Category Archives: Aesthetics

เลือกครีมกันแดดไปทะเลอย่างไรให้ปัง ‼️

อันดับแรก อยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนความสำคัญของการทาครีมกันแดดในโพสนี้ค่ะ

https://helloskinclinic.wordpress.com/2020/01/21/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%89/

เราทราบดีว่า..ไปทะเลจะต้องเผชิญกับแสงแดดอันร้อนแรง, อาจมีกิจกรรมต้องลงเล่นน้ำ หรืออาจต้องใส่บิกินีอวดหุ่นสวย ดังนั้น ครีมกันแดดที่แนะนำสำหรับพกไปเที่ยวซัมเมอร์นี้จึงต้องเน้นพิเศษใน 3 เรื่องนี้


✅ ปกป้องผิวจากรังสี UVA & UVB ได้ดีเยี่ยม
✅ กันน้ำได้ อาจเลือกเป็น water resistant หรือ very water resistant ก็ได้
✅ แนะนำให้มีผสม antioxidant เพื่อช่วยลดการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดด

โพสนี้จะมาสอน วิธีการเลือกครีมกันแดดโดยดูจากค่าการปกป้องผิวจากแสงแดด โดยการดูสัญลักษณ์หรือตัวเลขต่าง ๆ ที่ระบุไว้ข้างขวด ดังนี้ค่ะ

1. รังสี UVA สามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้ หรืออาจลึกกว่านั้นในกรณีของ UVA1
ส่งผลให้เกิด aging ผิวชรา หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ทำให้เกิดความหมองคล้ำ ฝ้ากระเข้มขึ้น ทำลาย DNA ทำให้เกิดรอยโรคที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

☀️☀️☀️หากเราต้องการดูว่า ครีมกันแดดมีระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVA มากน้อยแค่ไหน อาจดูได้จาก UVAPF (UVA Protection Factor) ดังนี้

📍📍 ดูค่า PA (Protection Grade of UVA)

แบ่งเป็น PA +,++,+++,++++ หมายถึง ประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA ที่มากขึ้นตามลำดับ ค่า PA ที่แนะนำ คือ +++ (สามบวก) ขึ้นไป

📍📍 ดูค่า PPD (Persistent Pigment Darkening)

เมื่อเทียบกับ PA แล้วจะได้ดังนี้
PPD 2-4 เท่ากับ PA+ แนะนำสำหรับกิจกรรมในบ้านที่ไม่ถูกแดด
PPD 4-8 เท่ากับ PA++ แนะนำสำหรับสาวออฟฟิศ ทำงานในร่ม
PPD 8-16 เท่ากับ PA+++ แนะนำสำหรับกิจกรรมที่ต้องออกแดด ไปซื้อของ หรือไปเที่ยว
PPD >16 เท่ากับ PA++++ แนะนำกิจกรรมกลางแจ้ง เล่นกีฬา ลงน้ำ
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าครีมกันแดดที่มี PA++++ เมื่อเราอยากรู้ว่าตัวไหนปกป้องได้ดีกว่ากัน อาจลองมาดูที่ PPD ว่าเป็นเท่าไหร่ ก็จะพอบอกได้ค่ะ
ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี PPD สูง ๆ ในท้องตลาด ก็อย่างเช่น LPS Anthelios Invisible Fluid ซึ่งมี PPD 46 เลยทีเดียว

📍📍 ดูสัญลักษณ์ UVA ที่มีวงกลมล้อมรอบ

แสดงว่า มีค่าป้องกัน UVA ห่างจาก SPF ไม่เกิน 3 เท่า กล่าวคือ UVAPF/SPF > 1/3

📍📍 ดูค่า Critical Wavelength

ถ้าหากครีมกันแดดระบุไว้ตั้งแต่ 370 nm ขึ้นไป ร่วมกับมีสัญลักษณ์ UVA ที่มีวงกลมล้อมรอบ แสดงว่า เป็น Broad Spectrum Protection

📍📍 ดูรูปดาว Boot Star Rating

ยิ่งหลายดาวก็ยิ่งปกป้องได้ดีกว่า

📍📍 ดูชื่อของ UV filters

จะพอบอกได้คร่าว ๆ ว่ามีตัวที่ปกป้องรังสีอะไรได้บ้าง (ตามตาราง)

2. รังสี UVB สามารถลงลึกถึงชั้นหนังกำพร้า
ส่งผลให้เกิดการไหม้ของผิว และในระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

☀️☀️☀️หากเราต้องการดูว่า ครีมกันแดดมีระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB มากน้อยแค่ไหน ดูได้ดังนี้

✔️ ดูค่า SPF (Sun Protection Factor)

ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กัน ค่านี้บอกถึงความยาวนานของการป้องกันผิวไหม้แดง ถ้าหากยิ่งค่าสูง จะยิ่งป้องกันผิวได้นานขึ้นก่อนจะเกิดผิวไหม้ ซึ่งมาตรฐานของครีมกันแดดที่ใช้
SPF 10-15 เหมาะกับกิจกรรมในร่ม ไม่ถูกแดดเลย
SPF >15 เหมาะกับกิจกรรมที่อาจต้องมีถูกแดดบ้าง
SPF >30 เหมาะกับกิจวัตรประจำวันตามปกติ
SPF >50 เหมาะกับคนไปทะเลหรือที่ต้องออกแดดจัด
ส่วน SPF ที่มากกว่า 50 ขึ้นไปเรื่อย ๆ อาจเพิ่มประสิทธิภาพได้ไม่มากนัก (ดูกราฟ) ก็ลองพิจารณาตามความเหมาะสมและกำลังทรัพย์แต่ละคน

3. การดูความสามารถในการกันน้ำ (Water Resistant Testing)
ให้เลือกที่ระบุว่า
✔️ Water Resistant หรือ
✔️ Very Water Resistant ก็ได้

4. มองหาส่วนผสมที่เป็น antioxidant เพิ่มเติม เช่น Vitamin E, Vitamin C, Phenolic compounds, Flavonoid compounds, Caroteinoids เป็นต้น

นอกจาก 4 ข้อหลัก ๆ ข้างต้นแล้ว ต้องอย่าลืมว่ายังมีปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ อีกก็คือ

• การทาครีมกันแดดใน ปริมาณที่เหมาะสม คือ 2 mg/cm2 เพื่อให้ได้ค่าการปกป้องแสงแดดตามที่ระบุไว้
✔️ ชนิดครีม : 2 ข้อนิ้วมือ หรือ 1 เหรียญสิบ (ทั่วหน้า)
✔️ ชนิดฟลูอิด : 2 เหรียญสิบ (ทั่วหน้า)
✔️ หากทาทั้งตัวใช้ประมาณ 30-45 g หรือ ml

• การทาซ้ำระหว่างวัน
✔️ Indoor activities : อาจไม่จำเป็นต้องทาซ้ำ
✔️ Outdoor activities : ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือ หากมีเหงื่อเยอะ มีการถูเสียดสี อาจทาซ้ำบ่อยขึ้น
✔️ เล่นกีฬาหรือกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ : ทาซ้ำทุก 30 นาที

• การทาในบริเวณที่มักลืม ได้แก่
✔️ ใบหู, หลัง, เท้า

• กรณีสวมหน้ากาก ในยุคโควิด
✔️ พบว่าหน้ากากช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ผิวในบริเวณที่อยู่ใต้หน้ากาก ถ้าหากต้องการการปกป้องเต็มที่ก็อาจต้องทาครีมกันแดดร่วมด้วย แต่หากมีปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบร่วมด้วยอาจจะไม่ทาครีมกันแดดก็ได้ แต่ควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าในสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์กันแดด และสามารถเลือกครีมกันแดดได้เก่งขึ้นด้วยตัวเองนะคะ

References

J Cutan Med Surg. 2019 JulAug; 23(4): 357-369.
Cosmetics 2019, 6(4); 64.
J Am Acad Dermatol. 2017 Mar; 76(3S1): S100-S109.
J Am Acad Dermatol. 2013 Dec; 69(6): 867.e1-14
Photodermatol Photoimmunol Photomed. 2015 Mar; 31(2): 65-74.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🌟 LPS Anthelios Invisible Fluid 🌟
PA++++, PPD46, SPF50+
มี antioxidant คือ Tocopherol (Vitamin E)
NETLOCK Technology ผ่านการทดสอบหลายด้าน ได้แก่ ไม่มีคราบขาว ติดทนแม้เข้าห้องซาวน่านาน 2 ชั่วโมง
เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียว ซึมไว
Water resistant ทนน้ำ ทนเหงื่อ ทนทราย

Disclaimer: Sponsored by Laroche Posay

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เคยสงสัยไหมว่า..ทำไมทาครีมอะไรก็แสบหน้าไปหมด ‼️

คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่มีผิวบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบข้างก็เป็นได้ ลองอ่านโพสนี้ดูนะคะ

ลองมาดูว่า ผิวของเราเป็นผิวชนิด Sensitive skin หรือไม่ ⁉️

1. Sensitive skin คือ ผิวที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวได้มากกว่าผิวปกติ ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์บางอย่าง, การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ, ฝุ่น PM2.5, รังสียูวี หรือแม้แต่ความเครียด
🌟 ดังนั้น คนกลุ่มนี้อาจมีการระคายเคือง รู้สึกไม่สบายผิว หน้าแห้ง แดง คันยุบยิบ หรือลอกได้ เวลาที่มีปัจจัยกระตุ้นที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งความรุนแรงของอาการก็แล้วแต่บุคคล

2. พบว่ากลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีผิวที่ sensitive มากขึ้น ได้แก่
🌟 กลุ่มคนที่เป็นโรคผิวหนัง เช่น เซบเดิร์ม, ผิวหนังอักเสบ, โรคภูมิแพ้ผิวหนัง, โรเซเชีย
🌟 คนที่ทายาสเตอรอยด์ต่อเนื่องนาน ๆ
🌟 ผิวหลังทำเลเซอร์
🌟 คนที่ใช้ยาบางชนิด เช่น topical retinoids, benzoyl peroxide
จะเห็นได้จากตัวอย่าง คนที่ต้องทายาสิว บางคนก็จะมีอาการแสบแห้งแดงลอกและระคายเคืองได้ง่าย ซึ่งคนเหล่านี้ก็ต้องดูแลผิวเพิ่มเติมให้ดี

3. หากเรารู้ว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้นในผิวของคนที่เป็น sensitive skin เราก็จะแก้ไขได้ตรงจุด ซึ่งหลัก ๆ จะมี 3 อย่างด้วยกัน คือ

📍📍พบว่ากำแพงผิว (Skin barrier) ของกลุ่มคน sensitive skin จะไม่แข็งแรงเท่าผิวคนทั่วไป จึงทำให้พวกสารและมลภาวะต่าง ๆ สามารถซึมผ่านผิวลงไปได้ง่าย และก่อให้เกิดการระคายเคืองตามมา นอกจากนี้ยังพบว่า ที่ผิวมีการลดลงของสารเพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMFs), fatty acids, hyaluronic acid, dexpenthenol
🌟 ดังนั้น คนที่มีผิว sensitive อาจพิจารณาเลือก Moisturizer ที่มีส่วนผสมเน้นบำรุงกำแพงผิวให้แข็งแรง เช่น hyaluronic acid, fatty acid, dexpenthenol เป็นต้น และที่สำคัญควรเลือกที่ไม่ก่อการระคายเคือง ควรเลี่ยงน้ำหอม, สารกันเสีย, แอลกอฮอล์

📍📍พบว่าคนกลุ่ม sensitive skin จะมีเส้นประสาทรับความรู้สึก & ตัวรับความร้อน มีความไวมากขึ้น จึงถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป และโดยเฉพาะความร้อนหรือฝุ่นมลภาวะ จะยิ่งทำให้มีอาการไม่สบายผิว และแสบร้อนผิวได้มากขึ้น
🌟 ดังนั้น ถ้าหากใครมีอาการเช่นนี้ ก็อาจจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว (Calming or soothing ingrediant) เช่น Symsitive จะสามารถช่วยบรรเทาอาการคัน แสบร้อนได้

📍📍 พบว่าคนที่มีผิว sensitive skin มักหน้าแดงได้ง่าย ทั้งนี้เพราะเกิดจากการกระตุ้นกระบวนการอักเสบที่ผิว ทำให้เกิดการขยายของหลอดเลือดตามมา จึงเห็นว่าผิวหน้าแดงขึ้น
🌟 ดังนั้น ถ้าหากมีการอักเสบของผิวเกิดขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษา อาจใช้ยาทากลุ่มสเตอรอยด์หรือ topical calcineurin inhibitor หรือ เดอโมคอสเมติกส์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยลดการอักเสบผิว แทนการใช้ยาก็ช่วยได้เช่นกัน เช่น licochalcone A เป็นต้น

4. เทคนิคการดูแลผิวในคนที่มี sensitive skin ที่อยากแนะนำมีดังนี้ค่ะ

✔️ ล้างหน้าให้สะอาดเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ให้หมด จะช่วยลดการระคายเคืองจากการตกค้างได้ โดยควรเลือก ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่อ่อนโยน ล้างสะอาด มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิว ไม่ก่อการระคายเคือง
✔️ โทนเนอร์หรือพรีเซรั่ม เป็นตัวเลือกเสริม อาจใช้ก็ได้ (หรือบางคนอาจข้ามขั้นตอนนี้ไป) แนะนำให้เลือกที่อ่อนโยน ไม่ผสมแอลกอฮอล์หรือสารที่อาจก่อการระคายเคือง
✔️ มอยเจอไรเซอร์ ที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงกำแพงผิว, ลดการอักเสบ, ปลอบประโลมลดความไวของตัวรับเส้นประสาทที่ผิว ถ้าหากมีครบทั้ง 3 อย่างก็มีแนวโน้มได้ผลดีกว่า ซึ่งปัจจุบันมีหลายแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น UltraSENSITIVE Repair Cream ก็มีคุณสมบัติครบทั้งสามกลไก
✔️ ผลิตภัณฑ์กันแดด แนะนำเป็น Physical sunscreen จะก่อการระคายเคืองน้อยกว่ากลุ่ม Chemical sunscreen และหากกันแดดให้ดี ก็จะช่วยลดอาการแสบร้อนหรือไม่สบายผิวได้ด้วย

5. นอกจากการดูแลผิวข้างต้นอย่างถูกวิธีแล้ว อย่าลืมมองหาเสมอว่า คุณมีโรคผิวหนังที่ทำให้ผิวระคายเคืองง่ายขึ้นกว่าคนทั่วไปหรือไม่ หรือมีปัจจัยอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นอยู่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต้องรักษาควบคู่กันไปกับการดูแลผิวอย่างถูกวิธีค่ะ

🎏🎏🎏 การดูแล Skin barrier ให้แข็งแรง เป็นปราการด่านสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเปรียบเสมือนเกราะปกป้องผิวจากมลภาวะ สารพิษต่าง ๆ ที่จะมาทำร้ายผิวเรา ใครที่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้วหมอเชื่อว่า หากพื้นฐานผิวแข็งแรงขึ้น อาการแสบ แห้ง ลอก แดง คัน ไม่สบายผิว จะค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ ลองนำไปปฏิบัติใช้กันดูนะคะ

References
J Drugs Dermatol. 2019;18(1 Suppl):s68-74.
Int J Cosmet Sci. 2013 Feb;35(1):2-8.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🛒🛒 Eucerin Ultra SENSITIVE Repair cream
สกินแคร์นวัตกรรม Barrier repair innovation ครบสามกลไก
เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม ผิวหลังทำเลเซอร์
▫️มี Licochalcone A ช่วย anti inflammation มีการทดลองพบว่า ช่วยลดรอยแดงจากการอักเสบผิว, หลังเลเซอร์ได้ดีประมาณ 3-7 วัน
▫️มี Symsitive ฤทธิ์ Calming effect โดยไปยับยั้งที่ nerve system มีงานวิจัยว่าช่วยลดอาการคัน ระคาย ยุบยิบ แสบร้อนได้ใน 2 นาที
▫️มี Dexpenthenol ช่วยเสริมสร้างกำแพงผิวให้แข็งแรง
▫️No steroid, alcohol, paraben, fragrance, silicone, colorants
🛒🛒 UltraSENSITIVE Hyaluron Cleansing Gel
ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย
▫️มี hyaluronic acid เพิ่มความชุ่มชื้น
▫️มี APG Complex สารทำความสะอาดที่อ่อนโยน สลายน้ำมัน สิ่งสกปรกและเครื่องสำอางได้ดี
▫️ปราศจากสบู่ พาราเบน
🛒🛒 UltraSENSITIVE Hyaluron Toner
ผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ เพิ่มความชุ่มชื้นผิวก่อนลงสกินแคร์ สามารถใช้แบบน้ำตบ หรือใช้เทใส่สำลีเช็ดเบา ๆ หลังล้างหน้าก็ได้

Disclaimer: Sponsored by Eucerin

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

UV & Skin Photoaging🌤👴🏻

วันนี้เรามาทำความรู้จักกันว่า Photoaging คืออะไร ‼️

1️⃣👵🏻 ความชราของผิว หรือที่เรียกว่า Skin Aging เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องของพันธุกรรม, ไลฟสไตล์การใช้ชีวิต, อาหารการกิน, มลภาวะทางอากาศ สูบบุหรี่ รวมทั้งการดูแลผิว และที่สำคัญคือ รังสียูวี ที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวัน
☀️ ดังนั้น ถ้าหากเราสามารถปรับที่ปัจจัยเหล่านี้ได้ แนวโน้มก็อาจทำให้ผิวเราดูเด็กกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เช่น ทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกาย บำรุงผิวอย่างถูกวิธี และที่สำคัญคือ ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ จะช่วยได้มากเลยค่ะ

2️⃣👵🏻 เมื่อดูจากกราฟในรูปแรกจะเห็นได้ชัดเจนว่า
☀️ ยิ่งอายุมากขึ้น ความหนาของชั้นผิว ยิ่งน้อยลงไปเรื่อย ๆ
☀️ ยิ่งอายุมากขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินในผิว ยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ
☀️ ยิ่งอายุมากขึ้น ความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นผิว ยิ่งน้อยลงไปเรื่อย ๆ
☀️ ยิ่งอายุมากขึ้น ระบบอิมมูน และ ระบบการซ่อมแซมผิว ก็ยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
ดังนั้น เราควรดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ผิวจะค่อยเสื่อมไปตามกาลเวลามากขึ้น และที่สำคัญควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้กราฟในรูปลดลงเร็วกว่าเดิม

3️⃣👵🏻 ผิวที่เสื่อมจากการถูกแสงยูวีประจำเป็นระยะเวลานาน เราเรียกว่า Photoaging ผลคือ เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ เม็ดสีผิวผิดปกติ เกิดฝ้า กระ รวมทั้งมะเร็งผิวหนังที่อาจเกิดตามมาได้
☀️ ดังนั้น การปกป้องผิวจากแสงแดด และ การทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าหากใครที่อยากชะลอการเกิด photoaging ให้ช้าลง

4️⃣👵🏻 ROS ที่ผิวจะเพิ่มขึ้นมากเมื่อผิวถูกแสงยูวี และจะส่งผลให้เกิด oxidative stress ผลต่อผิวหนังตามมา มีดังนี้
☀️ ผิวหนังอักเสบแดง จากการกระตุ้น PGE2 Synthesis
☀️ กำแพงผิวเสีย (Skin barrier dysfunction) บางคนอาจมีการกำเริบของโรคผิวหนัง เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
☀️ มีการหลั่งน้ำมันผิวเพิ่มขึ้น กระตุ้นการอักเสบและอาจเกิดสิวตามมาได้
☀️ กระตุ้นเม็ดสีผิว เกิดรอยดำ ฝ้า กระ จุดด่างดำตามมาได้

5️⃣👵🏻 UVA (320-400nm) ส่งผลกระตุ้นให้มีการสร้าง ROS มากขึ้นที่ผิวชั้น dermis ส่วน UVB (290-320nm) ไม่สามารถลงสู่ผิวชั้นลึกได้ แต่สามารถกระตุ้น epidermal cytokine ในผิวชั้นตื้น ทั้งสองกลไกทำให้เกิดการทำลายDNA ของเซลล์ทั้งคู่
☀️ ดังนั้น การปกป้องผิวที่ดีจึงแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีสารกันแดดได้ทั้ง UVA และ UVB จะดีกว่าสารที่กันได้อย่างใดอย่างหนึ่ง

7️⃣👵🏻 ในเรื่องของ Physical หรือ Chemical sunscreen อาจเลือกตามลักษณะกิจกรรมและสภาพผิว
☀️ Physical sunscreen สำหรับกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน
☀️ Chemical sunscreen สำหรับกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน หรือกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ สัมผัสทราย เล่นกีฬามีการเสียดสีเหงื่อเยอะ หรือต้องการประสิทธิภาพกันน้ำก็อาจใช้เป็น water-resistant หรือ very water-resistant
ดังนั้น อาจต้องลองเลือกที่เหมาะสม ตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

8️⃣👵🏻 UV กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาในผิว ส่งผลให้มีการสร้างสารอนุมูลอิสระ Reactive oxygen species (ROS) มากขึ้น สารตัวนี้จะไปทำลาย DNA ของเซลล์โดยการเกิด oxidative stress
☀️ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์กันแดดตัวใหม่ ๆ จึงมักผสม สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ascorbic, tocopherol, polyphenol หรือ นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยป้องกันการทำลายผิวจาก ROS เช่น Cellular Bioprotection ซึ่งนวัตกรรมนี้มีข้อมูลพบว่า ช่วยป้องกันการเสื่อมของ glutathione ในผิวได้ดีหลังทำการฉายแสงยูวี จึงช่วยปกป้องผิวจาก ROS ได้มากขึ้นไปอีก (Keratinocyte’s Glutathione natural reserve)

ถึงแม้เราบำรุงผิวอย่างดีสม่ำเสมอมาตลอด แต่เมื่อวัยที่มากขึ้นแล้ว การบำรุงเท่าเดิมอาจไม่เพียงพอ จึงควรต้องใส่ใจให้มากกว่าเดิม

ทุกคนทราบดีว่า การจะเพิ่มความหนาของชั้นผิว และ การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน เพื่อให้ผิวอ่อนเยาว์นั้น ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ หาใช่การดูแลเพียงชั่วข้ามคืนไม่

📍📍ความแก่ของผิวหนัง เป็นผลจากทั้งปัจจัยภายใน และ ปัจจัยภายนอก
📍📍การปรับกิจวัตรประจำวัน ทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกาย ก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในได้ดี
📍📍ในขณะเดียวกัน การบำรุงผิวอย่างถูกวิธี และ ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ก็เป็นอีกวิธีที่สำคัญ ที่จะช่วยชะลอความแก่ของผิวจากภายนอก อันเนื่องจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้ รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าใครอยากชะลอผิวแก่ ต้องปกป้องผิวจากแสงแดดร่วมด้วยเสมอค่ะ
คุณทาครีมกันแดดหรือยัง ⁉️

References

Photodermatol Photoimmunol Photomed. 2015 Mar;31(2):65-74.
Ageing Researh Reviews 2015;21:16-29.
Journal of Dermatological Science 2010;58:85-90.
Biomolecules 2015;5:545-589.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
⭐️Bioderma Photoderm Max Aquafluide⭐️
✔️SPF50+ , PPD 24, PA++++
✔️ปกป้องทั้ง UVA1, UVA2, UVB
✔️The Cellular Bioprotection (PATENT) นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มความต้านทานผิวต่อ ROS มีงานวิจัยพบว่า 100% Glutathione reserve หลังฉายแสงยูวี 200 J/cm2 จึงช่วยปกป้องการทำลายกลูต้าในผิวอย่างได้ผล และยังช่วยส่งเสริมกระบวนการปกป้องตัวเองของเซลล์ผิวจากแสงยูวี
✔️สูตร water-resistant กันน้ำได้นาน 40 นาที
✔️เนื้อฟลูอิดบางเบา ซึมเร็ว, non-comedogenic ไม่อุดตัน
✔️เหมาะกับ sensitive skin, ไม่มีพาราเบน

Disclaimer: Sponsored by Bioderma

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne treament in OTC


8 ข้อควรรู้เกี่ยวกับยาทารักษาสิวในท้องตลาด ‼️

ร้านขายยามียาทารักษาสิวบางชนิดที่หลายครั้งสามารถซื้อได้เอง แต่ แต่ แต่..รู้หรือไม่ว่าคุณใช้ยาเหล่านี้ถูกต้องหรือยัง ⁉️

1. ข้อแนะนำที่ยังคงเน้นย้ำเสมอ คือ
✔️ สิวเรื้อรังและรุนแรง แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อช่วยประเมินว่าใช่สิวหรือไม่, ใช้ยาถูกต้องแล้วหรือยัง, มีภาวะอะไรที่อาจก่อสิวซุกซ่อนอยู่หรือไม่ เช่น ถุงน้ำรังไข่หรือเนื้องอกบางชนิด
✔️ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อบ่งชี้และข้อห้ามของยาทาสิวชนิดต่าง ๆ ให้ดี และแนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
✔️ ไม่ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

2. การรักษาสิวเบื้องต้นอันดับแรก..ต้องเช็คสิวของคุณก่อนว่าเป็นแบบไหน 3 กลุ่มนี้
🟠 กลุ่มสิวอุดตันหัวดำ/หัวขาว
🟣 กลุ่มสิวอักเสบตุ่มแดง
🟢 กลุ่มสิวอักเสบหัวหนอง ชนิดนี้แนะนำพบแพทย์

3. ลำดับต่อมาคือ รักษาตามลักษณะสิวที่เป็น
จึงไม่แปลกเลยถ้าหากกรณีเช่นคนที่เป็นสิวอุดตัน แต่บอกว่าขยันทายาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ แต่สิวไม่หายสักที เพราะยาทาฆ่าเชื้ออาจจะไม่ใช่ยากลุ่มที่ช่วยเรื่องสิวอุดตันได้ดีเท่าที่ควร

4. หากคุณเป็นสิวอุดตันหัวดำหรือหัวขาว ที่ไม่รุนแรง
✔️ เน้นการล้างหน้าให้สะอาด และเลือกสกินแคร์ให้เหมาะ ลองอ่านเพิ่มเรื่อง comedogenic rating ในโพสก่อนนี้ได้ค่ะ
✔️ สามารถใช้ยาทาที่ช่วยเรื่องสิวอุดตันได้ดี เช่น
กลุ่มที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอหรืออนุพันธ์ของวิตามินเอรูปแบบเดี่ยว ๆ เช่น
🛑 Tretinoin รูปแบบครีม เช่น Retactnyl, Acnetin-A, หรือรูปแบบเจล Dermaklares จะระคายเคืองน้อยกว่า
🛑 Adapalene เช่น Differin
🛑 Isotretinoin เช่น Isotrex
อ่านเพิ่มเติมเรื่องการยาทากรดวิตามินเอในลิ้งค์นี้ค่ะ —> https://www.facebook.com/476743752739537/posts/966422940438280/
หรือยาทากลุ่ม BPO ก็ช่วยเรื่องสิวอุดตันได้เช่นกัน
✔️ การทายารักษาสิวอุดตัน อาศัยเวลาเป็นหลักเดือน อย่างน้อยก็ 3-6 สัปดาห์ ดังนั้นต้องใจเย็นกว่าสิวจะค่อย ๆ ดีขึ้น และกรณีสิวหัวขาวอาจใช้การกดสิวร่วมด้วยได้หากใช้ยาทาแล้วยังไม่ได้ผล

5. หากคุณมีสิวอุดตันร่วมกับสิวอักเสบ ที่ไม่รุนแรง
✔️ อาจปรับยาทาได้ 2 แบบ คือ
วิธีแรก :ใช้รูปแบบยาผสมของวิตามินเอกับตัวอื่น
🛑 Adapalene + BPO เช่น Epiduo
🛑 Retinoid + ATBs เช่น Isotrexin (Isotretinoin plus erythromycin), Aknemycin Plus (Tretinoin plus erythromycin), Treclin gel (Tretinoin plus clindamycin)
วิธีที่สอง : ใช้ยาทากลุ่มวิตามินเอดังข้อ 4️⃣ เน้นแก้ปัญหาสิวอุดตัน ร่วมกับเพิ่มยาทาในกลุ่ม BPO หรือ antibiotics เพื่อช่วยเรื่องสิวอักเสบ

6. หากคุณมีสิวอักเสบที่ไม่รุนแรง (ไม่เกิน 10 เม็ด)
✔️ ยาทาที่ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี คือ ยาทากลุ่ม BPO โดยอาจเลือกเป็นตัวเดี่ยว ๆ หรือ ผสมกับอย่างอื่นก็ได้ เช่น
🛑 BPO เดี่ยว ๆ (อ่านต่อข้อ 7️⃣)
🛑 BPO + adapalene เช่น Epiduo
🛑 BPO + antibiotics เช่น Duac
✔️ หากเป็นสิวอักเสบรุนแรง แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อปรับการรักษาเพิ่มเติม เช่น ยารับประทานชนิดต่าง ๆ หรือการทำหัตถการบางชนิด

7. ยาทาในกลุ่ม BPO (Benzyl peroxide) ในท้องตลาดที่เป็นตัวยาเดี่ยว ๆ อย่างเช่น
🛑 Benzac
🛑 Dermaklares
🛑 Aknederm
🛑 Panoxyl
✔️ ใช้ในการรักษาสิวดื้อยาได้
✔️ ใช้เสริมการรักษายาทาสิวตัวอื่นได้
✔️ หากผิวระคายเคืองง่าย แนะนำเริ่ม ความเข้มข้นต่ำสุด คือ 2.5% ทาแล้วล้างออก เลือกรูปแบบwater-based ก็จะระคายเคืองน้อยกว่า เช่น
Benzac ซึ่งเป็น original brand หรือ
Dermaklares Aqua gel ก็เป็นอีกทางเลือกที่ราคาย่อมเยาว์ในคนที่มีงบประมาณจำกัด เป็นต้น

8. ยาทากลุ่ม antibiotics
ไม่แนะนำให้ใช้เดี่ยว ๆ นานเกิน 6-12 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้เกิดการดื้อยาได้ สังเกตง่าย ๆ เช่น บางคนทายาฆ่าเชื้อคลินดามัยซินช่วงแรกได้ผลสิวยุบดี ต่อมาทาแล้วทำไมสิวไม่ยุบ
✔️ ลักษณะแบบนี้อาจต้องสงสัยภาวะสิวดื้อยาร่วมด้วย ซึ่งมักพบในคนที่มักซื้อยาฆ่าเชื้อตามร้านยามาแต้มสิว โดยไม่มีการรักษาสิวด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยอย่างถูกวิธี
✔️ หากสงสัยว่าสิวดื้อยาฆ่าเชื้อ ไม่ตอบสนองต่อยา แนะนำให้หยุดทายากลุ่มนี้ค่ะ และอาจใช้ยาทากลุ่ม BPO แทนได้ค่ะ

🐢🐢สุดท้ายนี้ หมอสรุปยาทารักษาสิวไว้ในตารางให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นมาได้ หรือใครมีประสบการณ์รักษาสิวด้วยยาเหล่านี้ ก็สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้ค่ะ

🐢🐢ที่สำคัญอีกอย่างคือ การรักษาสิวของแพทย์แต่ละคนอาจมีความแตกต่างกันบ้างในการเลือกปรับใช้ยา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การรักษาและสภาพปัญหาสิวของคนไข้ จึงไม่ต้องกังวลใจถ้าหากหมอแต่ละท่านรักษาไม่เหมือนกัน

🐢🐢โพสนี้อยากเขียนเพื่อให้เข้าใจหลักการใช้ยาทาสิวเบื้องต้น และอย่างที่บอกว่าเป็นยา (ไม่ใช่สกินแคร์หรือเครื่องสำอาง) จึงย่อมมีผลข้างเคียงตามมาได้มากกว่าเสมอ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อมาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

7 ข้อน่ารู้ เรื่องการอาบน้ำเด็ก

Baby Bathing Regimen 🧸🧸🧸

ผิวเด็กทารกยังไม่แข็งแรงและสมดุลเหมือนวัยผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นอีกเรื่องที่ก็ต้องดูแลและให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าผิวของผู้ใหญ่เลย

7 ข้อสรุปเกี่ยวกับการอาบน้ำเด็ก ‼️

1. โครงสร้างผิวเด็กทารกแตกต่างจากผิวผู้ใหญ่ ในส่วนของ Epidermis จะบางกว่า 20% และ S.corneum บางกว่า 30% ทำให้มีแนวโน้มสูญเสียน้ำมากกว่าและกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับผิวผู้ใหญ่
🌟 ดังนั้น กำแพงผิวของทารกจึงบอบบางมาก และมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

2. ไขมันสีขาวเคลือบผิวทารกที่เราเห็นหลังคลอด เรียกว่า Vernix caseosa ตอนอยู่ในครรภ์จะทำหน้าที่ปกป้องผิวทารกน้อยจากน้ำคร่ำ และตอนคลอดออกมาแล้ว ก็ยังทำหน้าที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำทางผิว ช่วยลด pH ผิวให้อยู่ในระดับสมดุลต่อการทำงาน และยังมีคุณสมบัติ antioxidant & antimicrobial effect อีกด้วย
🌟 ดังนั้น แนะนำให้อาบน้ำอย่างอ่อนโยน (Gentle bathing) ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องถูหรือเช็ดไขสีขาวนี้ออก

3. ทารกแรกเกิดยังไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ดีนัก การอาบน้ำไม่ถูกวิธีจึงอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไปได้
🌟 ดังนั้น แนะนำให้ delay การอาบน้ำครั้งแรกออกไปประมาณ 12-24 ชั่วโมง ทั้งนี้นอกจากรอให้ทารกมีการปรับตัวแล้ว ยังช่วยเรื่อง breastfeeding และกระตุ้นความผูกพันของแม่และลูกอีกด้วย และอาบน้ำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ก็เพียงพอ

4. มีงานวิจัยพบว่า Skin barrier parameter ของทารกในกลุ่มที่อาบน้ำในอ่าง ดีกว่ากลุ่มที่เช็ดด้วยฟองน้ำ และพบว่า ทารกมีความรู้สึกสบายตัวเมื่ออาบน้ำในอ่างมากกว่าด้วยฟองน้ำ
🌟 ดังนั้น แนะนำอาบในอ่างจะดีกว่า และระดับน้ำไม่ควรสูงเกินเอว (ประมาณ 5 เซนติเมตร)

5. ผิวทารกและเด็กเล็ก เป็นผิวที่ระคายเคืองต่อสิ่งต่าง ๆ ง่ายมาก รวมทั้งน้ำ ครีม หรือ แชมพูต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
🌟 ดังนั้น การอาบน้ำจึงควรใช้ Cleanser ที่อ่อนโยน แนะนำ soap-free (synthetic detergent based), ค่า pH อยู่ในช่วง 5.5–7.0 เนื่องจากความเป็นด่างจะทำให้กำแพงผิวถูกทำลายได้มากขึ้น

6. Cleanser ที่เหมาะสมสำหรับผิวเด็ก ควรปราศจากสารลดแรงตึงผิวที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอักเสบได้ แนะนำว่าไม่ควรมี Sodium lauryl sulfate (SLS)
🌟 ดังนั้น อาจมองหาตัวอื่น ๆ ที่มีงานวิจัยรับรองผลว่าอ่อนโยนและเหมาะสมสำหรับผิวเด็ก
ยกตัวอย่าง เช่น Amisoft หรือ Disodium Cocoyl Glutamate มีงานวิจัยพบว่าอ่อนโยนกว่า 0.5% SLS ถึง 3 เท่า เป็นต้น

7. มีงานวิจัยพบว่าการอาบน้ำทารกด้วยน้ำเปล่าร่วมกับ cleanser ที่เหมาะสม ไม่ได้มีการทำลายสมดุลของกำแพงผิวทารกแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับการอาบด้วยน้ำอย่างเดียว
🌟 ดังนั้น สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล แต่ถ้าอยากใช้ Cleanser ร่วมด้วยก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหาอะไร

โดยสรุปการใช้ Cleanser สำหรับทำความสะอาดผิวทารกหรือเด็กเล็กไม่ผิดอะไร ขอเพียงเลือกใช้ให้ถูกวิธี
✔️ Soap-free (synthetic detergent based)
✔️ ค่า pH อยู่ในช่วง 5.5–7.0
✔️ อ่อนโยน ปราศจากสาร SLS

ลองนำไปปรับใช้กับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวกันดูนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References:
Skin care for healthy babies at term: A systematic review of the evidence. Midwifery. 2018 Jan;56:29-43.

Infant skin care: updates and recommendations
Curr Opin Pediatr 2019;31:476-481.

Recommendations from a European Roundtable Meeting on Best Practice Healthy Infant Skin Care. Pediatr Dermatol. 2016 May;33(3):311-21.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

Product mentioned:
🧸 Ezerra Gentle Cleanser
✔️ เหมาะสำหรับ Baby skin & Sensitive Skin
✔️ ปรับ pH ให้ใกล้เคียงผิวปกติ
✔️ มี Moisturizing effect
✔️ ช่วยลดอาการคัน แสบ แดง
✔️ Soap-free, no SLS/SLES, no paraben

Disclaimer: Content Sponsored by Ezzera

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

รายการผู้หญิงไม่ยอมแพ้ – Never Surrender

ขอบคุณเพจ ผู้หญิงไม่ยอมแพ้ – Never Surrender

ที่ชวนให้หมอเจี๊ยบไปแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องยาคุม & การรักษาสิวค่ะ ♥️🙏🏻

🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍

กินยาคุมช่วยรักษาสิว ลดหน้ามัน ได้จริงหรือ ⁉️

🌸 ปัญหาสิวและผิวมัน ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย ยาคุมกำเนิดมีส่วนประกอบของฮอร์โมนที่สามารถต้านฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชายได้ ยกตัวอย่างเช่น Drospirenone ซึ่งไม่ทำให้ อ้วน หรือบวมน้ำ

อีกทั้งฮอร์โมน เอทธินิลเอสตราไดออล (Ethinylestradiol) ก็ยังช่วยลดระดับฮอร์โมนเพศชายโดยอ้อมได้อีกด้วย

📌📌 ดังนั้น ยาคุมจึงมีส่วนช่วยเสริมการรักษาสิว และลดความมันบนผิวได้

🌸 ยาคุมใช้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิวฮอร์โมน เพราะยาคุมจะยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดสิว
อย่างไรก็ตาม หากมีสิวที่มีลักษณะที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของฮอร์โมนร่วมด้วย เช่น สิวรุนแรงเรื้อรัง ขนคุด ผมบาง ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรจเพิ่มเติม ว่าเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่, เนื้องอกบางชนิด เป็นต้น

🌸 วิธีดูแลผิวอย่างถูกวิธี เพื่อลดการเกิดสิว ลองทำกันได้เลย

  1. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว
  2. แนะนำให้ใช้เครื่องสำอาง ครีมบำรุง ครีมกันแดด ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-Free), น้ำหอม และสารก่อสิว
  3. หลีกเลี่ยงการบีบสิว และการสัมผัสผิวหน้าบ่อย ๆ
  4. ทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอยู่เสมอ
  5. ดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน
  6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  7. ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด

สามารถชมไลฟ์เต็ม 45 นาที ย้อนหลังได้ในนี้เลยค่ะ
🔰
https://bit.ly/35DYWKX

10 Favorite Body Moisturizers for Dry, Itchy Skin, According to Dermatologist

คุณหมอดูแลผิวช่วงหน้าหนาวอย่างไรบ้างคะ ⁉️

คำถามยอดฮิตในสัปดาห์นี้
วันนี้เลยจะมาแนะนำวิธีการดูแลผิวหน้าหนาวสั้น ๆ
10 ข้อ ให้นำไปปรับใช้กันได้ไม่ยากเลยค่ะ

อย่าลืมว่าพออากาศเย็นลง ความชื้นที่รอบตัวลดลง จะทำให้ผิวแห้ง แตก ระคายเคืองอักเสบตามมา และหากเราไม่ดูแลเอาใจใส่ สิ่งที่ตามมาก็คือ ริ้วรอยและความเหี่ยวก่อนวัยนั่นเอง

1️⃣🌟 การอาบน้ำ
✔️ ใช้น้ำอุ่น ไม่ควรร้อนเกินไป
✔️ ไม่อาบน้ำนานเกิน 5-10 นาที
✔️ หากไม่สกปรกมาก อาบน้ำวันละครั้งถือว่าเพียงพอ

2️⃣🌟 ครีมอาบน้ำ
✔️ ไม่แนะนำสบู่ก้อน หรือ ครีมอาบน้ำที่เป็นด่างเกินไป สังเกตได้ว่าหลังอาบแล้วผิวจะตึงเอี๊ยด
✔️ แนะนำ gentle cleanser ค่า pH 5-5.5

3️⃣🌟 ครีมบำรุงผิวกาย
✔️ ทาครีมหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที ช่วงที่ผิวยังหมาดหลังซับด้วยผ้าขนหนู จะเป็นช่วงที่ได้ประสิทธิภาพของการทาครีมมากสุด
✔️ หากผิวแห้งมาก แนะนำรูปแบบ Ointment หรือ Cream จะช่วยบำรุงและกักเก็บความชุ่มชื้นผิวได้ดีกว่าแบบ Lotion
✔️ มองหาส่วนผสมเหล่านี้ ได้แก่ Jojoba oil, Dimethicone, Glycerin, Hyaluronic acid, Lactic acid, Lanolin, Mineral oil, Petrolatum, Shea butter
✔️ หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจก่อการแพ้หรือระคายเคือง เช่น Fragrance แต่หากใครใช้แล้วไม่มีปัญหา ก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามอะไร

4️⃣🌟 บำรุงผิวริมฝีปาก
✔️ ทาด้วย Lip balm บ่อย ๆ

5️⃣🌟 บำรุงผิวมือและเล็บ
✔️ ทามือด้วยโลชั่น และอย่ามองข้ามบริเวณจมูกเล็บ อาจทาด้วยวาสลีนช่วยลดการแห้งลอกเป็นขุยได้ดี

6️⃣🌟 เลือกเสื้อผ้า
✔️ แนะนำผ้า cotton หรือ silk ที่เนื้อผ้าไม่ระคายเคืองผิว เนื่องจากผิวที่แห้งจะยิ่งระคายเคืองได้ง่ายมากขึ้น บางครั้งหากใส่เสื้อขนสัตว์บางคนระคายเคืองจนเกิดผิวอักเสบตามมาได้

7️⃣🌟 ใช้ Humidifier ในห้อง สามารถเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์โดยรอบ ทำให้ความชื้นผิวเพิ่มขึ้นได้

8️⃣🌟 หากใครที่ดูแลผิวตามนี้แล้ว เราจะสังเกตได้เลยว่า
💧 ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
💧 ริ้วรอยเล็ก ๆ ลดลง
💧 ผิวระคายเคืองต่อสิ่งต่าง ๆ น้อยลง เช่น ฝุ่น, เสื้อผ้า
โดยรวมจะรู้สึกเลยว่าหากผิวชุ่มชื้นแล้ว เราจะสบายผิวมากกว่าเดิม #และส่วนใหญ่ผิวจะดีขึ้นไม่เกิน 1-2 สัปดาห์

9️⃣🌟 หากหากผิวยังแห้งคันมากอยู่หลังจากปรับการดูแลผิวไป 1-2 สัปดาห์แล้ว ก็แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผิวแห้งได้ เช่น
💯 โรคผิวหนังอักเสบ, ภูมิแพ้ผิวหนัง
💯 โรคตับ, ไต, ไทรอยด์, มะเร็งบางชนิด
💯 ขาดวิตามินหรือสารอาหารบางอย่าง
💯 ยาบางชนิด, อาหารบางอย่าง
💯 อายุ เป็นต้น

🔟🌟 สุดท้าย ได้คัดเลือก Body Moisturizers สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้ง มาเป็นตัวอย่าง 10 แบบ ลองดูในรูปนะคะ แต่ละคนเหมาะกับผลิตภัณฑ์ต่างกัน คงต้องมองหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง

หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับหลายคนในช่วงที่อากาศหนาวเย็นในช่วงนี้ค่ะ

-No Sponsored Content-
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References:
J Am Acad Dermatol 2019;81:963-9.
J Dtsch Dermatol Ges. 2019;17 Suppl 7:3-33.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ทำไมใส่แมสก์นาน ๆ แล้วสิวเห่อ

ช่วงเวลานี้เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องใส่แมสก์เวลาจะไปไหนมาไหน แต่เราทราบกันว่าจะต้องปฏิบัติตัวดูแลผิวอย่างถูกวิธีอย่างไรเพื่อลดโอกาสการเกิดผื่นแพ้หรือสิวจากการใส่แมสก์ (มีบทความแล้ว)

โดยวัตถุประสงค์ของโพสนี้ คืออยากเล่าให้ฟังว่า กลไกทำไมสิวจึงเกิดเห่อขึ้นมา แต่ยังคงเน้นย้ำเสมอว่าการใส่แมสก์นั้นมีเหตุผลเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค และเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ที่ควรปฏิบัติ เมื่อเทียบกับเรื่องสิวค่ะ

รู้ไหมว่า..???

1️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ อาจเกิดในคนที่ไม่เคยเป็นสิวมาก่อนในชีวิตก็ได้ ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่งจะมีสิวในตอนนี้

2️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ อาจเกิดในคนที่กำลังรักษาสิวอยู่และสิวสงบดี เพราะสภาพแวดล้อมใต้แมสก์เปลี่ยนไป สิวจึงเห่อขึ้นได้ ฉะนั้น อย่าเพิ่งโทษว่าดื้อยาหรือยาไม่ได้ผล แนะนำให้ลองปรับที่การดูแลผิวก่อนเลยอันดับแรก

3️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ อาจพบมีอาการคันร่วมด้วยได้ และหลาย ๆ คนจะมีหน้ามันมากขึ้น ฉะนั้น ถ้าคันก็อาจทานยาแก้คัน และอาจปรับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหรือสกินแคร์เป็นกลุ่มที่ช่วยควบคุมความมันร่วมด้วย

4️⃣ มีงานวิจัยพบว่า การใส่แมสก์ต่อเนื่องเกิน 4 ชั่วโมงต่อวันขึ้นไป ทำให้อุณหภูมิผิวเพิ่มขึ้น และทุก ๆ 1°C ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ squalene ที่ผิวเพิ่มขึ้น และมีการหลั่งน้ำมันผิวมากขึ้น 10% ส่งผลให้สิวเห่อตามมาได้มากขึ้นกว่าเดิม ฉะนั้น หากอยู่ในที่โปร่ง หรืออยู่บ้านคนเดียว #อาจเปิดแมสก์เพื่อระบายอากาศบริเวณผิวใต้แมสก์เป็นช่วง ๆ ก็ช่วยได้

5️⃣ นอกจากนั้น การใส่แมสก์ต่อเนื่องนาน ๆ จะทำให้ ความชื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้เซลล์ keratinocyte ที่ผิวและรูขุมขนบวมขึ้น จึงมีโอกาสเกิดรูขุมขนอุดตันและทำให้สิวเห่อตามมาได้อีกด้วย

6️⃣ สิวที่เกิดจากการใส่แมสก์ มักเป็นสิวอุดตันหรือตุ่มแดง ไม่ค่อยพบว่าเป็นสิวที่อักเสบนูนแดงรุนแรง ยกเว้นในกรณีที่มีการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมา

7️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ มักเป็นที่บริเวณแก้มและจมูกเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นบริเวณสัมผัสแมสก์ แต่มักจะไม่พบบริเวณหน้าผาก ใต้คาง หรือคอ

8️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ อาจเกิดหลังจากใส่แมสก์ไปแล้วเป็นเดือน – หลายเดือน จนบางครั้งเราอาจไม่นึกว่าเป็นจากการใส่แมสก์ บางทีมีอาการคันร่วมด้วยนึกว่าแพ้จึงไปซื้อยาสเตอรอยด์มาทา ก็อาจทำให้สิวยิ่งเห่อหนักขึ้นไปอีก

การใส่แมสก์ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่อยากให้ละเว้น แต่เรามีวิธีปฏิบัติตัวเพื่อลดความรุนแรงของการเกิดสิวได้ และหากสิวเห่อแล้ว ก็มีวิธีรักษาดูแลได้เช่นกัน ดังนั้น อย่ากลัวการใส่แมสก์เลยนะคะ

หากไม่แน่ใจว่าคุณเป็นผื่นแพ้หรือสิวจากการใส่แมสก์ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางช่วยตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References:

Increased flare of acne caused by long-time mask wearing during COVID-19 pandemic among general population.
Dermatol Ther. 2020 Jul;33(4):e13704.

Seasonal aggravation of acne in summers and the effect of temperature and humidity in a study in a tropical setting. J Cosmet Dermatol. 2019 Aug;18(4):1098-1104.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleansing Tips By Dermatologist ‼️

How to ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี ‼️
Cleansing Tips by dermatologist

โพสนี้ขอเล่าเกี่ยวกับการล้างหน้าที่ถูกวิธีให้ทุกคนลองสำรวจดูว่า มีใครล้างหน้าไม่เหมาะสมก็ลองมาปรับกันดู แล้วจะรู้ว่าเพียงแค่ปรับการล้างหน้าให้ถูกวิธี ก็ทำให้หน้าใสและมีสุขภาพผิวดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ

มาเริ่มกัน …

1. การล้างหน้าให้สะอาด ถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดก่อนจะเริ่มทาครีมบำรุงในขั้นตอนต่อไป เพราะสกินแคร์จะไม่สามารถซึมสู่ผิวและให้ประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ถ้าหากยังมีสิ่งสกปรกตกค้างขวางเอาไว้อยู่ คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามความสำคัญจุดนี้ไป
ดังนั้น เราควรปรับแนวคิด ให้ความสำคัญกับการล้างหน้าให้สะอาดมาเป็นอันดับต้น ๆ ของขั้นตอนในการดูแลผิว

2. มีงานวิจัยพบว่า การล้างหน้าวันละครั้งอาจไม่สามารถทำความสะอาดได้เพียงพอและทำให้เกิดสิวอักเสบมากขึ้นได้ ส่วนการล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง แห้งตึง อักเสบง่าย และก่อสิวอุดตันตามมาได้
ดังนั้น การล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน ถือว่าเพียงพอ ยกเว้นมีการสกปรกอาจล้างเสริมได้ และการล้างที่เหมาะสมคือ แนะนำใช้มือสะอาดนวดวนเบา ๆ ไปตามรูขุมขนนานประมาณ 15-20 วินาที ไม่เร็วหรือนานจนเกินไป

3. ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการล้างหน้า ควรมี pH ใกล้เคียงกับผิว คือ 4.5-5.75 หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ pH ต่ำเกินไป อาจก่อความระคายเคืองและผิวอักเสบได้ และหาก pH สูงกว่านี้ เช่น พวก soap ที่ฟองเยอะ หรือสบู่ก้อนล้างมือหรืออาบน้ำ เหล่านี้อาจทำให้ผิวแห้ง ตึง เกิดริ้วรอยก่อนวัยตามมาได้
ดังนั้น แนะนำ soap-free มีค่า pH เหมาะสม หลังล้างหน้าแล้วจะไม่รู้สึกแสบแดง แห้ง หรือตึงเอี๊ยด และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ

4. น้ำที่ใช้ล้างเพื่อทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ควรเป็นน้ำอุณหภูมิปกติหรืออุ่นเล็กน้อย ไม่ควรใช้น้ำร้อน หรือ เย็นจนเกินไป และต้องรู้ว่าน้ำเปล่ามีค่าความเป็นด่างค่อนข้างสูง อาจทำลาย skin barrier ได้
ดังนั้น ไม่แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวโดยไม่ใช้ cleanser และไม่แนะนำใช้น้ำร้อนเพราะจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า

5. น้ำหอม อาจก่อการระคายเคืองหรือแพ้ได้
ดังนั้น แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีน้ำหอม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพ้และระคายเคืองตามมา

6. มีงานวิจัยพบว่า Cleanser และ Cleansing oil สามารถล้างครีมกันแดดชนิด Non-waterproof ออกได้หมด แต่การล้างด้วยน้ำเปล่าเดี่ยว ๆ ไม่สามารถชำระล้างส่วนผสมของน้ำมันในครีมกันแดดชนิดนี้ได้ ทำให้หลังล้างน้ำเปล่าเดี่ยว ๆ จะยังรู้สึกเหนียวที่ใบหน้าอยู่
ดังนั้น หากใช้ Non-waterproof sunscreen ควรล้างด้วย Cleanser หรือ Cleansing oil ก็ได้ แต่ไม่ควรล้างน้ำเปล่าอย่างเดียว

7. มีงานวิจัยพบว่า Waterproof sunscreen หลังทาแล้วจะมีคุณสมบัติคล้ายครีมรองพื้นเคลือบผิวไว้เพื่อป้องกันน้ำและเหงื่อ จึงทำให้ไม่สามารถล้างออกให้สะอาดได้ด้วยน้ำเปล่าหรือ Cleanser ทั่วไป
ดังนั้น หากใช้ Waterproof sunscreen แนะนำให้ล้างด้วย Cleansing oil จึงจะสามารถชำระล้างออกได้หมดและป้องกันการเกิดสิวอุดตันตามมา ไม่แนะนำล้างด้วย Cleanser ธรรมดา

8. หากแต่งหน้า ก็คล้ายกับ Waterproof sunscreen ซึ่งไม่สามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่าหรือ Cleanser ทั่วไป
ดังนั้น หากต้องการล้าง Makeup แนะนำให้ล้างด้วย Cleansing oil ดีกว่า Cleanser ธรรมดา

9. Double cleansing คือ การล้างหน้า 2 สเต็ป จะช่วยให้สามารถขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน เครื่องสำอาง หรือพวกครีมกันแดดชนิดกันน้ำได้ดี
วิธีการคือ

ขั้นตอนแรก อาจเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ

▫️Micellar water แนะนำในผิวแพ้ง่าย แต่ก็ใช้ได้ทุกสภาพผิว
▫️Cleansing oil แนะนำในคนแต่งหน้าหนา ใช้ครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางชนิดกันน้ำ
▫️Cleansing balm แนะนำในคนผิวแห้งมาก เพราะไม่ระคายเคือง และยังเพิ่มความชุ่มชื้นผิว

จากนั้นตามด้วยขั้นตอนที่สอง คือ

▫️ล้างด้วย Cleanser ธรรมดา
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิธี double cleansing ทุกคน แนะนำเฉพาะคนที่แต่งหน้าจัดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ชนิดกันน้ำ และแนะนำให้ใช้วิธีนี้สำหรับล้างหน้าตอนเย็น ส่วนตอนเช้าอาจล้างด้วย Cleanser ธรรมดาพอ เพื่อลดการ overwashing

10. มีงานวิจัยพบว่า ในกรณีแต่งหน้าหรือผิวหน้าสกปรกมาก การใช้อุปกรณ์หรือแปรงล้างหน้าไฟฟ้า Cleansing gadget ต่างๆ ร่วมกับ Cleanser ที่เหมาะสม สามารถช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน สิวเสี้ยนได้ดี และทำความสะอาดผิวได้สะอาดมากกว่าการล้างหน้าด้วยมือเปล่า ส่งผลให้ครีมบำรุงที่ใช้สามารถออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ผิวหน้าจึงดีขึ้นตามมา แต่การใช้บ่อยเกินไปจะยิ่งก่อให้เกิดความระคายเคืองตามมาได้
ดังนั้น Cleansing gadget อาจเป็นอีกทางเลือกที่ใช้ได้ในคนที่แต่งหน้าหนาและสิวอุดตันเยอะ โดยแนะนำให้ใช้แค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนในกรณีอื่น ๆ ก็อาจจะยังไม่จำเป็น

11. พบว่าหากใช้ Cleansing gadget ขณะสิวอักเสบ มีแผล มีโรคผิวหนังอักเสบอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจทำให้ยิ่งเกิดการอักเสบและระคายเคืองมากขึ้น ผิวหน้าจะยิ่งแย่ไปใหญ่
ดังนั้น ไม่แนะนำให้ใช้ใน คนที่กำลังมีสิวอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบ มีแผล ผิวบอบบาง หรือ ผิวหลังทำเลเซอร์

12. มีงานวิจัยพบว่าอุปกรณ์ล้างหน้าที่ใช้ระบบ T-Sonic pulsation 8,000 ครั้งต่อนาที สามารถขจัดสิ่งสกปรก น้ำมันส่วนเกินและเครื่องสำอางที่ตกค้างได้ถึง 99.5% และหากขนแปรงผลิตจาก Medical grade Silicone จะช่วยป้องกันการสะสมก่อตัวของเชื้อโรคได้ดีกว่ากลุ่มที่ผลิตจากไนลอน และขนแปรงที่ใช้ก็ควรนุ่มนวลเพื่อลดการระคายเคือง ในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อใหม่ ๆ บางรุ่นสามารถปรับระดับความสั่นได้ เลือกระดับความนุ่มให้เหมาะกับสภาพผิวได้ เช่น LUNA3
ดังนั้น หากไม่มีข้อห้ามและอยากลองใช้ Cleansing gadget แนะนำเลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานผ่านการรับรอง, ผลิตจาก Medical-grade silicone, ขนแปรงนุ่มไม่ระคายเคือง กันน้ำได้ เพื่อลดการก่อตัวของเชื้อโรคอันเป็นบ่อเกิดการติดเชื้อตามมา และไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น

เป็นอย่างไรบ้างคะ มีใครที่ยังล้างหน้าไม่สะอาดบ้างไหม หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันนะคะ อ้อ..ที่สำคัญ อย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนล้างหน้าด้วยและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำร้ายผิวนะคะ

References
J Dermatolog Treat. 2018 Nov; 29(7): 688-693.
J Cosmet Dermatol. 2019; 00: 1-5.
J Cosmet Dermatol. 2019; 1-6.
J Am Acad Dermatol. 2017; 76(6): Supp1,AB233.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🌟 LUNA3 by Foreo Sweden 🌟
✔️ 2-in-1 : Cleansing & Firming mode
✔️ ขนแปรงนุ่ม ผลิตจาก Medical-grade Silicone มีให้เลือกตามสภาพผิว : สีชมพู (ผิวธรรมดา ผิวแห้ง), สีฟ้า (ผิวมัน ผิวผสม), สีม่วง (ผิวแพ้ง่าย)
✔️ ระบบ T-sonic pulsation 8,000 ครั้งต่อนาที ปรับได้ 16 ระดับ
✔️ Medical Claim มี User test study conducted at the Svetech Laboratory
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://foreo.se/w0q

Disclaimer: Content Sponsored by Foreo

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง & MEET FOREO Sweden
All rights reserved.