Category Archives: Acne

ลองสำรวจดูว่ามีผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ มี BHA ซ้ำซ้อนกันในเวลาเดียวกันหรือไม่ ⁉️

BHA เช่น Salicylic acid, Lipohydroxy acid
ละลายได้ดีในไขมัน มีคุณสมบัติเด่นคือ

• ซึมผ่านบริเวณรูขุมขนลงไปผิวหนังชั้นที่ลึกกว่าได้ (Deep penetration through the lipid barrier of epidermis) ซึ่งเป็นสิ่งที่ AHA ทำไม่ได้
• ละลายสิวที่อุดตัน (Comedolytic effect)
ผลที่ตามมา คือ ทำให้สิวอุดตันลดลง
• ลดการสร้าง sebum (Minimized sebum production)
ผลที่ตามมา คือ ควบคุมความมันของผิว
• ออกฤทธิ์ลดการอักเสบได้ (Anti inflammatory effect)
ผลที่ตามมา คือ ช่วยลดการอักเสบของสิว ส่งผลให้เกิดรอยดำหลังการเกิดสิวลดลงตามมา

ดังนั้น BHA เหมาะสำหรับคนที่ปัญหาผิว ดังนี้
▫️สิวทุกชนิด ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน (Inflammatory and comedonal acne)
▫️หน้ามัน (Oily skin)

ส่วนคนที่ผิวแห้งหรือระคายเคืองง่าย ถ้าอยากใช้ BHA แนะนำว่าให้เลือกแบรนด์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยลดการระคายเคืองและเพิ่มความความชุ่มชื้นร่วมด้วย หรือเลือก BHA รูปแบบที่ระคายเคืองน้อย โดยจะดูที่ปริมาณ % เท่านั้นไม่ได้ค่ะ เช่น Betaine Salicylate 4% เทียบผลแล้วอาจได้ประมาณ 1-2% Salicylic acid เป็นต้น ไว้จะมาเล่าให้ฟังทีหลัง

โพสนี้ไม่ได้เล่าละเอียดในส่วนผสมของแต่ละผลิตภัณฑ์ เพียงแต่มีหลายครั้งที่ชอบเจอคำถามว่าใช้ตัวหนึ่งทาทับกับอีกตัวได้ไหม อยากให้ลองสำรวจดูว่ามีผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ BHA ซ้ำซ้อนกันในเวลาเดียวกันหรือไม่ ถ้ามีก็ควรจะแยกเวลาใช้ หรือ เลือกตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะช่วยลดผลข้างเคียงได้ค่ะ


ดูคลิป AHA & BHA เพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้
https://youtu.be/svfWKAe8niQ


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

สิว 13 vs สิว 30 [รายการ Single Being Podcast]

สิววัยรุ่นกับสิววัยผู้ใหญ่ต่างกันไหม ลองมาฟังได้ในลิ้งค์นี้ค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ Single Being และ พี่ผิง พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ที่ชวนไปพูดคุยในคลิปนี้ค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังประสบปัญหาสิวอยู่นะคะ

เช็คลิสต์เดอร์โมคอสเมติกส์ที่มี BPO ‼️

กลุ่มนี้จะช่วยทั้งเรื่องสิวอุดตันและสิวอักเสบค่ะ
• บางคนตั้งใจซื้อมาใช้ แต่ใช้ยังไม่ถูกวิธี
• บางคนซื้อมาเพราะมีคนบอก แต่ไม่รู้ว่าส่วนประกอบคืออะไร จึงเกิดผลข้างเคียง

เรามาดูกันว่ามีผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่มีส่วนผสมของสารตัวนี้

1. กลุ่มล้างหน้า

กลุ่มนี้ใช้ล้างหน้า แต่ต้องระวังเพราะอาจก่อนให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวที่บอบบางได้ เช่น รอบตา รอบปาก ข้างจมูก
ถ้าใครผิวบอบบางแพ้ง่าย หมอแนะนำว่าควรข้ามกลุ่มนี้ไป แนะนำให้ไปใช้แบบทาบางบริเวณ หรือกลุ่มยาที่ทาแล้วล้างออกจะลดผลข้างเคียงได้ดีกว่าค่ะ

✔️ Neutrogena Rapid Clear Stubborn Acne Cleanser
เป็น 10% BPO และมี Laureth-4, BHT, Menthol ทั้งหมดนี้ค่อนข้างระคายเคือง ไม่แนะนำในคนผิวแพ้หรือระคายเคืองง่าย ระวังผิวรอบดวงตา
✔️ Proactive Skin Renewing cleanser
เป็น water-soluble solution 2.5% BPO
มี scrub particles เม็ดเล็ก ๆ , glycolic และ fragrance บางคนอาจระคายเคืองจากเม็ดบีด ควรใช้ด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะหากมีสิวอักเสบอยู่ อาจทำให้แย่ลงได้
✔️ Benzac Wash 5% Benzoyl Peroxide
✔️ PanOxyl Benzoyl Peroxide 10% Acne Foaming Face Wash
ไม่มี alcohols, silicones, fragrances
มี sulfates, parabens and polyethylene glycol (PEG)
มี cetearyl alcohol, mineral oil (Comedogenic rating 2) ล้างยาก ก่อสิวได้
✔️ Humane Benzoyl Peroxide 10% Acne Wash
ไม่มี alcohols, parabens, silicones, polyethylene glycol (PEG), synthetic fragrances
✔️ OXY Sensitive Face Wash With 5% Benzoyl Peroxide
ไม่มี silicones, synthetic fragrances
มี alcohol, parabens, polyethylene glycol (PEG)
มี butylene glycol (Comedogenic rating 1)
มี cetearyl alcohol (Comedogenic rating 2)
✔️ Clean & Clear Continuous Control Acne Cleanser
เป็น 10%BPO มี menthol อาจระคายเคืองบางคน

2. กลุ่มยาที่แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลแพทย์ผิวหนัง

ปล. ยาบางตัวไม่ผลิตแล้ว

• แบบ Water-based
ระคายเคืองน้อยกว่า เหมาะทุกสภาพผิว
✔️ Benzac (Original)
✔️ AkneDerm
✔️ Enzolid
✔️ Brevoxyl

• แบบ Alcohol-based
ระคายเคืองมากกว่า แต่ซึมสู่ผิวออกฤทธิ์ดีกว่า ไม่เหมาะกับผิวแห้งหรือแพ้แอลกอฮอล์
✔️ Panoxyl

3. กลุ่มเดอโมคอสเมติกส์แก้ปัญหาสิว

กลุ่มนี้หาซื้อได้ตามร้านยาหรือคลินิก และควรใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากระคายเคืองได้ง่าย ลองเลือกใช้ความเข้มข้นต่ำ ๆ ก่อน ทาบางบริเวณ แล้วค่อยเพิ่มบริเวณและความเข้มข้น
และเลือกให้ดีว่ามีส่วนประกอบอื่นที่มีตัวเองมีการแพ้เป็นการส่วนตัวหรือไม่ค่ะ

✔️ Proactive Repairing treatment
เป็น 2.5% BPO lotion มี anti irritation ค่อนข้างจะระคายเคืองน้อย
มี fragrance, paraben, silicone
✔️ Paula’s Choice CLEAR Regular Strength Skin Clearing Treatment
✔️ Paula’s Choice Extra Strength Daily Skin Clearing Treatment With 5% Benzoyl Peroxide
ไม่มี alcohols, parabens, silicones, polyethylene glycol (PEG), synthetic fragrances
มี Hexylene glycol (Comedogenic rating 2)
มี Laureth-4 (Comedogenic rating 5)
✔️ PCA Skin Acne cream tea tree oil and lactic acid
✔️ Obagi CLENZIderm M.D. Therapeutic Lotion
มี 5%BPO
✔️ Clinique Acne Solutions All-Over Clearing Treatment
มี 2.5% BPO lotion เนื้อบางเบา

4. กลุ่มแต้มเฉพาะจุด

ถ้าใครไม่เคยใช้ BPO มาก่อน และกลัวมีปัญหาหรือระคายเคือง อาจลองเริ่มจากกลุ่มนี้ แต้มเฉพาะจุดดูก่อนก็ได้ค่ะ แล้วค่อยไปใช้กลุ่มทาทั่วหน้า และล้างหน้าเพิ่มเติมได้ถ้าหากไม่มีปัญหาอะไร

✔️ Proactiv and Proactiv+ Emergency Blemish Relief
เป็น 6%BPO มี penthanol ช่วยลดการระคายเคือง แต่มีน้ำหอม
✔️ Murad Acne Spot Fast Fix
เป็น 3.5%BPO เป็น gel-based
มี niacinamide, repairing fatty acids
แต่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม
✔️ Clinique Acne Solutions Emergency Gel Lotion
มี 5%BPO gel lotion ผสม green tree
ไม่มีน้ำหอม แต่มี silicone, alcohol

สุดท้ายนี้
ใครที่เป็นสิวเรื้อรัง รักษาไม่หาย ไม่รู้จะใช้อะไรดี ก็อย่ามัวลองผิดลองถูกอยู่นาน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแลนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

No Sponsored Content

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne-prone Skincare, According to Dermatologist

คนเป็นสิวใช้อะไรดี..แนะนำแบบนี้ค่ะ ‼️

  1. ไอเทมที่ควรมีคู่กับการรักษาด้วยยาสิว คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช้า-ก่อนนอน, ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
  2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับ acne-prone skin ได้แก่ non-comedogenic, oil free
  3. เลือกให้เหมาะกับผิว เช่น
    ถ้าเป็นสิว+ผิวมันควรเน้นกลุ่มที่ควบคุมความมัน
    ถ้าเป็นสิว+ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ควรเน้นกลุ่มเสริมกำแพงผิว ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
  4. คนผิวมัน เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบา เช่น เจล โลชั่น หรือ ครีมที่ซึมเร็ว ส่วนคนผิวแห้ง เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อครีมจะช่วยบำรุงได้ดีกว่า
  5. คนผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย พยายามเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย เพราะอาจระคายเคืองได้
  6. ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน อย่าใช้ตามเพื่อนหรือคำโฆษณา ควรต้องเลือกที่เหมาะกับตัวเอง
  7. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทับซ้อนกัน เพราะไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้
  8. ในรูปเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นให้ทุกคนลองไปศึกษากันดูค่ะ
  9. สุดท้าย ย้ำเสมอหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงไม่หายสักที แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมประเมินค่ะ

ถ้าชอบ Protocol สกินแคร์สิว Acne-prone Skncare อันนี้ สามารถกดไลค์กดแชร์ได้เลยค่า ♥️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

7 สูตรลับ..ปรับสมดุลผิวที่เป็นสิวเรื้อรัง ‼️

วันนี้มีเคล็ดลับดี ๆ สำหรับใครที่เป็นสิวบ่อย ๆ สิวเรื้อรังไม่หายสักที ลองมาอ่านกันค่ะ ..

นอกจากการรักษาสิวด้วยยาตามแนวทางมาตรฐานแล้ว การดูแลผิวอย่างถูกวิธีจึงต้องควบคู่กันไปด้วยเสมอ ทั้งนี้เพื่อคงความสมดุลผิวและลดการเกิดภาวะ Microbiome Dysbiosis ที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิด สิวเรื้อรังไม่หายสักที ลองนำเคล็ดลับนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ

References:

Dermatol Ther (Heidelb) 2021; 11: 71-77.
Am J Clin Derm 2020; 21(Suppl 1): S18-S24.
Microorganisms 2020; 8: 1752. O’Neill and Gallo Microbiome 2018; 6: 177.

Collab:

HELLO SKIN by หมอผิวหนัง ✖️ SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์ ✖️ SAVV SKIN

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne-friendly Moisturizer สกินแคร์สำหรับคนเป็นสิว

สิว..นอกจากการรักษาโดยการใช้ยากินและยาทาที่สั่งโดยแพทย์แล้วนั้น เดอโมคอสเมติกสำหรับผิวที่เป็นสิวก็สำคัญไม่แพ้กัน

สกินแคร์สำหรับคนเป็นสิวควรเลือกให้เหมาะ และเป็นสิ่งที่ควรมีควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาเพราะจะช่วยเสริมการรักษาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

โดยปกติแล้วสกินแคร์สำหรับคนเป็นสิวแนะนำเลือกคุณสมบัติ 5 ข้อ ล้อไปตามกลไกของการเกิดสิว ดังนี้

1. ชนิดมอยซ์เจอไรเซอร์สำหรับผิวที่เป็นสิว แนะนำ water‐based, nongreasy เนื้อสัมผัสไม่เหนียว ควรใช้ทุกวันเป็นประจำและควรใช้คู่กับ ครีมกันแดดและคลีนเซอร์สำหรับสูตรสิว จะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น

ส่วนประกอบพื้นฐานที่แนะนำ ได้แก่


✔️ Dimethicone และ glycerin เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำจากผิว
✔️ Hyaluronic acid หรือ sodium pyrrolidone carboxylic acid เพื่อช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น

2. ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน (Sebum-controlling agents)
กลุ่มนี้ถ้าหากใครหน้าไม่มัน สามารถข้ามไปได้เลย

ส่วนประกอบที่ช่วยเรื่องความมัน ได้แก่

✔️ Niacinamide
✔️ Bakuchiol
✔️ Zinc
✔️ Fullerene
✔️ L-carnitine
โดยจะเริ่มเห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์ อาจต้องใช้เวลาและต้องมีความสม่ำเสมอใจเย็น

3. ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของรูขุมขน (Keratolytic agents)
กลุ่มนี้จะช่วยให้ยารักษาสิวออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ผิวดูขาวใสขึ้น และ ยังช่วยลดรอยดำจากสิวได้อีก กลุ่มนี้อาจไม่ต้องทาทุกวันก็ได้ ขึ้นกับสภาพผิวและการระคายเคืองซึ่งไม่เหมือนกันในแต่ละคน และจะเริ่มเห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์

ส่วนประกอบที่ช่วยลดการอุดตัน ได้แก่

✔️ Retinol derivatives
✔️ Alpha‐hydroxy acids เช่น glycolic acid
✔️ Beta‐hydroxy acids เช่น salicylic acid
✔️ Polyhydroxy acids เช่น lactobionic acid and gluconolactone
✔️ Linoleic acid

4. ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการอักเสบ (Anti-inflammatory agents)
กลุ่มนี้นอกจากจะช่วยเรื่องลดการอักเสบของสิวแล้ว ยังลดการเกิดรอยแดงและรอยดำที่มักเกิดตามหลังการอักเสบของสิวได้อีก

ส่วนประกอบที่ช่วยลดการอักเสบ ได้แก่

✔️ Azelaic acid
✔️ Licochalcone-A
✔️ Hazel และ Aloe vera
✔️ Zinc
✔️ Soy isoflavones
✔️ Salix alba (active extract of willow bark)
✔️ Gingo biloba extracts
✔️ Epiderma Growth Factors
✔️ Enoxolone (extract from licorice root)
✔️ Penthanol
✔️ Probiotic : Lactobacillus-fermented Chamaecyparis obtusa, Lactobacillus plantarum
อื่น ๆ ที่ช่วยได้ Bakuchiol, Nicotinamide, Decanediol

5. ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยับยั้ง C.acne
(Anti-microbial agents)

กลุ่มนี้จะช่วยลดการเกิดเชื้อดื้อยาได้ดีกว่าการใช้ยาฆ่าเชื้อแต้มสิวเดี่ยว ๆ

ส่วนประกอบที่ช่วยฆ่าเชื้อ ได้แก่

✔️ Decanediol เริ่มเห็นผลประมาณ 8 สัปดาห์
✔️ Tea tree oil 5% เทียบเท่า BPO แต่เห็นผลช้ากว่า
อื่น ๆ ที่ช่วยได้ Bakuchiol, Lactobacillus plantarum

หากใครเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ ผิวมัน ที่กำลังหาสกินแคร์สักชิ้น ลองมองหาส่วนผสมที่กล่าวไปข้างต้นเพื่อเสริมการรักษาไปกับการทายาได้ค่ะ
ทั้งนี้การรักษาและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องค่อย ๆ ลองปรับที่เหมาะกับตัวเอง และหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงแนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแล


References:


JEADV 2015; 29(Suppl. 5): 1-7.
Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.
J Clin Aesthet Dermatol. 2013; 6: 18-24.
J Cosmet Dermatol. 2012 Mar; 11(1): 30-6.
Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.
International journal of pharmaceutics 292.1-2 (2005): 187-194.


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

สิว Story รวมกลวิธีปราบสิวให้อยู่หมัด

ทั้งหมดอยู่ในไลฟ์นี้ค่ะ

• สาเหตุของสิว ปัจจัยก่อสิว

• สิวฮอร์โมนเป็นอย่างไร รักษาอย่างไร

• ยาทาสิว ยากินรักษาสิวมีอะไรบ้าง

• อาหารเสริม โปรไบโอติกส์ พรีไบโอติกส์ ช่วยไหม

• แนะนำการเลือกสกินแคร์สำหรับคนเป็นสิว

และอื่น ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับสิว

สามารถดูย้อนหลังได้ในลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://fb.watch/6fjeCp5GjY/

สุดท้ายนี้ ต้องขอบคุณอาจารย์พลัง คุณตั้มและทีม SkinX ผู้อยู่เบื้องหลังทุกท่าน ที่ชวนหมอไปพูดคุยครั้งนี้ และ คุณหมอเก่ง DrKengw ที่มาช่วยกันแชร์เรื่องสิวปังๆ สนุกมากเลยค่ะ 🙂

Picture Cr. FB Live สิว Story

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ..ยากินวิตามินเอรักษาสิว

Update in Oral Isotretinoin for acne treatment

1. เป็นยาอันตรายที่มีการควบคุมการใช้โดยแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อกินเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ และระวังยาปลอมลอกเลียนแบบ

2. แคปซูลของยามีส่วนผสมที่ทำจากพาราเบน : ห้ามใช้ในคนที่แพ้พาราเบน
กลุ่มคนเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงสารพาราเบนที่มักผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว

3. ข้อบ่งชี้ : ไม่แนะนำให้ซื้อกินเองหากไม่มีข้อบ่งชี้
▫️สิวหนองรุนแรง (Severe nodulocystic / papulopustular acne)
▫️ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น (Minimal response to previous treatment)
▫️กรณีอื่น ๆ อาจพิจารณาโดยแพทย์เป็นรายไป ได้แก่ Significant psychological concern, prone to scarring, limited use of antibiotics

4. ขนาดที่ใช้
▫️Standard dose (กรณีสิวรุนแรงมาก): International guideline แนะนำเริ่มที่ 0.1-0.2 mg/kg/day เพิ่มจนถึง standard dose 0.5 mg/kg/day หากไม่มีข้อห้ามและผู้ป่วยสามารถทนผลข้างเคียงได้
▫️Low dose (กรณีสิวรุนแรงปานกลาง): 0.2-0.3 mg/kg/day กินอย่างน้อย 6-12 months หรือจนสิวสงบอย่างน้อย 2 เดือน

Dose อื่นยังไม่มีรายงานว่าได้ผล และการหยุดยาเร็วเกินไปจะทำให้สิวกลับเป็นซ้ำ แนะนำให้ทานหลังอาหารทันทีเพื่อเพิ่มการดูดซึมยา

5. ภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตายจากยา

ควรซักประวัติซึมเศร้าของผู้ป่วยและครอบครัว และพิจารณาเป็นราย ๆ ร่วมกับติดตามใกล้ชิด
▫️มีรายงานเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า เป็น idiosyncratic effect ในคนมีประวัติครอบครัวมีภาวะ depression, MDD
▫️แต่ในบางรายงานพบว่า ทำให้ภาวะซึมเศร้าลดลงหลังจากใช้ยารักษาให้สิวดีขึ้น

6. ผลข้างเคียงแบ่ง 3 อย่างหลัก ๆ ได้แก่

• Teratogenic ไม่ขึ้นกับ dose

ตรวจการตั้งครรภ์ยืนยัน 2 ครั้ง และคุมกำเนิด 2 วิธี
▫️เด็กพิการ คลอดก่อนกำหนด แท้ง
▫️ตรวจการตั้งครรภ์ : ก่อนรักษา 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน, หลังสิ้นสุดการรักษาแล้ว 1 เดือน
▫️อย่าลืม consent form, Pregnancy Prevention Program หรือ iPLEDGE
▫️คุมกำเนิด 2 วิธี : เริ่มตั้งแต่ก่อนรักษา 1 เดือน จนถึงหลังสิ้นสุดการรักษา 1 เดือน

• Clinical


Cutaneous
▫️ปากแห้ง ตาแห้ง ผิวลอกแตกเป็นแผล เลือดกำเดาไหล เป็น dose-dependent จากการที่ยาทำให้เกิด sebum suppressive effect, epidermal dyscohesion
▫️ ผื่นรุนแรง Steven-Johnson syndrome, Toxic Epidermal Necrolysis เสียชีวิตได้
▫️บางรายเกิดสิวเห่อรุนแรง acne fulminans หลังการเริ่มทานยา มักเกิดในเดือนแรก
Extra-cutaneous
▫️เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ทุกระบบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า (ดังรูป) *คิดก่อนซื้อมากินเองเสมอว่าคุ้มแลกกับผลข้างเคียงหรือไม่
▫️อาการปวดหัวจากความดันในสมองสูงขึ้น หากทานคู่กับยาฆ่าเชื้อกลุ่ม tetracycline จึงห้ามให้ร่วมกัน

• Laboratory


▫️ไขมันสูง : แนะนำตรวจ cholesterol, triglyceride ก่อนเริ่มยา, หลังเริ่มยา 6 สัปดาห์ และต่อไปทุก 6 เดือน
▫️ตับอักเสบ : แนะนำตรวจ SGOT, SGPT ก่อนเริ่มยา, หลังเริ่มยา 6 สัปดาห์ และต่อไปทุก 6 เดือน
▫️เอนไซม์กล้ามเนื้อสูง : อาจตรวจ CPK ก่อนเริ่มยาในกรณีเคส moderate physical excercise
▫️Bone change

7. ยาสิว isotretinoin มีผลต่อโครงสร้างของ skin barrier function จึงต้องใช้ครีมกันแดดและครีมบำรุงผิวร่วมด้วยเสมอ นอกจากนั้นยังส่งผล ดังนี้
▫️เพิ่มการสูญเสียน้ำ
▫️เพิ่มการสะสมเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่ผิวหนัง
▫️ผิวไวต่อแสงแดด

8. วิธีการดูแลและป้องกันอันตรายต่อดวงตา
▫️หากตาแห้งควรหยอดตา
▫️เลี่ยงการใช้ contact lens
▫️สวมแว่นกันแดด

9. วิธีการดูแลริมฝีปาก
▫️อาการปากแห้งนิด ๆ เป็นสัญญาณดีที่อยากให้มี บอกถึงการตอบสนองของยา
▫️ควรทาลิปมันหรือวาสลีนบ่อย ๆ และควรผสม SPF อย่างน้อย 15-30

10. งดบริจาคเลือดในระหว่างรับประทานยา จนกระทั่งหลังหยุดยา 1 เดือน

Reference: Journal of American Academy of Dermatology 2016; 74: 945-73.

🚩 โพสนี้อยากแชร์ให้เห็นถึงข้อมูลของยากรดวิตามินเอรับประทานรักษาสิว ซึ่งเป็นยาอันตรายที่ต้องควบคุมการจ่ายในสถานพยาบาลโดยแพทย์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันพบมีการนำมาขายตามร้านยา การฝากเพื่อนซื้อ หรือวิธีการใดก็ตาม และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจเพราะกินตามเพื่อน หรือ ได้ข้อมูลมาเพียงบางมุมของยา เช่น กินแล้วหน้าใส ลดความมัน สิวหายเร็วกว่าการทายา
🚩ควรศึกษาให้ดีก่อนเกิดผลเสียที่รุนแรงตามมาจากการทานยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้

✔️ การรักษาสิวให้หาย อาจต้องใจเย็นและให้เวลากับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
✔️ ในมุมมองของหมอในฐานะอายุรแพทย์โรคผิวหนัง ผ่านการรักษาเคสสิวรุนแรงมาไม่น้อย และพบเจอเคสสิวที่มีผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยากินตัวนี้มาก็ไม่น้อยเช่นกัน การมีโอกาสได้เห็นทั้งมุมมืดและมุมสว่าง ทำให้ตระหนักถึงความปลอดภัยก่อนจ่ายยาตัวนี้ให้คนไข้เสมอ และอยากให้ทุกคนที่ได้อ่านโพสนี้ตระหนักในความปลอดภัยของตัวเองเช่นกัน
✔️ อย่ามัวกังวลว่าจะสวยช้า เอาเป็นว่าสวยช้าแต่สวยนานและปลอดภัยดีกว่าสิ่งอื่นใด
✔️ ใครกินอยู่ควรอ่าน เพื่อนใครกินควรแชร์ให้เพื่อนมาอ่านเช่นกัน

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference:
Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2019; 12: 943-951.
Journal of American Academy of Dermatology 2016; 74: 945-73.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เทรนด์รักษาสิวยุคใหม่

การรักษาสิว เหมือนจะไม่มีอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายซะทีเดียว เพราะ Guideline ก็ส่วนหนึ่งที่ให้เรายึดตามแนวทาง แต่การปรับใช้กับคนไข้นั้นเป็นศาสตร์และศิลป์เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ปัจจุบันยารักษาสิวยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมไปจากเดิมเท่าไรนัก แต่แนวโน้มการรักษาก็จะประมาณนี้

1. ยาทากรดวิตามินเอ : ใช้ทุกรายหากไม่มีข้อห้าม หายแล้วยังแนะนำให้ใช้ต่อแบบห่าง ๆ ช่วยป้องกันได้
2. เบนซิลเปอออกไซด์ : ใช้ในสิวอักเสบจะดี ไม่ต้องใช้ทุกราย
3. กลุ่มฮอร์โมน : ได้ผลดีใน ผญ ที่มีลักษณะฮอร์โมนผิดปกติ
4. ยากินกรดวิตามินเอ : ยังไม่ปรับ Guideline แนะนำใช้เมื่อจำเป็น แนวโน้มมาทางใช้แบบ low dose
5. ยาฆ่าเชื้อกิน/ทา : ใช้เมื่อจำเป็น ไม่ใช้เดี่ยวๆ ลดเชื้อดื้อยา
6. ปรับพฤติกรรมการดูแลผิวที่เหมาะสม : ยืนหนึ่ง! ต้องปฏิบัติตัวควบคู่กับการรักษาด้วยยา
7. เลเซอร์และแสงรักษาสิว & ยากลุ่มใหม่ ๆ : รอติดตาม
8. ยาอื่น : ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตามสภาพผิว บนพื้นฐานแนวทางรักษาที่ได้มาตรฐาน

หากใครเป็นสิวเรื้อรัง เป็นสิวไม่หายสักที แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมประเมินนะคะ หมอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ประสบปัญหาสิวค่ะ

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.