Tag Archives: Acne

Botanicals skincare ลดอักเสบ..ทางเลือกของการทายาสเตอรอยด์

ปัญหาแสบคัน ระคายเคืองผิว ผิวหนังอักเสบ หรือแม้แต่สิวอักเสบ เป็นภาวะที่เรื้อรังและรักษาค่อนข้างนาน หลายคนกลัวและไม่อยากใช้ยาทากลุ่มสเตอรอยด์บ่อย ๆ นาน ๆ เพราะกลัวผลข้างเคียง เช่น ผิวบาง เกิดเป็นจ้ำเลือด หลอดเลือดที่ผิวขยายตัว ติดเชื้อที่ผิวหนังได้ หรือบางคนไม่สามารถทนผลข้างเคียงของยารักษาสิวได้เพราะผิวแห้งลอกแสบแดงมาก

การหันมาใช้สกินแคร์กลุ่มที่ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองแทนก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ประสิทธิภาพอาจน้อยกว่าหรือเทียบเท่า แต่ผลข้างเคียงย่อมน้อยกว่าแน่นอน

ส่วนผสมจากธรรมชาติก็ที่นิยมใช้ในสกินแคร์บำรุงและลดการอักเสบผิว และ สกินแคร์สำหรับสิวอักเสบ เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ลดการระคายเคืองได้ดี

ยกตัวอย่าง

Solanum Lycopersicum (Tomato) Fruit Extract หรือ IBR-TCLC®  Glycyrrhiza Inflata Root Extract

Glycyrrhiza Inflata Root Extract

เป็นสารสกัดจากรากชะเอมเทศ
มีสารสำคัญ คือ licochalcone A
ช่วยลดการอักเสบ ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวช่วยให้รอยดำจางเร็วขึ้น

Narcissus Tazetta Bulbs Extract หรือ BR-Dormin®

สารสกัดจากต้นนาร์ซิสซัสทาเซ็ตต้า
ช่วยคุมความมัน ลดการอักเสบสิวได้ดี หากใช้ในความเข้มข้น 2%

Solanum Lycopersicum (Tomato) Fruit Extract หรือ IBR-TCLC®

เป็นสารสกัดจากมะเขือเทศ Tomato Colorless Carotenoids
มีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ Phytoene และ Phytofluene ซึ่งเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ เช่นเดียวกับไลโคปีน และเบต้าแคโรทีน ซึ่ง IBR-TCLC® มีข้อแตกต่างตรงที่เป็นแคโรทีนอยด์ที่ไม่มีสี จึงนิยมนำมาผสมในสกินแคร์
ช่วยกักเก็บน้ำให้ผิวชุ่มชื้น ยับยั้งการทำร้ายผิวจากสารอนุมูลอิสระ ริ้วรอยเล็กดูดีขึ้น
นำเข้าจากประเทศอิสราเอล ซึ่งนำมาสกัดผ่านเทคโนโลยีเฉพาะจนได้สารสำคัญ 2 ชนิด คือ Phytoene และ Phytofluene

ปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรผสมที่รวม BR-Dormin® และ IBR-TCLC® เข้าด้วยกัน เรียกว่า IBR-ProPhyDerm® โดยมีการศึกษาทั้งในหลอดทดลองและในผิวหนังมนุษย์พบว่ามีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบผิวได้เป็นลงตัวเป็นอย่างดี

กลไก คือ
▫️Anti oxidation ลดการทำร้ายผิวจากแสงแดดและ ROS เช่น hydroxy radicals, super oxides, nitric oxides
▫️Anti inflammation ลดการหลั่งสาร IL-6, IL-12, PGE-2 ซึ่งเกี่ยวข้องในระบบอิมมูนผิวและกระบวนการอักเสบผิว
▫️ ยับยั้งเอนไซม์ MMP-1 (collagenase) ซึ่งเป็นตัวย่อยสลายคอลลาเจนในชั้นผิว ส่งผลให้ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
▫️DNA & cell membrane lipoproteins protection ลดการทำร้ายผิวจากสารอนุมูลอิสระ

และมี Clinical study ของ IBR-ProPhyDerm® เมื่อทดสอบการทาในผื่นผิวหนังอักเสบ เช้าเย็น ทุกวัน นาน 28 วัน โดยพบว่าอาการแดง ตุ่มนูน ขุย และอาการคัน ดีขึ้นเทียบเท่ากับยาทาสเตียรอยด์ hydrocortisone 1% cream

ยกตัวอย่างสกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่ลดการอักเสบ Solanum Lycopersicum (Tomato) Fruit Extract และ Narcissus Tazetta Bulbs Extract เช่น Acne Cycle Clear Serum โดยฟาร์มูล่า [ดูรายละเอียดเพิ่มเติมตอนท้าย]

Aloe barbadensis Leaf Extract , Scutellaria Baicalensis Root Extract

Aloe barbadensis Leaf Extract

สารสกัดจากใบของต้นว่านหางจระเข้
มีสารสำคัญ คือ mucopolysaccharide, anthraquinones, chrysophanic acid, aloctin A, amino acid, sterols, etc
ช่วยลดการอักเสบ แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

Centella Asiatica Extract

สารสกัดจากใบบัวบก
มีสารสำคัญ คือ triterpenoids, madecassid, Asiatic acid, asiaticoside, centelloside, brahmic acid
ช่วยสมานแผล ลดการบวมน้ำ ลดการอักเสบ ลดรอยแดงรอยดำหลังการอักเสบ กระตุ้นการสร้างคอลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิว

Portulaca Oleracea Extract

สารสกัดจากผักเบี้ยใหญ่
มีสารสำคัญ คือ omega 3, phenolic compounds esp. oleraceins, citric acid, vitamin A&C&E, CoQ10
ช่วยลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง ลดอาการคัน
ยับยั้งการทำงานของไทโรซิเนสได้ดีกว่า kojic acid, arbutin แต่ด้อยกว่า ascorbic acid เล็กน้อย ผิวแลดูกระจ่างใส

Scutellaria Baicalensis Root Extract

เป็นสารสกัดของต้นสคิวลาเรีย
มีสารสำคัญ คือ baicalin ซึ่งเป็นกลุ่ม flavonoid
ช่วยลดการอักเสบ ลดการเกิดสิว ยับยั้งการทำร้ายผิวจากสารอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียในหลอดทดลอง เช่น S. aureus

🏥🏥 BOTTOM LINE

ส่วนสกินแคร์ที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์ลดการอักเสบหรือระคายเคือง อาจเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยบรรเทาอาการแสบ คัน ระคายเคืองได้ในเบื้องต้น หรือบางกรณี เช่น ผิวหนังแห้งอักเสบ หรือ สิวอักเสบ ก็สามารถใช้ในระยะยาวเพื่อลดผลข้างเคียงของการใช้ยาทาโดยเฉพาะในกลุ่มสเตอรอยด์

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการที่สงสัยว่ามีผิวหนังอักเสบ หรือ สิวอักเสบหรือไม่ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ


References
Int J Mol Sci. 2021 Oct 12;22(20):10978.
Biomed Pharmacother. 2021 Oct;142:112018.
J Clin Aesthetic Derm. 2009;2(1):36–40.


[Disclaimer] สนับสนุนบทความโดย
Pharmular Acne Cycle Clear Serum

เซรั่มสูตรเข้มข้น ช่วยลดการอักเสบสิว เสริมกำแพงผิว ปลอบประโลมผิว ลดโอกาสเกิดรอยแดงรอยดำและลดการเกิดสิวในอนาคต
ส่วนผสมหลัก

  • Solanum Lycopersicum (Tomato) Fruit Extract, 2% Narcissus Tazetta Bulbs Extract, Portulaca Extract, Licochalcone A, 4% niacinamide ช่วยลดการอักเสบของสิวและผิวหนัง ลดรอยแดงหลังการอักเสบ
  • Grean tea, vitamin E ช่วยลดการทำลายผิวจากสารอนุมูลอิสระ
  • Centella extract, hyaluronic acid, hydroxyethyl urea, aloe vera ช่วยให้ความชุ่มชื้นผิว เสริมกำแพงผิว
    ไม่มีพาราเบน, แอลกอฮอล์, น้ำหอม, สี, ซิลิโคน
    อ่อนโยน เหมาะกับผิวที่เป็นสิว ใช้ได้ทุกสภาพผิว

**ผลลัพธ์การตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล

Pharmular Acne Cycle Clear Serum

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

สกินแคร์กู้ผิวแห้งลอกจากยาสิว

สกินแคร์กู้ผิวแห้งลอกจากยาสิว

ปัญหาจากการทายารักษาสิวที่พบได้บ่อย คือ ผิวแห้ง แดง ลอก แสบ คัน ซึ่งบ่งบอกถึง การระคายเคืองทำให้หลายคนไม่สามารถทายาสิวต่อไปได้ การรักษาสิวจึงขาดช่วงและได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร …

วิธีการที่แนะนำหากเกิดปัญหาผิวแห้งลอกจากยาสิว คือ

ยารักษาสิว

ควรปรึกษาแพทย์ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือตัวยา เช่น

✔️ กลุ่มยาทาวิตามินเอ อาจปรับเป็นรูปแบบที่อ่อนโยนขึ้น เช่น adapalene gel, tazarotene cream

✔️ ลดความเข้มข้นของยา และเริ่มทาปริมาณน้อยก่อน เช่น

ลดจาก 0.1 -> 0.05 -> 0.025% tretinoin หรือ

ลดจาก 5 -> 2.5% benzoyl peroxide

✔️ กลุ่มวิตามินเออาจปรับลดความถี่ของการทายา เช่น ทาวันเว้นวัน เว้นสองวัน หรือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง นาน 2-4 สัปดาห์แล้วจึงเพิ่มความถี่เท่าที่ผิวรับได้

✔️ กลุ่มวิตามินเอ หรือ BPO, azelaic acid อาจล้างออกเร็วในช่วงเดือนแรก (short contact) แล้วจึงเพิ่มเวลาให้นานขึ้น

✔️ เริ่มทายาเฉพาะจุดก่อน แล้วค่อยปรับเป็นการทาทั่วใบหน้า เว้นรอบตาซอกจมูก

✔️ ไม่ทายาขณะผิวเปียก แนะนำซับหน้าให้แห้งแล้วรอ 20-30 นาที รอผิวแห้งจะช่วยลดการระคายเคืองได้

และวิธีการอื่น ๆ ที่แพทย์จะปรับเปลี่ยนขึ้นกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

ยาทาสเตอรอยด์

ไม่แนะนำให้ใช้ยาทากลุ่มสเตอรอยด์เพื่อแก้ปัญหาผิวแดงแสบลอกที่เกิดจากยาสิว

✔️ หากอาการระคายเคืองรุนแรง แนะนำหยุดทายา เน้นทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่อ่อนโยนอย่างเดียว และพบแพทย์

สกินแคร์ลดการระคายเคือง

ยาสิวส่วนใหญ่มักมีการระคายเคืองและผิวแห้งได้ ไม่ว่าจะเป็น tretinoin, benzoyl peroxide, adapalene, salicylic acid เป็นต้น

ดังนั้น สกินแคร์บำรุงผิวควรมีเพื่อเสริมการรักษากับยา เป็นสิ่งที่แนะนำควบคู่กัน เพราะเหตุผล คือ

✔️ ช่วยลดผลข้างเคียงจากยาสิว เช่น แสบ แดง แห้งลอก คันยุบยิบ

✔️ ช่วยให้ผิวแข็งแรงทนกับยาสิวได้ดีขึ้น

✔️ ช่วยปรับสมดุลของ moisture (oil) และ hydration (water) ในผิว

สุดท้ายแล้วจะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาสิวโดยรวมดีขึ้น และสามารถไปต่อได้ค่ะ

Symsitive

ดังนั้น ถ้าหากใครมีอาการเช่นนี้ ก็อาจจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว ลดความไวของการกระตุ้นของเส้นประสาทที่ผิว (Calming or soothing ingredient) เช่น SYMSITIVE (PATENTED by Beiersdorf) ซึ่งมี clinical studies ที่เกี่ยวข้อง

**ช่วย desensitized skin receptor TRPV1

**ลด nerve fiber activation ได้ 65%

**บรรเทาอาการแสบ คัน ยุบยิบได้ใน 2 นาที

และหากใครผิวแพ้ง่ายก็ควรเลี่ยงสารที่อาจก่อการแพ้ได้บ่อย เช่น น้ำหอม สารกันเสีย แอลกอฮอล์

นอกจากยาสิวที่ส่งผลต่อกำแพงผิวโดยตรงแล้ว ยังมีข้อมูลการศึกษาพบว่า โครงสร้างผิวคนเอเชีย…

▫️ มีแนวโน้มระคายเคืองจากยาสิวเยอะกว่าชนชาติอื่น

▫️ เส้นประสาทรับความรู้สึก & ตัวรับความร้อน มีความไวมากขึ้น จึงถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่ากว่า จะยิ่งทำให้มีอาการไม่สบายผิว และแสบร้อนผิวได้มากขึ้น

PRACTICAL POINT

ยกตัวอย่างส่วนผสมสกินแคร์บำรุงผิวที่ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวแข็งแรง ลดการระคายเคือง และเป็นตัวช่วยยาสิว เช่น

Adjunctive Soothing Care โดยยูเซอรีน ซึ่งมีส่วนผสม คือ

สาร Symsitive มีฤทธิ์ Calming effect โดยไปยับยั้งที่ nerve system มีงานวิจัยว่าช่วยลดอาการคัน ระคาย ยุบยิบ แสบร้อนได้ใน 2 นาที

สาร Licochalcone A ช่วย anti inflammation มีการทดลองพบว่า ช่วยลดรอยแดงจากการอักเสบผิว, หลังเลเซอร์ได้ดีประมาณ 3-7 วัน

สาร Dexpanthenol และ Ceramide ช่วยเสริมสร้างกำแพงผิวให้แข็งแรง ลด TEWL

โดยแนะนำว่า ควรทาสกินแคร์ควบคู่ไปกับการใช้ยารักษาสิว ตั้งแต่เริ่มแรกและทาสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิว ลดการระคายเคือง และป้องกันหน้าแห้งจากยารักษาสิวได้ดี

BOTTOM LINE

หากระคายเคืองจากยาสิวรุนแรงควรต้อง พักการทายาก่อนสักระยะ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงต้องกลับมาใช้ต่อไปเพราะถือเป็นการรักษาหลักของภาวะสิว ตรงนี้แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเพื่อทำการปรับเปลี่ยนวิธีการหรือรูปแบบยาให้เหมาะสมกับแต่ละคน

เสริมการรักษาด้วยสกินแคร์บำรุงผิวที่ช่วยลดการระคายเคืองและลดความไวของเส้นประสาทที่ผิวหนัง โดยแนะนำให้ทาสกินแคร์ก่อน แล้วจึงตามด้วยการทายาสิว จะช่วยลดอาการแสบ แดง คัน ลอก ยุบยิบ จากยาสิวได้ดี ลองนำไปปรับใช้กันนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี

หมอเจี๊ยบ

——————————————

References

J Dermatolog Treat. 2021 Feb; 32(1): 3-10.

Semin Cutan Med Surg. 2016; 35: 50–56.

J Cutan Aesthet Surg. 2016 Apr-Jun; 9(2): 85-92.

J Clin Aesthet Dermatol. 2014; 7: 36-44.

——————————————

[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

EUCERIN ADJUNCTIVE SOOTHING CARE

สกินแคร์นวัตกรรม Barrier repair innovation เพื่อเสริมการรักษาสิว ลดการระคายเคืองจากยาสิว

ACTION:

▫️Symsitive ฤทธิ์ Calming effect โดยไปยับยั้งที่ nerve system มีงานวิจัยว่าช่วยลดอาการคัน ระคาย ยุบยิบ แสบร้อนได้ใน 2 นาที

▫️Licochalcone A ช่วย anti inflammation มีการทดลองพบว่า ช่วยลดรอยแดงจากการอักเสบผิว, หลังเลเซอร์ได้ดีประมาณ 3-7 วัน

▫️Dexpanthenol และ Ceramide ช่วยเสริมสร้างกำแพงผิวให้แข็งแรง ลด TEWL

▫️No steroid, alcohol, paraben, fragrance, silicone, colorants

**สูตรเฉพาะจากแพทย์ผิวหนัง ขายเฉพาะในโรงพยาบาล

**ข้อมูลหลังการใช้จากยูเซอรีน พบว่า

อาการแห้ง แดง ลอก ดีขึ้นหลังการใช้อย่างชัดเจนใน 2 สัปดาห์

อาการแสบคัน ดีขึ้น 87% อาการตึงผิว ดีขึ้น 84%

**ผลลัพธ์การตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล

มีขายเฉพาะ Eucerin Official Website และโรงพยาบาลเท่านั้น

——————————————

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Benzoyl peroxide ต้องทากี่นาทีจึงฆ่าเชื้อ C.acne ได้

ข้อมูลในงานวิจัยนี้ตีพิมพ์ไม่นาน เป็นการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่า BPO จะออกฤทธิ์ bactericidal effect ต่อ C.acne ได้ ดังนี้

Reference: Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology 2022;15:403–409.

1.25% นานอย่างน้อย 60 นาที
2.5% นานอย่างน้อย 15 นาที
5% นานอย่างน้อย 30 วินาที
10% นานอย่างน้อย 30 วินาที

นั่นแปลว่า ถ้าหากความเข้มข้นต่ำอาจต้องทาทิ้งไว้นานกว่า จึงจะได้ประสิทธิภาพเทียบกับความเข้มข้นที่สูงขึ้นตามลำดับ

และบางคนที่ผิวระคายเคืองอาจไม่สามารถทาทิ้งไว้นาน อาจต้องปรับไปใช้ตัวอื่นในการควบคุมสิวแทน

แต่อย่างไรก็ตาม หากนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกับผิวมนุษย์ อาจมีข้อจำกัดหรือปัจจัยที่ต่างไปจากหลอดทดลอง
เช่น
❓เชื้อ C.acne อาจอยู่ลึกลงไปในรูขุมขนด้วย อาจต้องใช้เวลานานกว่าในหลอดทดลอง หรือไม่
❓BPO รูปแบบ cleanser อาจถูกเจือจางตอนผสมน้ำ (ต่างกับรูปแบบ Leave-on หรือ rinse-off) อาจต้องใช้เวลานานขึ้นหรือความเข้มข้นที่สูงกว่าเดิม หรือไม่

อาจต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป


Reference

Minimum Contact Time of 1.25%, 2.5%, 5%, and 10% Benzoyl Peroxide for a Bactericidal Effect Against Cutibacterium acnes

Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology 2022;15:403–409.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Drugstore Acne Spot หน่วยกู้สิวฉุกเฉิน

สิวอักเสบขึ้นไม่กี่เม็ด อาจทำให้เกิดความรำคาญใจของใครหลายคน โดยเฉพาะใครที่ต้องใช้ใบหน้าเพื่อการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรับปริญญา ไปเที่ยวกับเพื่อน ถ่ายแบบ เป็นต้น

กลไกการเกิดสิว

หลัก ๆ มี 4 อย่าง ได้แก่

• การอักเสบของรูขุมขน
• การอุดตันของรูขุมขน
• การเสียสมดุลของเชื้อสิว C.acne
• การหลั่งน้ำมันผิวเพิ่มขึ้น

วิธีการรักษาสิว

สรุปคร่าว ๆ ตามรูป (สามารถอ่านเพิ่มเติมทบทวนได้ในโพสก่อนนี้ค่ะ)

หากสิวอักเสบไม่รุนแรง ขนาดน้อยกว่า 5 มิลลิเมตร อาจใช้สกินแคร์หรือยาแต้มสิวเฉพาะจุดได้ แต่หากสิวอักเสบรุนแรง หลายเม็ด เม็ดใหญ่เกิน 5 มิลลิเมตร อาจไม่ค่อยได้ผลจากการแต้มเฉพาะจุดอย่างเดียว แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางร่วมดูแล

วินาทีเร่งด่วน

ในขณะที่ยังไม่สะดวกไปพบแพทย์ และไม่มียาแต้มสิว จะทำอย่างไรได้บ้าง แนะนำแบบนี้ค่ะ

1. หากมีสิวอักเสบที่มีอาการเจ็บร่วมด้วย อาจใช้วิธี ประคบเย็น
2. สามารถใช้ แผ่นแปะสิว ร่วมด้วยได้
3. ใช้ สกินแคร์สำหรับแต้มสิวเฉพาะจุด แนะนำวิธีแต้มอาจใช้ปลายนิ้วก้อย หรือใช้ cotton bud แต้มเบา ๆ เพื่อลดการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น

DRUGSTORE-ACNE SPOT TREATMENT

สกินแคร์แต้มสิวอักเสบ เมื่อเทียบกับยาแต้มสิวแล้วประสิทธิภาพอาจน้อยกว่าหรือเท่ากับ แต่จัดว่าค่อนข้างปลอดภัย และสามารถหาได้ตามร้านยาทั่วไป และอีกอย่างที่เป็นข้อดีคือ ลดการเกิดสิวดื้อยาได้

ควรมองหาส่วนผสม ที่สามารถลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อสิว และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนร่วมด้วยได้

ยกตัวอย่าง

Acne Spot Skincare
Acne Spot Skincare

Salicylic acid หรือ BHA

ละลายได้ดีในไขมัน จึงสามารถซึมลงออกฤทธิ์ที่ต่อมไขมันที่ผิวได้ดี ช่วยลดการอุดตันรูขุมขนได้ดี ช่วยลดการอักเสบ
กรณีใช้แต้มสิวแนะนำความเข้มข้น 0.5-2% ก็เพียงพอ (ความเข้มข้นมากกว่านี้มักใช้สำหรับรักษาโรคผิวหนังที่มีการหนาตัวขึ้น)
หากผิวระคายเคืองง่าย แนะนำเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำก่อน
โดย SA สามารถใช้แต้มได้ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ

Sulfur

เป็นตัวที่ใช้เสริมการรักษาสิวมานานหลายสิบปี
ช่วยลดการอุดตันรูขุมขน ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิดได้
พบว่ายิ่ง Sulfur ที่มีโมเลกุลเล็กจะยิ่งออกฤทธิ์ keratolytic effect ได้ดีกว่าโมเลกุลใหญ่
ในท้องตลาดมักผสม 1-10%
ส่วนใหญ่แล้วแนะนำแต้มสิวไม่เกิน 5% ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่ให้ผลการรักษาสิวที่ดีและไม่ก่อการระคายเคือง
สามารถใช้ได้ในคนที่แพ้ซัลฟา

Sodium sulfacetamide

ออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อสิว
มีข้อมูลใช้ 10% Sodium sulfacetamide + 5% Sulfur ช่วยลดได้ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตันได้ชัดเจน
ข้อควรระวัง ไม่แนะนำให้ใช้ในคนที่แพ้ซัลฟา

Isopropyl methylphenol (IPMP)

สารตัวนี้เป็นที่นิยมใช้ใน drugstore skincare สำหรับแต้มสิวในญี่ปุ่นหลายแบรนด์ มีคุณสมบัติสามารถซึมลงในรูขุมขนได้ดี จึงช่วยลดการอุดตันจากสิ่งสกปรก ลดความมันที่ผิวร่วมด้วยได้ นอกจากนั้นยังช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อร่วมด้วยได้

Zinc PCA

ช่วยลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อสิว และลดการหลั่งน้ำมันผิวร่วมด้วยได้

CICA (Centella Asiatica)

ช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงบาดแผล บาดแผลหดตัวดี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบช่วยลดอาการบวมแดงได้ดี ผลคือช่วยให้แผลสิวหายเร็วขึ้น

และอื่น ๆ เช่น
Soy
Aloe vera
Vitamin E, B3
Tea tree oil
Bisabolol
Oat meal
Pine bark extract
เป็นต้น

PRACTICAL POINT

โดยส่วนใหญ่แนะนำให้แต้มสิวหลังจากที่ล้างหน้าสะอาดแล้ว จากนั้นรอให้ซึมสักครู่ ประมาณ 3-5 นาที แล้วจึงเริ่มทาสกินแคร์บำรุงผิวเป็นขึ้นตอนต่อไป

ยกตัวอย่าง การจับคู่ยาและสกินแคร์แต้มสิวอักเสบและอุดตันเฉพาะจุด

ชิ้นที่ 1 : กลุ่มยา เช่น 2.5% benzoyl peroxide (แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เอง)
ร่วมกับ
ชิ้นที่ 2 : กลุ่มสกินแคร์ ที่มีส่วนผสมของ Salicylic acid, Sulfur และ สารลดการอักเสบ เช่น Centella Aisatica (CICA), Vitamin E, Isopropyl methylphenol เช่น Mentholatum Acnes Sealing Jell
[ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมตอนท้าย]

BOTTOM LINE

โดยสรุป สกินแคร์แต้มสิวฉุกเฉินสามารถหาซื้อง่ายตามห้างทั่วไปและร้านยา มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการใช้บรรเทาสิวชนิดที่ไม่รุนแรงได้ แต่หากใช้แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีสิวรุนแรงเรื้อรัง แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

อย่างไรก็ตาม การตอบสนองต่อยาและส่วนผสมแต่ละชนิดในแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน แนะนำให้ลองเลือกและปรับตามสภาพผิวของตัวเอง

หากชอบและเห็นว่าบทความมีประโยชน์ สามารถกดแชร์แบ่งปันเพื่อน ๆ ได้เลยนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี


Reference:

American Academy of Dermatology (AAD)
MIMs Pharmacy
Dermatologic Therapy. 2020;e14287.
J Evid Based Med. 2020;1–9.
Experimental Dermatology. 2019;28:786–794.
Environmental Toxicology and Pharmacology 2015;39,384-391.
Phytother. Res. 2014;28,1117–1124.


[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย Mentholatum Acnes Sealing Jell

เจลสำหรับแต้มสิว
สามารถใช้ได้กับทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบที่ไม่รุนแรง

สารประกอบหลัก
Salicylic Acid (BHA) ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และลดการอักเสบสิว
• Isopropyl Methylphenol (IPMP) ลดแบคทีเรียในรูขุมขน ช่วยลดการอักเสบสิว
Sulfur 2% ช่วยลดความมัน ลดการอุดตันรูขุมขน
Centella Aisatica (CICA) ลดการอักเสบได้ดี จึงช่วยลดรอยแดงจากสิว ช่วยในกระบวนสมานแผลสิวให้หายเร็วขึ้น
Vitamin E ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง

ข้อมูลเพิ่มเติม Link ร้านค้าอย่างเป็นทางการ (ป้องกันของปลอม)
Lazada: https://bit.ly/3CSigU4
Shopee: https://bit.ly/3L0bfnb


👩🏻‍⚕️อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

NICE Acne Guideline 2021 อัพเดทล่าสุด..การรักษาสิวสำหรับแพทย์ทั่วไป

ACNE GUIDELINE ของ The National Institute for Health and Care Excellence (NICE) ล่าสุด‼️

มีประเด็นที่น่าสนใจพูดเกี่ยวกับคำแนะนำการรักษา และ เมื่อไหร่ควรส่งต่อเคสสิว

การรักษาเบื้องต้นสำหรับแพทย์ทั่วไป

การรักษาไม่ต่างจากเดิมนัก รายละเอียดดังรูป

NICE acne guideline
Photo credited: British Journal of Dermatology

การส่งต่อเคสพบ Dermatologist

แบ่งตามความเร่งรีบคร่าว ๆ ดังนี้

Urgent

หากเป็นไปได้ควรรีบส่งต่อ ถ้าเป็น Acne fulminans เพราะต้องให้การรักษาเร็วหน่อย ซึ่งผู้ป่วยจะมี nodulocystic acne เพิ่มขึ้นรวดเร็วร่วมกับมีอาการทางกายอื่น ๆ เช่น ไข้ ปวดเมื่อยตามตัว

Consider

พิจารณาส่งต่อ แต่ไม่รีบมาก กรณีดังนี้
• ไม่แน่ใจการวินิจฉัยโรค
• Acne conglobata
• Nodulo-cystic acne

กรณีที่อยากลองรักษาเบื้องต้น สามารถทำได้ และพิจารณาส่งต่อ กรณีดังนี้
• สิวเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ดีขึ้นหลังรักษา 2 completed course
• ไม่ตอบสนองหลังให้ยาปฏิชีวนะ
• Acne with scarring มีแผลเป็นหรือหลุมสิว
• Acne with pigmentary change มีการเปลี่ยนแปลงสีผิว
• Medical conditions มีภาวะร่วมอื่น ๆ เช่น ถุงน้ำรังไข่หลายใบ ทานยา anabolic steroid เป็นต้น
• Mental change มีความกังวลใจ เครียด มีแนวโน้มซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ซึ่งต้องปรึกษาทีมจิตแพทย์ร่วมดูแล

Photo credited: British Journal of Dermatology

ที่มา
https://www.guidelines.co.uk/skin-and-wound-care/nice-management-of-acne-guideline/456130.article
Photo credited: British Journal of Dermatology

สกินแคร์ชะลอวัย 101 ด้วย Retinaldehyde & Bakuchiol

หลายคนที่หวังผล Anti-aging จากการทา Tretinoin แต่ประสบปัญหาหน้าแดง แสบ ลอก ไม่ว่าจะลองปรับลดความถี่ ลดความเข้มข้น เสริมสกินแคร์เพิ่มความชุ่มชื้นมากมาย แต่ก็ไปไม่รอด อยากให้ลองอ่านบทความนี้ เกี่ยวกับสกินแคร์ในรูปแบบทา ที่ออกฤทธิ์ anti-aging ได้คล้ายคลึงกับ tretinoin นั่นก็คือ อนุพันธ์วิตามินเอ (Vitamin A derivatives) และ Bakuchiol

เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานเล็กน้อยกันก่อนค่ะ

ก่อนจะมาเป็น Retinoic acid จะต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงสารตั้งตั้น คือ Retinyl ester Retinol Retinaldehyde -> Retinoic acid ซึ่งเป็นสารตัวที่สามารถซึมลงสู่ผิวชั้นหนังแท้และออกฤทธิ์ได้ที่ผิวหนังในที่สุด

วิตามินเอ Tretinoin and Vitamin A Derivatives
กระบวนการเปลี่ยนแปลงวิตามินเอที่ผิวหนัง

โดยปกติมีการแบ่งวิตามินเอชนิดทา เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มยา ได้แก่ Tretinoin ( retinoic acid) ต้องมีการสั่งจ่ายโดยแพทย์เพราะมีผลข้างเคียงระคายเคืองมากกว่า โดยปกติจึงไม่แนะนำให้ซื้อใช้เอง สามารถอ่านทบทวนบทความที่เคยเขียนไว้ก่อนนี้ได้ค่ะ
  2. กลุ่มสกินแคร์ ได้แก่ Natural vitamin A derivatives และ Bakuchiol ซึ่งจัดเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่ยา และมักถูกนำมาผสมในสกินแคร์เพื่อหวังผลด้าน antiaging ได้แก่
Tretinoin or Retinoic acid ​
Tretinoin or Retinoic acid

2.1 Retinaldehyde

เป็น retinoic acid precursor ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น retinoid acid ได้ที่ keratinocyte ที่ผิวมนุษย์เพียง 1 ขั้นตอน พบว่าใช้ได้ผลในแง่ antiaging อยู่ที่ความเข้มข้น 0.05 – 0.5% โดยหลังการทาผิว 1-3 เดือน มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่

• ความหนาของผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermal thickness) เพิ่มขึ้น
• ความยืดหยุ่นผิว (cutaneous elasticity) เพิ่มขึ้น
• สภาพผิวเรียบขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้น (Texture improvement)
• ค่าการสูญเสียน้ำจากผิว (TEWL) ลดลง ผิวชุ่มชื้นขึ้น
• ค่าการสร้างเม็ดสีผิว (Melanin index) ลดลง ในกรณี Retinaldehyde 0.1% ขึ้นไป

มีข้อมูลเปรียบเทียบการทา retinaldehyde 0.05% กับ การทายา retinoic acid 0.05% พบว่าหลังการทานาน 18 – 44 สัปดาห์ ริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine wrinkle) และผิวที่ไม่สม่ำเสมอ (Roughness) ดีขึ้นทั้งสองชนิด

ดังนั้น การทา retinaldehyde จึงเป็นอีกทางเลือกที่มีข้อมูลรองรับและน่าสนใจสำหรับคนที่ไม่สามารถทนผลข้างเคียงของยาทากรดวิตามินเอ (retinoic acid) ได้ และสามารถใช้ได้ในระยะยาวแม้บริเวณผิวที่มีการระคายเคืองง่าย

Retinaldehyde
Retinaldehyde

2.2 Retinol

เป็นตัวตั้งต้นของ retinaldehyde และต้องผ่าน 2 ขั้นตอนในการเปลี่ยนเป็น retinoic acid นิยมใช้สำหรับผสมในสกินแคร์ ที่ผ่านมามีการศึกษาพบว่าหลังการทา retinol มีการเพิ่มขึ้นของ epidermal retinyl ester แต่ไม่มีการเพิ่มของ retinoic acid level

มีการศึกษาที่ใช้ 0.4-1% retinol ชนิดทาผิว พบว่าปริมาณ collagen ที่ผิว เพิ่มขึ้นหลังการทา 4 สัปดาห์ แต่ประสิทธิภาพต้องขึ้นกับ vehicle ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์นั้นร่วมด้วย คงต้องรอข้อมูลในอนาคตเพิ่มเติม และ retinol จะสลายตัวง่ายเมื่อถูกแสงและอากาศ ต้องเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะ

ข้อดีของกลุ่มนี้คือ อ่อนโยน ระคายเคืองน้อย

Retinol
Retinol

2.3 Retinyl-palmitate, retinyl propionate และ retinyl-acetate

จัดเป็น vitamin A ester derivatives กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ได้ผลน้อยที่สุดในบรรดา topical retinoids ทั้งหมด เพราะต้องผ่านขั้นตอนการตัดพันธะ ester ให้กลายเป็น retinol และเกิดการ oxidation เพื่อให้เป็น tretinoin อีกที เรียกได้ว่ากว่าจะออกฤทธิ์ได้ต้องผ่านถึง 3 ขั้นตอน และการดูดซึมก็ไม่ดีเท่าที่ควร

ข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มนี้อาจช่วยเรื่อง UV protection ได้เล็กน้อย แต่ยังไม่มีข้อมูลช่วยเรื่อง antiaging

Vitamin A Ester Derivatives
Vitamin A Ester Derivatives

2.4 Bakuchiol

เป็น purified meroterpene phenol สารสกัดจากพืช Psoralea corylifolia (babchi) พบว่ามีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิว ลดการอักเสบ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่องสิวได้

โดยพบว่าการทา 0.5% Bakuchiol นาน 12 สัปดาห์ ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้นได้เทียบเคียงกับการทา 0.5% Retinol

นอกจากนั้นยังช่วยให้รอยดำดีขึ้นเพราะช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวร่วมด้วย และยังพบผลข้างเคียงเรื่องระคายเคืองน้อยที่สุดและน้อยกว่า Retinol

ดังนั้น Bakuchiol จึงเป็นน้องใหม่ที่น่าสนใจอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ทนผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคืองของ tretinoin ไม่ได้

Bakuchiol
Bakuchiol

เหนือสิ่งอื่นใดหากต้องการให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ไปนาน ๆ นอกจากการใช้สกินแคร์กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะ ดูแลกำแพงผิวพื้นฐานให้แข็งแรงและเพิ่มความชุ่มชื้นควบคู่ไปด้วยเสมอ โดยมองหาสกินแคร์เหล่านี้ร่วมด้วย

สกินแคร์ที่มีส่วนผสมพื้นฐานของผิว ได้แก่ ceramide, hyaluronic acid หลายโมเลกุล และสกินแคร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น niacinamide, vitamin C, E, ferulic, ectoin เป็นต้น

การใช้สกินแคร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลผิว เพื่อให้ผิวของเรามีสุขภาพดี ซึ่งคงต้องทำควบคู่ไปกับวิธีการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่ การปกป้องผิวจากแสงแดดร่วมด้วยอย่างถูกวิธี ทั้งนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า

ยกตัวอย่างการจัดสกินแคร์พื้นฐานเพื่อชะลอผิวเสื่อมตามวัย
▫️ชิ้นที่ 1 ผลิตภัณฑ์กันแดด

▫️ชิ้นที่ 2 The Concentrate 25.8 Serum Booster ซึ่งมีอนุพันธ์วิตามินเอ (0.1% Retinaldehyde, 1% Bakuchiol) + สารต้านอนุมูลอิสระและส่วนผสมลดการสร้างเม็ดสี (10% Niacinamide, 4% Ascorbyl glucoside, Purified bromelain)

▫️ชิ้นที่ 3 Be-Barrier 24.7 Restoring Serum ซึ่งมีส่วนผสมบำรุงกำแพงผิวพื้นฐาน (10% Ceramide complex, 8 Hyaluronic acid, 2% Ectoin) + ส่วนผสมลดการสร้างเม็ดสี (3% Tranexamic acid)
[อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมท้ายบทความ]

BOTTOM LINE

โดยสรุป วิตามินเอรูปแบบทาเพื่อหวังผลเรื่อง Antiaging

ตัวที่มีข้อมูลรับรองมากที่สุดคือ กลุ่มยาทา Tretinoin เป็นยาที่ต้องมีการสั่งจ่ายโดยแพทย์ การระคายเคืองมาก

ถ้าในแง่สกินแคร์ของอนุพันธ์วิตามินเอที่ได้ผลด้าน Anti-aging อาจพิจารณา Retinaldehyde ซึ่งมีข้อมูลประสิทธิภาพมากที่สุด หรือทางเลือกอื่นที่ระคายเคืองน้อยกว่าและข้อมูลรองลงมา เช่น Bakuchiol (ระคายเคืองน้อยที่สุด) หรือ Retinol

ส่วนกลุ่มที่ปัจจุบันพบว่าไม่ค่อยช่วยเรื่อง anti-aging ได้แก่ กลุ่ม Vitamin A ester คงต้องรอข้อมูลในอนาคตต่อไป

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลผิวสำหรับทุกท่านที่กำลังหาข้อมูลเรื่องวิตามินเอทาผิวอยู่นะคะ ถ้าชอบสามารถแชร์ให้เพื่อน ๆ อ่านได้เลย


References
J Cutan Med Surg. 2022 Jan-Feb;26(1):71-78.
Br J Dermatol. 2019 Feb;180(2):289-296.
J Cosmet Dermatol. 2018 Jun;17(3):471-476.
J Dermatolog Treat. 2017 Dec;28(8):684-696.
Aesthet Surg J. 2010 Jan;30(1):74-7.
Br J Dermatol 2008;158: 472-477.
Clin Dermatol 2008;26:633-635.
Arch Dermatol 2007;143:606-612.
Clin Interv Aging. 2006;1(4):327-48.
Dermatol Therapy 2006;19:289-296


[Disclaimer] สนับสนุนบทความโดย HERBITAGE

ทำการพัฒนาสูตรร่วมกับสถาบัน KAPI ม.เกษตร โดยเป็นการต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้แก่งานวิจัยด้าน Purified Extract จากพืชผลการเกษตรของไทย

สูตรแรก HERBITAGE The Concentrate 25.8 Serum Booster (สีเขียว)💚

ช่วยเสริมการรักษาสิว ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูดีขึ้น รูขุมขนแลดูเล็กลง
ส่วนประกอบหลัก
0.1% Retinaldehyde เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอที่มีข้อมูลประสิทธิภาพด้าน anti-aging มากสุดในกลุ่มเครื่องสำอาง
1% Bakuchiol สารสกัดวิตามินเอจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์คล้ายเรตินอล อ่อนโยน
10% Niacinamide, 4% Ascorbyl glucoside ลดการสร้างเม็ดสีผิว
Purified bromelain เอนไซม์เหง้าสับปะรดบริสุทธิ์ จาก ม.เกษตรศาสตร์ สารต้านอนุมูลอิสระ

เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย ไม่ระคายเคือง
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร, คนแพ้วิตามินเอและอนุพันธ์, ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบ เช่น เซบเดิร์ม

สูตรสอง HERBITAGE Be-Barrier 24.7 Restoring Serum (สีน้ำเงิน)💙

ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เสริมกำแพงผิว ผิวแลดูกระจ่างใส ต่อต้านมลภาวะ
ส่วนประกอบหลัก
2% Ectoin ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว
10% Ceramide complex ช่วยฟื้นฟูกำแพงผิว
3% Tranexamic acid ช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว
8 Hyaluronic acids ช่วยเติมน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นผิว
Liquid Crystal Emulsion ช่วยนำพาสารออกฤทธิ์เข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น

Herbitage Concentrate and Be barrier

ข้อมูลการทดลองจากทาง HERBITAGE โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าหลังการใช้ผลิตภัณฑ์คู่กัน 28 วัน ในอาสาสมัคร 30 คน ริ้วรอยตื้นขึ้น 21.2%, ผิวชุ่มชื้นขึ้น 64.5% และ ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น 6.45%

*ผลลัพธ์ต่อผลิตภัณฑ์ขึ้นกับการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ข้อมูลเพิ่มเติม Link ร้านค้าอย่างเป็นทางการ (ป้องกันของปลอม)
Shopee : https://bit.ly/2PmOxy7

Lazada : https://bit.ly/3fzwrUy

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Licochalcone A คู่หูคู่ซี้ของ ไทอามิดอล ‼️

เชื่อว่ายุคนี้หากใครได้อ่านเรื่อง สกินแคร์ที่ช่วยเรื่องฝ้าและรอยดำ ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงของไทอามิดอล ซึ่งเป็นตัวเต็งของ ingredient ที่ช่วยยับยั้งในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว และในขณะเดียวกันอาจจะได้ยินชื่อของสารอีกตัวที่มักใช้ร่วมกับ Thiamidol เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น นั่นก็คือ ลิโคชาลโคนเอ (Licochalcone A) ลองมาทำความรู้จักกันในบทความนี้

Licochalcone A คู่หู Thiamidol คู่ซี้ของคนเป็นฝ้า

Licochalcone A เป็นสารสำคัญที่พบใน Glycyrrhiza inflata ซึ่งเป็น Chinese Licorice Root extract (รากชะเอมเทศ)

กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A ได้แก่

  • ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory effects)

ยับยั้งการสร้างและหลั่งสารก่อการอักเสบหลายชนิด เช่น PGE2, LTB4, IL-6, TNFa

  • ต้านเชื้อจุลชีพ (Anti-microbial effects)

โดยข้อมูลหลอดทดลองพบว่า สามารถยับยั้งกลุ่มแกรมบวกและแกรมลบได้ เช่น Staphylococcus aureus, Escherichia coli, Pseudomonas aeruginosa, Bacillus subtilis รวมถึง C.acne, H.pylori

  • ยับยั้งเชื้ออื่น ๆ

เช่น เชื้อมาลาเรีย P. falciparum, เชื้อราชนิด dermatophyte, C.albicans และเชื้อไวรัสบางชนิด

  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ (Antitumorigenic effects)
  • ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant effects)
กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A​
กลไกออกฤทธิ์ของ Licochalcone A

ในสมัยก่อนคนจีนจึงนิยมใช้เป็น ยาแผนโบราณในการรักษาโรค (Traditional Medicine) เช่น แผลในกระเพาะหรือลำไส้, ผิวหนังอักเสบ หรือ โรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกาย เพราะสืบเนื่องจากคุณสมบัติข้างต้น

ปัจจุบันมีการนำ Licochalcone A มาผสมสกินแคร์ในรูปแบบของการทา

หลากหลายมากขึ้น และมีข้อมูลพบว่าช่วยให้ภาวะเหล่านี้ดีขึ้นได้

• ผื่นที่เกี่ยวกับการอักเสบ ได้แก่ ผื่นสะเก็ดเงิน, ผื่นคัน, ผื่นเซบเดิร์ม
• ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง Atopic dermatitis เพราะลดการอักเสบและยัง repair skin barrier ได้
• ผื่นโรเซเชีย, ผิว sensitive skin เพราะมีฤทธิ์ anti irritation ร่วมด้วย
• สิว เพราะลดการอักเสบและยับยั้ง C.acne ร่วมด้วย
• ฝ้าและรอยดำจากการอักเสบ

ในแง่การเกิดฝ้า

นอกจากกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวที่ถูกกระตุ้นมากขึ้นแล้ว ยังพบว่า ผิวในชั้นลึกลงไปมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
ได้แก่

กระบวนการเกิดฝ้า​ Melasma
กระบวนการเกิดฝ้า

• เส้นใยอิลาสตินยืดหยุ่นลดลง เกิด solar elastosis คล้ายกับที่พบในผิวที่เกิดความเสื่อมจากการถูกแสงแดด (photoaging disorder)
• Basement membrane zone (BMZ) ที่กั้นระหว่างชั้นหนังแท้กับหนังกำพร้ามีรอยรั่ว ไม่แข็งแรง จึงเกิดฝ้าลึกตามมา
• เส้นเลือดใต้ผิวหนังถูกกระตุ้นให้มีการเพิ่มจำนวน & ขนาด และหลั่งสาร Endothelin ซึ่งกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้นตามมา
• มีการเพิ่มปริมาณของ mast cells หลั่ง histamine เพิ่ม และกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้นตามมา
• เซลล์ไขมัน Sebocyte มีการหลั่งสารที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานมากขึ้น

ดังนั้น หากมองหาสกินแคร์เพื่อดูแลผิวที่เป็นฝ้าหรือผิวหมองคล้ำก็ควรต้องมองหาสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการข้างต้น และถ้าหากยับยั้งได้หลายกลไกก็มีแนวโน้มที่จะเห็นผลการรักษาได้ดีกว่า

ยกตัวอย่างการจับคู่สกินแคร์

ชิ้นที่ 1: สกินแคร์ที่มีส่วนผสมหลักของ Licochalcone A + Thiamidol + Hyaluronic acid
ร่วมกับ
ชิ้นที่ 2: ครีมกันแดด
ก็ช่วยได้หลายกลไก ดังนี้

Sunscreen ช่วยลด photoaging และลดการสร้างเม็ดสี
Licochalcone A ช่วยทำให้ฝ้าและรอยดำจากการอักเสบดีขึ้น จากหลายกลไล
• ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี โดยมีข้อมูลสามารถทาในระยะยาวได้อย่างปลอดภัย
• ลดการหลั่ง Endothelin จึงทำให้การสร้างเม็ดสีในฝ้าน้อยลง
• ช่วยลดการอักเสบ จึงเกิดรอยดำตามมาน้อยลง
Thiamidol เป็น potent tyrosinase inhibitors อ่านเพิ่มเติมในบทความก่อนนี้
Hyaluronic acid ช่วยเสริม skin barrier แข็งแรง

กลไก Licochalcone A รักษาฝ้า​
กลไก Licochalcone A รักษาฝ้า

มีข้อมูลพบว่า เมื่อใช้สกินแคร์ซึ่งมีส่วนผสมหลักของ Licochalcone A + Thiamidol + Hyaluronic acid พบว่าฝ้าจางชัดเจน และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง 6 เดือน พบว่าฝ้าสามารถจางลงไปเรื่อย ๆ และสามารถป้องกันการกลับเป็นซ้ำของฝ้าหลังหยุดใช้ได้อย่างน้อย 3 เดือน
ดังนั้น จึงแนะนำให้ทาเป็นประจำสม่ำเสมอร่วมกับการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาฝ้าค่ะ

Bottom line

สกินแคร์ นอกจากจะเป็นเป็นตัวเสริมการรักษาฝ้าด้วยยาแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อ maintenance หลังการรักษาจบแล้ว เพื่อลดโอกาสการกลับมาเข้มขึ้นของฝ้าอีก แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ 100% เพราะปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาฝ้าให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาเพื่อให้ฝ้าจางลงได้ การรักษาฝ้าให้ได้ผลดีควรต้องควบคู่ไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธี และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ฮอร์โมน ยาบางชนิด เป็นต้น

ปัจจัยกระตุ้นฝ้า​
ปัจจัยกระตุ้นฝ้า

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้ทุกท่านที่ได้จะรู้จัก ลิโคชาลโคนเอ (Licochalcone A) มากขึ้นในหลายแง่มุมนะคะ


References:

J Toxicol Environ Health A. 2020 Nov 16;83(21-22):673-686.
Curr Med Chem. 2020;27(12):1997-2011.
Clin Cosmet Investig Dermatol. 2019 Feb 19;12:151-161.
Pharm Biol. 2017 Dec;55(1):5-18.
J Eur Acad Dermatol Venereol. 2016 Feb;30 Suppl 1:21-7.
Acta Pharm Sin B. 2015 Jul;5(4):310-5.
Arch Dermatol Res. 2006 Jun;298(1):23-30.
Life Sci. 2002 Aug 9;71(12):1449-63.


[Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย
Eucerin Spotless Booster Serum

ส่วนประกอบหลัก :
Thiamidol เป็น The powerful Human Tyrosinase Inhibitor {อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.facebook.com/476743752739537/posts/1259180884495816/?d=n}
Hyarulonic acid small molecule ช่วยนำพาสาร Thiamidol ซึมลงสู่ผิวชั้นลึกได้ดีขึ้น
Licochalcone A ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell เสริมการทำงาน ช่วยลดเรื่องการเกิดฝ้าและรอยดำหลังการอักเสบได้ดียิ่งขึ้น

เทคโนโลยี Micro Targeted : เพื่อเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และจัดการฝ้า จุดด่างดำได้ดีกว่าเดิม ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น 2 สัปดาห์

Eucerin Spotless Booster Serum

อ่านบทความย้อนหลังที่
https://helloskinderm.com
รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

กลเม็ดพิชิต “รอยดำสิว”

แม้ว่ารอยดำจากสิว..ไม่ได้อันตราย แต่อาจส่งผลทางด้านจิตใจเป็นอย่างมากต่อใครหลายคน ถ้าหากเราสาเหตุการเกิดรอยดำจากสิวและรักษาตรงจุด ก็จะได้ผลการรักษาที่ดีค่ะ

กลเม็ดพิชิต รอยดำสิว

สาเหตุการเกิดรอยดำที่ผิวหนังนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุขึ้นกับเป็นโรคผิวหนังอะไร บางโรคอาจเกิดจากความผิดปกติของเซลล์สร้างเม็ดสี หรือ กระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ แต่หากกรณีเป็นรอยดำที่เกิดตามหลังการเป็นสิวนั้นเกิดเนื่องจากมีการอักเสบของผิวหนังเป็นหลักค่ะ

เมื่อไหร่ที่เกิดสิวอักเสบขึ้นแล้ว ..

อาจเกิดเป็น รอยสีแดง ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne erythema ซึ่งมักพบในคนผิวขาวได้บ่อยกว่า หลังจากนั้นจะมีการกระตุ้นผ่านระบบอิมมูนที่ผิวหนัง กระตุ้นเอนไซม์ tyrosinase และกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้น และเกิดรอยดำหรือน้ำตาลตามมา ทางการแพทย์เรียกว่า Post acne hyperpigmentation ซึ่งมักพบในคนผิวสีคล้ำได้บ่อยกว่า

ดังนั้น เดอร์โมคอสเมติกส์หรือยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบและยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ได้ จึงมีส่วนช่วยลดการเกิดรอยดำและรอยแดงสิวได้

รอยแดงสิว รอยดำสิว แตกต่างกัน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยดำจากสิวที่สำคัญที่สุด คือ ..

การอักเสบของผิวหนัง สิวอักเสบเล็กน้อยก็เกิดรอยดำตามมาได้ และหากยิ่งสิวอักเสบรุนแรงและอักเสบนาน ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดรอยดำที่รุนแรงมากกว่าและนานกว่า

ดังนั้น หากไม่อยากมีรอยดำสิว สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องรีบรักษาสิวให้ดีแต่เนิ่น ๆ

รังสียูวี เป็นอีกตัวการที่สำคัญ ..

ที่กระตุ้นให้รอยดำสิว มีความรุนแรงและเข้มขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น การป้องกันผิวจากแสงแดดให้ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ทาผลิตภัณฑ์กันแดดสม่ำเสมอ, ใส่หมวก, กางร่ม, หลบแดด ตามความเหมาะสม

การทำให้ผิวเกิดความบาดเจ็บ ..

จะยิ่งกระตุ้นกระบวนการอักเสบผิว ทำให้รอยดำทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่รอยดำ แต่ยังอาจเกิดแผลเป็น รอยแดง หลุมสิวตามมาได้อีก ซึ่งส่งผลให้การรักษาสิวยุ่งยากและยาวนานกว่าเดิม

ดังนั้น หากเป็นสิวแล้วไม่อยากเกิดรอยดำสิว รอยแดง หลุมสิวตามมา ก็แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ค่ะ

ปัจจัยกระตุ้นรอยดำสิว

หลังจากสิวอักเสบหายแล้ว ..

แต่ละคนอาจเกิดรอยดำตามมามากน้อยไม่เท่ากัน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความรุนแรงของรอยดำ

ปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ได้แก่

✔️ ความรุนแรงของการอักเสบสิว

✔️ รังสียูวี

✔️ การบีบแกะสิว

และยังมีปัจจัยที่เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น

✔️ ชนิดสีผิว คนผิวสีเข้มมีโอกาสเกิดรอยดำได้มากกว่าคนผิวขาว

✔️ กรรมพันธุ์หรือประวัติครอบครัว

เป็นต้น

เมื่อเกิดรอยดำจากสิวแล้ว รอยดำจะค่อยจางลงไปได้เอง ..

ตามกระบวนการผลัดเซลล์ผิว โดยใช้ประมาณเวลา 6 เดือน – 5 ปี แล้วแต่บุคคล

ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การรักษาสิวแต่เนิ่น ๆ อย่างถูกวิธี ไม่ควรลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ร่วมกับการเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่มีส่วนเสริมการรักษาสิวอย่างเหมาะสม

เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิว ..

แนะนำ Water‐based, nongreasy เนื้อสัมผัสไม่เหนียว, non comedogenic (เคยเขียนบทความไปแล้วลองไปทบทวนได้)

สรุปอีกครั้งสั้น ๆ คุณสมบัติของ Moisturizer สำหรับคนเป็นสิว ที่ควรมี 4 อย่าง ได้แก่

✔️ ช่วยลดการอักเสบ (Anti-inflammatory agents) เช่น Licochalcone-A, azelaic acid, hazel, aloe vera, zinc, soy isoflavones

✔️ ช่วยผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของรูขุมขน (Keratolytic agents) เช่น hydroxy acid, linoleic acid

✔️ ช่วยควบคุมการสร้างน้ำมันผิว (Sebum controlling) เช่น L-carnitine, niacinamide, zinc, fullerene

✔️ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อสิวโดยไม่ทำให้ผิวเสียสมดุล (Anti microbial agents) เช่น Decanediol, tea tree oils

เมื่อเกิดรอยดำสิวขึ้นแล้ว แนะนำให้ปรับการรักษาด้วยกลุ่มยาทาก่อน ซึ่งที่มีข้อมูลช่วยเรื่องรอยดำสิวได้ คือ

✔️ กลุ่มยาทา (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน) เช่น hydroquinone, retinoids, azelaic acid, dapsone gel เป็นต้น

✔️ กลุ่มสกินแคร์ เช่น thiamidol, kojic acid, ascorbic acid, arbutin, niacinamide, licorice extract, aloesin, ferulic acid เป็นต้น

สกินแคร์รักษารอยสิว

และหากไม่ดีขึ้น แนะนำปรึกษาแพทย์พิจารณาปรับการรักษาเสริม เช่น

✔️ Chemical peeling

✔️ Laser/light therapy เช่น blue light PDT, Nd:YAG laser

เป็นต้น

โดยสรุป ‼️

ถ้าไม่อยากมีรอยดำสิว ควรรีบรักษาสิวอย่างถูกวิธี

ถ้ามีรอยดำจากสิวแล้วอาจต้องใช้เวลา ซึ่งนานแค่ไหนแล้วแต่ผิวและปัจจัยของแต่ละคน

หากใครที่กังวลหรือเร่งด่วน เช่น ต้องออกงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ผิวหน้า ก็แนะนำพบแพทย์ปรับยารักษาช่วยได้ ร่วมกับ การเลือกใช้เดอโมคอสเมติกส์ที่เหมาะสมสำหรับคนเป็นสิวและรอยดำ เช่น Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง) ก็เป็นทางเลือกที่เสริมให้การรักษามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นได้ค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี

——————————————

References:

Dermatol Reports. 2021 Oct 6;13(3):8223.

G Ital Dermatol Venereol. 2020 Jun;155(3):280-285.

J Dermatolog Treat. 2019 Sep;30(6):578-581.

J Dermatol. 2016 Jul;43(7):826-8.

JEADV 2015; 29(Suppl. 5): 1-7.

Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.

J Clin Aesthet Dermatol. 2013; 6: 18-24.

J Cosmet Dermatol. 2012 Mar; 11(1): 30-6.

Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.

International journal of pharmaceutics 292.1-2 (2005): 187-194.

——————————————

[ Disclaimer] สนับสนุนความรู้โดย

Eucerin Pro Acne Solution Anti-Acne Mark Triple Effect Serum

นวัตกรรมเซรั่มลดรอยสิว เหมาะสำหรับผิวที่เป็นสิว ช่วยลดการเกิดรอยดำจากสิว สีผิวดูสม่ำเสมอ

ส่วนผสมออกฤทธิ์ยับยั้งครบทั้ง 4 กระบวนการก่อสิว ร่วมกับ ไทอามิดอลที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว

ส่วนประกอบหลัก :

✔️ Thiamidol สิทธิบัตรเอกสิทธิ์เฉพาะยูเซอริน เป็น The powerful Human Tyrosinase Inhibitor ช่วยลดการเกิดรอยดำสิวได้ดี

✔️ Licochalcone A เป็นสารสกัดจากรากของพืชชะเอมจีน เป็น antioxidant ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ช่วยลดการอักเสบ ลดการหลั่ง endothelin จาก endothelial cell จึงช่วยลดเรื่องการเกิดรอยดำสิวที่ตามมาได้

✔️ Salicylic acid ลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของสิวในระยะยาว

✔️ Decanediol ลดการสะสมของแบคทีเรีย C.acne ที่ก่อให้เกิดสิว จึงช่วยลดปัจจัยของการเกิดสิวเรื้อรัง

✔️ Sebum Regulation เทคโนโลยีควบคุมความมัน ด้วย Active L-Carnitine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการควบคุมการสร้างน้ำมันผิว จึงช่วยคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง และเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยสามารถรักษาความชุ่มชื้นผิวไว้ได้อย่างสมดุล

เนื้อเซรั่มเป็นแบบไฮโดรเจล ซึมไว ไม่เหนอะ

ผ่านการทดสอบ non-comedogenic & non-acnegenic tested

ข้อมูลการทดลองจากทางยูเซอรีน พบว่า รอยดำ รอยแดง และความมันผิว เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 สีผิวแลดูสม่ำเสมอขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

*การตอบสนองต่อการรักษาและผลิตภัณฑ์ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Eucerin Pro acne Anti-acne Mark เซรั่มลดรอยสิว

——————————————

อ่านบทความย้อนหลัง Website HELLOSKINDERM (คลิก)

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.