Tag Archives: Skincare

ลองสำรวจดูว่ามีผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ มี BHA ซ้ำซ้อนกันในเวลาเดียวกันหรือไม่ ⁉️

BHA เช่น Salicylic acid, Lipohydroxy acid
ละลายได้ดีในไขมัน มีคุณสมบัติเด่นคือ

• ซึมผ่านบริเวณรูขุมขนลงไปผิวหนังชั้นที่ลึกกว่าได้ (Deep penetration through the lipid barrier of epidermis) ซึ่งเป็นสิ่งที่ AHA ทำไม่ได้
• ละลายสิวที่อุดตัน (Comedolytic effect)
ผลที่ตามมา คือ ทำให้สิวอุดตันลดลง
• ลดการสร้าง sebum (Minimized sebum production)
ผลที่ตามมา คือ ควบคุมความมันของผิว
• ออกฤทธิ์ลดการอักเสบได้ (Anti inflammatory effect)
ผลที่ตามมา คือ ช่วยลดการอักเสบของสิว ส่งผลให้เกิดรอยดำหลังการเกิดสิวลดลงตามมา

ดังนั้น BHA เหมาะสำหรับคนที่ปัญหาผิว ดังนี้
▫️สิวทุกชนิด ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน (Inflammatory and comedonal acne)
▫️หน้ามัน (Oily skin)

ส่วนคนที่ผิวแห้งหรือระคายเคืองง่าย ถ้าอยากใช้ BHA แนะนำว่าให้เลือกแบรนด์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยลดการระคายเคืองและเพิ่มความความชุ่มชื้นร่วมด้วย หรือเลือก BHA รูปแบบที่ระคายเคืองน้อย โดยจะดูที่ปริมาณ % เท่านั้นไม่ได้ค่ะ เช่น Betaine Salicylate 4% เทียบผลแล้วอาจได้ประมาณ 1-2% Salicylic acid เป็นต้น ไว้จะมาเล่าให้ฟังทีหลัง

โพสนี้ไม่ได้เล่าละเอียดในส่วนผสมของแต่ละผลิตภัณฑ์ เพียงแต่มีหลายครั้งที่ชอบเจอคำถามว่าใช้ตัวหนึ่งทาทับกับอีกตัวได้ไหม อยากให้ลองสำรวจดูว่ามีผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ BHA ซ้ำซ้อนกันในเวลาเดียวกันหรือไม่ ถ้ามีก็ควรจะแยกเวลาใช้ หรือ เลือกตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะช่วยลดผลข้างเคียงได้ค่ะ


ดูคลิป AHA & BHA เพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้
https://youtu.be/svfWKAe8niQ


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Rosacea โรคหน้าแดงเวลามีปัจจัยกระตุ้น 🌶🌶

บางคนสงสัยว่าจะเป็น Rosacea หรือไม่ ???

สำหรับคนที่มีอาการหน้าแดงเวลามีปัจจัยกระตุ้น เช่น ความร้อน แสงแดด ทานอาหารรสจัด แอลกอฮอล์หรือความเครียด โดยมักมีอาการแดงของใบหน้าบริเวณตอนกลางของใบหน้า จมูก แก้ม อาจมีตุ่มสิวอักเสบ เส้นเลือดขยายตัว แสบหน้า บางครั้งมีอาการแสบตา เคืองตา น้ำตาไหล ร่วมด้วย ภาวะนี้เราเรียกว่า โรคโรซาเชีย

ภาวะนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าบางส่วนเกิดจากพันธุกรรม และมีรายงานว่าเกิดจากตัวไรบนใบหน้า ที่ชื่อ Demodex ทำให้เกิดผิวอักเสบขึ้นมา

หากมีอาการดังกล่าว ร่วมกับมีผื่นดังรูป ควรเข้าพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

สิ่งที่พึงปฏิบัติคือ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น แสงแดด อาการร้อนจัด เย็นจัด เลี่ยงการดื่มหรือรับประทานอาหารรสจัด, เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย

การรักษาอื่นๆร่วมด้วยที่ต้องได้รับการพิจารณาโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ในภาวะนี้รักษาได้หลายวิธี เช่น

• ยาทาในกลุ่มยาฆ่าเชื้อ clindamycin, erythromycin, metronidazole, azelaic acid

• ยารับประทานในกลุ่มยาฆ่าเชื้อ tetracycline

• ยากินกลุ่มเรตินอยด์

• เลเซอร์เพื่อลดรอยแดงและลดเส้นเลือด เช่น IPL, KTP, PDL

หากไม่รักษาอย่างถูกต้อง อาจเกิดผลที่ตามมาคือ จมูกผิดรูป, ผิวหน้าหนาขรุขระ มีภาวะแทรกซ้อนทางตารุนแรงได้ เช่น กระจกตาอักเสบ

โรคโรเซเชีย เป็นโรคเรื้อรัง รักษาหายแล้วก็กลับมาเป็นได้ใหม่อีก การกลับเป็นซ้ำขึ้นกับการดูแลเอาใจใส่และป้องกันปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคลค่ะ

หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ อย่าลืมไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังเพื่อรับการรักษาและคำแนะนำที่ถูกต้องนะคะ

ดูคลิปเรื่อง โรเซเชีย ได้ที่นี่ https://youtu.be/u7PpGBuqDh4

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
อ่านเพิ่มเติม https://www.jaad.org/article/S0190-9622(17)32297-1/fulltext

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Fernblock หรือ Polypodium leucotomos extract ปังจริงไหม ❓

โพสนี้รวมคำถามที่มีหลายคนถามเข้ามาเรื่อย ๆ เกี่ยวกับ Polypodium Leucotomos Extract ลองอ่านกันดูค่ะ

1️⃣ Fernblock คืออะไร ❓

Fernblock® Technology เป็นลิขสิทธิ์นวัตกรรมในการสกัด Polypodium Leucotomos Extract ซึ่งเป็น hydrophillic natural extract ซึ่งพืชชนิดเฟิร์นที่มีจุดกำเนิดในอเมริกากลาง มีคุณสมบัติพิเศษในการพัฒนากลไกการป้องกันแสงแดดด้วยตัวเอง ด้วยวิวัฒนาการจากพืชน้ำขึ้นมาเจริญเติบโตอยู่บนบกได้

Fernblock® Technology คิดค้นโดย Dr. Fitzpatrick และทีมแพทย์ Harvard Medical School ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า Dr. Fitzpatrick นั้นถือเป็นบิดาของวิทยาการแพทย์ผิวหนังสมัยใหม่ (Founder of Modern Dermatology) โดยท่านได้ริเริ่มเขียนตำราเรียนผิวหนังที่ได้รับการยอมรับและเชื่อว่าแพทย์ผิวหนังไทยทุกคนและทั่วโลกจะต้องเรียนตำราเล่มนี้ นอกจากนั้นท่านยังค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับ Photomedicine และได้รับสมญานามว่าเป็นบิดาแห่งการฉายแสงอีกด้วย

Polypodium Leucotomos Extract บางทีอาจเห็นเรียกย่อว่า PLE มีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในแง่ของประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั้งในหลอดทดลอง (in vitro) สัตว์ทดลอง (in vivo) และ งานLiวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ (Clinical Trial) ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์กว่า 60 ฉบับเลยทีเดียว

2️⃣ PLE มีข้อมูลการศึกษาอะไรในทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับผิวหนังบ้าง ❓

PLE มีส่วนประกอบหลักคือ phenolic compounds และสารอื่นๆ เช่น biological acid molecules, monosaccharides, flavonoids

Fernblock หรือ Polypodium leucotomos
สารประกอบใน PLE

ซึ่งพบว่า PLE ช่วยเสริมการปกป้องผิวจากการทำลายด้วยรังสียูวี ด้วย กลไกหลายอย่าง คือ

• ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวี (Antioxidant properties)
• ช่วยป้องกัน DNA damage จากรังสียูวี และช่วย DNA repair ได้ (Protective activity) พบว่า sunburn cells ลดลงหลังถูกแดด
• ลดการอักเสบของผิว ช่วยปกป้อง langerhans cells ที่ทำหน้าที่ปกป้องในระบบอิมมูนผิว (Immune system) ทำให้ผิวทนต่อยูวีมากขึ้น ลดการเกิดผิวไหม้แดด
• ลดการสร้างเม็ดสีผิว รอยแดง รอยดำ หลังถูกแดด (Pigmentation)
• ช่วยชะลอปัญหาผิวแก่จากการถูกแสงแดด (Photoaging)

ดังนั้น เรียกได้ว่าเป็น potent immunomodulator ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของครีมกันแดด ในแง่การปกป้องผิวจากแสงแดดได้ถึงระดับภายในเซลล์ จึงเห็น PLE เข้ามามีบทบาทในผลิตภัณฑ์กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายโดยรังสียูวี เช่น ครีมกันแดด, ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

กลไกปกป้องผิวของสารสกัด Polypodium Leucotomos Extract
กลไกปกป้องผิวของสารสกัด Polypodium Leucotomos Extract

3️⃣ UV Absorbance & SPF ของ PLE คือเท่าไหร่ ❓

มีข้อมูลการศึกษาพบว่าความเข้มข้นของ UV spectrum absorbance จะเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้น อยู่ในช่วงระหว่าง 250-700 nm และค่า peak ที่ 290 nm

ดังนั้น จะเห็นว่าเป็นช่วงคลื่นที่ broad spectrum จึงสามารถปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UVA, UVB, visible light, HEV (Blue light) และ Infrared

4️⃣ ในแง่ PLE กับ Photoaging ล่ะ❓

พบว่า PLE ช่วยชะลอภาวะผิวหนังเสื่อมชราได้จากหลายกลไก ได้แก่
• ช่วยลด oxidative stress จากรังสียูวี
• ช่วยเสริมการปกป้องผิวจากแสงแดด ลด sensitivity to UVR จึงลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง melanoma ได้ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัวร่วมด้วย
• จากการตัดชิ้นเนื้อพบว่า solar elastosis, angiogenesis ลดลง
นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยในหลอดทดลองพบว่า ช่วยกระตุ้นการสร้าง Collagn type 1,3,5 และยับยั้ง MMP-1 ซึ่งเป็นตัวทำลายคอลลาเจนได้อีกด้วย ส่วนงานวิจัยในมนุษย์ต้องรอข้อมูลต่อไปในอนาคต

5️⃣ ผลิตภัณฑ์กันแดดของ Heliocare ที่มีส่วนผสมของ PLE มีตัวไหนที่มีสารต้องห้ามตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติหรือไม่ ❓

ผลิตภัณฑ์กันแดด Heliocare ทุกสูตรเป็น natural sunscreen /Ecofriendly sunscreen / Reef safe กล่าวคือ ไม่มีสารอันตรายต่อปะการังและสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ได้แก่
Oxybenzone (Benzophenone-3, BP-3),
Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate),
4-Methylbenzylid Camphor (4MBC)
และ
Butylparaben

6️⃣ PLE ช่วยเรื่อง Antipollution (PM2.5) หรือไม่ ❓

มีข้อมูลใน In Vitro model ว่าช่วยปกป้องเซลล์ keratinocyte ได้ ด้วยการกระตุ้นกลไก NRF2 pathway ซึ่งช่วยในการต่อต้านพิษจากมลภาวะ PM2.5

กลไกปกป้องผิวของสารสกัด Polypodium Leucotomos Extract

7️⃣ PLE สามารถช่วยเรื่องฝ้าได้หรือไม่❓

มีข้อมูลพบว่า PLE ชนิดรับประทาน ร่วมกับทาครีมกันแดด ในคนที่เป็นฝ้าที่รุนแรงปานกลางถึงมาก ว่าช่วยให้ดีขึ้นได้ เมื่อเทียบกับยาหลอก

โดยพบว่ากลไลที่ PLE ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว คือ

  1. ช่วยลด UV-induced photodamage และยับยั้งการเกิดอนูมูลอิสระจากยูวี จึงลดการอักเสบของผิวและลดการสร้างเม็ดสีผิวที่จะเกิดตามมาได้
    นอกจากนั้นยังมีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง
  2. การยับยั้งในกระบวนการสร้างเมลานินหลังการถูกกระตุ้นจาก blue light จากอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ โดยกลไกผ่าน Opsin-3 (ซึ่งเป็น sensor รับคลื่นรังสีช่วงความยาวคลื่นสั้นได้โดยเฉพาะ blue light) และช่วยลดการเกิด melanin photo-oxidation ได้

Dose ที่มีข้อมูลว่าช่วยเรื่องฝ้าให้ดีขึ้นได้ ขึ้นกับงานวิจัย
ขนาดต่ำ 120-720 มก. ต่อวัน แบ่งทาน 2-3 ครั้ง ทานต่อเนื่องไม่เกิน 8-12 สัปดาห์
ขนาดสูง 960-1,200 มก. ต่อวัน ทานต่อเนื่องไม่เกิน 2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงแบบรับประทาน มีรายงานอาจมีมวนท้องคลื่นไส้อาเจียน มีอาการคันได้ แต่อย่างไรก็ตามมีข้อมูลจาก Pharmacovigilance พบว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นไม่ได้สัมพันธ์จาก PLE

8️⃣ หากรับประทานอาหารเสริมที่มี PLE แล้วจำเป็นต้องทาครีมกันแดดด้วยหรือไม่ ❓

PLE ชนิดรับประทานในปริมาณข้างต้น ออกฤทธิ์เป็น photoimmunoprotection ช่วยปกป้องผิวจากการทำลายด้วยอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสีต่าง ๆ ชนิด board spectrum และ พบว่าช่วยให้ผิวทนแดดได้ดีขึ้นเมื่อทานอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มค่า MED ได้ 3 เท่าและเพิ่มค่า MPD ได้ 3-7 เท่า
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถทดแทนการทาครีมกันแดดได้
ดังนั้น แนะนำว่าควรใช้เพิ่มเสริมประสิทธิภาพควบคู่กับการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธี

9️⃣ มีการรักษาโรคผิวหนังอะไรที่ PLE มีข้อมูล❓

• ช่วยลดอาการและการกำเริบของโรคผิวหนังกลุ่ม photodermatoses เช่น Polymorphous Light Eruption, solar urticaria, chronic actinic dermatosis, actinic prurigo, SCLE
• ป้องกันการกลับเป็นซ้ำของ Actinic keratosis หลังการรักษาด้วย PDT
[Oral PLE 480 mg/dayโดยเริ่มทาน 1 wk หลังทำ PDT]
• Vitiligo มี repigmentation มากขึ้นในระหว่างฉายแสงยูวีบี
[Oral PLE 480 mg/day ทานระหว่างที่รักษา หรือ Oral PLE 2 caps ทุกวันตอนเช้า + เพิ่ม 1 cap ทานเสริม 1 ชั่วโมงก่อน PUVA/NBUVB exposure]
• Psoriasis สามารถลดปริมาณ PUVA accumulative doseได้
[Oral PLE 720 mg/day ร่วมกับ PUVA 3 /weekly]
• Atopic dermatitis ลดการใช้ oral histamine (p=0.038), topical corticosteroids (p=0.012) ใน 6 เดือน
[Oral PLE 240 mg/day (12 years) for 6 months]

Oral PLE กับ โรคผิวหนัง

🔟 PLE หรือ Polypodium Leucotomos Extracts มีในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดของ Heliocare ตัวไหนบ้าง ❓

มีในครีมกันแดดทุกรุ่นของ Heliocare ได้แก่
Heliocare Ultra Gel SPF50+/SPF90
Heliocare body spray SPF50
Heliocare 360 FLUID CREAM SPF50+ PA++++
Heliocare 360 gel 0il free SPF50
Heliocare 360 water Gel
Heliocare 360 Pediatrics Mineral SPF50+
Heliocare 360 Pediatrics Transparent Spray SPF50+PA++++
Heliocare 360° Color Cushion Compact SPF50

Heliocare Fernblock
Fernblock ในผลิตภัณฑ์กันแดด

มีข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบการใช้ครีมทากันแดด SPF50+/90 ที่มี 0.5% Fernblock (Heliocare UG SPF50+/SPF90) เทียบกับ SPF50+/90 ที่ไม่มี Fernblock โดยทำการทดลองใน 10 คน ผิวขาว Phototype II อายุ 18-55 ปี อายุเฉลี่ยประมาณ 32 ปี และวัดผล 5 อย่าง ได้แก่ อาการแดงหลังจากโดนแสงแดด, Sunburn Cell (เซลล์ที่เกิดขึ้นหลังจากโดนแสงแดด), Langerhans Cell (เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันผิวหนัง), MMP-1 (เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายคอลลาเจน), Pigmentation (ความเข้ม/ดำ ของผิว/เม็ดสี)

พบว่า ผิวของคนไข้ที่ทาครีมกันแดด SPF50+/90 ที่มี Fernblock

  • มีอาการแดง erythema หลังถูกแดด น้อยกว่า
  • ปริมาณ Sunburn cell น้อยกว่า จึงช่วย DNA repair ได้ดีกว่า
  • ช่วยปกป้อง Langerhans cell ได้มากกว่า จากการย้อมดูด้วย CD1 marker
  • ปริมาณ MMP-1 ลดลงมากกว่า จึงช่วยปกป้องผิวจากการสลายคอลลาเจนได้ดีขึ้น
  • ลด tyrosinase expression และลดความเข้มของสีผิวได้มากกว่า
    เมื่อเทียบกับคนไข้ที่ทาครีมกันแดด SPF50+/90 ที่ไม่มี Fernblock
    ดังนั้น ข้อมูลงานวิจัยนี้จึงแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ PLE ในแง่ของ Photoimmunoprotection #ในระดับเซลล์ร่วมด้วย

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังสนใจเรื่อง Polypodium Leucotomos Extract อยู่นะคะ
ถ้าชอบบทความนี้สามารถไลค์หรือแชร์ได้เลยค่ะ


References

J Clin Aesthet Dermatol. 2021;14(2):50–60.
Front Med (Lausanne). 2021 Jun 2;8:684665.
Oxid Med Cell Longev. 2020; 2020: 2908108.
Int J Mol Sci. 2018 Aug; 19(8): 2250.
Dermatol Ther (Heidelb) 2017; 7: 305–318.
Int J Mol Sci. 2016 Jun 29; 17(7): 1026.
J Drugs Dermatol. 2014 Feb;13(2):148-53.
Int J Mol Sci. 2011;12(12):8466-8475.


[ Disclaimer ]
สนับสนุนความรู้โดย Heliocare

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ผิวแห้งระคายเคืองง่าย..ใช้โทนเนอร์ได้ไหม ล้างหน้าด้วยอะไรดี ⁉️

รวมคำถามคาใจเกี่ยวกับการทำความสะอาดผิวหน้าสำหรับคนผิวแห้งในโพสนี้

1. เป็นคนผิวแห้งและระคายเคืองง่าย สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีน้ำหอมได้ไหม ❓

บางคนอาจแพ้น้ำหอม แต่หากใครไม่มีปัญหาก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมได้ค่ะ เพียงแต่คนที่ผิวแพ้ง่ายก็ควรต้องระวัง

2. หากแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดที่กันน้ำ จำเป็นต้อง double cleansing หรือไม่ ❓

ไม่มีอะไรถูกหรือผิด หากล้างด้วย Cleanser ครั้งเดียวแล้วรู้สึกสะอาดดีก็อาจไม่จำเป็นค่ะ แต่ในส่วนผสมหรือ surfactant ของบางผลิตภัณฑ์ที่ล้างออกยากก็อาจจะล้าง double cleansing ได้ค่ะ เริ่มด้วยการเช็ดหรือล้างด้วย Cleansing oil หรือ balm อย่างใดอย่างหนึ่ง
✔️ Cleansing oil : ส่วนใหญ่นิยมใช้ Mineral oil, castor oil, jojoba oil, olive oil (Olive oil อาจก่อสิว) หากล้างสะอาดแล้ว อาจจบขั้นตอนนี้
✔️ Cleansing balm : แนะนำให้ล้างตามด้วย Liquid Syndet Cleanser อีกรอบ

3. ถ้าหากไม่ได้ใช้ waterproof product อะไร แต่งหน้าเบา ๆ แต่พอใช้ Cleanser อย่างเดียวก็รู้สึกไม่สะอาด จะทำอย่างไรดี ❓

กรณีนี้อาจไม่จำเป็นต้อง double cleansing ก็ได้ค่ะ แต่หากผิวค่อนข้างสกปรก หรือ แต่งหน้าร่วมด้วย และรู้สึกไม่สะอาดหลังล้างหน้าด้วย cleanser ก็แนะนำอาจเริ่มด้วย
✔️ Micellar water
✔️ Cleansing milk
แล้วตามด้วย Cleanser อีกที

4. น้ำตบ Essence หรือ Toner ต้องมีใน routine ไหม และสามารถใช้ในคนที่ผิวแห้งระคายเคืองง่ายได้หรือไม่ ❓

ความจริงแล้วไม่มีนิยามความแตกต่างของ Essence กับ Toner ที่ชัดเจน โดยทั้งสองชนิดจะมีส่วนประกอบของน้ำค่อนข้างเยอะกว่า Serum
✔️ เนื้อ Essence คือสกินแคร์ที่เป็นของเหลวขุ่นเล็กน้อย ส่วน Toner จะค่อนข้างเหลวใสกว่า
✔️ Essence หรือ Toner อาจมีในรูทีนหรือไม่ก็ได้ค่ะ เลือกได้ตามความสมัครใจ โดยควรเลือกที่ส่วนผสมเป็นหลัก
✔️ หากมีทั้งสองอย่างนี้ ก็ควรลำดับไว้ต้น ๆ หลังจากล้างหน้าเสร็จ เสมือนเป็นการเตรียมผิวก่อนลงสกินแคร์อื่นต่อไป

กรณีผิวแห้งแพ้ง่าย แนะนำเลือกดังนี้ค่ะ
✔️ หลีกเลี่ยงที่มีน้ำหอม, แอลกอฮอล์, ส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคือง เช่น กรดผลไม้, อนุพันธ์วิตามินเอ หรือกลุ่มผลัดเซลล์ผิวอื่น ๆ
✔️ มองหาเป็น Propylene glycol-based
✔️ มองหาส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นที่เลียนแบบโครงสร้างผิวตามธรรมชาติ เช่น hyaluronic acid, ceramide, glycerin หรือ natural moisturizing factors อื่น ๆ
✔️ มองหาส่วนผสมที่ช่วยเคลือบผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำจากผิว (Occlusive) และ ช่วยปรับสมดุลผิว (Water homeostasis)

5. ผิวแห้งใช้ Cleansing Scrub แต่ล้างเบา ๆ ได้ไหม ❓

คนผิวแห้งไม่แนะนำให้ใช้กลุ่ม scrub เลยค่ะ เพราะจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและอักเสบตามมาได้

6. ผิวแห้งระคายเคืองง่าย ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวได้ไหม ❓

ไม่เหมาะค่ะ ไม่แนะนำให้ล้างด้วยน้ำเปล่าเพราะมีค่า pH ไม่เหมาะกับผิว แนะนำว่าหากผิวแห้ง แต่ไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ดังนี้ค่ะ
✔️pH balance ใกล้เคียงกับผิว ประมาณ 4.5-6.5
✔️มีส่วนผสมของสารที่ให้ความชุ่มชื้นผิว เช่น ceramide, glycerin, amino acid, cholesterol, PCA เป็นต้น
✔️มองหา Syndet Liquid หรือ Non foaming Cleanser ซึ่งมักจะใช้ surfactant กลุ่มที่ไม่ค่อยระคายเคืองผสมกันหลายชนิด ยกตัวอย่าง

กลุ่ม Anionic Surfactant สารลดแรงตึงผิวที่มีประจุลบ

กลุ่มนี้มีความสามารถในการทำความสะอาดดีที่สุด หากเป็นชนิด fatty acid soap or foam มักจะระคายเคือง ดังนั้น ในกลุ่มนี้ควรเลือกชนิดที่เป็น non soap จึงจะมีความอ่อนโยนมากกว่า เช่น sodium lauryl monoethanolamide, disodium laurath sulfosuccinate, sodium cocoyl isethionate, sodium cocoyl alaninate, disodium cocoyl glutamate, sodium cocoyl glutamate เป็นต้น

กลุ่ม Amphoteric Surfactant สารลดแรงตึงผิวที่มีทั้งประจุบวกและประจุลบ

กลุ่มนี้มีความสามารถทำความสะอาดได้ดีและเป็นที่นิยมใช้ เช่น cocamidopropyl betaine, cocoamphoacetate, lauryl hydroxysultaine เป็นต้น

กลุ่ม Non-ionic Surfactant สารลดแรงตึงผิวที่ไม่มีประจุ

กลุ่มนี้นิยมนำไปผสมกับสารลดแรงตึงผิวอื่น ๆ ในสบู่หรือเจลล้างหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชะล้าง เป็น refatting agent ช่วยปกป้องไม่ให้ความชุ่มชื้นผิวถูกชะล้างออกหมด และมีความอ่อนโยน เช่น polysorbate 20, 80, decyl glucoside, lauryl glucoside, polyglyceryl-4 เป็นต้น

กลุ่มนี้อาจทาบนผิวแห้งหรือผิวเปียกก็ได้ หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำ จะเหลือลักษณะคล้ายฟิล์มเคลือบผิวบาง ๆ จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นผิว ดังนั้นไม่ควรเช็ดหรือถูฟิล์มนี้ออก

❌ ไม่แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เป็นกลุ่ม Soap หรือโฟม เพราะมักผสม negatively charged surfactants ซึ่งก่อการระคายเคืองผิวได้ง่ายตามที่กล่าวไปข้างต้น เช่น SLS (Sodium lauryl sulfate)

7. มีส่วนผสมอะไรที่แนะนำให้มองหาในผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับคนผิวแห้งมาก ❓

แนะนำพิจารณาเลือกเป็นพิเศษในกลุ่ม Cleanser ที่มี ส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น ceramide, hyaluronic acid, glycerin เป็นต้น
✔️ มีข้อมูลพบว่าการใช้ ceramide-dominant physiological lipid-based cleanser อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ทำให้ skin barrier ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยวัดจาก
💧 TEWL ลดลง
💧 Skin hydration เพิ่มขึ้น
💧 อาการคัน ผิวแห้งลดลง
💧 Skin smoothness & softness ดี ผิวนุ่มเรียบขึ้น
✔️Glycerin เป็นสารกลุ่ม hydroscopic และเป็น humectant ธรรมชาติในผิวเรา และได้รับความนิยมในการนำมาผสมในสกินแคร์เพราะมีประสิทธิภาพในการดูดน้ำจากบรรยากาศรอบตัวและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวได้ดี คล้ายกับคุณสมบัติของ Hyaluronic acid ซึ่งสารทั้งสองอย่างนี้จะค่อย ๆ ลดลงไปตามกาลเวลาอายุที่มากขึ้น มีข้อมูลว่าการใช้สกินแคร์ที่มี Glycerin เป็นส่วนผสม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและยังเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว ผิวนุ่ม ยืดหยุ่นดี

8. BioMimic Technology™ คือ อะไร ❓

เป็นเทคโนโลยีที่เลียนแบบโครงสร้างชั้นไขมันของผิวตามธรรมชาติ ประกอบด้วย Essential lipids ไขมันที่คล้ายคลึงกับที่พบได้ในผิว ได้แก่ Hydroginated lecithin, Caprylic/Capric Triglyceride, Squalane, Ceramide-3, Glycerin ซึ่งสูตรที่เลียนแบบไขมันในผิวตามธรรมชาตินั้นจะช่วยเสริมกำแพงผิวให้แข็งแรง เติมส่วนที่ขาดหายไป เพิ่มความชุ่มชื้น ลด TEWL ได้อย่างอ่อนโยน
✔️ เทคโนโลยีนี้เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Physiogel ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ไลน์ DMT (Daily Moisture Therapy) ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มคนผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ปัจจุบันมีการพัฒนาเนื้อสัมผัสที่บางเบา ทาสบายผิว ไปพร้อมกับการเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไม่เหนียวเหนอะ ยกตัวอย่าง เช่น
💧DMT Cleansing Gel
💧DMT Essence in Toner เป็นต้น

สุดท้ายนี้มีเทคนิคสำรวจผิวมาแถมให้ ลองดูว่าผิวใครเป็น ผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำหรือไม่


⭐️ ผิวแห้ง (Dry skin) ลักษณะหน้าลอก เป็นขุยง่าย คัน เมื่อสังเกตหลังล้างหน้าสักพักแล้วผิวจะแห้งตึง ไม่มีความมัน
⭐️ ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin) ชนิดนี้พบได้ทั้งในทุกสภาพผิว คนผิวมันหรือแห้ง ก็ขาดน้ำได้ค่ะ เมื่อสังเกตหลังล้างหน้าแล้วอาจรู้สึกว่าผิวแห้ง แต่พอทิ้งไว้อีกระยะจะเกิดความมันตามมา บางคนมีสิว หน้ามัน ได้บ่อย ๆ
จะเห็นว่าปัญหาผิวทั้งสองชนิดนี้ สามารถแก้ปัญหาด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมน้ำในผิว (Humectant) ได้ทั้งคู่ และในคนที่ผิวแห้งมาก (Very dry skin) อาจต้องเพิ่มเติมส่วนผสมที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นผิว (Occlusive) ร่วมด้วยค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่ผิวแห้ง (Dry skin) หรือผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin) และกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าคู่ใจนะคะ ผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องลองเลือกที่เหมาะกับตัวเอง


References

Dermatologic Therapy. 2021; 34(4): e14970.
J Cosmet Dermatol. 2018 Feb; 17(1): 8-14.
J Cosmet Dermatol. 2016 Dec; 15(4): 549-558.
Dermatol Res Pract. 2012; 2012: 495917. Dermatol Ther. 2004; 17 Suppl 1: 16-25.

Product mentioned

💎 Physiogel DMT CLEANSING GEL (150 ml. 450 baht)
คลีนซิ่งเจลมีฟองตัวใหม่ มี BioMimic Technology™ และ Hydrating Ingredient 2 ชนิด
✔️ Ceramide ลดการสูญเสียน้ำของผิว
✔️ Glycerin เพิ่มความชุ่มชื้นผิว ผิวนุ่ม
ฟองละเอียดนุ่ม ไม่แห้งตึง ไม่เอี๊ยดหลังล้างหน้า
มี BioMimic Technology เทคโนโลยีที่มีเฉพาะในผลิตภัณฑ์ของ Physiogel ช่วยเสริมเป็นเกราะปกป้องผิว และคืนสมดุลให้ผิว

💎 Physiogel DMT ESSENCE IN TONER ( 200 ml. 700 baht)
เป็น BioMimic Technology™ และมี Hydrating Ingredient หลายชนิดครบทั้ง humectant, emollient, occlusive:”[
✔️ Hyaluronic acid เป็น humectant ช่วยเติมความชุ่มชื้นผิว
✔️ Glycerin ช่วยเสริมกำแพงผิว เพิ่มความนุ่มชุ่มชื้น
✔️ Arginine ช่วยกระบวนการสมานแผลและฟื้นฟูเซลล์ผิว
เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนอะ
ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการเตรียมผิว ใช้ทันทีหลังล้างหน้า หรือสามารถใช้กับสำลีแบบโทนเนอร์หรือใช้แบบน้ำตบก็ได้

ทั้งสองตัวเป็นสูตร non-comedogenic ไม่มีน้ำหอม
ใช้ได้ทุกสภาพผิว ทั้งผิวแห้งแพ้ง่าย
สามารถใช้ได้ หาซื้อได้ที่ Watsons, Boots, Shopee, Lazada, Eveandboy, ร้านขายยาชั้นนําทั่วประเทศ

Disclaimer: Branded content [Physiogel]

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

สิว 13 vs สิว 30 [รายการ Single Being Podcast]

สิววัยรุ่นกับสิววัยผู้ใหญ่ต่างกันไหม ลองมาฟังได้ในลิ้งค์นี้ค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ Single Being และ พี่ผิง พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ที่ชวนไปพูดคุยในคลิปนี้ค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังประสบปัญหาสิวอยู่นะคะ

7 สกินแคร์พื้นฐานที่ควรมี

แชร์ไอเดีย Step 1 เบสิคพื้นฐาน

❌ หากทาสกินแคร์เหมือนกัน 2 ชิ้นทับกัน แนะนำเอาออกไป 1 เช่น F วิตามินซีมา 3 ยี่ห้อ ทาทับ ๆ กันหลายชั้นอาจดูเป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

❌ หากขาด แนะนำหาเพิ่มชิ้นเดียวพอค่ะ ไม่ต้องกวาดหรือ F มาหลายยี่ห้อให้สิ้นเปลือง ทดลองทีละขวดถ้าไม่ถูกใจค่อยเปลี่ยนใหม่

✅ บางอันผสมในชิ้นเดียวกันแล้ว ช่วยลดขั้นตอนได้ เช่น ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี antioxidant รวมอยู่

✅ โพสนี้พื้นฐานแบบไม่มีปัญหาผิวอะไรต้องแก้เพิ่มเติม ถ้ามีปัญหาอื่น เช่น สิว ฝ้า รอยดำ ริ้วรอย ต้องเพิ่มสเต็ปถัดไป ถ้าครบพื้นฐานแล้ว -> รออ่าน Step 2

สรุปเบสิค

☀️ตอนเช้า
เน้นบำรุง ปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด จึงต้องเน้นครีมกันแดด และ antioxidants
🌙 ก่อนนอน
เน้นบำรุง แก้ไขปัญหา ซ่อมแซมผิว ฟื้นฟู จึงควรเน้นกลุ่มที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ เช่น วิตามินเอ

ไหนขอดูรูทีนของแต่ละคนหน่อยซิ

ครีมยูเรีย ที่เหมาะกับคนผิวแห้งมาก ช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งได้อย่างไร ‼️

Urea-containing topical formulation

มีหลายคำถามที่มักมีการถามถึงเสมอ ว่ายูเรียที่ผสมในสกินแคร์ สามารถช่วยอะไรได้บ้าง และคนผิวแห้งทาไปนาน ๆ แล้วจะมีผลอะไรต่อผิวหรือไม่ เราลองมาทำความรู้จักกันค่ะ

1. ยูเรีย คืออะไร เกี่ยวกับผิวเราอย่างไร ทำไมเห็นใช้เป็นส่วนผสมในสกินแคร์ทาผิว ❓

ยูเรียเป็นส่วนประกอบหนึ่งในผิวหนัง
พบได้ประมาณ 7% ของ NMF (Natural Moisturizing Factor) ซึ่งอยู่ที่ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าของเราค่ะ ส่วนนี้จะทำหน้าที่ปกป้องผิว กักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้แก่ผิว และเมื่อเราอายุมากขึ้น ปริมาณของ urea ใน NMF จะลดลงไปเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา

ยูเรียทาผิว urea cream

2. หาก NMF ไม่สมบูรณ์ และปริมาณ urea ที่ผิวลดลง จะเกิดอะไรขึ้นกับผิวหนังบ้าง ❓

ผลที่จะเกิดตามมา คือ ผิวจะสูญเสียน้ำได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น สูญเสียความยืดหยุ่น จึงส่งผลทำให้ผิวแห้งกร้าน ลอก เป็นขุยในที่สุด เราจึงเห็นว่าคนสูงอายุส่วนหนึ่งที่ผิวแห้งนั้น อาจมาจากปัจจัยเรื่องนี้ร่วมด้วยได้ และเมื่อทาครีมที่ผสมยูเรียจึงมักช่วยให้อาการแห้งลอกคันผิวลดลงได้ดี

3. ผลิตภัณฑ์ยูเรียชนิดทาที่มีความเข้มข้นต่างกัน มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ❓

ยูเรียความเข้มข้นต่างกันจะออกฤทธิ์ไม่เหมือนกันค่ะ

✔️ ความเข้มข้นต่ำถึงปานกลาง <10 % จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิว (Moisturizing effect) จึงมักใช้แก้ปัญหาผิวแห้ง หรือ โรคผิวหนังในกลุ่มโรคเช่น Xerosis, Ictyosis, Atopic dermatitis, Psoriasis
✔️ ความเข้มข้นสูงเกิน 10% ขึ้นไป ความเข้มข้นเบอร์นี้จัดว่าเป็นยา จะออกฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวร่วมด้วย (Keratolytic effect) จึงมักใช้ในรอยโรคผิวหนังที่หนา เช่น ขนคุด (Keratosis pilaris), Psoriasis ที่ผื่นหนา หรือใช้แก้ปัญหาที่เล็บ, รักษาหูด, ตาปลา,ใช้ทาส้นเท้าหนาแตกด้าน เป็นต้น

ดังนั้น ควรเลือกให้ถูกวัตถุประสงค์ เช่น หากนำ 40% มาใช้กรณีผิวแห้ง ก็อาจทำให้รอยโรคแย่ลงได้จากการผลัดลอกเซลล์ผิวมากขึ้นกว่าเดิม

ประโยชน์ของยูเรียครีม

4. หากใช้ครีมยูเรียควรใช้ทาเดี่ยว ๆ หรือทาร่วมกับยาเพื่อรักษาโรคทางผิวหนังได้หรือไม่ ❓

สามารถทายูเรียเดี่ยว ๆ หรือ ทาร่วมกับยาทารักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ค่ะ และมีข้อมูลว่ายังสามารถเพิ่มการดูดซึมของยาตัวอื่นได้ เช่น

✔️ 10% urea ร่วมกับ hydrocortisone หรือ betamethasone-17-valerate ในการรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)
✔️ 10% urea ร่วมกับ 1% hydrocortisone, 2% salicylic acid ในการรักษาโรคผิวแห้ง Ictyosis vulgaris
✔️ 10-40% urea ร่วมกับ dithranol หรือ bifonazole ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน
✔️ 40% urea ร่วมกับ 1% fluconazole ในการรักษาเชื้อราที่เล็บ

5. ครีม urea มีแบบไหนบ้าง เลือกอย่างไรดี ❓

ปัจจุบันครีมที่ผสมยูเรียมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ครีม, โลชั่น, โฟม, อิมัลชั่น, แลคเกอร์ โดยใช้ความเข้มข้นประมาณ 3-50% ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่มีรายงานผลข้างเคียงจากการใช้น้อยมาก เรียกได้ว่า สามารถใช้ได้ค่อนข้างปลอดภัย

แต่ละรูปแบบควารเลือกใช้ให้เหมาะสม ดังนี้

ชนิดโลชั่นทาผิว

มักผสม urea 3-12% ซึ่งไม่สูงมาก และเนื่องจากเป็น hydrophilic components มักจะมีน้ำหนักโมเลกุลเล็ก สามารถซึมผ่าน Stratum corneum ได้ดี ออกฤทธิ์เป็น humectant ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น, ลด TEWL อีกทั้งยังช่วยกักเก็บความชื้นในผิวได้ยาวนาน จึงมักใช้โลชั่นเพื่อแก้ปัญหาผิวแห้งคัน (xerosis) ได้ดี และยังมีข้อมูลพบว่าลดอาการขุย ผิวแตกเป็นร่อง แดงคัน ช่วยลดการกำเริบของการแห้งคันได้ แนะนำในกลุ่มคนผิวแห้ง xerosis, ผิวผู้สูงอายุ, ผิวแห้งคันในคนเป็นโรคตับ,ไต เป็นต้น

ชนิด cream

ควรเลือกความเข้มข้นให้เหมาะกับปัญหาตามที่กล่าวข้างต้น คร่าวๆ คือ
5-12% cream สำหรับผิวกายแห้งมาก แห้งลอกขุย, ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
20-25% cream สำหรับส้นเท้าแห้งแตก, เล็บเป็นขุยหนา
20-40% cream สำหรับเสริมการรักษาเชื้อราที่เล็บ
50% cream สำหรับ psoriatic plaque

ชนิด foam

เป็นทางเลือกสำหรับ hairy area แต่พบไม่ค่อย และกลุ่มนี้มักผสม alcohol vehicle อาจระคายเคืองหรือคันได้

ชนิด ointment

จะมีฤทธิ์ occlusive เพิ่มเติมเข้ามา จึงออกฤทธิ์ได้ดีกว่าชนิด cream สามารถใช้ 40% เป็น chemical nail avulsion ในการรักษา onychomycosis ได้ และแนะนำรูปแบบนี้อย่างยิ่งกรณีส้นเท้าแตกด้าน แต่ข้อเสียคือ เหนียว และใช้ค่อนข้างลำบากในบริเวณผิวที่มีเส้นผมหรือขน

ชนิด gel

พบไม่บ่อย

ชนิด lacquer

รูปแบบยาป้ายทา มักใช้กับรอยโรคที่เล็บ เสริมการรักษา onychomycosis, brittle nails

6. หากมีปัญหาผิวแห้งมาก ลอกขุย แตก คัน ผิวไม่เรียบ เป็นเกล็ดปลา ต้องดูแลผิวอย่างไร ทาครีมยูเรียอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่❓

เนื่องจากปัญหาผิวแห้งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

💢 กำแพงผิวเสียจากอายุที่มากขึ้น
💢 โรคผิวหนังบางอย่าง เช่น ผิวหนังอักเสบ, ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง, โรคสะเก็ดเงิน, โรค Ictyosis
💢 โรคทางร่างกายอื่น เช่น โรคตับ โรคไต โรคไทรอยด์ มะเร็งบางชนิด ขาดวิตามินหรือสารอาหารบางอย่าง เป็นต้น
💢 การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เช่น วัยหมดประจำเดือน
💢 สภาพอากาศ มลภาวะ
💢 การใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะสม

แนะนำวิธีการดูแลผิวแห้ง ดังนี้ค่ะ

ทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นผิวเป็นประจำสม่ำเสมอ แนะนำให้ทาหลังอาบน้ำทันทีจะสามารถซึมสู่ผิวและออกฤทธิ์ได้ดี ซึ่งสกินแคร์ที่มียูเรียก็สามารถใช้ได้ และหากผิวแห้งมากก็อาจหาส่วนผสมที่เพิ่มความชุ่มชื้นหลายชนิดร่วมด้วย เช่น Eucerin Urea Repair Plus ซึ่งนอกจาก 5% urea ก็ยังมี Ceramides & Gluco-Glycerol & NMFs ที่ช่วยเพิ่มการส่งผ่านโมเลกุลน้ำไปยังผิวชั้น epidermis และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ดี
ไม่อาบน้ำนานเกินไป เลี่ยงการอาบน้ำร้อน และ เลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่เป็นด่างสูง หลังอาบแล้วผิวตึงเอี๊ยด
• ในกรณีฤดูหนาว อากาศแห้ง อาจใช้ Humidifier เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ให้บรรยากาศรอบตัวในบ้านหรือห้องนอน
• สำรวจตัวเองว่ามีความผิดปกติทางร่างกายใด ๆ หรือไม่

และหากปรับสกินแคร์และพฤติกรรมการดูแลผิวข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีความผิดปกติอะไรในร่างกาย แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อช่วยตรวจหาว่าคุณมีสาเหตุอื่นที่อะไรซุกซ่อนอยู่ ที่อาจทำให้ผิวแห้งคัน เรื้อรัง ไม่หายสักที ซึ่งเหล่านี้อาจต้องการการรักษาอื่นโดยแพทย์เพิ่มเติมค่ะ

ผิวแห้งลอก แก้อย่างไร

References:

Dry skin management: practical approach in light of latest research on skin structure and function. J Dermatolog Treat. 2020 Nov;31(7):716-722.
Topical urea in skincare: A review Dermatology Therapy 2018;e12690.
Urea-containing topical formulations. Int J Clin Pract. 2020 Dec;74 Suppl 187:e13660.


Product mentioned:

Eucerin UreaRepair Plus

โลชั่นบำรุงผิวกาย เหมาะสำหรับผิวแห้งถึงแห้งมาก แตกเป็นขุย

• ประกอบด้วย
5% urea lotion + NMF สารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติในผิว
มี Ceramides ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำจากผิว
มี Glyco-glycerol ที่ช่วยเพิ่มการส่งผ่านโมเลกุลน้ำไปยังผิวชั้น epidermis ได้ดี เติมน้ำสู่ผิว ผิวชุ่มชื้นยาวนาน 48 ชั่วโมง
• เนื้อโลชั่น oil-in-water ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะ
• ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น เนียนเรียบขึ้น แลดูสุขภาพดี เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล)

Eucerin urearepair plus

Disclaimer: Content sponsored by Eucerin

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Ectoin หรือ Extremolytes คืออะไร

Ectoin คือ สารที่ผลิตได้จากแบคทีเรียชื่อ Halomonas elongata ถือเป็น naturally Osmolytes อย่างหนึ่งที่มีการศึกษามากมายทั้งในแง่ของการผสมในครีมบำรุงผิวหรือครีมกันแดด, ยาพ่นในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งยาหยอดตา

ทั้งนี้ เนื่องจาก Ectoin มีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบได้ ทั้งที่ผิวหนัง เยื่อบุทางเดินหายใจ และตา

มีการศึกษาพบว่าผิวหลังทาสกินแคร์ที่มี Ectoin เมื่อทดสอบด้วย UVB แล้ว มีอิมมูนเซลล์ที่ผิว (Langerhan cells) ลดลงเพียงเล็กน้อย และยังพบ Sunburn cells ลดลงอย่างชัดเจน

ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติ ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายด้วย UVB

มีการศึกษาพบว่าผิวหลังทาสกินแคร์ที่มี Ectoin เมื่อทดสอบด้วย UVA แล้ว เซราไมค์ที่ผิวจะถูกสลายน้อยลงไปเรื่อย ๆ (dose-dependent) และยังพบ ICAM-1 น้อยลง บ่งบอกว่าการอักเสบของผิวน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติ ช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบของผิวที่เกิดจาก UVA ได้อีกด้วย

มีการศึกษาวิจัยในคน Sensitive & Atopic skin โดยให้ทา 1% และ 4% Ectoin เช้าเย็น นาน 7 วัน พบว่า TEWL ลดน้อยลง (แบบ dose-dependent)

ดังนั้น คนผิวแห้งหรือแพ้ง่ายที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงของกำแพงผิว แนะนำ ectoin ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 0.5-1% ขึ้นไป โดยทาเช้าเย็น จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 1 สัปดาห์

มีการศึกษาพบว่าเมื่อทา 1% Ectoin เช้าเย็น นาน 12 วันขึ้นไป ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการตรวจวัดด้วยเครื่องมือ corneometry และหลังหยุดทาแล้วยังสามารถคงความชุ่มชื้นผิวอยู่ได้อย่างน้อย 7 วัน

ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติเป็น prolonged moisturizer ช่วยให้ความชุ่มชื้นผิวได้ยาวนาน ในงานวิจัยระบุอย่างน้อย 7 วัน แต่อย่างไรก็ตามคงต้องขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่มี Ectoin ในแต่ละยี่ห้อ

Ectoin มีคุณสมบัติ anti-inflammatory effect จึงมีการนำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบจากสาเหตุหลายอย่าง

ดังนั้น จึงเป็นอีกทางเลือกในคนที่มีผิวหนังอักเสบ (Eczema) หรือในกลุ่มโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Mild to moderate Atopic dermatitis) ที่อยากเลี่ยงการทาสเตอรอยด์บ่อย ๆ ในระยะยาว

พบว่า การทาสกินแคร์ที่มี Ectoin สามารถช่วยลดการเกิด Air pollution-induced hyperpigmentation ได้ และลด gene expression ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเสื่อมของผิวได้

ดังนั้น Ectoin-containing Skincare จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากช่วย anti pollution และ anti aging ได้ดี

ถึงแม้มีข้อมูลว่า Ectoin ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB ช่วยป้องกันผิวไหม้และลด aging skin ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาในแง่ SPF, PA ที่ชัดเจน

ดังนั้น แนะนำให้ทาครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอค่ะ

บางคนเรียก Ectoin ว่าเป็น All-in-One และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการบำรุงผิว เพราะมีความสามารถ คือ

✔️ ปกป้องผิวจากการทำร้ายโดย UVA ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งผิวชรา ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ

✔️ ปกป้องผิวจากการทำร้ายโดย UVB ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งผิวไหม้และหมองคล้ำ

✔️ ลดการระคายเคืองผิวจาก PM2.5 ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความแก่, ผิวอักเสบ, การกำเริบของผื่นผิวหนังบางชนิด

✔️ ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง

✔️ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ยาวนานหลายวัน

โดยสรุป คุณสมบัติของEctoin ก็คือ

“Antiaging + Antiinflammatory + Moisturizing + Barrier repairing effects”

ถ้าหากใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Extremolytes (Ectoin) ขอแนะนำ ดังนี้ค่ะ

• 0.5% ขึ้นไป ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงกำแพงผิวได้ดี

• 1% ขึ้นไป มีคุณสมบัติเหมือน 0.5% และเพิ่มเติมคือ สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้นเป็นสัปดาห์

• 5-7% ขึ้นไป นอกจากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กักเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนานและบำรุงกำแพงผิวได้ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติ anti-inflammatory effect (dose-dependent) แนะนำสำหรับคนที่มีปัญหาภูมิแพ้ผิวหนัง Atopic dermatitis, มีผื่นแพ้อักเสบผิวหนังต่าง ๆ หรือ คนที่ต้องการบำรุงผิวมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มลภาวะฝุ่น PM2.5

ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีในประเทศไทยที่มีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองในการช่วยลดการอักเสบของผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ดี ก็เช่น Resiskin ซึ่งมีส่วนผสมของ Ectoin 7% เป็นต้น

References

Int J Woman’s Dermatology. 2021; 7: 91-97.

J Eur Acad Dermatol Venereol. 2019 Aug; 33(8): 1496-1505.

Dermatologic Therapy. 2019; e13171.

Archives of Toxicology. 2018; 92: 2077–2091.

Curr Pediatr Rev. 2019; 15(3): 191-195.

Skin Pharmacol Physiol 2014; 27: 57–65.

Appl Microbiol Biotechnol 2006; 72: 623–634.

Clin Dermatol 2008; 26: 326–333.

Product mentioned

Resiskin by Qualisk

✔️ Germany Innovative Ingredient (Extremolyte) นวัตกรรมสูตรผสมนำเข้าจากเยอรมันที่มีส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสารกันเสีย

✔️ เป็น Skin barrier repair ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว ช่วยปกป้อง บำรุงและฟื้นฟูผิวในหลอดเดียว และยังช่วยลดอาการอักเสบของผิวได้ โดยมีส่วนประกอบหลัก คือ Ectoin ในปริมาณสูงถึง 7%

✔️ มีงานวิจัยรับรองประสิทธิภาพในผิวหนังมนุษย์

✔️ No Steroid, No fragrance, Safe for infant, children, adult

✔️ แนะนำในคนผิวธรรมดา, ผิวแห้ง, ผิวแพ้ง่าย, ผู้มีปัญหาผิวหนังอักเสบหรือภูมิแพ้ผิวหนัง

🌟 Where to buy: สามารถหาซื้อได้ที่ โรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำ หรือ สั่งซื้อออนไลน์ที่ช่องทางเพจ @ResiSKIN by Qualisk, เวบไซต์ http://www.resiskin.com, Line: @resiskin

🌟 พิเศษ ‼️ สำหรับแฟนเพจ HELLO SKIN by หมอผิวหนังที่เห็นโพสนี้

สามารถซื้อในราคาที่มีส่วนลดได้ที่ Inbox เพจ ResiSKIN by Qualisk โดยนำ PROMOTION CODE นี้ไปแจ้งได้เลย

– Code [HS1050]: หลอด 30 ml จาก 1,250 บาท เหลือราคา 1,050 บาท

– Code [HS1500]: หลอด 30 ml + Body Serum 140 ml จาก 2,200 บาท เหลือราคา 1,500 บาท แถมฟรี Travel Size (5 ml) 1 หลอด

– Code [HS2100]: หลอด 30 ml 2 หลอด จาก 2,500 บาท เหลือราคา 2,100 บาท แถมฟรี Travel Size (5 ml) 1 หลอด

Disclaimer: Content sponsored by Qualisk

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เคล็ดลับการดูแลผิวที่มือ

มือแห้งอันตรายกว่าที่คิด
เจลแอลกอฮอล์อาจติดไฟใช้อย่างระวัง 🔥🔥🔥

ไม่มีหลักฐานการติดเชื้อจากเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ

แต่มีหลักฐานการติดเชื้อจากมือแห้งแตกหลังการล้างมือ

โพสนี้สรุปการดูแลผิวที่มือ นำไปปรับเลือกผลิตภัณฑ์ได้เลย และอีกอย่างคือ

ในทางทฤษฎี มีงานวิจัยระบุไว้ชัดเจนว่า การล้างมือบ่อยกว่า 8-10 ครั้งต่อวัน ทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดมือแห้งอักเสบได้ และมาในวันนี้ การล้างมือบ่อย ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ที่ทุกคนต้องทำ

ผลที่ตามมาคือ มือแห้ง ลอก อักเสบ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างในการปกป้องผิวสูญเสียหน้าที่ไป ผลคือ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่มือมากขึ้น

สรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับวิธีการดูแลผิวที่มือ

( เพิ่มเติมจากการล้างมือให้ถูกวิธี 20 วินาที )
ให้ทุกคนนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ดังนี้

1. ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นก็ได้

ไม่มีผลต่อการกำจัดเชื้อโรค เพียงแค่ล้างให้ถูกวิธีและล้างให้นานพอ แต่ไม่แนะนำน้ำที่ร้อนเกินไป

2. ผลิตภัณฑ์ล้างมือ

ควรใช้ในรูปแบบที่เหมาะสมและปริมาณมากเพียงพอในแต่ละครั้ง

• กรณีใช้ alcohol ชนิดที่ไม่ต้องล้างออก และหวังผลในเรื่องการฆ่าเชื้อด้วย แนะนำเป็น gel ดีกว่า spray เนื่องจากเราต้องการ contact time ในการออกฤทธิ์ที่นานพอ
• หากมือสกปรก ควรล้างสิ่งสกปรกออกก่อน
• ควรมีส่วนผสมของสารเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น glycerin, aloe vera
• ปริมาณที่ใช้ ต่อการล้างมือ 2 ข้าง 1 ครั้ง คือ 3-5 ml (ประมาณ 0.5-1 ช้อนชา) ขึ้นกับขนาดของมือว่าเล็กหรือใหญ่
• Alcohol ติดไฟได้ หลังจากใช้โดยเฉพาะชนิดที่ไม่ต้องล้างออก ควรรอให้แห้งก่อนเข้าใกล้ไฟ เช่น ทำอาหาร สูบบุหรี่

3. หลังล้างมือ

ใช้ผ้าสะอาดซับหรือเป่าด้วยเครื่องเป่าลม และรีบทาครีมบำรุงทันทีตอนขณะที่มือยังมีความชุ่มชื้นจากน้ำอยู่ จะทำให้ครีมมีประสิทธิภาพมากกว่าการทาครีมบำรุงตอนมือแห้งสนิทแล้ว

4. ใช้ Hand cream ที่เหมาะสม

• แนะนำแบบ Cream หรือ Oil-based ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีกว่าแบบ gel เพราะแบบเจลจะทำให้มีการระเหยสูญเสียน้ำออกจากผิว ผลคือผิวจะยิ่งแห้ง
• หากใช้เป็นกลุ่ม Barrier cream ได้จะดีมาก
• เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระบุ Anti-aging เนื่องจากมักมีสารผลัดเซลล์หรือกลุ่ม retinol ที่มักก่อให้เกิดการระคายเคืองได้
• หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม เพราะอาจแพ้ได้
• แนะนำส่วนผสมที่มี Petrolatum, urea, dimethicone, olive oil, shea butter
• แนะนำผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในหลอดมากกว่าขวดปั๊ม เพราะบรรจุมิดชิดกว่า

5. การใส่ถุงมือหลังทาครีมตอนก่อนนอน

เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของครีมได้ดี เนื่องจากเสมือนเป็น Occlusive effect

สรุปโพสนี้อยากบอกว่า

✔️ การล้างมืออย่างถูกวิธี ที่ทุกท่านทราบกันดีว่า ล้างอย่างน้อย 20 วินาที และล้างให้สะอาดตามขั้นตอน สามารถช่วยชะล้างสิ่งสกปรกบนผิวมือได้ แต่เท่านี้อาจไม่เพียงพอ

✔️ การดูแลผิวที่บริเวณมือก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะสามารถช่วยป้องกันผลเสียที่ตามมาจากการล้างมือบ่อย ได้แก่ ผิวอักเสบ ผิวแห้ง ผิวลอกเป็นขุย จนเกิดการเจ็บปวด เป็นบ่อเกิดของการติดเชื้อแทรกซ้อนทั้งแบคทีเรียและเชื้ออื่นๆจากการไปสัมผัสตามมาได้


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.