้ทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าหากชื่นชอบบทความและเห็นว่ามีประโยชน์ก็สามารถแชร์ให้เพื่อน ๆ คนอื่นได้อ่านกันเยอะ ๆ นะคะ

ด้วยความปรารถนาดี


References:
J Oral Maxillofac Surg. 2020 Sep;78(9):1461-1466.
J Cosmet Dermatol. 2020 Feb;19(2):270-277.
J Burns Wounds. 2007 Apr 11;6:e5.


[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย
MeTime Natural Solution Water Spray สเปรย์ทำความสะอาดอิเล็กโทรไลต์

นวัตกรรมเลียนแบบเซลล์เม็ดเลือดขาว มาตรฐานการผลิตที่มีการแนะนำจาก WHO ว่าสามารถใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้
ผ่านการรับรองจากสถาบันวิจัยมหิดล ว่าลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ 99.99%
ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อสูง และรวดเร็วกว่าสเปรย์แอลกอฮอล์ 4 เท่า
ใช้ทำความสะอาดบาดแผล ช่องปาก ดวงตา โดยไม่เป็นอันตราย
ใช้ทำความสะอาดอาหารสด สัมผัสอาหารได้
ใช้ทำความสะอาดโดยไม่ทำลายพื้นผิวให้เสียหาย เช่น หนังแท้ เสื้อผ้า
ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ติดไฟ
ไม่ก่อการระคายเคือง ผิวไม่แห้ง

MeTime Natural Solution Water Spray

👩🏻‍⚕️อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

6 ข้อควรรู้ สำหรับคนผิวแพ้ง่ายใช้อะไรก็แสบคัน ‼️

ผิวแพ้ง่าย

ก่อนจะเริ่มอ่านบทความนี้ อยากให้ทุกท่านลองสำรวจตัวเองดูก่อนว่า 

…คุณมีผิวแพ้ง่าย..หรือไม่ ?

เพราะถ้าหากผิวเราแพ้ง่าย การเลือกสกินแคร์และการดูแลผิวอาจต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิมค่ะ

1. อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่า “ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย”

• อาการแสดงของผิวหนังที่บ่งบอกว่าคุณเป็นผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย ได้แก่

• แสบผิว ออกร้อน

• คันยุบยิบ

• ผื่นแดง ผด แห้ง ลอก

• รู้สึกไม่สบายผิว

โดยเฉพาะเมื่อถูกสิ่งกระตุ้นที่คนผิวปกติทั่วไปมักจะไม่มีอาการ

อาการแสดง ผิวแพ้ง่าย sensitive skin
อาการแสดงของ Sensitive Skin

2. ทำไมบางคนจึงเกิด Sensitive skin ขึ้นมาได้ ทั้งที่ไม่ค่อยใช้อะไรทาผิวมากมาย

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด พบว่าการเกิดภาวะนี้อาจไม่เกี่ยวกับอาการแพ้ใด ๆ ก็ได้ และเชื่อว่าเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

• Skin barrier ไม่แข็งแรง ทำให้สารก่อการระคายเคืองซึมลงผิวได้ง่ายขึ้น

• เส้นประสาทที่ผิวหนัง มีความไวมากขึ้น จึงเกิดการระคายเคืองผิวได้ง่ายขึ้น

• มีการกระตุ้นกระบวนการอักเสบผิวมากขึ้น จึงมักมีผิวแดง แสบ คัน ได้บ่อย ๆ

• มีความผิดปกติของยีนบางอย่าง

สาเหตุทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนปกติทั่วไป

สาเหตุผิวแพ้ง่าย
สาเหตุของผิวแพ้ง่าย

3. ทำไมผิวคนเราจึงมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น

ผิวที่มีความไวมากขึ้นเกิดจากความผิดปกติ 2 อย่าง คือ

1) มีความผิดปกติของระบบเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ผิวหนัง

2) มีสิ่งกระตุ้นให้มักทำให้อาการกำเริบ ได้แก่

• ความร้อน

• แสงยูวี

• ฝุ่น PM2.5

• อากาศเปลี่ยนแปลง

• ส่วนประกอบในสกินแคร์บางอย่าง

• ฮอร์โมน อารมณ์และความเครียด

สิ่งกระตุ้นเหล่านี้จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของ barrier function ร่วมกับ มีการอักเสบที่ผิวตามมาได้ค่ะ

สิ่งกระตุ้นให้ผื่นเห่อ ผิวแพ้ง่าย
สิ่งกระตุ้นให้ผื่นกำเริบ

4. มีการทดสอบอะไรช่วยวินิจฉัยโรคนี้หรือไม่

โดยปกติจะให้การวินิจฉัยภาวะ Sensitive Skin Syndrome จากอาการและอาการแสดง หากไม่แน่ใจอาจใช้วิธีการทดสอบช่วยวินิจฉัยได้

เช่น การใช้ 10% Lactic acid หรือ Capsaicin ทาบริเวณซอกจมูก และ โหนกแก้ม แล้วดูว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ หรือวิธีการทดสอบอื่น ๆ ซึ่งจะไม่ได้กล่าว ณ ที่นี้

5. หากเป็นภาวะนี้แล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

• หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้น เช่น แสงแดด, ฝุ่น PM2.5, ความเครียด, การแกะเกาที่ผิว

• หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อการระคายเคืองผิว เช่น

❌ ยาทาสิวกลุ่ม tretinoin, BPO

❌ สกินแคร์หรือยาที่มี alcohol, น้ำหอม, สารกันเสีย

❌ สารกลุ่มผลัดเซลล์ผิว เช่น glycolic acid

• ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ แนะนำเป็น Physical sunscreen จะระคายเคืองน้อยกว่า Chemical sunscreen

• ล้างหน้าให้สะอาดเพื่อลดการระคายเคืองจากสารตกค้างที่ผิว

• ปรับมอยเจอไรเซอร์ให้เหมาะสม

• หากมีผื่นกำเริบ ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยอาจพิจารณาใช้ยาทากลุ่ม topical immunomodulators และการรักษาอื่นขึ้นกับแพทย์พิจารณา

การปฏิบัติตัวเมื่อผิวแพ้ง่าย ระคายเคือง sensitive skin
การปฏิบัติตัวเมื่อเป็น Sensitive skin

6. มอยเจอไรเซอร์สำหรับ Sensitive Skin ควรเลือกแบบไหน

• มอยเจอไรเซอร์ควรเลือกที่มีคุณสมบัติที่แก้ปัญหาตรงจุดตามปัญหาผิว คือ

1) ช่วยบำรุงกำแพงผิว

2) ช่วยลดการอักเสบผิว

3) มีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมลดความไวของตัวรับเส้นประสาทที่ผิว

ยกตัวอย่าง Defensive Technology ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bioderma ก็มีคุณสมบัติครบทั้งสามอย่าง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมตอนท้าย)

• แนะนำ fragrance-free

• เลี่ยงสารที่อาจก่อการแพ้สัมผัสหรือระคายเคืองได้บ่อย เช่น lanolin, wool alcohols

• เลี่ยงการใช้ surfactant ที่อาจระคายเคืองมาก โดยเฉพาะกลุ่ม anionic or cationic เช่น sodium lauryl sulfate, sodium laurate เป็นต้น

Skincare สำหรับผิวแพ้ง่าย
คุณสมบัติ Skincare สำหรับผิวแพ้ง่าย

สุดท้ายสิ่งสำคัญ การมีปัญหาหน้าแดง คัน แสบ สามารถเป็นได้จากหลายโรค ซึ่งก่อนให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะ Sensitive skin syndrome ตามที่เล่ามาทั้งหมดในโพสนี้ จำเป็นต้องวินิจฉัยแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกไปก่อน เช่น ผื่นแพ้สัมผัส, แพ้แดด, โรคภูมิแพ้ผิวหนัง, ภาวะโรเซเชีย เป็นต้น

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นภาวะ Sensitive Skin Syndrome หรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังช่วยประเมินนะคะ

ถ้าหากเห็นว่าบทความมีประโยชน์ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อน ๆ คนอื่น ได้อ่านบทความนี้ด้วยกันนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Am J Clin Dermatol. 2020 Jun;21(3):401-409.

J Drugs Dermatol. 2019;18(1 Suppl.):s68-74.

Actas Dermosifiliogr (Engl Ed). 2019 Dec;110(10):800-808.

Arch Toxicol 2015;89(12):2339-444.

Int J Cosmet Sci. 2012;35(1):2-8.

Int J Cosmet Sci. 2011;33(5):421-5.

Dermatol Ther 2004;17(Suppl 1):16-25.

——————————————

[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Bioderma Sensibio Defensive

Bioderma Sensibio Defensive

ครีมบำรุงผิว เหมาะสำหรับผิวแพ้ระคายเคืองง่าย

คิดค้นขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ Defensive technology ซึ่งมีคุณสมบัติหลัก 3 ประการ จากสารประกอบหลัก ได้แก่

▫️ Carnosine + Vitamin E ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ antipollution ซึ่งมีข้อมูลพบว่าช่วยลด oxidative stress ได้มากกว่ากลุ่ม control ถึง 75%

▫️ Tetrapeptide-10 ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว โดยข้อมูลในหลอดทดลองพบว่า สามารถเพิ่ม filaggrin gene, involucrin, loricrin, เพิ่มการทำงานของเอนไซม์ transglutaminase และเพิ่มโปรตีน corneodesmosin ที่ชั้นผิวได้ 46%

▫️ Red sage polyphenols ช่วยลดการอักเสบผิว จาก 2 กลไก คือ

1) ยับยั้งการกระตุ้น TRPV1 receptor ซึ่งเป็นตัวรับความรู้สึกปวดบริเวณปลายประสาท ส่งผลให้ลดอาการแสบ คัน ยุบยิบลดลง 

2) ลดการหลั่ง PGE2, COX-2 จากเซลล์ keratonocyte, ลดการหลั่ง IL-1a จึงส่งผลให้กระบวนการอักเสบผิวลดลง 36%

ข้อมูลการทดลองจาก Bioderma พบว่า ช่วยปลอบประโลมผิวลดอาการแดง แสบ คัน ได้อย่างชัดเจนในนาทีที่ 3 หลังการทา & ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้นาน 12 ชั่วโมง เมื่อใช้ต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ไม่เหนอะ

*การตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์และการรักษาขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

——————————————

อ่านบทความย้อนหลัง www.helloskinderm.com (คลิก)

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

 

 

 

 

 

 

 

 

กลเม็ดพิชิต “รอยดำสิว”

แม้ว่ารอยดำจากสิว..ไม่ได้อันตราย แต่อาจส่งผลทางด้านจิตใจเป็นอย่างมากต่อใครหลายคน ถ้าหากเราสาเหตุการเกิดรอยดำจากสิวและรักษาตรงจุด ก็จะได้ผลการรักษาที่ดีค่ะ

กลเม็ดพิชิต รอยดำสิว

สาเหตุการเกิดรอยดำที่ผิวหนังนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุขึ้นกับเป็นโรคผิวหนังอะไร บางโรคอาจเกิดจากความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี หรือ กระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ แต่หากกรณีเป็นรอยดำที่เกิดตามหลังการเป็นสิวนั้นเกิดเนื่องจากมีการอักเสบของผิวหนังเป็นหลักค่ะ

เมื่อไหร่ที่เกิดสิวอักเสบขึ้นแล้ว ..

อาจเกิดเป็น รอยสีแดง ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne erythema ซึ่งมักพบในคนผิวขาวได้บ่อยกว่า หลังจากนั้นจะมีการกระตุ้นผ่านระบบอิมมูนที่ผิวหนัง กระตุ้นเอนไซม์ tyrosinase และกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้น และเกิดรอยดำหรือน้ำตาลตามมา ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne hyperpigmentation ซึ่งมักพบในคนผิวสีคล้ำได้บ่อยกว่า

ดังนั้น เดอร์โมคอสเมติกส์หรือยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบและยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้ จึงมีส่วนช่วยลดการเกิดรอยดำและรอยแดงสิวได้

รอยแดงสิว รอยดำสิว แตกต่างกัน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยดำจากสิวที่สำคัญที่สุด คือ ..

การอักเสบของผิวหนัง สิวอักเสบเล็กน้อยก็เกิดรอยดำตามมาได้ และหากยิ่งสิวอักเสบรุนแรงและอักเสบนาน ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดรอยดำที่รุนแรงมากกว่าและนานกว่า

ดังนั้น หากไม่อยากมีรอยดำสิว สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องรีบรักษาสิวให้ดีแต่เนิ่น ๆ

รังสียูวี เป็นอีกตัวการที่สำคัญ ..

ที่กระตุ้นให้รอยดำสิว มีความรุนแรงและเข้มขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น การป้องกันผิวจากแสงแดดให้ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ทาผลิตภัณฑ์กันแดดสม่ำเสมอ, ใส่หมวก, กางร่ม, หลบแดด ตามความเหมาะสม

การทำให้ผิวเกิดความบาดเจ็บ ..

จะยิ่งกระตุ้นกระบวนการอักเสบผิว ทำให้รอยดำทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่รอยดำ แต่ยังอาจเกิดแผลเป็น รอยแดง หลุมสิวตามมาได้อีก ซึ่งส่งผลให้การรักษาสิวยุ่งยากและยาวนานกว่าเดิม

ดังนั้น หากเป็นสิวแล้วไม่อยากเกิดรอยดำสิว รอยแดง หลุมสิวตามมา ก็แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ค่ะ

ปัจจัยกระตุ้นรอยดำสิว

หลังจากสิวอักเสบหายแล้ว ..

แต่ละคนอาจเกิดรอยดำตามมามากน้อยไม่เท่ากัน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความรุนแรงของรอยดำ

ปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ได้แก่

✔️ ความรุนแรงของการอักเสบสิว

✔️ รังสียูวี

✔️ การบีบแกะสิว

และยังมีปัจจัยที่เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น

✔️ ชนิดสีผิว คนผิวสีเข้มมีโอกาสเกิดรอยดำได้มากกว่าคนผิวขาว

✔️ กรรมพันธุ์หรือประวัติครอบครัว

เป็นต้น

เมื่อเกิดรอยดำจากสิวแล้ว รอยดำจะค่อยจางลงไปได้เอง ..

ตามกระบวนการผลัดเซลล์ผิว โดยใช้ประมาณเวลา 6 เดือน – 5 ปี แล้วแต่บุคคล

ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การรักษาสิวแต่เนิ่น ๆ อย่างถูกวิธี ไม่ควรลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ร่วมกับการเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่มีส่วนเสริมการรักษาสิวอย่างเหมาะสม

เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิว ..

แนะนำ Water‐based, nongreasy เนื้อสัมผัสไม่เหนียว, non comedogenic (เคยเขียนบทความไปแล้วลองไปทบทวนได้)

สรุปอีกครั้งสั้น ๆ คุณสมบัติของ Moisturizer สำหรับคนเป็นสิว ที่ควรมี 4 อย่าง ได้แก่

✔️ ช่วยลดการอักเสบ (Anti-inflammatory agents) เช่น Licochalcone-A, azelaic acid, hazel, aloe vera, zinc, soy isoflavones

✔️ ช่วยผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของรูขุมขน (Keratolytic agents) เช่น hydroxy acid, linoleic acid

✔️ ช่วยควบคุมการสร้างน้ำมันผิว (Sebum controlling) เช่น L-carnitine, niacinamide, zinc, fullerene

✔️ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อสิวโดยไม่ทำให้ผิวเสียสมดุล (Anti microbial agents) เช่น Decanediol, tea tree oils

เมื่อเกิดรอยดำสิวขึ้นแล้ว แนะนำให้ปรับการรักษาด้วยกลุ่มยาทาก่อน ซึ่งที่มีข้อมูลช่วยเรื่องรอยดำสิวได้ คือ

✔️ กลุ่มยาทา (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน) เช่น hydroquinone, retinoids, azelaic acid, dapsone gel เป็นต้น

✔️ กลุ่มสกินแคร์ เช่น thiamidol, kojic acid, ascorbic acid, arbutin, niacinamide, licorice extract, aloesin, ferulic acid เป็นต้น

สกินแคร์รักษารอยสิว

และหากไม่ดีขึ้น แนะนำปรึกษาแพทย์พิจารณาปรับการรักษาเสริม เช่น

✔️ Chemical peeling

✔️ Laser/light therapy เช่น blue light PDT, Nd:YAG laser

เป็นต้น

โดยสรุป ‼️

ถ้าไม่อยากมีรอยดำสิว ควรรีบรักษาสิวอย่างถูกวิธี

ถ้ามีรอยดำจากสิวแล้วอาจต้องใช้เวลา ซึ่งนานแค่ไหนแล้วแต่ผิวและปัจจัยของแต่ละคน

หากใครที่กังวลหรือเร่งด่วน เช่น ต้องออกงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ผิวหน้า ก็แนะนำพบแพทย์ปรับยารักษาช่วยได้ ร่วมกับ การเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิวและรอยดำ เช่น Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง) ก็เป็นทางเลือกที่เสริมให้การรักษามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นได้ค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Dermatol Reports. 2021 Oct 6;13(3):8223.

G Ital Dermatol Venereol. 2020 Jun;155(3):280-285.

J Dermatolog Treat. 2019 Sep;30(6):578-581.

J Dermatol. 2016 Jul;43(7):826-8.

JEADV 2015; 29(Suppl. 5): 1-7.

Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.

J Clin Aesthet Dermatol. 2013; 6: 18-24.

J Cosmet Dermatol. 2012 Mar; 11(1): 30-6.

Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.

International journal of pharmaceutics 292.1-2 (2005): 187-194.

——————————————

[ Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Eucerin Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum

นวัตกรรมเซรั่มลดรอยสิว เหมาะสำหรับผิวที่เป็นสิว ช่วยลดการเกิดรอยดำจากสิว สีผิวดูสม่ำเสมอ

ส่วนผสมออกฤทธิ์ยับยั้งครบทั้ง 4 กระบวนการก่อสิว ร่วมกับ ไทอามิดอลที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว

ส่วนประกอบหลัก :

✔️ Thiamidol สิทธิบัตรเอกสิทธิ์เฉพาะยูเซอริน เป็น The powerful Human Tyrosinase Inhibitor ช่วยลดการเกิดรอยดำสิวได้ดี

✔️ Licochalcone A เป็นสารสกัดจากรากของพืชชะเอมจีน เป็น antioxidant ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell จึงช่วยลดเรื่องการเกิดรอยดำสิวที่ตามมาได้

✔️ Salicylic acid ลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของสิวในระยะยาว

✔️ Decanediol ลดการสะสมของแบคทีเรีย C.acne ที่ก่อให้เกิดสิว จึงช่วยลดปัจจัยของการเกิดสิวเรื้อรัง

✔️ Sebum Regulation เทคโนโลยีควบคุมความมัน ด้วย Active L-Carnitine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการควบคุมการสร้างน้ำมันผิว จึงช่วยคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง และเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยสามารถรักษาความชุ่มชื้นผิวไว้ได้อย่างสมดุล

เนื้อเซรั่มเป็นแบบไฮโดรเจล ซึมไว ไม่เหนอะ

ผ่านการทดสอบ non-comedogenic & non-acnegenic tested

ข้อมูลการทดลองจากทางยูเซอรีน พบว่า รอยดำ รอยแดง และความมันผิว เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 สีผิวแลดูสม่ำเสมอขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

*การตอบสนองต่อการรักษาและผลิตภัณฑ์ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Eucerin Pro acne Anti-acne Mark เซรั่มลดรอยสิว

——————————————

อ่านบทความย้อนหลัง Website HELLOSKINDERM (คลิก)

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

กฏเหล็กของการใช้ยาทาแต้มสิว ‼️

[ Acne Spot Treatment, according to dermatologist ]

1. ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะคะ

การรักษาสิวมีแนวทางที่ชัดเจน การใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์แต้มสิวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษา

สิวที่ไม่รุนแรงอาจดีขึ้นได้ด้วยการใช้ยาแต้มสิวเฉพาะจุด แต่หากสิวที่มีความรุนแรงก็อาจจะไม่สามารถหายได้เพียงแค่การแต้มยาเท่านั้น แบบนี้ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี

โพสนี้พูดถึงเฉพาะยาหรือผลิตภัณฑ์แต้มสิวสำหรับ สิวอักเสบเฉพาะจุด และ แผลจากการแกะสิว เฉพาะที่ไม่รุนแรงเท่านั้น ไม่ได้เน้นยาสำหรับทาทั่วหน้า หรือ สำหรับสิวอุดตัน

หากสิวอักเสบรุนแรง หลายเม็ด เม็ดใหญ่เกิน 5 มิลลิเมตร อาจไม่ค่อยได้ผลจากการแต้มเฉพาะจุดอย่างเดียว แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทาง

ยาหรือผลิตภัณฑ์บางตัวอาจใช้ได้ทั้งในสิวอักเสบและสิวอุดตัน และยาแต้มเฉพาะจุดบางตัวอาจทำในรูปแบบทาทั่วหน้าด้วยก็ได้

2. ยาที่สามารถลดการอักเสบและสามารถใช้แต้มสิวอักเสบเฉพาะจุด

ซึ่งบางทีสามารถรักษาใช้เป็นยาทาทั่วหน้าได้ กลุ่มนี้แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เอง

Topical Clindamycin, Erythromycin, Metronidazole กลุ่มนี้ไม่แนะนำใช้เดี่ยว ๆ เพราะอาจดื้อยา

Azelaic acid 10% อาจมีการระคายเคืองในช่วงแรก แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น ช่วยลดการอักเสบและสิวอุดตัน

• Benzoyl Peroxide 2.5% ระวังการระคายเคืองและ อาจทำให้สีเสื้อผ้าปลอกหมอนผ้าปูที่นอนด่าง

ยาแต้มสิวอักเสบ

3. สกินแคร์แต้มสิวอักเสบ

ค่อนข้างปลอดภัย สามารถหาได้ตามร้านยาทั่วไป ส่วนผสมที่สามารถลดการอักเสบและสามารถใช้แต้มเฉพาะจุด ได้แก่

Salicylic 1-2%

Niacinamide 4%

Glycolic 3-5%

Tea tree 5%

Zinc PCA

Sulfur-based

Vitamin E

Bisabolol เป็นต้น

สกินแคร์แต้มสิว แผลสิว

4. สารสกัดธรรมชาติ Botanical extracts

ที่มีข้อมูลช่วยเรื่องการอักเสบและรอยแผลสิวได้ดี เช่น

Sunflower seed oil ซึ่งมีส่วนผสมของ Omega 6, vitamin A, D, E ช่วยลดการอักเสบและช่วนในกระบวนการซ่อมแซมแผล

Olive oil น้ำมันบริสุทธิ์จากมะกอก มีส่วนผสมของกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และยังมี polyphenolic compound ซึ่งช่วยลดการอักเสบได้ดี

Allium cepa bulb extract ลดการอักเสบและรอยแดง มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย

Aloe vera barbadensis leaf extract ซึ่งมีส่วนผสมของ salicylates, polysaccharides, magnesium lactate and C-glucosyl chromone ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสในการเร่งซ่อมแซมบาดแผล และมีฤทธิ์เพิ่มความชุ่มชื้นทำให้เกิดสภาวะที่สมดุลต่อการซ่อมแซมแผลได้ดียิ่งขึ้น

Centella asiatica extract ช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงบาดแผล บาดแผลหดตัวดี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบช่วยลดอาการบวมแดงได้ดี ผลคือช่วยให้หายเร็วขึ้น

5. เทคนิคการรักษาสิวอักเสบเฉพาะจุด

• ทำความสะอาดผิวหน้าให้ดี ล้างหน้า 2 ครั้งเช้าเย็น และเพิ่มเติมหากเหงื่อออกหรือหลังออกกำลังกาย

• ใช้คลีนเซอร์ที่เหมาะสม ไม่มีแอลกอฮอล์ ลูบเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ไม่ขัดหรือสครับผิว เพราะระคายเคืองได้

• ซับเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ไม่ถูกไปมารุนแรง

• สระผมให้สะอาดสม่ำเสมอ เพราะอาจเป็นบ่อเกิดของการเกิดสิวได้

• แต้มยาสิวเฉพาะจุด อาจใช้ปลายนิ้วก้อย หรือใช้ cotton bud แต้มเบา ๆ

• หากมีอาการเจ็บ อาจใช้วิธีประคบเย็น

• แผ่นแปะสิว สามารถใช้ได้ ไว้มาแนะนำคราวหน้า

• ไม่แนะนำให้ใช้กลุ่มยาฆ่าเชื้อเดี่ยว ๆ เพราะอาจเกิดเชื้อดื้อยาได้ แนะนำให้ใช้คู่กับ topical retinoid หรือ benzoyl peroxide หรืออาจใช้สูตรผสมแทน

6. ปัจจุบันมียาแต้มสิวอักเสบ และ แต้มรอยสิว มากมายในท้องตลาดให้เลือกใช้

แนะนำให้เลือกส่วนผสมที่ช่วยได้ตามข้างต้น หรือหากใครที่มองหาผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่ได้มาตรฐาน สำหรับแต้มสิวในราคาย่อมเยาว์ ก็มีทางเลือก เช่น

Acne-Aid Spot Gel Anti-acne เจลแต้มสิวอักเสบ

Acne-Aid Gel Scar Care เจลแต้มแผลจากการแกะสิว เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การตอบสนองต่อยาและส่วนผสมแต่ละชนิดในแต่ละบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน แนะนำให้ลองเลือกและปรับตามสภาพผิวของตัวเอง หากลองตัวใดแล้วไม่เห็นผล อาจลองปรับเป็นกลุ่มอื่นลองดูค่ะ

หากไม่แน่ใจว่าเป็นสิวหรือไม่ หรือเป็นสิวรุนแรงเรื้อรัง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

หวังว่าบทความรวบรวมคำแนะนำผลิตภัณฑ์แต้มสิว และ ยาแต้มสิว นี้จะมีประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี .. หมอเจี๊ยบ

——————————————

References:

American Academy of Dermatology (AAD)

Environmental Toxicology and Pharmacology 2015; 39, 384-391.

Phytother. Res. 2014; 28, 1117–1124.

Molecules; 13(6), 1219-1229.

J Ethnopharmacol; 115(3), 361-380.

——————————————

[Branded content] สนับสนุนความรู้โดย Acne aid

🔴 เจลแต้มสิว Acne-Aid Spot Gel Anti-Acne

สูตรเฉพาะจากแบรนด์ Acne-aid ช่วยลดรอยแดงสิว ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวอักเสบหายไวขึ้น

เหมาะกับผู้มีสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวบริเวณลำตัวและใบหน้า หรือบริเวณที่มักมีสิวอักเสบขึ้นบ่อย

สารสกัดสูตรเฉพาะของแบรนด์ Acnecare-Bio ซึ่งเกิดจากนวัตกรรม Biotechnology จากสาหร่ายสีน้ำตาลและแบคทีเรียที่มีคุณประโยชน์จากทะเลลึก ทำงานแบบ Triple Action ให้คุณสมบัติช่วยลดปัญหาสิว ผ่าน 3 กลไก คือ

▫️ลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย C.Acnes และ S.Aureus ซึ่งทั้งคู่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวและการอักเสบเป็นหนอง

▫️ช่วยลดกระบวนการอักเสบและปลอบประโลมผิว ช่วยลดรอยแดง

▫️ช่วยซ่อมแซมและเสริมขบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ สีผิวดูสม่ำเสมอ

• ทำงานร่วมกับ Salicylic acid ช่วยลดการอุดตันของสิว ช่วยควบคุมความมันและการผลัดเซลล์ผิว

• และ Zinc PCA ลดความมันส่วนเกินที่ผิว ช่วยในการสมานแผล

• ผสานกับสารสกัดจากธรรมชาติ Tea Tree Oil ช่วยฆ่าเชื้อและลดการอักเสบ

ปราศจากแอกอฮอลล์ น้ำหอม และสารแต่งสี ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง

วิธีใช้ ทาง่าย ใช้แต้มหรือทาบริเวณที่เป็นสิว วันละ 2-3 ครั้ง แบบไม่ต้องล้างออก ช่วยสิวยุบไวขึ้น และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้

🟣 เจลลดรอยสิว Acne-Aid Gel Scar Care

สูตรพิเศษจาก Acne-aid สการ์แคร์เจล ตัวนี้ช่วยในกระบวนการซ่อมและสร้างเซลล์ผิวใหม่ สิวอักเสบหายเร็วขึ้น จึงช่วยลดการเกิดหลุมสิว ลดรอยแดง รอยดำ สีผิวสม่ำเสมอ แลดูสุขภาพผิวดี

เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีรอยสิวหรือรอยแผลเป็นต่างๆ

ส่วนผสมของสารสกัดสำคัญ 6 ชนิด

• น้ำมันบริสุทธิ์จากดอกทานตะวัน (Sunflower Seed Oil) อุดมไปด้วยโอเมก้า 6, วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ซ่อมแซมรอยแผลเป็น

• น้ำมันบริสุทธิ์จากมะกอก (Olive Oil) มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่

• Vitamin E ช่วยสมานแผล ให้ความชุ่มชื้น

• Aloe vera อุดมด้วยกรดอะมิโน ช่วยปลอบประโลมผิว

• Tea Tree Oil ช่วยลดการอักเสบ

• วิตามินซี (Ascorbyl Tetraisopalmitate) ออกฤทธิ์ยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสี ช่วยเรื่องจุดด่างดำ รอยดำสิว

ปราศจากแอกอฮอลล์น้ำหอม และสารแต่งสี ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง

วิธีใช้ ทาบนผิวแล้วนวดเบาๆ วันละ 2-3 ครั้ง เนื้อเจลเข้มข้น ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้รอยสิวดีขึ้นเร็ว

Acne-aid Spot Gel anti-acne และ Gel scar care

——————————————

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

อากาศเปลี่ยนทำไม “รังแค” มาจัง ⁉️

หลายคนพออากาศเย็นก็มีรังแคเห่อคันมากขึ้น เรามาทำความเข้าใจเรื่อง รังแคที่หนังศีรษะ ในโพสนี้ค่ะ

ความจริงแล้วรังแคเป็นภาวะที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาให้ภาวะกำเริบหายเร็วขึ้น ส่วนมากใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ต่อการรักษาในแต่ละครั้งของการกำเริบ ร่วมกับการกำจัดปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วยไปพร้อมกัน

1. รังแคที่หนังศีรษะ เป็นอาการแสดงอย่างหนึ่งของโรคเซบเดิร์ม

บางคนอาจมีผื่นขุยอักเสบในบริเวณอื่นร่วมด้วย โดยมักจะเป็นที่บริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ เช่น หัวคิ้ว ไรผม ร่องจมูก เครา หลัง หน้าอก

2. รังแคไม่ได้เกิดจากความสกปรก

แต่มีสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดมีต่อมไขมันอักเสบขึ้น ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ ได้แก่

ต่อมไขมันใต้หนังศีรษะผลิตน้ำมันมากเกินไป จึงเห็นได้ว่า รังแคและผื่นเซบเดิร์มมักเกิดผื่นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ เช่น ร่องแก้ม หัวคิ้ว หนังศีรษะ อก หลัง เป็นต้น

ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ที่หนังศีรษะ (Scalp microbiome) ทำให้เกิดการก่อโรค ได้แก่ ยีสต์ Malassezia sp. ซึ่งชอบไขมัน หรือ แบคทีเรีย Staphylococcus, Propionibacterium ที่มากขึ้น

• สภาพอากาศ โดยเฉพาะอากาศเย็น ฤดูหนาว ความชื้นต่ำ ผิวแห้ง จะทำให้รังแคเห่อมากขึ้น

ความเครียด นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายขาดสมดุล จึงทำให้มีรังแคกำเริบได้

• การดื่มแอลกอฮอล์มากไป

• การเสียดสี แกะเกา เป็นการกระตุ้นอีกทางที่ทำให้ผื่นรังแคเห่อมากขึ้น

ปัจจัยทางกรรมพันธุ์

3. ภาวะขาดวิตามินบางอย่างก็สามารถทำให้เกิดรังแคหรือผื่นเซบเดิร์มได้

เช่น วิตามิน B2, B6, Zinc ดังนั้น การทานวิตามินเหล่านี้เสริม สามารถทำได้ในกรณีที่มีการขาดวิตามินร่วมด้วย

4. แชมพูขจัดรังแคตามท้องตลาด

หากมองหาแชมพูตามท้องตลาดที่สามารถขจัดรังแคและควบคุมความมันที่หนังศีรษะได้ ควรเลือกส่วนผสมที่มีสารออกฤทธิ์หลัก เช่น

• Zinc pyrithione 0.5-1% shampoo

• Salicylic acid shampoo

• Sulfur shampoo

5. หากสระผมด้วยแชมพูขจัดรังแคทั่วไปตามข้อ 4 นานประมาณ 2 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น

แนะนำให้ลองปรับเป็นกลุ่มแชมพูยา เพราะกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ได้ดีกว่า ตัวที่มีข้อมูลว่าช่วยเรื่องรังแค และหาได้ไม่ยากตามร้านขายยาทั่วไป เช่น แชมพูยา Selenium sulfide

• ควรเลือกใช้ที่แชมพูยา Selenium sulfide ที่มีความเข้มข้น 2.5%

• กลไกออกฤทธิ์ที่เชื่อว่าช่วยเรื่องรังแค คือ ตัวยาสามารถยับยั้งเชื้อ Malassezia แบบ fungicidal, ทำให้มีการหลุดลอกของเชื้อออกจากเซลล์ผิว และยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้

• ช่วยลดอาการคันหนังศีรษะร่วมด้วย

6. นอกจากแชมพูที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องสระผมให้ถูกวิธี

แชมพูเหล่านี้ต้องการเวลาในการออกฤทธิ์ ดังนั้น เขย่าขวดก่อน ผสมน้ำชโลมแชมพูที่โคนผมและหนังศีรษะ นวดเบา ๆ ให้เกิดฟอง ทิ้งไว้ 3-5 นาทีเพื่อให้เวลาในการออกฤทธิ์ลดการอักเสบของต่อมไขมันที่หนังศีรษะ แล้วจึงล้างออก แต่ไม่แนะนำให้ใช้แชมพูชโลมที่หนังศีรษะโดยไม่ผสมน้ำเพราะอาจก่อการระคายเคืองได้ และแนะนำใช้ครีมนวดผมเพื่อเพิ่มความนุ่มของเส้นผม

7. ขั้นตอนสระผมสำคัญมาก

เพราะหลายคนใช้แชมพูที่ดีอยู่แล้ว แต่สระผมไม่ถูกวิธี ไม่สระที่โคนผม ไม่ปล่อยทิ้งไว้ 3-5 นาที ก่อนล้างออก ก็อาจจะไม่ทำให้รังแคดีขึ้นได้

8. คนที่มีรังแคควรสระผมด้วยแชมพูเหล่านี้ด้วยความถี่สม่ำเสมอ

อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หากหนังศีรษะมันมากสามารถสระได้ทุกวัน เพราะหนังศีรษะแต่ละคนไม่เหมือนกัน และหากรังแคดีขึ้นแล้ว ก็แนะนำให้ใช้แชมพูต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันการเห่อกลับมาของรังแคในอนาคต

9. จุดนี้หากยังไม่ดีขึ้น แนะนำควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

เพื่อประเมินว่าคุณเป็นรังแคจริงหรือไม่ หรือมีโรคหนังศีรษะอย่างอื่นที่ต้องทำการปรับเปลี่ยนการรักษาหรือเปล่า เพราะบางโรคก็อาจมีอาการคล้ายรังแคได้ เช่น โรคสะเก็ดเงิน ภาวะหนังศีรษะอักเสบอื่น ๆ เป็นต้น เพื่อแพทย์อาจพิจารณาปรับการรักษาอื่นเพิ่มเติม

10. กรณี Tar shampoo มีข้อที่ต้องระวัง

❌ แชมพูมีสีน้ำตาล อาจทำให้ติดเส้นผม สีผมเปลี่ยนได้ จึงควรระวังในกรณีที่ผมสีบลอนด์ เทา หรือ ขาว

❌ ทำให้หนังศีรษะไวต่อแสง ควรใส่ปกป้องหนังศีรษะจากแสงแดดหากต้องออกกลางแจ้ง เช่น ใส่หมวก

Bottom Line

โดยสรุป เป็นรังแคไม่ดีขึ้นสักที ให้ลองสำรวจตัวเองดังนี้ค่ะ

ยังมีปัจจัยกระตุ้นให้รังแคเห่ออยู่หรือไม่

• แชมพูที่ใช้ .. เหมาะสมหรือไม่

ลองปรับแชมพู หากใช้แชมพูขจัดรังแคทั่วไปแล้วไม่ได้ผล อาจลองเปลี่ยนไปใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของสารตัวอื่น หรือกลุ่มแชมพูยา เช่น selenium sulfide ก็ทำให้ได้ผลดีขึ้นได้ 

• วิธีการสระผม .. ถูกต้องหรือยัง

• เป็นโรคของหนังศีรษะอื่น ๆ .. หรือไม่

หากไม่แน่ใจว่าเป็นรังแคจริงหรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง เพื่อช่วยตรวจวินิจฉัย เนื่องจากอาการ ขุยที่หนังศีรษะนั้นอาจเป็นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งต้องใช้การซักประวัติและตรวจร่างกายเพิ่มเติมค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่ประสบปัญหารังแคกวนใจอยู่นะคะ 

ถ้าชอบและเห็นว่าโพสนี้มีประโยชน์ ช่วยกันกดแชร์เยอะ ๆ นะคะ 

ด้วยความปรารถนาดี

หมอเจี๊ยบ

——————————————

References:

Experimental Dermatology. 2021;30:1546–1553.

Eur J Dermatol. 2017 Jun 1;27(S1):4-7.

Front Cell Infect Microbiol. 2016 Nov 17;6:157.

Selenium Sulfide Monograph for Professionals – Drugs.com

J Clin Investig Dermatol. 2015 December ; 3(2): .

Fitzpatrick 8th edition and Bolognia 4th edition, Textbook of dermatology

——————————————

รวมลิ้งค์ https://linktr.ee/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.