Tag Archives: หมอผิวหนัง

Plant-based Complex Anti-aging Skincare 🌳

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าร่วมงานอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกลุ่มที่ช่วยชะลอวัยและฟื้นฟูผิวที่ได้จาก Botanical Bud Negtar ก็เลยได้มีโอกาสกลับไปทบทวนและอัพเดทเพิ่มเติม และมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ Plant-based Complex Anti-aging Skincare และ เรื่องของ Bud Nectar ในโพสนี้ 5 ข้อสรุปสั้น ๆ ลองอ่านดูกัน…

ก่อนอื่นต้องขอบคุณทางแบรนด์อีฟโรเช่ Yves Rocher ที่เชิญร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Yves Rocher Anti-age Global Super Serum ในครั้งนี้ค่ะ

1.🌿 ปัจจุบันมีเทรนของคอสเมติกส์กลุ่มฟื้นฟูผิว ที่ทำมาจาก Plant-based complex มากขึ้น อันที่จริงแล้วข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับ Plant stem cells มีมานานพอสมควร ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ใช้สเต็มเซลล์ที่มีชีวิตใส่ลงในเครื่องสำอางโดยตรง เพราะจะไม่สามารถแบ่งตัวและมีชีวิตได้ ที่สำคัญอาจปนเปื้อนได้ แต่มักจะใช้การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ที่ได้จากพืชในหลอดทดลอง แล้วนำสารสกัดที่ได้มาผสมในเครื่องสำอางอีกที ซึ่งก็พบว่าได้ผลเช่นกัน

🌟 กลุ่ม Plants ที่มีข้อมูลในเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ยกตัวอย่างเช่น

🛑 Mirabilis jalapa
🛑 Indian gooseberry fruit (Phyllanthus emblica)
🛑 Grapes (Vitis vinifera)
🛑 Lilacs (Syringa vulgaris)
🛑 Swiss apples (Uttwiler spatlauber)

และอื่น ๆ อีกมากมาย

2.🌿 กลไลที่เคลมว่า Plant-based Complex ส่งผลด้าน Anti-aging effect ต่อผิวหนัง นั้นเป็นเพราะมีองค์ประกอบของ Anti-oxidants และ Anti-inflammatory compounds อยู่มาก จึงทำให้มีฤทธิ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ขึ้นกับชนิดของ Plants

ได้แก่

  • Photoprotective effects

ช่วยปกป้องและลดการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวี พูดง่าย ๆ ว่าเป็น Antioxidative properties อย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันการทำลายคอลลาเจนจากสารอนุมูลอิสระ

  • Anti-inflammatory effects

ช่วยลดการอักเสบของผิวหลังจากมีปัจจัยต่าง ๆ มากระตุ้นการอักเสบผิว

  • Anti-Elastase, MMP and Hyaluronidase Properties

ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่มาทำลายโครงสร้างผิว เช่น อิลาสติน คอลลาเจน ไฮยารูรอน

  • Anti-wrinkle effects

ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ต่าง ๆ (Improved cell renewal) เช่น ไฟโบรบลาสต์ จึงส่งเสริมการสร้าง collagen, elastin, hyaluronic acid มากขึ้น

🌟 ดังนั้น โดยรวมจึงส่งผลให้ผิวแลดูมีสุขภาพดี เรียบเนียน และริ้วรอยเล็ก ๆ ดูลดลง

3.🌿 Botanical Bud Nectar คือ ส่วนของน้ำหวานเข้มข้นที่ได้จากหน่อยอดอ่อนของดอก Syringa (ซิริงกา) หรือ Lilac (ไลแลค) [ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Syringa vulgaris เป็นพืชดอกที่อยู่ในตระกูลมะกอก (Oleaceae) มีต้นไม้ร่วมตระกูลคือ มะลิ]

🌟 ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้มีการแตกหน่อใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้น ดอกไวท์ไลแลค จึงสามารถเจริญเติบโตแม้ในสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุด เพราะสามารถกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ด้วยตัวเองได้เรื่อย ๆ ตลอดเวลา

🌟 จึงเป็นที่มาของการนำสารสกัด Bud Nectar มาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ใช้บำรุงผิว เพื่อหวังผลในแง่ Anti aging effect ‼️

4.🌿 วิธีการสกัดเอา Bud Nectar ออกมาเพื่อผสมในสกินแคร์ เรียกว่า Gemmotherapy (เจมโมเทอราปี) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง (นวัตกรรมเฉพาะของอีฟ โรเช่) โดยมีขั้นตอน ดังนี้

• สกัดเซลล์ตัวอย่างจากหน่อยอดอ่อนของดอกไวท์ไลแลคเพียงครั้งเดียว

• คัดเลือกเซลล์ที่สมบูรณ์

• กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ (ในหลอดทดลอง) จากเซลล์ที่คัดเลือกมา

🌟 สุดท้ายแล้วจะได้เป็นสิ่งที่เรียกว่า Botanical Bud Nectar เพื่อนำไปผสมในสกินแคร์

🌟 ยกตัวอย่างสกินแคร์กลุ่มฟื้นฟูผิวที่มี Bud Nectar ที่ได้มาตรฐาน เช่น Yves Rocher Anti-age Global Super Serum ซึ่งตัวนี้จะมีส่วนผสมของ Oil Booster (Jojoba oil, Grapeseed oil และ Squalene) ซึ่งมีการทดลองพบว่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการซึมของ Bud Nectar และกระจายสู่ผิวชั้นลึกได้ดียิ่งขึ้น

5.🌿 เรื่องของ Natural Oils เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งมีหลายหลายชนิดและก็มีคุณสมบัติต่างกันออกไป ยกตัวอย่างที่นิยมผสมในสกินแคร์ เช่น

  • Grape Seed Oil เป็นตัวที่มีไขมันดี Linoleic acid มากที่สุดในบรรดา Natural Oils ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมกำแพงผิว ลดการอักเสบ และยังมี Vitamin E, Phenolic compound ซึ่งช่วยเรื่อง Antioxidation ได้อย่างดี และยังมีข้อมูลว่าช่วยลดการระคายเคืองจาก sodium lauryl sulfate ได้อีกด้วย
  • Jojoba Oil เป็นตัวที่คล้ายคลึงกับน้ำมันผิวตามธรรมชาติมากที่สุด นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ซ่อมแซมกำแพงผิวแล้ว ยังจัดเป็น Potent antioxidants ที่ช่วยเรื่องฟื้นฟูผิวได้ดีมาก อีกทั้งยังมีข้อมูลในการนำมาผสมในสกินแคร์เพื่อเพิ่มการดูดซึมให้ดียิ่งขึ้นได้

🌟 ดังนั้น จึงมักเห็นออยล์ที่ยกตัวอย่างข้างต้น ถูกนำมาผสมในสกินแคร์กลุ่มที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิว เพราะนอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ยังมีขนาดโมเลกุลเล็ก ดูดซึมได้ดี ไม่ทิ้งความมันที่ผิว ไม่ค่อยเกิดการอุดตันรูขุมขน

🪴🪴🪴 ปัจจุบันแนวโน้มของการใช้สกินแคร์กลุ่มฟื้นฟูผิว เพื่อการบำรุงผิวมีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Plant Stem cell-based เพราะมีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของ Anti-oxidant และ Photoprotection ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยชะลอให้ความเสื่อมของผิวเราเกิดขึ้นได้ช้าลง เพื่อผลลัพธ์ในเรื่องของความอ่อนเยาว์อย่างที่หลาย ๆ คนต้องการ

🪴🪴🪴 อย่างไรก็ตาม การใช้สกินแคร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลผิว เพื่อให้ผิวของเรามีสุขภาพดีและน่ามอง ซึ่งคงต้องทำควบคู่ไปกับวิธีการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่ การปกป้องผิวจากแสงแดดร่วมด้วยอย่างถูกวิธี ทั้งนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า

🪴🪴🪴 แล้วคุณล่ะ .. เริ่มดูแลผิวอย่างถูกวิธีแล้วหรือยัง ไว้ตอนหน้าจะมาเล่าเรื่อง Natural Oils ในสกินแคร์เพิ่มเติมอีก ใครอยากรู้ต้องรอติดตาม ☺️

References:

3 Biotech. 2020 Jul; 10(7): 291.

Am J Clin Dermatol. 2018; 19: 103–117.

Int. J. Mol. Sci. 2018 ;19: 70.

Curr Pharm Biotechnol. 2017; 18(11): 864-876.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

Product Mentioned

🌟Yves Rocher Anti-age Global Super Serum🌟

🌳 มีส่วนผสมหลัก คือ สารสกัด Botanical Bud Nectar ซึ่งผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง

มีการทดลองหลังการทา พบว่า

🌳 ค่าการอักเสบที่ผิวชั้นหนังกำพร้า (IL6,8) หลังได้รับรังสี UV ลดลงมากกว่าในผิวที่ทา เมื่อเทียบกับผิวที่ไม่ทา

▫️ พบมี Fibroblast renewal เพิ่มขึ้น 20% หลังการทา 72 ชั่วโมง

▫️ พบว่าการสร้างเมลานิน ลดลง 56%

🌳 เทคโนโลยีเฉพาะที่เรียกว่า N.A.T.( Natural Assimilation Technologies) มีการทดลองพบว่า ช่วยให้ Botanical Bud Nectar สามารถแทรกซึมลงสู่ผิวชั้น Epidermis และ Dermis ได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับ Placebo Formula อื่น

🌳 เนื้อเซรั่มเป็น Biphasic formula คือ

ส่วนน้ำ [Botanical Bud Nectar] +

ส่วนน้ำมัน [Oil Booster] ซึ่งมีการทดลองพบว่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการซึมและกระจายสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

🌳 ส่วน Oil Booster ประกอบด้วย Jojoba oil, Grapeseed oil และ Squalene ซึ่งคล้ายคลึงกับน้ำมันธรรมชาติในผิว เป็นออยล์โมเลกุลเล็ก ซึมเร็ว ไม่ทิ้งความมัน และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน

🌳 เป็นสกินแคร์กลุ่ม anti-aging ที่สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว

Sponsored Content by Yves Rocher

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleanser for Dry Skin, According to Dermatologist

คลีนเซอร์สำหรับคนผิวแห้ง

Cleansers selection based on skin types❣️

หลักการ
✅ การล้างหน้าให้สะอาด เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลผิวในทุกวัน
✅ บางคนอาจแพ้น้ำหอม แต่หากใครไม่มีปัญหาก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมได้ เพียงแต่คนที่ผิวแพ้ง่ายก็ควรต้องระวัง
✅ การเลือกคลีนเซอร์ที่ดี ควรเลือกตามสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้น หากเพื่อนใช้แล้วดี แต่เราอาจไม่เหมาะ

ก่อนนี้เคยแนะนำคลีนเซอร์สำหรับสิวไปแล้ว ลองไปทบทวนได้ค่ะ
วันนี้มาแนะนำวิธีเลือกคลีนเซอร์สำหรับคนผิวแห้งบ้าง

สรุป 7 ข้อ ดังนี้

1. หากแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นกลุ่มกันน้ำ แนะนำ เริ่มด้วยการเช็ดหรือล้างด้วย Cleansing oil หรือ balm
✔️ Cleansing oil : ส่วนใหญ่นิยมใช้ Mineral oil, castor oil, jojoba oil, olive oil (Olive oil อาจก่อสิว) หากล้างสะอาดแล้ว อาจจบขั้นตอนนี้
✔️ Cleansing balm : แนะนำให้ล้างตามด้วย Liquid Syndet Cleanser อีกรอบ

2. หากไม่ได้ใช้ waterproof product อะไร อาจใช้ Cleanser อย่างเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้อง double cleansing แต่หากผิวค่อนข้างสกปรก หรือ แต่งหน้าเบา ๆ อาจเริ่มด้วย
✔️ Micellar water (เคยมีบทความแล้ว)
✔️ Cleansing milk

3. Toner อาจใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ เลือกตามความสมัครใจ แต่หากผิวแห้งแพ้ง่าย แนะนำเป็น Propylene glycol-based

4. Cleansing Scrub ไม่แนะนำให้ใช้ ในคนผิวแห้ง

5. Cleanser หากใครไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ก็แนะนำข้อนี้เลยเพียงอย่างเดียวค่ะ โดยคนผิวแห้งแนะนำอาจเลือกเป็นตามนี้
✔️ Syndet Liquid
✔️ Non foaming Cleanser
กลุ่มนี้อาจทาบนผิวแห้งหรือผิวเปียกก็ได้ หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำ จะเหลือลักษณะคล้ายฟิล์มเคลือบผิวบาง ๆ จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นผิว ดังนั้นไม่ควรเช็ดหรือถูฟิล์มนี้ออก

6. คนผิวแห้งมาก อาจพิจารณาเลือกเป็นพิเศษในกลุ่ม Cleanser ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น ceramide, hyaluronic acid, glycerin เป็นต้น

7. ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับคนผิวแห้ง


• Cetaphil Gentle Skin Cleanser
• CeraVe Hydrating Facial Cleanser
• EltaMD Mild Cleanser
• Eucerin Ultra Sensitive Hyaluron Cleansing Gel
• LaRoche-Posay Toleriane Hydrating Gentle Cleanser มี ceramide, glycerin
• Neutrogena Ultra Gentle Hydrating Cleanser Creamy Formula
• Physiogel Gentle Soap-free Cleanser
• Ezerra Gentle Cleansing Gel
• Neutrogena Hydro Boost Cleansing Gel
• AcneAid Gentle Cleanser

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่ผิวแห้งและกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าคู่ใจนะคะ
ผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องลองเลือกที่เหมาะกับตัวเอง

-No Sponsored Content –
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References
The science behind skin care: Cleansers. J Cosmet Dermatol. 2018 Feb;17(1):8-14.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

10 เรื่องเกี่ยวกับสิวที่อาจเข้าใจไม่ถูกต้อง

❌ เป็นสิวไม่ต้องรักษา ปล่อยให้หายเองก็ได้
✔️ สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ ควรรักษา ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมา เช่น หลุมสิว แผลเป็น

❌ สิวเป็นปัญหาที่พบเฉพาะวัยรุ่น ในวัยผู้ใหญ่หรือวัยกลางคนไม่สามารถเป็นสิวได้
✔️ ปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวกับการเกิดสิว คือ ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งพบได้บ่อยในการเปลี่ยนแปลงช่วงวัยรุ่น ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้พบสิวในวัยรุ่นได้บ่อยกว่าวัยอื่น แต่วัยอื่นก็สามารถพบสิวได้เช่นกัน และหากพบมีสิวเกิดขึ้นในวัยกลางคนขึ้นไป อาจต้องทำการปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจเพิ่มเติมว่ามีสาเหตุใดที่ทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนหรือไม่ เช่น ยา เนื้องอก ถุงน้ำรังไข่ และอื่น ๆ

❌ การเช็ดหนัาด้วยน้ำเกลือช่วยรักษาสิวได้
✔️ ยังไม่มีหลักฐานว่าการใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า มีประโยชน์ในแง่เพื่อการรักษาสิว แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม non-comedogenic

❌ คนเป็นสิวไม่ควรแต่งหน้า
✔️ การแต่งหน้าที่หนาและใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน อาจทำให้เกิดสิวจากการอุดตันรูขุมขนได้ แต่คนที่เป็นสิวไม่ได้เป็นข้อห้ามของการแต่งหน้า สามารถแต่งได้ แต่เลือกผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อการอุดตัน comedogenic score 0-2 {อ่านเพิ่มได้จากโพสก่อนหน้า} ช่วงที่เป็นสิวไม่ควรแต่งหน้าหนามาก และที่สำคัญควรล้างหน้าให้สะอาดและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางด้วยเสมอ

❌ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้รักษาสิว ยิ่งราคาแพง ยิ่งเห็นผลการรักษาดี
✔️ ผลการรักษาดีหรือไม่ ไม่ขึ้นกับราคา แต่ขึ้นกับวิธีการรักษาที่ถูกต้อง และการเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับชนิดของสิวที่เป็นอยู่

❌ คนเป็นสิวควรใช้อุปกรณ์หรือครีมผลัดเซลล์ผิวร่วมด้วยเสมอเพื่อป้องกันการอุดตันรูขุมขน
✔️ คนเป็นสิวสามารถใช้ Chemical Exfoliants ได้ เช่น BHA และแนะนำมากกว่าการใช้วิธี Mechanical Exfoliants ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ล้างหน้าต่าง ๆ เพราะจะก่อการระคายเคืองและทำให้สิวอักเสบมากขึ้นได้ ถ้าหากใช้อุปกรณ์เหล่านี้ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

❌ นอนหมอนสกปรก ทำให้เป็นสิวได้
✔️ การเกิดสิวไม่ได้เกิดจากการนอนหมอนสกปรก {ทบทวนกลไกการเกิดสิวได้จากโพสก่อนหน้า} แต่การที่ใบหน้าสัมผัสสิ่งสกปรก อาจทำให้สิวเกิดการอักเสบติดเชื้อแทรกซ้อนตามมาได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้รักษาความสะอาดด้วยเสมอ

❌ คนเป็นสิว ไม่ควรใช้มอยซ์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด
✔️ คนที่เป็นสิวมักมีผิวที่ค่อนข้าง sensitive และยิ่งหากใช้ยารักษาสิวร่วมด้วย จะยิ่งทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและไวต่อแสงแดดง่ายขึ้น สิ่งที่แนะนำคือ ควรทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและครีมกันแดดเป็นประจำ โดยเลือก non-comedogenic, non-oily เช่น อาจใช้ในรูปแบบเจล เป็นต้น

❌ ยาสีฟัน สามารถใช้รักษาสิวได้ เพราะมีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อและลดการอักเสบผสมอยู่
✔️ ถึงแม้ส่วนผสมในยาสีฟันอาจมีคุณสมบัติ anti inflammation, antibacterial ร่วมด้วยก็ตาม แต่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาเพื่อใช้กับผิวที่ใบหน้า ดังนั้นอาจมีผลข้างเคียงตามมา เช่น ระคายเคือง เกิดสีผิวด่างหรือรอยดำผิดปกติได้ จึงไม่ควรนำยาสีฟันมาใช้แต้มสิว

❌ สิวทุกชนิดสามารถกดออกได้
✔️ การกดสิวเป็นวิธีที่ใช้รักษาสิวอุดตันเท่านั้น และควรต้องทำด้วยอุปกรณ์ที่มีความสะอาดและผู้มีความชำนาญอย่างถูกวิธี เพราะอาจมีผลแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ติดเชื้อ หลุมสิว แผลเป็น
ส่วนกรณีสิวอักเสบไม่ควรกด อาจใช้วิธีทายา หรือฉีดสิวร่วมด้วยในกรณีที่เป็นรุนแรง

หากมีคำถามที่อยากรู้คำตอบเพิ่มเติม สามารถถามในโพสนี้ได้เลย แล้วจะมาตอบนะคะ


▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

รายการผู้หญิงไม่ยอมแพ้ – Never Surrender

ขอบคุณเพจ ผู้หญิงไม่ยอมแพ้ – Never Surrender

ที่ชวนให้หมอเจี๊ยบไปแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องยาคุม & การรักษาสิวค่ะ ♥️🙏🏻

🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍🤍

กินยาคุมช่วยรักษาสิว ลดหน้ามัน ได้จริงหรือ ⁉️

🌸 ปัญหาสิวและผิวมัน ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย ยาคุมกำเนิดมีส่วนประกอบของฮอร์โมนที่สามารถต้านฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชายได้ ยกตัวอย่างเช่น Drospirenone ซึ่งไม่ทำให้ อ้วน หรือบวมน้ำ

อีกทั้งฮอร์โมน เอทธินิลเอสตราไดออล (Ethinylestradiol) ก็ยังช่วยลดระดับฮอร์โมนเพศชายโดยอ้อมได้อีกด้วย

📌📌 ดังนั้น ยาคุมจึงมีส่วนช่วยเสริมการรักษาสิว และลดความมันบนผิวได้

🌸 ยาคุมใช้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิวฮอร์โมน เพราะยาคุมจะยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดสิว
อย่างไรก็ตาม หากมีสิวที่มีลักษณะที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของฮอร์โมนร่วมด้วย เช่น สิวรุนแรงเรื้อรัง ขนคุด ผมบาง ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรจเพิ่มเติม ว่าเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่, เนื้องอกบางชนิด เป็นต้น

🌸 วิธีดูแลผิวอย่างถูกวิธี เพื่อลดการเกิดสิว ลองทำกันได้เลย

  1. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว
  2. แนะนำให้ใช้เครื่องสำอาง ครีมบำรุง ครีมกันแดด ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-Free), น้ำหอม และสารก่อสิว
  3. หลีกเลี่ยงการบีบสิว และการสัมผัสผิวหน้าบ่อย ๆ
  4. ทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอยู่เสมอ
  5. ดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน
  6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  7. ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด

สามารถชมไลฟ์เต็ม 45 นาที ย้อนหลังได้ในนี้เลยค่ะ
🔰
https://bit.ly/35DYWKX

Extremolytes (Ectoin) ช่วยเสริมความสตรองของผิวได้อย่างไร วันนี้มาทำความรู้จักกัน

Role of Extremolytes (Ectoin) in Dermatology

1️⃣🟫 Extremolytes ถูกคิดค้นปี 1980 เป็น amino acid ที่สกัดจากชีวโมเลกุล Extremophilic organisms ที่อาศัยอยู่ใน Natrun Valley ประเทศอียิปต์ และต่อมาก็พบว่า สารนี้มักเจอในชีวโมเลกุลที่อาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่โหดจัด extreme มาก ๆ ไม่ว่าจะร้อนจัด เย็นจัด มลภาวะเยอะจัด แห้งจัด ยูวีเยอะจัด

🌟 ดังนั้น จึงมีการศึกษาวิจัยนำ Extremolytes มาผสมในสกินแคร์ ก็พบว่าช่วยให้ผิวสตรองมากขึ้น เสมือนกับชีวโมเลกุลข้างต้น ที่สามารถอาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมอันโหดร้ายที่แทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นมีชีวิตรอดอยู่ได้เลย เรียกได้ว่าเป็น Stress protection molecule ที่ดีตัวหนึ่ง

2️⃣🟫 Ectoin คือ สารที่ผลิตได้จากแบคทีเรียชื่อ Halomonas elongata ถือเป็น naturally Osmolytes อย่างหนึ่งที่มีการศึกษามากมายทั้งในแง่ของการผสมในครีมบำรุงผิวหรือครีมกันแดด, ยาพ่นในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งยาหยอดตา

🌟ทั้งนี้ เนื่องจาก Ectoin มีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบได้ ทั้งที่ผิวหนัง เยื่อบุทางเดินหายใจ และตา

3️⃣🟫 มีการศึกษาพบว่าผิวหลังทาสกินแคร์ที่มี Ectoin เมื่อทดสอบด้วย UVB แล้ว มีอิมมูนเซลล์ที่ผิว (Langerhan cells) ลดลงเพียงเล็กน้อย และยังพบ Sunburn cells ลดลงอย่างชัดเจน

🌟 ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติ ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายด้วย UVB

4️⃣🟫 มีการศึกษาพบว่าผิวหลังทาสกินแคร์ที่มี Ectoin เมื่อทดสอบด้วย UVA แล้ว เซราไมค์ที่ผิวจะถูกสลายน้อยลงไปเรื่อย ๆ (dose-dependent) และยังพบ ICAM-1 น้อยลง บ่งบอกว่าการอักเสบของผิวน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ

🌟 ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติ ช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบของผิวที่เกิดจาก UVA ได้อีกด้วย

5️⃣🟫 มีการศึกษาวิจัยในคน Sensitive & Atopic skin โดยให้ทา 1% และ 4% Ectoin เช้าเย็น นาน 7 วัน พบว่า TEWL ลดน้อยลง (แบบ dose-dependent)

🌟 ดังนั้น คนผิวแห้งหรือแพ้ง่ายที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงของกำแพงผิว แนะนำ ectoin ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 0.5-1% ขึ้นไป โดยทาเช้าเย็น จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 1 สัปดาห์

6️⃣🟫 มีการศึกษาพบว่าเมื่อทา 1% Ectoin เช้าเย็น นาน 12 วันขึ้นไป ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการตรวจวัดด้วยเครื่องมือ corneometry และหลังหยุดทาแล้วยังสามารถคงความชุ่มชื้นผิวอยู่ได้อย่างน้อย 7 วัน

🌟 ดังนั้น Ectoin จึงมีคุณสมบัติเป็น prolonged moisturizer ช่วยให้ความชุ่มชื้นผิวได้ยาวนาน ในงานวิจัยระบุอย่างน้อย 7 วัน แต่อย่างไรก็ตามคงต้องขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่มี Ectoin ในแต่ละยี่ห้อ

7️⃣🟫 Ectoin มีคุณสมบัติ anti-inflammatory effect จึงมีการนำมาใช้เพื่อ ช่วยบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบจากสาเหตุหลายอย่าง

🌟 ดังนั้น จึงเป็นอีกทางเลือกในคนที่มีผิวหนังอักเสบ (Eczema) หรือในกลุ่มโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Mild to moderate Atopic dermatitis) ที่อยากเลี่ยงการทาสเตอรอยด์บ่อย ๆ

8️⃣🟫 พบว่า การทาสกินแคร์ที่มีEctoin สามารถช่วยลดการเกิด Air pollution-induced hyperpigmentation ได้ และลด gene expression ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเสื่อมของผิวได้

🌟 ดังนั้น Ectoin-containing Skincare จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากช่วย anti pollution และ anti aging ได้ดี

9️⃣🟫 ถึงแม้มีข้อมูลว่า Ectoin ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA, UVB ช่วยป้องกันผิวไหม้และลด aging skin ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาในแง่ SPF, PA ที่ชัดเจน

🌟 ดังนั้น แนะนำให้ทาครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอค่ะ

🔟🟫 บางคนเรียก Ectoin ว่าเป็น All-in-One และ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการบำรุงผิว เพราะมีความสามารถ คือ

✔️ ปกป้องผิวจากการทำร้ายโดย UVA ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งผิวชรา ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ

✔️ ปกป้องผิวจากการทำร้ายโดย UVB ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งผิวไหม้และหมองคล้ำ

✔️ ลดการระคายเคืองผิวจาก PM2.5 ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความแก่, ผิวอักเสบ, การกำเริบของผื่นผิวหนังบางชนิด

✔️ ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง

✔️ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิวได้ยาวนานหลายวัน

🌟 ดังนั้น คุณสมบัติของEctoin ก็คือ “Antiaging + Antiinflammatory + Moisturizing + Barrier repairing effects”

โดยสรุป หากใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Extremolytes (Ectoin) ขอแนะนำ ดังนี้ค่ะ

✅ 0.5% ขึ้นไป ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงกำแพงผิวได้ดี

✅ 1% ขึ้นไป มีคุณสมบัติเหมือน 0.5% และเพิ่มเติมคือ สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้นเป็นสัปดาห์

✅ 5-7% ขึ้นไป มีคุณสมบัติ anti-inflammatory effect (dose-dependent) แนะนำสำหรับคนที่มีปัญหาภูมิแพ้ผิวหนัง Atopic dermatitis, มีผื่นแพ้อักเสบผิวหนังต่าง ๆ หรือ คนที่ต้องการบำรุงผิวมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มลภาวะฝุ่น PM2.5 ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีในประเทศไทยที่มีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองก็เช่น Resiskin เป็นต้น

References

Skin Pharmacol Physiol 2014; 27: 57–65.

Appl Microbiol Biotechnol 2006; 72: 623–634.

Clin Dermatol 2008; 26: 326–333.

Curr Pediatr Rev. 2019; 15(3): 191-195.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

Product mentioned

🌟 Resiskin by Qualisk

✔️ Germany Innovative Ingredient (Extremolyte) ที่สกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสารกันเสีย

✔️ Skin barrier repair ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว ช่วยปกป้อง บำรุงและฟื้นฟูผิวในหลอดเดียว

✔️ มีงานวิจัยรับรองประสิทธิภาพในผิวหนังมนุษย์

✔️ No Steroid, no fragrance

✔️ Safe for infant, children, adult

✔️ แนะนำในคนผิวธรรมดา, ผิวแห้ง, ผิวแพ้ง่าย, ผู้มีปัญหาผิวหนังอักเสบหรือภูมิแพ้ผิวหนัง

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Website: https://resiskin.com
FB: https://www.facebook.com/resiskin
Line: @ResiSKIN
#ผิวสตรองพร้อมทุกสถานการณ์

Sponsored by Resiskin

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วิธีป้องกันเลือดออกหัวนม..นักวิ่งหรือนักปั่น

อาการนี้เกิดจากการ เสียดสีของหัวนมกับเสื้อวิ่ง ทำให้เกิดแผลจากการระคายเคือง มีอาการเจ็บหรือปวดแสบได้เพราะหัวนมเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทมาเลี้ยงเยอะ

ความรุนแรงไม่เกี่ยวกับนมเล็กหรือใหญ่ ไม่เกี่ยวกับเพศหญิงหรือชาย มีรายงานว่าเจอได้บ่อยในคนที่ วิ่งระยะทางมากกว่า 50 กิโลเมตร/สัปดาห์

วันนี้ขอแนะนำวิธีป้องกันเลือดออกหัวนม

1. สวมเสื้อเส้นใยละเอียด ไม่หยาบกระด้าง ซึ่งปกติผ้าใยสังเคราะห์จะระคายเคืองน้อยกว่าผ้าใยธรรมชาติ

2. ทาวาสลีนที่หัวนมก่อนวิ่ง

3. ไม่สวมเสื้อหลวมเกินไป หรืออาจใส่สปอร์ตบราก็ช่วยได้

4. ใช้พลาสเตอร์แปะหัวนม อาจใช้พวกซิลิโคนหรือแบบผ้าที่ค่อนข้างเหนียว วิธีนี้อาจหลุดได้ถ้าหากมีเหงื่อออกในระหว่างวิ่ง

5. สุดท้าย ถอดเสื้อวิ่ง หรือ เจาะรูดังภาพ สามารถช่วยลดการเสียดสีได้ แต่ในเพศหญิงอาจไม่เหมาะกับวิธีนี้เท่าไหร่นัก

วิธีป้องกันเลือดออกหัวนมนักวิ่ง​
วิธีป้องกันเลือดออกหัวนมนักวิ่ง

หัวนมนักวิ่งบอบบางกว่าที่คิด หากเรารู้วิธีป้องกันให้ดี ก็จะสามารถวิ่งออกกำลังกายได้ยาววววๆๆๆไป
หากเกิดความผิดปกติดังภาพ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังร่วมดูแล

ใครเคยเป็นบ้าง มีเสื้อผ้าดี ๆ มาแนะนำมาเล่าให้ฟังได้

หากคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถกดเลิฟกดแชร์ให้เพื่อนอ่านได้เลยค่าา ❤️

——————————————

อ่านบทความย้อนหลังที่ https://helloskinderm.com

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleansing Tips By Dermatologist ‼️

How to ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี ‼️
Cleansing Tips by dermatologist

โพสนี้ขอเล่าเกี่ยวกับการล้างหน้าที่ถูกวิธีให้ทุกคนลองสำรวจดูว่า มีใครล้างหน้าไม่เหมาะสมก็ลองมาปรับกันดู แล้วจะรู้ว่าเพียงแค่ปรับการล้างหน้าให้ถูกวิธี ก็ทำให้หน้าใสและมีสุขภาพผิวดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ

มาเริ่มกัน …

1. การล้างหน้าให้สะอาด ถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดก่อนจะเริ่มทาครีมบำรุงในขั้นตอนต่อไป เพราะสกินแคร์จะไม่สามารถซึมสู่ผิวและให้ประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ถ้าหากยังมีสิ่งสกปรกตกค้างขวางเอาไว้อยู่ คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามความสำคัญจุดนี้ไป
ดังนั้น เราควรปรับแนวคิด ให้ความสำคัญกับการล้างหน้าให้สะอาดมาเป็นอันดับต้น ๆ ของขั้นตอนในการดูแลผิว

2. มีงานวิจัยพบว่า การล้างหน้าวันละครั้งอาจไม่สามารถทำความสะอาดได้เพียงพอและทำให้เกิดสิวอักเสบมากขึ้นได้ ส่วนการล้างหน้ามากกว่า 2 ครั้งต่อวัน จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง แห้งตึง อักเสบง่าย และก่อสิวอุดตันตามมาได้
ดังนั้น การล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน ถือว่าเพียงพอ ยกเว้นมีการสกปรกอาจล้างเสริมได้ และการล้างที่เหมาะสมคือ แนะนำใช้มือสะอาดนวดวนเบา ๆ ไปตามรูขุมขนนานประมาณ 15-20 วินาที ไม่เร็วหรือนานจนเกินไป

3. ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการล้างหน้า ควรมี pH ใกล้เคียงกับผิว คือ 4.5-5.75 หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ pH ต่ำเกินไป อาจก่อความระคายเคืองและผิวอักเสบได้ และหาก pH สูงกว่านี้ เช่น พวก soap ที่ฟองเยอะ หรือสบู่ก้อนล้างมือหรืออาบน้ำ เหล่านี้อาจทำให้ผิวแห้ง ตึง เกิดริ้วรอยก่อนวัยตามมาได้
ดังนั้น แนะนำ soap-free มีค่า pH เหมาะสม หลังล้างหน้าแล้วจะไม่รู้สึกแสบแดง แห้ง หรือตึงเอี๊ยด และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ

4. น้ำที่ใช้ล้างเพื่อทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ควรเป็นน้ำอุณหภูมิปกติหรืออุ่นเล็กน้อย ไม่ควรใช้น้ำร้อน หรือ เย็นจนเกินไป และต้องรู้ว่าน้ำเปล่ามีค่าความเป็นด่างค่อนข้างสูง อาจทำลาย skin barrier ได้
ดังนั้น ไม่แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวโดยไม่ใช้ cleanser และไม่แนะนำใช้น้ำร้อนเพราะจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า

5. น้ำหอม อาจก่อการระคายเคืองหรือแพ้ได้
ดังนั้น แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีน้ำหอม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพ้และระคายเคืองตามมา

6. มีงานวิจัยพบว่า Cleanser และ Cleansing oil สามารถล้างครีมกันแดดชนิด Non-waterproof ออกได้หมด แต่การล้างด้วยน้ำเปล่าเดี่ยว ๆ ไม่สามารถชำระล้างส่วนผสมของน้ำมันในครีมกันแดดชนิดนี้ได้ ทำให้หลังล้างน้ำเปล่าเดี่ยว ๆ จะยังรู้สึกเหนียวที่ใบหน้าอยู่
ดังนั้น หากใช้ Non-waterproof sunscreen ควรล้างด้วย Cleanser หรือ Cleansing oil ก็ได้ แต่ไม่ควรล้างน้ำเปล่าอย่างเดียว

7. มีงานวิจัยพบว่า Waterproof sunscreen หลังทาแล้วจะมีคุณสมบัติคล้ายครีมรองพื้นเคลือบผิวไว้เพื่อป้องกันน้ำและเหงื่อ จึงทำให้ไม่สามารถล้างออกให้สะอาดได้ด้วยน้ำเปล่าหรือ Cleanser ทั่วไป
ดังนั้น หากใช้ Waterproof sunscreen แนะนำให้ล้างด้วย Cleansing oil จึงจะสามารถชำระล้างออกได้หมดและป้องกันการเกิดสิวอุดตันตามมา ไม่แนะนำล้างด้วย Cleanser ธรรมดา

8. หากแต่งหน้า ก็คล้ายกับ Waterproof sunscreen ซึ่งไม่สามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่าหรือ Cleanser ทั่วไป
ดังนั้น หากต้องการล้าง Makeup แนะนำให้ล้างด้วย Cleansing oil ดีกว่า Cleanser ธรรมดา

9. Double cleansing คือ การล้างหน้า 2 สเต็ป จะช่วยให้สามารถขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน เครื่องสำอาง หรือพวกครีมกันแดดชนิดกันน้ำได้ดี
วิธีการคือ

ขั้นตอนแรก อาจเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ

▫️Micellar water แนะนำในผิวแพ้ง่าย แต่ก็ใช้ได้ทุกสภาพผิว
▫️Cleansing oil แนะนำในคนแต่งหน้าหนา ใช้ครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางชนิดกันน้ำ
▫️Cleansing balm แนะนำในคนผิวแห้งมาก เพราะไม่ระคายเคือง และยังเพิ่มความชุ่มชื้นผิว

จากนั้นตามด้วยขั้นตอนที่สอง คือ

▫️ล้างด้วย Cleanser ธรรมดา
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิธี double cleansing ทุกคน แนะนำเฉพาะคนที่แต่งหน้าจัดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ชนิดกันน้ำ และแนะนำให้ใช้วิธีนี้สำหรับล้างหน้าตอนเย็น ส่วนตอนเช้าอาจล้างด้วย Cleanser ธรรมดาพอ เพื่อลดการ overwashing

10. มีงานวิจัยพบว่า ในกรณีแต่งหน้าหรือผิวหน้าสกปรกมาก การใช้อุปกรณ์หรือแปรงล้างหน้าไฟฟ้า Cleansing gadget ต่างๆ ร่วมกับ Cleanser ที่เหมาะสม สามารถช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน สิวเสี้ยนได้ดี และทำความสะอาดผิวได้สะอาดมากกว่าการล้างหน้าด้วยมือเปล่า ส่งผลให้ครีมบำรุงที่ใช้สามารถออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ผิวหน้าจึงดีขึ้นตามมา แต่การใช้บ่อยเกินไปจะยิ่งก่อให้เกิดความระคายเคืองตามมาได้
ดังนั้น Cleansing gadget อาจเป็นอีกทางเลือกที่ใช้ได้ในคนที่แต่งหน้าหนาและสิวอุดตันเยอะ โดยแนะนำให้ใช้แค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนในกรณีอื่น ๆ ก็อาจจะยังไม่จำเป็น

11. พบว่าหากใช้ Cleansing gadget ขณะสิวอักเสบ มีแผล มีโรคผิวหนังอักเสบอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจทำให้ยิ่งเกิดการอักเสบและระคายเคืองมากขึ้น ผิวหน้าจะยิ่งแย่ไปใหญ่
ดังนั้น ไม่แนะนำให้ใช้ใน คนที่กำลังมีสิวอักเสบ โรคผิวหนังอักเสบ มีแผล ผิวบอบบาง หรือ ผิวหลังทำเลเซอร์

12. มีงานวิจัยพบว่าอุปกรณ์ล้างหน้าที่ใช้ระบบ T-Sonic pulsation 8,000 ครั้งต่อนาที สามารถขจัดสิ่งสกปรก น้ำมันส่วนเกินและเครื่องสำอางที่ตกค้างได้ถึง 99.5% และหากขนแปรงผลิตจาก Medical grade Silicone จะช่วยป้องกันการสะสมก่อตัวของเชื้อโรคได้ดีกว่ากลุ่มที่ผลิตจากไนลอน และขนแปรงที่ใช้ก็ควรนุ่มนวลเพื่อลดการระคายเคือง ในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อใหม่ ๆ บางรุ่นสามารถปรับระดับความสั่นได้ เลือกระดับความนุ่มให้เหมาะกับสภาพผิวได้ เช่น LUNA3
ดังนั้น หากไม่มีข้อห้ามและอยากลองใช้ Cleansing gadget แนะนำเลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานผ่านการรับรอง, ผลิตจาก Medical-grade silicone, ขนแปรงนุ่มไม่ระคายเคือง กันน้ำได้ เพื่อลดการก่อตัวของเชื้อโรคอันเป็นบ่อเกิดการติดเชื้อตามมา และไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น

เป็นอย่างไรบ้างคะ มีใครที่ยังล้างหน้าไม่สะอาดบ้างไหม หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันนะคะ อ้อ..ที่สำคัญ อย่าลืมล้างมือให้สะอาดก่อนล้างหน้าด้วยและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจทำร้ายผิวนะคะ

References
J Dermatolog Treat. 2018 Nov; 29(7): 688-693.
J Cosmet Dermatol. 2019; 00: 1-5.
J Cosmet Dermatol. 2019; 1-6.
J Am Acad Dermatol. 2017; 76(6): Supp1,AB233.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🌟 LUNA3 by Foreo Sweden 🌟
✔️ 2-in-1 : Cleansing & Firming mode
✔️ ขนแปรงนุ่ม ผลิตจาก Medical-grade Silicone มีให้เลือกตามสภาพผิว : สีชมพู (ผิวธรรมดา ผิวแห้ง), สีฟ้า (ผิวมัน ผิวผสม), สีม่วง (ผิวแพ้ง่าย)
✔️ ระบบ T-sonic pulsation 8,000 ครั้งต่อนาที ปรับได้ 16 ระดับ
✔️ Medical Claim มี User test study conducted at the Svetech Laboratory
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://foreo.se/w0q

Disclaimer: Content Sponsored by Foreo

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง & MEET FOREO Sweden
All rights reserved.

4 Steps เช็คสภาพผิวก่อนเลือกซื้อสกินแคร์

เชื่อไหมว่า.. เพียงแค่เลือกสกินแคร์ให้ตรงกับสภาพผิว ก็ทำให้ผิวดีขึ้นได้แล้ว‼️

ถ้าอยากให้ ผิวสวยแบบไม่ต้องเสียเงินไปอย่างสูญเปล่า กับการซื้อสกินแคร์ที่ไม่ตรงกับผิวตัวเอง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าคุณมีผิวประเภทไหน❓

มาเริ่มเลยค่ะ
🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰

⭐️ 4 ขั้นตอนเช็คง่าย ๆ ว่าคุณมีผิวประเภทไหน❓

1.🔴 เช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาด แล้วรอ 1 ชั่วโมง โดยไม่ได้ทาครีมและไม่มีการสัมผัสใบหน้าใด ๆ แล้วดูว่าความรู้สึกที่ผิวหน้าเป็นอย่างไร ❓
✔️ ถ้าสบายผิวดี —> อ่านต่อข้อ 2.🟡
✔️ ถ้ารู้สึกแห้งตึง —> อ่านต่อข้อ 4.🟢

2.🟡 รออีก 1-2 ชั่วโมงถัดมา แล้วลองใช้ทิชชูซับที่ผิวหน้าบริเวณ T-zone ดูซิว่ามีความมันจากผิวหน้า ติดมากับทิชชูหรือไม่ ❓
✔️ ถ้าไม่มีน้ำมันติด —> ผิวปกติ (Normal skin)
✔️ ถ้ามีน้ำมันติด —> อ่านต่อข้อ 3.🟣

3.🟣 ต่อไปสังเกตที่แก้ม ดูว่าแห้งตึงหรือไม่ ❓
✔️ ถ้าแก้มไม่แห้งตึง —> ผิวมัน (Oily skin)
✔️ ถ้าแก้มแห้งตึง —> ผิวผสม (Combination skin)

4.🟢 ลองดูว่ามีอาการหน้าแดง แสบ คัน หรือไม่❓
✔️ ถ้าไม่มี —> ผิวแห้ง (Dry skin)
✔️ ถ้ามี —> ผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin)

หลายคนอินบอกซ์มาบอกหมอว่า หลังจากปรับลำดับการทาครีมตามที่หมอแนะนำไป 2-3 สัปดาห์ โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนครีมอะไร สภาพผิวก็ดีขึ้นมากเลย และนี่เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะทำให้ผิวของทุกคนดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

“ลำดับการทาครีมที่ว่าสำคัญมาก ๆ แล้วนั้น การเลือกสกินแคร์ให้ตรงกับสภาพผิวก็สำคัญมาก ๆ ไม่แพ้กัน”

ไหนลองตอบหมอหน่อยสิคะ..ว่าคุณมีผิวประเภทไหน‼️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

รวมวิธีแก้ 6 ปัญหาเท้านักวิ่ง

ปัญหาเท้านักวิ่ง runner

นักวิ่งทั้งหลายใครมีปัญหาเท้าแบบในรูปบ้าง ⁉️

1. ตาปลาและตุ่มน้ำพอง

เกิดจากการเสียดสีที่เดิมซ้ำ ๆ

วิธีแก้
• ควรเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับรูปเท้า หรืออาจใช้ตัวแผ่นรองกันเสียดสีช่วยได้ ถ้าเป็นแล้วอย่าใช้กรรไกรสกปรกตัดหรือฝานเองเนื่องจากอาจติดเชื้อได้
• หากเท้าเริ่มหนาตัว แข็งด้าน อาจทาวาสลีน หรือ ครีมยูเรียบ่อย ๆ

2. เชื้อราที่เล็บที่ง่ามนิ้วที่เท้า

เกิดจากเหงื่อ ความอับชื้น

วิธีแก้
• ใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้า ไม่แน่นจนเกินไป สวมรองเท้าคัทชูและถุงเท้าเท่าที่จำเป็นเพื่อลดการอับชื้น
• ใช้ antifungal spray พ่น หรือโรยด้วย antifungal powder ที่รองเท้าและถุงเท้าก่อนสวมใส่เป็นประจำ เช่น clotrimazole powder หรือ spray ช่วยลดกลิ่นเท้า และป้องกันการเกิดเชื้อราได้
• งดเดินเท้าเปล่า
• สวมรองเท้าอาบน้ำในที่สาธารณะป้องกันการติดเชื้อจากพื้น
• หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าผู้อื่น
• หลีกเลี่ยงการใช้กรรไกรตัดเล็บร่วมกัน

3. เลือดคั่งใต้เล็บ

เกิดจากกระแทกเสียดสีซ้ำ ๆ กับหน้ารองเท้า
ยิ่งวิ่ง Hard-core, long runner วิ่งที่ชัน เปลี่ยนทิศทางวิ่งจะเป็นได้บ่อย

วิธีแก้
• ตัดเล็บสั้นเสมอ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุต่อเล็บ เล็บ
• ปรับรองเท้าให้เหมาะสม ไม่บีบหน้าเท้า ไม่หลวมเกินไป

4. เท้าเหม็นเป็นรู

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย บางรายอาจมีการติดเชื้อราแทรกซ้อนตามมาได้ เท้าจะเหม็นมาก

วิธีแก้
• ทายาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Erythromycin gel, Clindamycin gel หากรุนแรงอาจต้องกินยาร่วมด้วย
• ทายา Benzoyl peroxide
• หากมีการติดเชื้อราแทรกซ้อน ทายาฆ่าเชื้อรา

5. เหงื่อเท้าออกมาก

วิธีแก้

• การรักษามาตรฐาน คือ ทายากลุ่ม 20% Aluminum chloride
• ฉีด botulinum toxin ลดเหงื่อ
• ปัจจุบันมีแบบแผ่นเช็ดหรือครีมทาลดเหงื่อก็ได้ผลดี สามารถใช้กับรักแร้ เท้า หลังได้หมด

6. ตุ่มปูดที่เท้า Piezogenic Pedal Papules

วิธีแก้
• ไม่มียารักษา ต้องลดการเดินหรือวิ่ง หรือลดน้ำหนักจะช่วยได้
• หากปวดมาก ไปพบแพทย์เพื่อฉีดยา

——————————————

อ่านบทความย้อนหลังที่ https://helloskinderm.com

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.