รายการผู้หญิงไม่ยอมแพ้ – Never Surrender

ขอบคุณเพจ ผู้หญิงไม่ยอมแพ้ – Never Surrender

ที่ชวนให้หมอเจี๊ยบไปแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องยาคุม & การรักษาสิวค่ะ ♥️🙏🏻

🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍

กินยาคุมช่วยรักษาสิว ลดหน้ามัน ได้จริงหรือ ⁉️

🌸 ปัญหาสิวและผิวมัน ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย ยาคุมกำเนิดมีส่วนประกอบของฮอร์โมนที่สามารถต้านฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชายได้ ยกตัวอย่างเช่น Drospirenone ซึ่งไม่ทำให้ อ้วน หรือบวมน้ำ

อีกทั้งฮอร์โมน เอทธินิลเอสตราไดออล (Ethinylestradiol) ก็ยังช่วยลดระดับฮอร์โมนเพศชายโดยอ้อมได้อีกด้วย

📌📌 ดังนั้น ยาคุมจึงมีส่วนช่วยเสริมการรักษาสิว และลดความมันบนผิวได้

🌸 ยาคุมใช้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิวฮอร์โมน เพราะยาคุมจะยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดสิว
อย่างไรก็ตาม หากมีสิวที่มีลักษณะที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของฮอร์โมนร่วมด้วย เช่น สิวรุนแรงเรื้อรัง ขนคุด ผมบาง ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรจเพิ่มเติม ว่าเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่, เนื้องอกบางชนิด เป็นต้น

🌸 วิธีดูแลผิวอย่างถูกวิธี เพื่อลดการเกิดสิว ลองทำกันได้เลย

  1. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว
  2. แนะนำให้ใช้เครื่องสำอาง ครีมบำรุง ครีมกันแดด ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-Free), น้ำหอม และสารก่อสิว
  3. หลีกเลี่ยงการบีบสิว และการสัมผัสผิวหน้าบ่อย ๆ
  4. ทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอยู่เสมอ
  5. ดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน
  6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  7. ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด

สามารถชมไลฟ์เต็ม 45 นาที ย้อนหลังได้ในนี้เลยค่ะ
🔰
https://bit.ly/35DYWKX

10 Favorite Body Moisturizers for Dry, Itchy Skin, According to Dermatologist

คุณหมอดูแลผิวช่วงหน้าหนาวอย่างไรบ้างคะ ⁉️

คำถามยอดฮิตในสัปดาห์นี้
วันนี้เลยจะมาแนะนำวิธีการดูแลผิวหน้าหนาวสั้น ๆ
10 ข้อ ให้นำไปปรับใช้กันได้ไม่ยากเลยค่ะ

อย่าลืมว่าพออากาศเย็นลง ความชื้นที่รอบตัวลดลง จะทำให้ผิวแห้ง แตก ระคายเคืองอักเสบตามมา และหากเราไม่ดูแลเอาใจใส่ สิ่งที่ตามมาก็คือ ริ้วรอยและความเหี่ยวก่อนวัยนั่นเอง

1️⃣🌟 การอาบน้ำ
✔️ ใช้น้ำอุ่น ไม่ควรร้อนเกินไป
✔️ ไม่อาบน้ำนานเกิน 5-10 นาที
✔️ หากไม่สกปรกมาก อาบน้ำวันละครั้งถือว่าเพียงพอ

2️⃣🌟 ครีมอาบน้ำ
✔️ ไม่แนะนำสบู่ก้อน หรือ ครีมอาบน้ำที่เป็นด่างเกินไป สังเกตได้ว่าหลังอาบแล้วผิวจะตึงเอี๊ยด
✔️ แนะนำ gentle cleanser ค่า pH 5-5.5

3️⃣🌟 ครีมบำรุงผิวกาย
✔️ ทาครีมหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที ช่วงที่ผิวยังหมาดหลังซับด้วยผ้าขนหนู จะเป็นช่วงที่ได้ประสิทธิภาพของการทาครีมมากสุด
✔️ หากผิวแห้งมาก แนะนำรูปแบบ Ointment หรือ Cream จะช่วยบำรุงและกักเก็บความชุ่มชื้นผิวได้ดีกว่าแบบ Lotion
✔️ มองหาส่วนผสมเหล่านี้ ได้แก่ Jojoba oil, Dimethicone, Glycerin, Hyaluronic acid, Lactic acid, Lanolin, Mineral oil, Petrolatum, Shea butter
✔️ หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจก่อการแพ้หรือระคายเคือง เช่น Fragrance แต่หากใครใช้แล้วไม่มีปัญหา ก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามอะไร

4️⃣🌟 บำรุงผิวริมฝีปาก
✔️ ทาด้วย Lip balm บ่อย ๆ

5️⃣🌟 บำรุงผิวมือและเล็บ
✔️ ทามือด้วยโลชั่น และอย่ามองข้ามบริเวณจมูกเล็บ อาจทาด้วยวาสลีนช่วยลดการแห้งลอกเป็นขุยได้ดี

6️⃣🌟 เลือกเสื้อผ้า
✔️ แนะนำผ้า cotton หรือ silk ที่เนื้อผ้าไม่ระคายเคืองผิว เนื่องจากผิวที่แห้งจะยิ่งระคายเคืองได้ง่ายมากขึ้น บางครั้งหากใส่เสื้อขนสัตว์บางคนระคายเคืองจนเกิดผิวอักเสบตามมาได้

7️⃣🌟 ใช้ Humidifier ในห้อง สามารถเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์โดยรอบ ทำให้ความชื้นผิวเพิ่มขึ้นได้

8️⃣🌟 หากใครที่ดูแลผิวตามนี้แล้ว เราจะสังเกตได้เลยว่า
💧 ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
💧 ริ้วรอยเล็ก ๆ ลดลง
💧 ผิวระคายเคืองต่อสิ่งต่าง ๆ น้อยลง เช่น ฝุ่น, เสื้อผ้า
โดยรวมจะรู้สึกเลยว่าหากผิวชุ่มชื้นแล้ว เราจะสบายผิวมากกว่าเดิม #และส่วนใหญ่ผิวจะดีขึ้นไม่เกิน 1-2 สัปดาห์

9️⃣🌟 หากหากผิวยังแห้งคันมากอยู่หลังจากปรับการดูแลผิวไป 1-2 สัปดาห์แล้ว ก็แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผิวแห้งได้ เช่น
💯 โรคผิวหนังอักเสบ, ภูมิแพ้ผิวหนัง
💯 โรคตับ, ไต, ไทรอยด์, มะเร็งบางชนิด
💯 ขาดวิตามินหรือสารอาหารบางอย่าง
💯 ยาบางชนิด, อาหารบางอย่าง
💯 อายุ เป็นต้น

🔟🌟 สุดท้าย ได้คัดเลือก Body Moisturizers สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้ง มาเป็นตัวอย่าง 10 แบบ ลองดูในรูปนะคะ แต่ละคนเหมาะกับผลิตภัณฑ์ต่างกัน คงต้องมองหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง

หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับหลายคนในช่วงที่อากาศหนาวเย็นในช่วงนี้ค่ะ

-No Sponsored Content-
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References:
J Am Acad Dermatol 2019;81:963-9.
J Dtsch Dermatol Ges. 2019;17 Suppl 7:3-33.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Extremolytes (Ectoin) ช่วยเสริมความสตรองของผิวได้อย่างไร วันนี้มาทำความรู้จักกัน

Role of Extremolytes (Ectoin) in Dermatology

1️⃣🟫 Extremolytes ถูกคิดค้นปี 1980 เป็น amino acid ที่สกัดจากชีวโมเลกุล Extremophilic organisms ที่อาศัยอยู่ใน Natrun Valley ประเทศอียิปต์ และต่อมาก็พบว่า สารนี้มักเจอในชีวโมเลกุลที่อาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่โหดจัด extreme มาก ๆ ไม่ว่าจะร้อนจัด เย็นจัด มลภาวะเยอะจัด แห้งจัด ยูวีเยอะจัด

🌟 ดังนั้น จึงมีการศึกษาวิจัยนำ Extremolytes มาผสมในสกินแคร์ ก็พบว่าช่วยให้ผิวสตรองมากขึ้น เสมือนกับชีวโมเลกุลข้างต้น ที่สามารถอาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมอันโหดร้ายที่แทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นมีชีวิตรอดอยู่ได้เลย เรียกได้ว่าเป็น Stress protection molecule ที่ดีตัวหนึ่ง

2️⃣🟫 Ectoin คือ สารที่ผลิตได้จากแบคทีเรียชื่อ Halomonas elongata ถือเป็น naturally Osmolytes อย่างหนึ่งที่มีการศึกษามากมายทั้งในแง่ของการผสมในครีมบำรุงผิวหรือครีมกันแดด, ยาพ่นในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งยาหยอดตา

🌟ทั้งนี้ เนื่องจาก Ectoin มีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบได้ ทั้งที่ผิวหนัง เยื่อบุทางเดินหายใจ และตา

3️⃣🟫 มีการศึกษาพบว่าผิวหลังทาสกินแคร์ที่มี Ectoin เมื่อทดสอบด้วย UVB แล้ว มีอิมมูนเซลล์ที่ผิว (Langerhan cells) ลดลงเพียงเล็กน้อย และยังพบ Sunburn cells ลดลงอย่างชัดเจน

🌟 ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติ ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายด้วย UVB

4️⃣🟫 มีการศึกษาพบว่าผิวหลังทาสกินแคร์ที่มี Ectoin เมื่อทดสอบด้วย UVA แล้ว เซราไมค์ที่ผิวจะถูกสลายน้อยลงไปเรื่อย ๆ (dose-dependent) และยังพบ ICAM-1 น้อยลง บ่งบอกว่าการอักเสบของผิวน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

🌟 ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติ ช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบของผิวที่เกิดจาก UVA ได้อีกด้วย

5️⃣🟫 มีการศึกษาวิจัยในคน Sensitive & Atopic skin โดยให้ทา 1% และ 4% Ectoin เช้าเย็น นาน 7 วัน พบว่า TEWL ลดน้อยลง (แบบ dose-dependent)

🌟 ดังนั้น คนผิวแห้งหรือแพ้ง่ายที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงของกำแพงผิว แนะนำ ectoin ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 0.5-1% ขึ้นไป โดยทาเช้าเย็น จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 1 สัปดาห์

6️⃣🟫 มีการศึกษาพบว่าเมื่อทา 1% Ectoin เช้าเย็น นาน 12 วันขึ้นไป ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการตรวจวัดด้วยเครื่องมือ corneometry และหลังหยุดทาแล้วยังสามารถคงความชุ่มชื้นผิวอยู่ได้อย่างน้อย 7 วัน

🌟 ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติเป็น prolonged moisturizer ช่วยให้ความชุ่มชื้นผิวได้ยาวนาน ในงานวิจัยระบุอย่างน้อย 7 วัน แต่อย่างไรก็ตามคงต้องขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่มี Ectoin ในแต่ละยี่ห้อ

7️⃣🟫 Ectoin มีคุณสมบัติ anti-inflammatory effect จึงมีการนำมาใช้เพื่อ ช่วยบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบจากสาเหตุหลายอย่าง

🌟 ดังนั้น จึงเป็นอีกทางเลือกในคนที่มีผิวหนังอักเสบ (Eczema) หรือในกลุ่มโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Mild to moderate Atopic dermatitis) ที่อยากเลี่ยงการทาสเตอรอยด์บ่อย ๆ

8️⃣🟫 พบว่า การทาสกินแคร์ที่มีEctoin สามารถช่วยลดการเกิด Air pollution-induced hyperpigmentation ได้ และลด gene expression ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเสื่อมของผิวได้

🌟 ดังนั้น Ectoin-containing Skincare จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากช่วย anti pollution และ anti aging ได้ดี

9️⃣🟫 ถึงแม้มีข้อมูลว่า Ectoin ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB ช่วยป้องกันผิวไหม้และลด aging skin ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาในแง่ SPF, PA ที่ชัดเจน

🌟 ดังนั้น แนะนำให้ทาครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอค่ะ

🔟🟫 บางคนเรียก Ectoin ว่าเป็น All-in-One และ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการบำรุงผิว เพราะมีความสามารถ คือ

✔️ ปกป้องผิวจากการทำร้ายโดย UVA ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งผิวชรา ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ

✔️ ปกป้องผิวจากการทำร้ายโดย UVB ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งผิวไหม้และหมองคล้ำ

✔️ ลดการระคายเคืองผิวจาก PM2.5 ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความแก่, ผิวอักเสบ, การกำเริบของผื่นผิวหนังบางชนิด

✔️ ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง

✔️ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ยาวนานหลายวัน

🌟 ดังนั้น คุณสมบัติของEctoin ก็คือ “Antiaging + Antiinflammatory + Moisturizing + Barrier repairing effects”

โดยสรุป หากใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Extremolytes (Ectoin) ขอแนะนำ ดังนี้ค่ะ

✅ 0.5% ขึ้นไป ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงกำแพงผิวได้ดี

✅ 1% ขึ้นไป มีคุณสมบัติเหมือน 0.5% และเพิ่มเติมคือ สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้นเป็นสัปดาห์

✅ 5-7% ขึ้นไป มีคุณสมบัติ anti-inflammatory effect (dose-dependent) แนะนำสำหรับคนที่มีปัญหาภูมิแพ้ผิวหนัง Atopic dermatitis, มีผื่นแพ้อักเสบผิวหนังต่าง ๆ หรือ คนที่ต้องการบำรุงผิวมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มลภาวะฝุ่น PM2.5 ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีในประเทศไทยที่มีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองก็เช่น Resiskin เป็นต้น

References

Skin Pharmacol Physiol 2014; 27: 57–65.

Appl Microbiol Biotechnol 2006; 72: 623–634.

Clin Dermatol 2008; 26: 326–333.

Curr Pediatr Rev. 2019; 15(3): 191-195.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

Product mentioned

🌟 Resiskin by Qualisk

✔️ Germany Innovative Ingredient (Extremolyte) ที่สกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสารกันเสีย

✔️ Skin barrier repair ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว ช่วยปกป้อง บำรุงและฟื้นฟูผิวในหลอดเดียว

✔️ มีงานวิจัยรับรองประสิทธิภาพในผิวหนังมนุษย์

✔️ No Steroid, no fragrance

✔️ Safe for infant, children, adult

✔️ แนะนำในคนผิวธรรมดา, ผิวแห้ง, ผิวแพ้ง่าย, ผู้มีปัญหาผิวหนังอักเสบหรือภูมิแพ้ผิวหนัง

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Website: https://resiskin.com
FB: https://www.facebook.com/resiskin
Line: @ResiSKIN
#ผิวสตรองพร้อมทุกสถานการณ์

Sponsored by Resiskin

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วิธีป้องกันเลือดออกหัวนม..นักวิ่งหรือนักปั่น

อาการนี้เกิดจากการ เสียดสีของหัวนมกับเสื้อวิ่ง ทำให้เกิดแผลจากการระคายเคือง มีอาการเจ็บหรือปวดแสบได้เพราะหัวนมเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทมาเลี้ยงเยอะ

ความรุนแรงไม่เกี่ยวกับนมเล็กหรือใหญ่ ไม่เกี่ยวกับเพศหญิงหรือชาย มีรายงานว่าเจอได้บ่อยในคนที่ วิ่งระยะทางมากกว่า 50 กิโลเมตร/สัปดาห์

วันนี้ขอแนะนำวิธีป้องกันเลือดออกหัวนม

1. สวมเสื้อเส้นใยละเอียด ไม่หยาบกระด้าง ซึ่งปกติผ้าใยสังเคราะห์จะระคายเคืองน้อยกว่าผ้าใยธรรมชาติ

2. ทาวาสลีนที่หัวนมก่อนวิ่ง

3. ไม่สวมเสื้อหลวมเกินไป หรืออาจใส่สปอร์ตบราก็ช่วยได้

4. ใช้พลาสเตอร์แปะหัวนม อาจใช้พวกซิลิโคนหรือแบบผ้าที่ค่อนข้างเหนียว วิธีนี้อาจหลุดได้ถ้าหากมีเหงื่อออกในระหว่างวิ่ง

5. สุดท้าย ถอดเสื้อวิ่ง หรือ เจาะรูดังภาพ สามารถช่วยลดการเสียดสีได้ แต่ในเพศหญิงอาจไม่เหมาะกับวิธีนี้เท่าไหร่นัก

วิธีป้องกันเลือดออกหัวนมนักวิ่ง​
วิธีป้องกันเลือดออกหัวนมนักวิ่ง

หัวนมนักวิ่งบอบบางกว่าที่คิด หากเรารู้วิธีป้องกันให้ดี ก็จะสามารถวิ่งออกกำลังกายได้ยาววววๆๆๆไป
หากเกิดความผิดปกติดังภาพ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังร่วมดูแล

ใครเคยเป็นบ้าง มีเสื้อผ้าดี ๆ มาแนะนำมาเล่าให้ฟังได้

หากคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถกดเลิฟกดแชร์ให้เพื่อนอ่านได้เลยค่าา ❤️

——————————————

อ่านบทความย้อนหลังที่ https://helloskinderm.com

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ทำไมใส่แมสก์นาน ๆ แล้วสิวเห่อ

ช่วงเวลานี้เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องใส่แมสก์เวลาจะไปไหนมาไหน แต่เราทราบกันว่าจะต้องปฏิบัติตัวดูแลผิวอย่างถูกวิธีอย่างไรเพื่อลดโอกาสการเกิดผื่นแพ้หรือสิวจากการใส่แมสก์ (มีบทความแล้ว)

โดยวัตถุประสงค์ของโพสนี้ คืออยากเล่าให้ฟังว่า กลไกทำไมสิวจึงเกิดเห่อขึ้นมา แต่ยังคงเน้นย้ำเสมอว่าการใส่แมสก์นั้นมีเหตุผลเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค และเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ที่ควรปฏิบัติ เมื่อเทียบกับเรื่องสิวค่ะ

รู้ไหมว่า..???

1️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ อาจเกิดในคนที่ไม่เคยเป็นสิวมาก่อนในชีวิตก็ได้ ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่งจะมีสิวในตอนนี้

2️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ อาจเกิดในคนที่กำลังรักษาสิวอยู่และสิวสงบดี เพราะสภาพแวดล้อมใต้แมสก์เปลี่ยนไป สิวจึงเห่อขึ้นได้ ฉะนั้น อย่าเพิ่งโทษว่าดื้อยาหรือยาไม่ได้ผล แนะนำให้ลองปรับที่การดูแลผิวก่อนเลยอันดับแรก

3️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ อาจพบมีอาการคันร่วมด้วยได้ และหลาย ๆ คนจะมีหน้ามันมากขึ้น ฉะนั้น ถ้าคันก็อาจทานยาแก้คัน และอาจปรับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าหรือสกินแคร์เป็นกลุ่มที่ช่วยควบคุมความมันร่วมด้วย

4️⃣ มีงานวิจัยพบว่า การใส่แมสก์ต่อเนื่องเกิน 4 ชั่วโมงต่อวันขึ้นไป ทำให้อุณหภูมิผิวเพิ่มขึ้น และทุก ๆ 1°C ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ squalene ที่ผิวเพิ่มขึ้น และมีการหลั่งน้ำมันผิวมากขึ้น 10% ส่งผลให้สิวเห่อตามมาได้มากขึ้นกว่าเดิม ฉะนั้น หากอยู่ในที่โปร่ง หรืออยู่บ้านคนเดียว #อาจเปิดแมสก์เพื่อระบายอากาศบริเวณผิวใต้แมสก์เป็นช่วง ๆ ก็ช่วยได้

5️⃣ นอกจากนั้น การใส่แมสก์ต่อเนื่องนาน ๆ จะทำให้ ความชื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้เซลล์ keratinocyte ที่ผิวและรูขุมขนบวมขึ้น จึงมีโอกาสเกิดรูขุมขนอุดตันและทำให้สิวเห่อตามมาได้อีกด้วย

6️⃣ สิวที่เกิดจากการใส่แมสก์ มักเป็นสิวอุดตันหรือตุ่มแดง ไม่ค่อยพบว่าเป็นสิวที่อักเสบนูนแดงรุนแรง ยกเว้นในกรณีที่มีการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมา

7️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ มักเป็นที่บริเวณแก้มและจมูกเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นบริเวณสัมผัสแมสก์ แต่มักจะไม่พบบริเวณหน้าผาก ใต้คาง หรือคอ

8️⃣ สิวจากการใส่แมสก์ อาจเกิดหลังจากใส่แมสก์ไปแล้วเป็นเดือน – หลายเดือน จนบางครั้งเราอาจไม่นึกว่าเป็นจากการใส่แมสก์ บางทีมีอาการคันร่วมด้วยนึกว่าแพ้จึงไปซื้อยาสเตอรอยด์มาทา ก็อาจทำให้สิวยิ่งเห่อหนักขึ้นไปอีก

การใส่แมสก์ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่อยากให้ละเว้น แต่เรามีวิธีปฏิบัติตัวเพื่อลดความรุนแรงของการเกิดสิวได้ และหากสิวเห่อแล้ว ก็มีวิธีรักษาดูแลได้เช่นกัน ดังนั้น อย่ากลัวการใส่แมสก์เลยนะคะ

หากไม่แน่ใจว่าคุณเป็นผื่นแพ้หรือสิวจากการใส่แมสก์ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางช่วยตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References:

Increased flare of acne caused by long-time mask wearing during COVID-19 pandemic among general population.
Dermatol Ther. 2020 Jul;33(4):e13704.

Seasonal aggravation of acne in summers and the effect of temperature and humidity in a study in a tropical setting. J Cosmet Dermatol. 2019 Aug;18(4):1098-1104.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleansing Tips By Dermatologist ‼️

How to ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี ‼️
Cleansing Tips by dermatologist

โพสนี้ขอเล่าเกี่ยวกับการล้างหน้าที่ถูกวิธีให้ทุกคนลองสำรวจดูว่า มีใครล้างหน้าไม่เหมาะสมก็ลองมาปรับกันดู แล้วจะรู้ว่าเพียงแค่ปรับการล้างหน้าให้ถูกวิธี ก็ทำให้หน้าใสและมีสุขภาพผิวดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ

มาเริ่มกัน …

1. การล้างหน้าให้สะอาด ถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดก่อนจะเริ่มทาครีมบำรุงในขั้นตอนต่อไป เพราะสกินแคร์จะไม่สามารถซึมสู่ผิวและให้ประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ถ้าหากยังมีสิ่งสกปรกตกค้างขวางเอาไว้อยู่ คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามความสำคัญจุดนี้ไป
ดังนั้น เราควรปรับแนวคิด ให้ความสำคัญกับการล้างหน้าให้สะอาดมาเป็นอันดับต้น ๆ ของขั้นตอนในการดูแลผิว

2. มีงานวิจัยพบว่า การล้างหน้าวันละครั้งอาจไม่สามารถทำความสะอาดได้เพียงพอและทำให้เกิดสิวอักเสบมากขึ้นได้ ส่วนการล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง แห้งตึง อักเสบง่าย และก่อสิวอุดตันตามมาได้
ดังนั้น การล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน ถือว่าเพียงพอ ยกเว้นมีการสกปรกอาจล้างเสริมได้ และการล้างที่เหมาะสมคือ แนะนำใช้มือสะอาดนวดวนเบา ๆ ไปตามรูขุมขนนานประมาณ 15-20 วินาที ไม่เร็วหรือนานจนเกินไป

3. ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการล้างหน้า ควรมี pH ใกล้เคียงกับผิว คือ 4.5-5.75 หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ pH ต่ำเกินไป อาจก่อความระคายเคืองและผิวอักเสบได้ และหาก pH สูงกว่านี้ เช่น พวก soap ที่ฟองเยอะ หรือสบู่ก้อนล้างมือหรืออาบน้ำ เหล่านี้อาจทำให้ผิวแห้ง ตึง เกิดริ้วรอยก่อนวัยตามมาได้
ดังนั้น แนะนำ soap-free มีค่า pH เหมาะสม หลังล้างหน้าแล้วจะไม่รู้สึกแสบแดง แห้ง หรือตึงเอี๊ยด และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ

4. น้ำที่ใช้ล้างเพื่อทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ควรเป็นน้ำอุณหภูมิปกติหรืออุ่นเล็กน้อย ไม่ควรใช้น้ำร้อน หรือ เย็นจนเกินไป และต้องรู้ว่าน้ำเปล่ามีค่าความเป็นด่างค่อนข้างสูง อาจทำลาย skin barrier ได้
ดังนั้น ไม่แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวโดยไม่ใช้ cleanser และไม่แนะนำใช้น้ำร้อนเพราะจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า

5. น้ำหอม อาจก่อการระคายเคืองหรือแพ้ได้
ดังนั้น แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีน้ำหอม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพ้และระคายเคืองตามมา

6. มีงานวิจัยพบว่า Cleanser และ Cleansing oil สามารถล้างครีมกันแดดชนิด Non-waterproof ออกได้หมด แต่การล้างด้วยน้ำเปล่าเดี่ยว ๆ ไม่สามารถชำระล้างส่วนผสมของน้ำมันในครีมกันแดดชนิดนี้ได้ ทำให้หลังล้างน้ำเปล่าเดี่ยว ๆ จะยังรู้สึกเหนียวที่ใบหน้าอยู่
ดังนั้น หากใช้ Non-waterproof sunscreen ควรล้างด้วย Cleanser หรือ Cleansing oil ก็ได้ แต่ไม่ควรล้างน้ำเปล่าอย่างเดียว

7. มีงานวิจัยพบว่า Waterproof sunscreen หลังทาแล้วจะมีคุณสมบัติคล้ายครีมรองพื้นเคลือบผิวไว้เพื่อป้องกันน้ำและเหงื่อ จึงทำให้ไม่สามารถล้างออกให้สะอาดได้ด้วยน้ำเปล่าหรือ Cleanser ทั่วไป
ดังนั้น หากใช้ Waterproof sunscreen แนะนำให้ล้างด้วย Cleansing oil จึงจะสามารถชำระล้างออกได้หมดและป้องกันการเกิดสิวอุดตันตามมา ไม่แนะนำล้างด้วย Cleanser ธรรมดา

8. หากแต่งหน้า ก็คล้ายกับ Waterproof sunscreen ซึ่งไม่สามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่าหรือ Cleanser ทั่วไป
ดังนั้น หากต้องการล้าง Makeup แนะนำให้ล้างด้วย Cleansing oil ดีกว่า Cleanser ธรรมดา

9. Double cleansing คือ การล้างหน้า 2 สเต็ป จะช่วยให้สามารถขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน เครื่องสำอาง หรือพวกครีมกันแดดชนิดกันน้ำได้ดี
วิธีการคือ

ขั้นตอนแรก อาจเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ

▫️Micellar water แนะนำในผิวแพ้ง่าย แต่ก็ใช้ได้ทุกสภาพผิว
▫️Cleansing oil แนะนำในคนแต่งหน้าหนา ใช้ครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางชนิดกันน้ำ
▫️Cleansing balm แนะนำในคนผิวแห้งมาก เพราะไม่ระคายเคือง และยังเพิ่มความชุ่มชื้นผิว

จากนั้นตามด้วยขั้นตอนที่สอง คือ

▫️ล้างด้วย Cleanser ธรรมดา
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิธี double cleansing ทุกคน แนะนำเฉพาะคนที่แต่งหน้าจัดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ชนิดกันน้ำ และแนะนำให้ใช้วิธีนี้สำหรับล้างหน้าตอนเย็น ส่วนตอนเช้าอาจล้างด้วย Cleanser ธรรมดาพอ เพื่อลดการ overwashing

10. มีงานวิจัยพบว่า ในกรณีแต่งหน้าหรือผิวหน้าสกปรกมาก การใช้อุปกรณ์หรือแปรงล้างหน้าไฟฟ้า Cleansing gadget ต่างๆ ร่วมกับ Cleanser ที่เหมาะสม สามารถช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน สิวเสี้ยนได้ดี และทำความสะอาดผิวได้สะอาดมากกว่าการล้างหน้าด้วยมือเปล่า ส่งผลให้ครีมบำรุงที่ใช้สามารถออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ผิวหน้าจึงดีขึ้นตามมา แต่การใช้บ่อยเกินไปจะยิ่งก่อให้เกิดความระคายเคืองตามมาได้
ดังนั้น Cleansing gadget อาจเป็นอีกทางเลือกที่ใช้ได้ในคนที่แต่งหน้าหนาและสิวอุดตันเยอะ โดยแนะนำให้ใช้แค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนในกรณีอื่น ๆ ก็อาจจะยังไม่จำเป็น

11. พบว่าหากใช้ Cleansing gadget ขณะสิวอักเสบ มีแผล มีโรคผิวหนังอักเสบอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจทำให้ยิ่งเกิดการอักเสบและระคายเคืองมากขึ้น ผิวหน้าจะยิ่งแย่ไปใหญ่
ดังนั้น ไม่แนะนำให้ใช้ใน คนที่กำลังมีสิวอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบ มีแผล ผิวบอบบาง หรือ ผิวหลังทำเลเซอร์

12. มีงานวิจัยพบว่าอุปกรณ์ล้างหน้าที่ใช้ระบบ T-Sonic pulsation 8,000 ครั้งต่อนาที สามารถขจัดสิ่งสกปรก น้ำมันส่วนเกินและเครื่องสำอางที่ตกค้างได้ถึง 99.5% และหากขนแปรงผลิตจาก Medical grade Silicone จะช่วยป้องกันการสะสมก่อตัวของเชื้อโรคได้ดีกว่ากลุ่มที่ผลิตจากไนลอน และขนแปรงที่ใช้ก็ควรนุ่มนวลเพื่อลดการระคายเคือง ในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อใหม่ ๆ บางรุ่นสามารถปรับระดับความสั่นได้ เลือกระดับความนุ่มให้เหมาะกับสภาพผิวได้ เช่น LUNA3
ดังนั้น หากไม่มีข้อห้ามและอยากลองใช้ Cleansing gadget แนะนำเลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานผ่านการรับรอง, ผลิตจาก Medical-grade silicone, ขนแปรงนุ่มไม่ระคายเคือง กันน้ำได้ เพื่อลดการก่อตัวของเชื้อโรคอันเป็นบ่อเกิดการติดเชื้อตามมา และไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น

เป็นอย่างไรบ้างคะ มีใครที่ยังล้างหน้าไม่สะอาดบ้างไหม หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันนะคะ อ้อ..ที่สำคัญ อย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนล้างหน้าด้วยและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำร้ายผิวนะคะ

References
J Dermatolog Treat. 2018 Nov; 29(7): 688-693.
J Cosmet Dermatol. 2019; 00: 1-5.
J Cosmet Dermatol. 2019; 1-6.
J Am Acad Dermatol. 2017; 76(6): Supp1,AB233.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🌟 LUNA3 by Foreo Sweden 🌟
✔️ 2-in-1 : Cleansing & Firming mode
✔️ ขนแปรงนุ่ม ผลิตจาก Medical-grade Silicone มีให้เลือกตามสภาพผิว : สีชมพู (ผิวธรรมดา ผิวแห้ง), สีฟ้า (ผิวมัน ผิวผสม), สีม่วง (ผิวแพ้ง่าย)
✔️ ระบบ T-sonic pulsation 8,000 ครั้งต่อนาที ปรับได้ 16 ระดับ
✔️ Medical Claim มี User test study conducted at the Svetech Laboratory
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://foreo.se/w0q

Disclaimer: Content Sponsored by Foreo

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง & MEET FOREO Sweden
All rights reserved.

สกินแคร์สำหรับผิววัย 40++ (ฉบับดูแลตัวเองที่บ้าน)

เช็คลิสต์ส่วนผสมในสกินแคร์สำหรับสาววัย 40 ‼️

คำถามที่หลายท่านมีในใจก็คงจะหนีไม่พ้น “ อายุเริ่มเยอะไม่อยากผิวแก่เร็วควรเลือกสกินแคร์อย่างไรดี …⁉️”

ขอสรุปมาให้สั้น ๆ 5 ข้อ ดังนี้ค่ะ

1️⃣🔰 เมื่ออายุเข้าเลขสี่ ผิวจะมีการเสื่อมไปตามกาลเวลา นอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว แสงแดดและการดูแลผิวไม่ถูกวิธี จะยิ่งทำให้ผิวเสื่อมโทรมไปเร็วกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน
⭐️ ดังนั้น หากใครอยากให้ผิวดูเด็กและสุขภาพผิวที่ดีกว่าจึงต้องปกป้องผิวจากแสงแดด ใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ ดูแลผิวให้ถูกวิธี เลือกสกินแคร์ดูแลผิวอย่างเหมาะสมกับวัย โดยในวัยนี้ ผิวมักจะแห้งมากขึ้น หากผิวแห้งแนะนำเป็นกันแดดเนื้อครีมจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีกว่าแบบโลชั่นค่ะ

2️⃣🔰 นอกจากแสงแดดแล้ว ฝุ่น PM 2.5 และมลภาวะต่าง ๆ ในล่องลอยในอากาศ ยังสามารถรวมตัวกับโมเลกุลของโลหะต่าง ๆ และทำร้ายผิวชั้นลึกลงไป ผลจากความเครียดจากภาวะออกซิเดชั่นในระยะยาวส่งผลให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำและผิวชรายิ่งไปกว่าเดิม
⭐️ ดังนั้น Topical antioxidants จึงแนะนำให้มีในสกินแคร์สำหรับวัยนี้ ยกตัวอย่างเช่น
Topical vitamin C, vitamin E (เคยมีในบทความก่อนนี้)
Topical arctiin เป็นสารอีกตัวเด่นที่กำลังมาแรง โดย arctiin เป็นสารสกัดที่มาจากพืชชื่อว่า Arctium lappa L ซึ่งเป็น phytoestrogen มีคุณสมบัติช่วย antiaging ได้ครอบคลุมทั้งการไปยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน ช่วย antioxidation และยังเป็นสารที่เพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMF) ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและยืดหยุ่นขึ้น เช่น ในสกินแคร์ Radiant Lift 3D Serum ก็มีงานวิจัยโดย MW Research GmBH ประเทศเยอรมนี ว่าช่วยเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ ดูลดลง ผิวเต่งตึง เรียบเนียนขึ้นหลังการใช้ประมาณ 2-4 สัปดาห์

3️⃣🔰 ผิววัยนี้นอกจากจะมีการสูญเสียน้ำได้มากขึ้น ส่งผลให้ผิวแห้งหยาบกร้านแล้ว ผิวชั้นลึกลงไปยังมีการสร้างคอลลาเจนลดลง และไฮยารูรอนิกแอซิดในชั้นผิวยังถูกสลายไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผิวเกิดมีริ้วรอย ความยืดหยุ่นผิวลดลง และผิวไม่อิ่มฟู
⭐️ ดังนั้น Topical hyaluronic acid จึงแนะนำให้มีในสกินแคร์สำหรับวัยนี้ โดยแนะนำว่าควรมีทั้ง hyaluronic acid ที่มีโมเลกุลใหญ่ + เล็ก เนื่องจากโมเลกุลใหญ่จะช่วยเคลือบผิว ลดการสูญเสียน้ำ ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระได้ ส่วนโมเลกุลเล็กจะซึมลงไปในผิวชั้นลึก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้าง HA ในผิว ช่วยให้ผิวอิ่มฟูและริ้วรอยดูลดลง โดยที่การใช้ Topical HA เพื่อ antiwrinkle effect มีงานวิจัยพบว่าหลังทาจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวอิ่มน้ำขึ้น ส่วนระยะเวลาการลดริ้วรอยต้องใช้เวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 60 วันขึ้นไป

4️⃣🔰 ผิวที่มีการเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังที่เกิดจากการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติให้เห็น เช่น ความหมองคล้ำ ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
⭐️ ดังนั้น Topical Lightening จึงเป็นอีกกลุ่มที่แนะนำให้มีในสกินแคร์สำหรับวัยนี้ ยกตัวอย่างเช่น Arbutin/deoxyarbutin, licorice, kojic acid, ascorbic acid, resorcinol และ Thiamidol (Isobutylamido thiazolyl resorcinol) ซึ่งเป็นสารนวัตกรรมตัวใหม่ที่เคยเขียนไว้ในบทความก่อนนี้ว่าช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยับยั้งที่เอนไซม์ไทโรซิเนสโดยตรง มีงานวิจัยรองรับตีพิมพ์ใน Journal of Investigative Dermatology 2018 ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นการทำวิจัยใน Human tyrosinase และมีงานวิจัยในผิวคนไทยพบว่า Thiamidol สามารถใช้ได้ผลในการรักษาฝ้าที่รุนแรงน้อยถึงปานกลาง (mild to moderate melasma), กระ (freckle) และกระแดด (solar lentigines) โดยพบว่าได้ผล ดีกว่า “4% Arbutin + 2% Hydroquinone” ในเวลา 8-12 สัปดาห์ ซึ่งปลอดภัยกับร่างกาย

5️⃣🔰 กระบวนการผลัดเซลล์ผิวในวัยนี้จะช้าลงเรื่อย ๆ ทำให้มีการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ส่งผลให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ และประสิทธิภาพการบำรุงผิวจากการใช้สกินแคร์จึงลดลงตามมาด้วย
⭐️ ดังนั้น การผลัดเซลล์ผิวจึงมีส่วนช่วยปรับสภาพผิวให้สมบูรณ์ โดยแนะนำว่าอาจเพิ่มกลุ่มผลัดเซลล์ผิว เช่น glycolic acid หรือ topical tretinoin ใน skincare routine ก่อนนอน สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งร่วมด้วย

✅ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรคาดหวังเกินความเป็นไปได้ ก็คือ บางคนอยากให้ผิวดูเด็กลง 10 ปีภายในไม่กี่วัน เพราะความจริงเป็นไปได้ยาก การดูแลผิวด้วยสกินแคร์อย่างถูกวิธีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการลดอายุผิว และต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ อาจหลายเดือนหลายปี นอกจากนั้น อาจต้องร่วมกับ หัตถการหรือการใช้เลเซอร์อื่น ๆ ร่วมกับการปรับพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีสุขลักษณะ จึงจะส่งผลให้ผิวมีสุขภาพดี และเสื่อมสภาพช้ากว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน

สุดท้ายนี้ ใครอายุเข้าเลข 4 แล้ว ก็ลองมาเช็คกันดูว่าสกินแคร์ที่ตัวเองใช้อยู่ มีส่วนผสมตามนี้มั้ย หรือใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่เหมาะสมกับตัวเองในวัยนี้ ก็ลองดูตามนี้ได้เลย

⭐️Sunscreen ควรทาครีมกันแดดทุกเช้า ในวัยนี้มักมีผิวที่แห้งมากขึ้น ดังนั้น ในกิจวัตรประจำวันปกติ อาจใช้ SPF30 PA+++ ขึ้นไป หากผิวแห้ง
แนะนำเป็นเนื้อครีมจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีกว่าแบบโลชั่นค่ะ
⭐️Hyaluronic acid อย่างน้อย 2 โมเลกุล
⭐️Topical antioxidant ได้แก่ กลุ่มจำพวก Topical vitamin C, vitamin E และ Topical arctiin
⭐️Topical lightening เช่น Arbutin/deoxyarbutin, licorice, kojic acid, ascorbic acid, resorcinol และ Thiamidol
⭐️Topical exfoliants เช่น glycolic acid ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว ช่วยปรับสภาพผิวให้สมบูรณ์ ผลัดผิวชั้นบนที่ตายแล้วให้หลุดออกโดยไม่ทำให้ผิวบางลง

References
Natural anti-aging skincare: role and potential.
Biogerontology. 2020 Jun;21(3):293-310.
Women’s attitudes to beauty, aging, and the place of cosmetic procedures: insights from the QUEST Observatory.
J Cosmet Dermatol. 2016 Mar;15(1):89-94.
How to select anti-aging skincare products
AAD.org

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
Eucerin Radiant Lift 3D Serum
Main ingrediants 3 อย่างหลัก :
✔️ มี Hyaluron 2 โมเลกุล คือ 52 kDa และ 2000 kDa ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูตื้นขึ้น ผิวอิ่มฟู
✔️ มี Thiamidol ช่วยยับยังเอนไซม์ไทโรซิเนสในกระบวนการสร้างเม็ดสี ช่วยเรื่องความหมองคล้ำ รอยดำ ฝ้ากระ
✔️ มี Arctiin เป็น powerful antioxidant สกัดจาก phytoestrogen ช่วยเพิ่ม NMF ยับยั้งการทำลายคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน
งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ Radiant Lift 3D Serum
✔️ Anti wrinkle Studies : พบว่าริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาดูลดลงหลังการทดสอบทา 2 ครั้งต่อวัน นาน 4 สัปดาห์ จากการวัดด้วยเครื่องมือ FOITS (Fast Optical in vivo Topometry of Human skin)
✔️ More Elasticity Studies : พบว่าความยืดหยุ่นผิวดีขึ้น ผิว firm ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังการทดสอบทา 2 ครั้งต่อวัน นาน 2 สัปดาห์ จากการวัดด้วยเครื่องมือ Cutometer MPA 580 and Self Grading of patients + Moisture measurement
✔️ Overall Skin Quality : จากภาพถ่ายงานวิจัยเปรียบเทียบพบว่า หลังการทา 12 สัปดาห์ ผิวเรียบเนียบขึ้น ริ้วรอยดูลดลง ฝ้ากระรอยดำลดลง และโดยรวม Younger looking


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง & Beiersdoft Company All rights reserved.

สกินแคร์สูตรไหน..จับคู่แล้วเวิร์ค

HELLO SKIN Tips ที่หมอเจี๊ยบนำมาฝากแฟนเพจที่น่ารักก่อนนอนวันนี้หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ 😊

ใครชอบสูตรไหน ใครใช้สูตรไหนอยู่บ้าง ลองคอมเม้นบอกหน่อยสิคะ 💓💓💓

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ผิวมัน..มีวิธีดูแลอย่างไรดี ⁉️

✨✨✨✨✨✨✨

สำหรับคนที่มีผิวมัน จะพบปัญหาหลัก ๆ เลย คือ รูขุมขนอุดตัน มีสิวง่าย เครื่องสำอางไม่ติดทน แต่ลองมองในมุมกลับจะพบข้อดีของการมีผิวค่อนข้างมัน คือ ริ้วรอยจะน้อยกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะบุคคลกลุ่มนี้จะมีน้ำมันที่คอยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวมากกว่าคนผิวแห้ง

⭐️ การดูแลผิวและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับปัญหาผิวจึงมีส่วนสำคัญ ลองมาปรับวิธีการตามนี้

🔰✔️การล้างหน้า :

ล้างหน้า 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน #ถือว่าเพียงพอ อาจมากกว่านั้นกรณีเหงื่อออกมาก เช่น หลังออกกำลังกาย
การล้างหน้าบ่อยกว่านี้ในกรณีที่ไม่จำเป็น จะเป็นการชำระล้างไขมันที่เคลือบผิวอยู่ ผลคือเป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างน้ำมันออกมามากกว่าเดิม หน้าจะยิ่งมันกว่าเดิม

🔰✔️ CLEANSER :

เลือกที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงกลุ่มที่ใช้ oil-based หรือ alcohol-based

🔰✔️ MOISTERIZER :

ถึงแม้ผิวมันก็ยังคงต้องใช้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นผิว โดยเลือกผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เป็น oil-free, non-comedogenic จะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ลดการเกิดสิวได้

🔰✔️ SUNSCREEN :

ต้องทาทุกวันอยู่แล้ว แต่สำหรับกลุ่มคนผิวมัน แนะนำให้ใช้กลุ่ม zinc oxide, titanium dioxide และหลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีน้ำหอม

🔰✔️ MAKEUP :

เลือกที่ oil-free, non-comedogenic และล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนเข้านอนทุกครั้ง เพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน

🔰✔️ หากมีหน้ามันมากในระหว่างวัน

แนะนำให้ใช้กระดาษซับมัน ซับเบา ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสด้วยมือ หรือเช็ดด้วยกระดาษหรือผ้าที่อาจก่อนความระคายเคืองผิวหน้าได้

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
บทความลิขสิทธิ์ ©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง