Tag Archives: ครีมกันแดด

Fernblock หรือ Polypodium leucotomos extract ปังจริงไหม ❓

โพสนี้รวมคำถามที่มีหลายคนถามเข้ามาเรื่อย ๆ เกี่ยวกับ Polypodium Leucotomos Extract ลองอ่านกันดูค่ะ

1️⃣ Fernblock คืออะไร ❓

Fernblock® Technology เป็นลิขสิทธิ์นวัตกรรมในการสกัด Polypodium Leucotomos Extract ซึ่งเป็น hydrophillic natural extract ซึ่งพืชชนิดเฟิร์นที่มีจุดกำเนิดในอเมริกากลาง มีคุณสมบัติพิเศษในการพัฒนากลไกการป้องกันแสงแดดด้วยตัวเอง ด้วยวิวัฒนาการจากพืชน้ำขึ้นมาเจริญเติบโตอยู่บนบกได้

Fernblock® Technology คิดค้นโดย Dr. Fitzpatrick และทีมแพทย์ Harvard Medical School ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า Dr. Fitzpatrick นั้นถือเป็นบิดาของวิทยาการแพทย์ผิวหนังสมัยใหม่ (Founder of Modern Dermatology) โดยท่านได้ริเริ่มเขียนตำราเรียนผิวหนังที่ได้รับการยอมรับและเชื่อว่าแพทย์ผิวหนังไทยทุกคนและทั่วโลกจะต้องเรียนตำราเล่มนี้ นอกจากนั้นท่านยังค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับ Photomedicine และได้รับสมญานามว่าเป็นบิดาแห่งการฉายแสงอีกด้วย

Polypodium Leucotomos Extract บางทีอาจเห็นเรียกย่อว่า PLE มีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในแง่ของประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั้งในหลอดทดลอง (in vitro) สัตว์ทดลอง (in vivo) และ งานLiวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ (Clinical Trial) ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์กว่า 60 ฉบับเลยทีเดียว

2️⃣ PLE มีข้อมูลการศึกษาอะไรในทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับผิวหนังบ้าง ❓

PLE มีส่วนประกอบหลักคือ phenolic compounds และสารอื่นๆ เช่น biological acid molecules, monosaccharides, flavonoids

Fernblock หรือ Polypodium leucotomos
สารประกอบใน PLE

ซึ่งพบว่า PLE ช่วยเสริมการปกป้องผิวจากการทำลายด้วยรังสียูวี ด้วย กลไกหลายอย่าง คือ

• ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวี (Antioxidant properties)
• ช่วยป้องกัน DNA damage จากรังสียูวี และช่วย DNA repair ได้ (Protective activity) พบว่า sunburn cells ลดลงหลังถูกแดด
• ลดการอักเสบของผิว ช่วยปกป้อง langerhans cells ที่ทำหน้าที่ปกป้องในระบบอิมมูนผิว (Immune system) ทำให้ผิวทนต่อยูวีมากขึ้น ลดการเกิดผิวไหม้แดด
• ลดการสร้างเม็ดสีผิว รอยแดง รอยดำ หลังถูกแดด (Pigmentation)
• ช่วยชะลอปัญหาผิวแก่จากการถูกแสงแดด (Photoaging)

ดังนั้น เรียกได้ว่าเป็น potent immunomodulator ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของครีมกันแดด ในแง่การปกป้องผิวจากแสงแดดได้ถึงระดับภายในเซลล์ จึงเห็น PLE เข้ามามีบทบาทในผลิตภัณฑ์กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายโดยรังสียูวี เช่น ครีมกันแดด, ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

กลไกปกป้องผิวของสารสกัด Polypodium Leucotomos Extract
กลไกปกป้องผิวของสารสกัด Polypodium Leucotomos Extract

3️⃣ UV Absorbance & SPF ของ PLE คือเท่าไหร่ ❓

มีข้อมูลการศึกษาพบว่าความเข้มข้นของ UV spectrum absorbance จะเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้น อยู่ในช่วงระหว่าง 250-700 nm และค่า peak ที่ 290 nm

ดังนั้น จะเห็นว่าเป็นช่วงคลื่นที่ broad spectrum จึงสามารถปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสี UVA, UVB, visible light, HEV (Blue light) และ Infrared

4️⃣ ในแง่ PLE กับ Photoaging ล่ะ❓

พบว่า PLE ช่วยชะลอภาวะผิวหนังเสื่อมชราได้จากหลายกลไก ได้แก่
• ช่วยลด oxidative stress จากรังสียูวี
• ช่วยเสริมการปกป้องผิวจากแสงแดด ลด sensitivity to UVR จึงลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนัง melanoma ได้ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัวร่วมด้วย
• จากการตัดชิ้นเนื้อพบว่า solar elastosis, angiogenesis ลดลง
นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยในหลอดทดลองพบว่า ช่วยกระตุ้นการสร้าง Collagn type 1,3,5 และยับยั้ง MMP-1 ซึ่งเป็นตัวทำลายคอลลาเจนได้อีกด้วย ส่วนงานวิจัยในมนุษย์ต้องรอข้อมูลต่อไปในอนาคต

5️⃣ ผลิตภัณฑ์กันแดดของ Heliocare ที่มีส่วนผสมของ PLE มีตัวไหนที่มีสารต้องห้ามตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติหรือไม่ ❓

ผลิตภัณฑ์กันแดด Heliocare ทุกสูตรเป็น natural sunscreen /Ecofriendly sunscreen / Reef safe กล่าวคือ ไม่มีสารอันตรายต่อปะการังและสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ได้แก่
Oxybenzone (Benzophenone-3, BP-3),
Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate),
4-Methylbenzylid Camphor (4MBC)
และ
Butylparaben

6️⃣ PLE ช่วยเรื่อง Antipollution (PM2.5) หรือไม่ ❓

มีข้อมูลใน In Vitro model ว่าช่วยปกป้องเซลล์ keratinocyte ได้ ด้วยการกระตุ้นกลไก NRF2 pathway ซึ่งช่วยในการต่อต้านพิษจากมลภาวะ PM2.5

กลไกปกป้องผิวของสารสกัด Polypodium Leucotomos Extract

7️⃣ PLE สามารถช่วยเรื่องฝ้าได้หรือไม่❓

มีข้อมูลพบว่า PLE ชนิดรับประทาน ร่วมกับทาครีมกันแดด ในคนที่เป็นฝ้าที่รุนแรงปานกลางถึงมาก ว่าช่วยให้ดีขึ้นได้ เมื่อเทียบกับยาหลอก

โดยพบว่ากลไลที่ PLE ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว คือ

  1. ช่วยลด UV-induced photodamage และยับยั้งการเกิดอนูมูลอิสระจากยูวี จึงลดการอักเสบของผิวและลดการสร้างเม็ดสีผิวที่จะเกิดตามมาได้
    นอกจากนั้นยังมีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง
  2. การยับยั้งในกระบวนการสร้างเมลานินหลังการถูกกระตุ้นจาก blue light จากอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ โดยกลไกผ่าน Opsin-3 (ซึ่งเป็น sensor รับคลื่นรังสีช่วงความยาวคลื่นสั้นได้โดยเฉพาะ blue light) และช่วยลดการเกิด melanin photo-oxidation ได้

Dose ที่มีข้อมูลว่าช่วยเรื่องฝ้าให้ดีขึ้นได้ ขึ้นกับงานวิจัย
ขนาดต่ำ 120-720 มก. ต่อวัน แบ่งทาน 2-3 ครั้ง ทานต่อเนื่องไม่เกิน 8-12 สัปดาห์
ขนาดสูง 960-1,200 มก. ต่อวัน ทานต่อเนื่องไม่เกิน 2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงแบบรับประทาน มีรายงานอาจมีมวนท้องคลื่นไส้อาเจียน มีอาการคันได้ แต่อย่างไรก็ตามมีข้อมูลจาก Pharmacovigilance พบว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นไม่ได้สัมพันธ์จาก PLE

8️⃣ หากรับประทานอาหารเสริมที่มี PLE แล้วจำเป็นต้องทาครีมกันแดดด้วยหรือไม่ ❓

PLE ชนิดรับประทานในปริมาณข้างต้น ออกฤทธิ์เป็น photoimmunoprotection ช่วยปกป้องผิวจากการทำลายด้วยอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสีต่าง ๆ ชนิด board spectrum และ พบว่าช่วยให้ผิวทนแดดได้ดีขึ้นเมื่อทานอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มค่า MED ได้ 3 เท่าและเพิ่มค่า MPD ได้ 3-7 เท่า
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถทดแทนการทาครีมกันแดดได้
ดังนั้น แนะนำว่าควรใช้เพิ่มเสริมประสิทธิภาพควบคู่กับการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธี

9️⃣ มีการรักษาโรคผิวหนังอะไรที่ PLE มีข้อมูล❓

• ช่วยลดอาการและการกำเริบของโรคผิวหนังกลุ่ม photodermatoses เช่น Polymorphous Light Eruption, solar urticaria, chronic actinic dermatosis, actinic prurigo, SCLE
• ป้องกันการกลับเป็นซ้ำของ Actinic keratosis หลังการรักษาด้วย PDT
[Oral PLE 480 mg/dayโดยเริ่มทาน 1 wk หลังทำ PDT]
• Vitiligo มี repigmentation มากขึ้นในระหว่างฉายแสงยูวีบี
[Oral PLE 480 mg/day ทานระหว่างที่รักษา หรือ Oral PLE 2 caps ทุกวันตอนเช้า + เพิ่ม 1 cap ทานเสริม 1 ชั่วโมงก่อน PUVA/NBUVB exposure]
• Psoriasis สามารถลดปริมาณ PUVA accumulative doseได้
[Oral PLE 720 mg/day ร่วมกับ PUVA 3 /weekly]
• Atopic dermatitis ลดการใช้ oral histamine (p=0.038), topical corticosteroids (p=0.012) ใน 6 เดือน
[Oral PLE 240 mg/day (12 years) for 6 months]

Oral PLE กับ โรคผิวหนัง

🔟 PLE หรือ Polypodium Leucotomos Extracts มีในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดของ Heliocare ตัวไหนบ้าง ❓

มีในครีมกันแดดทุกรุ่นของ Heliocare ได้แก่
Heliocare Ultra Gel SPF50+/SPF90
Heliocare body spray SPF50
Heliocare 360 FLUID CREAM SPF50+ PA++++
Heliocare 360 gel 0il free SPF50
Heliocare 360 water Gel
Heliocare 360 Pediatrics Mineral SPF50+
Heliocare 360 Pediatrics Transparent Spray SPF50+PA++++
Heliocare 360° Color Cushion Compact SPF50

Heliocare Fernblock
Fernblock ในผลิตภัณฑ์กันแดด

มีข้อมูลการศึกษาเปรียบเทียบการใช้ครีมทากันแดด SPF50+/90 ที่มี 0.5% Fernblock (Heliocare UG SPF50+/SPF90) เทียบกับ SPF50+/90 ที่ไม่มี Fernblock โดยทำการทดลองใน 10 คน ผิวขาว Phototype II อายุ 18-55 ปี อายุเฉลี่ยประมาณ 32 ปี และวัดผล 5 อย่าง ได้แก่ อาการแดงหลังจากโดนแสงแดด, Sunburn Cell (เซลล์ที่เกิดขึ้นหลังจากโดนแสงแดด), Langerhans Cell (เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันผิวหนัง), MMP-1 (เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายคอลลาเจน), Pigmentation (ความเข้ม/ดำ ของผิว/เม็ดสี)

พบว่า ผิวของคนไข้ที่ทาครีมกันแดด SPF50+/90 ที่มี Fernblock

  • มีอาการแดง erythema หลังถูกแดด น้อยกว่า
  • ปริมาณ Sunburn cell น้อยกว่า จึงช่วย DNA repair ได้ดีกว่า
  • ช่วยปกป้อง Langerhans cell ได้มากกว่า จากการย้อมดูด้วย CD1 marker
  • ปริมาณ MMP-1 ลดลงมากกว่า จึงช่วยปกป้องผิวจากการสลายคอลลาเจนได้ดีขึ้น
  • ลด tyrosinase expression และลดความเข้มของสีผิวได้มากกว่า
    เมื่อเทียบกับคนไข้ที่ทาครีมกันแดด SPF50+/90 ที่ไม่มี Fernblock
    ดังนั้น ข้อมูลงานวิจัยนี้จึงแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ PLE ในแง่ของ Photoimmunoprotection #ในระดับเซลล์ร่วมด้วย

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังสนใจเรื่อง Polypodium Leucotomos Extract อยู่นะคะ
ถ้าชอบบทความนี้สามารถไลค์หรือแชร์ได้เลยค่ะ


References

J Clin Aesthet Dermatol. 2021;14(2):50–60.
Front Med (Lausanne). 2021 Jun 2;8:684665.
Oxid Med Cell Longev. 2020; 2020: 2908108.
Int J Mol Sci. 2018 Aug; 19(8): 2250.
Dermatol Ther (Heidelb) 2017; 7: 305–318.
Int J Mol Sci. 2016 Jun 29; 17(7): 1026.
J Drugs Dermatol. 2014 Feb;13(2):148-53.
Int J Mol Sci. 2011;12(12):8466-8475.


[ Disclaimer ]
สนับสนุนความรู้โดย Heliocare

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

7 สกินแคร์พื้นฐานที่ควรมี

แชร์ไอเดีย Step 1 เบสิคพื้นฐาน

❌ หากทาสกินแคร์เหมือนกัน 2 ชิ้นทับกัน แนะนำเอาออกไป 1 เช่น F วิตามินซีมา 3 ยี่ห้อ ทาทับ ๆ กันหลายชั้นอาจดูเป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

❌ หากขาด แนะนำหาเพิ่มชิ้นเดียวพอค่ะ ไม่ต้องกวาดหรือ F มาหลายยี่ห้อให้สิ้นเปลือง ทดลองทีละขวดถ้าไม่ถูกใจค่อยเปลี่ยนใหม่

✅ บางอันผสมในชิ้นเดียวกันแล้ว ช่วยลดขั้นตอนได้ เช่น ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี antioxidant รวมอยู่

✅ โพสนี้พื้นฐานแบบไม่มีปัญหาผิวอะไรต้องแก้เพิ่มเติม ถ้ามีปัญหาอื่น เช่น สิว ฝ้า รอยดำ ริ้วรอย ต้องเพิ่มสเต็ปถัดไป ถ้าครบพื้นฐานแล้ว -> รออ่าน Step 2

สรุปเบสิค

☀️ตอนเช้า
เน้นบำรุง ปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด จึงต้องเน้นครีมกันแดด และ antioxidants
🌙 ก่อนนอน
เน้นบำรุง แก้ไขปัญหา ซ่อมแซมผิว ฟื้นฟู จึงควรเน้นกลุ่มที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ เช่น วิตามินเอ

ไหนขอดูรูทีนของแต่ละคนหน่อยซิ

Reef-safe Sunscreen

Coral reefs vs Skin cancers: What balance?

🌏🐚🐬🐟🐡🦀🐳🐋🦑🦈🐙

กรณีการทาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารบางตัวไปเที่ยวทะเล ก็อาจส่งผลต่อระบบนิเวศน์ในท้องทะเลได้เช่นกัน ผลที่อาจตามมาในอนาคตคือ Global warming ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะที่เราว่ายน้ำหรือเล่นน้ำในทะเล ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีการหลุดหรือการละลายของครีมกันแดดที่ผิวเราไปกับน้ำทะเล และด้วยส่วนผสมของครีมกันแดดที่เป็น lipophilic จึงสามารถสะสมในร่างกายสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลได้ด้วย

ปะการัง นอกจากที่เราเห็นว่าให้ความสวยงามใน้ท้องทะเลแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งให้อีกหลายชีวิตคงอยู่ใต้ท้องทะเลได้อย่างสมดุล เช่น fish, seabirds, sponges, jellyfish, worms, shrimp, lobsters, crabs, molluscs, starfish, sea urchins, sea cucumbers, turtles and snakes

สัญญาณอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่า ปะการังกำลังตกอยู่ในสภาวะแวะล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือถูกทำร้าย ก็คือ การเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดลง และ หากไม่มีการช่วยเหลือน้องปะการังก็จะตายไปในที่สุด รวมทั้ง algae (zooxanthellae) ที่ใช้ชีวิตพึ่งพาเกาะติดเจ้าปะการังน้อยนี้ก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน

ปะการังสีซีดลงหรือปะการังฟอกขาว อาจเป็นได้จากหลายสาเหตุ

• อุณหภูมิท้องทะเลที่สูงขึ้น

• รังสี UV ที่สูงมากเกินไป

• มีการทำลายของเชื้อโรคและแบคทีเรีย

• มลภาวะแวดล้อมเป็นพิษ

• สารเคมีต่าง ๆ

ในวันที่ 1 มกราคม 2021 Hawaii เป็นที่แรกที่ประกาศเริ่มแบนการใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ 2 ชนิด ที่อาจส่งผลต่อปะการังและระบบนิเวศน์ข้างต้นได้ คือ oxybenzone และ octinoxate

💢 Oxybenzone น้ำหนักโมเลกุล 290.4 สามารถดูดซับคลื่นรังสี UVB (UVmax = 288 nm) และ UVA‐II (UVmax = 326 nm) และปล่อยเป็นพลังงานความร้อนออกจาก จึงสามารถปกป้องผิวจากการทำร้ายได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ถือเป็น broad‐spectrum UV filter

💢 Octinoxate มีน้ำหนักโมเลกุล 228.2 สามารถดูดซับคลื่นช่วงรังสี UVB (UVmax = 310 nm) จึงจัดเป็น UVB filter

สารทั้งสองชนิดข้างต้น เป็นสารใช้ผสมบ่อยในครีมกันแดด และยังมีในสกินแคร์อื่น ๆ บางยี่ห้อด้วย เช่น บอดี้โลชั่น, แชมพู, ครีมนวดและตกแต่งผม, สบู่, ครีมทากันแมลง เป็นต้น

กลไกที่พบว่าสารทั้งสองส่งผลต่อปะการังซีดลง

มี 2 แบบ คือ

1. ส่งผลต่อปะการังโดยตรง ทำลาย DNA ทำให้ส่งผลต่อตัวอ่อนในการขยายพันธุ์

2. ส่งผลทางอ้อม คือ ทำให้เกิดการเพิ่มกระบวนการ lysogenic infection in prokaryotes เชื้อไวรัสในทะเลมากขึ้น

อย่างไรก็ตามเรื่องของส่วนผสมของครีมกันแดดบางตัวที่อาจทำร้ายปะการังก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่บ้าง มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในแง่ที่ว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการศึกษาในระบบนิเวศน์จำลองในห้องปฏิบัติการ ไม่ได้ทำการทดลองในท้องทะเลจริง หรือบางท่านให้ความเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเพียงปัจจัยส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจส่งผลให้ปะการังสีซีดลงได้ เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบมากกว่า ดังที่กล่าวข้างต้น

การทาครีมกันแดดนั้นสำคัญไม่น้อยเมื่อเราต้องออกแดดหรือไปเที่ยวที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะหากบริเวณที่มี UV index สูงยิ่งต้องให้ความสำคัญค่ะ เพราะนอกจากจะป้องกันผิวไหม้หมองคล้ำแล้ว ยังป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนังได้อีก คงต้องบาลานซ์ให้ดี เพราะยังมีระบบนิเวศน์รอบตัวที่เราควรต้องให้ความใส่ใจกับพวกเขาเหล่านั้นด้วยค่ะ

นับว่ายังโชคดีที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดอีกมากมายที่อาจส่งผลกระทบแต่ไม่มาก ต่อปะการังและระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเล ให้เป็นทางเลือกได้ เช่น

Non-nano zinc oxide

Non-nano titanium oxide

Avobenzone

Octisalate

Ecamsule (Mexoryl SX)

Drometrizole Trisiloxone (Mexoryl XL)

Ethylhexyl Triazone (Uvinul T150)

และปัจจุบันยังมีการศึกษาถึง natural products ที่อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยต่อระบบนิเวศน์ในท้องทะเลอีกหลายชนิด คงต้องรอติดตามข้อมูลในอนาคตต่อไป

สุดท้ายนี้

พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ได้ออกประกาศ

ห้ามนำและใช้ครีมกันแดด ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ได้แก่

Oxybenzone (Benzophenone-3)

Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate)

4-Methylbenzylid Camphor (4MBC)

Butylparaben

หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

จากนี้ต่อไปเราคงต้องเลี่ยงส่วนผสมข้างต้นไปก่อน ถ้าหากจะไปเที่ยวในสถานที่ที่ใช้กฎนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดเพิ่มเติม

หากชอบและเห็นว่าบทความมีประโยชน์ สามารถกดแชร์ได้ค่ะ

——————————————

References:

J Clin Pharm Ther. 2019;44:134–139.

Plast Surg Nurs. 2019 Oct/Dec;39(4):157-160.

PeerJ. 2019 Aug 12;7:e7473.

Mar. Drugs 2021;19:379.

Environ Health Perspect. 2008 Apr;116(4):441-7.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne-prone Skincare, According to Dermatologist

คนเป็นสิวใช้อะไรดี..แนะนำแบบนี้ค่ะ ‼️

  1. ไอเทมที่ควรมีคู่กับการรักษาด้วยยาสิว คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช้า-ก่อนนอน, ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
  2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับ acne-prone skin ได้แก่ non-comedogenic, oil free
  3. เลือกให้เหมาะกับผิว เช่น
    ถ้าเป็นสิว+ผิวมันควรเน้นกลุ่มที่ควบคุมความมัน
    ถ้าเป็นสิว+ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ควรเน้นกลุ่มเสริมกำแพงผิว ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
  4. คนผิวมัน เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบา เช่น เจล โลชั่น หรือ ครีมที่ซึมเร็ว ส่วนคนผิวแห้ง เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อครีมจะช่วยบำรุงได้ดีกว่า
  5. คนผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย พยายามเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย เพราะอาจระคายเคืองได้
  6. ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน อย่าใช้ตามเพื่อนหรือคำโฆษณา ควรต้องเลือกที่เหมาะกับตัวเอง
  7. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทับซ้อนกัน เพราะไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้
  8. ในรูปเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นให้ทุกคนลองไปศึกษากันดูค่ะ
  9. สุดท้าย ย้ำเสมอหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงไม่หายสักที แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมประเมินค่ะ

ถ้าชอบ Protocol สกินแคร์สิว Acne-prone Skncare อันนี้ สามารถกดไลค์กดแชร์ได้เลยค่า ♥️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เลือกครีมกันแดดไปทะเลอย่างไรให้ปัง ‼️

อันดับแรก อยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนความสำคัญของการทาครีมกันแดดในโพสนี้ค่ะ

https://helloskinclinic.wordpress.com/2020/01/21/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%89/

เราทราบดีว่า..ไปทะเลจะต้องเผชิญกับแสงแดดอันร้อนแรง, อาจมีกิจกรรมต้องลงเล่นน้ำ หรืออาจต้องใส่บิกินีอวดหุ่นสวย ดังนั้น ครีมกันแดดที่แนะนำสำหรับพกไปเที่ยวซัมเมอร์นี้จึงต้องเน้นพิเศษใน 3 เรื่องนี้


✅ ปกป้องผิวจากรังสี UVA & UVB ได้ดีเยี่ยม
✅ กันน้ำได้ อาจเลือกเป็น water resistant หรือ very water resistant ก็ได้
✅ แนะนำให้มีผสม antioxidant เพื่อช่วยลดการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดด

โพสนี้จะมาสอน วิธีการเลือกครีมกันแดดโดยดูจากค่าการปกป้องผิวจากแสงแดด โดยการดูสัญลักษณ์หรือตัวเลขต่าง ๆ ที่ระบุไว้ข้างขวด ดังนี้ค่ะ

1. รังสี UVA สามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้ หรืออาจลึกกว่านั้นในกรณีของ UVA1
ส่งผลให้เกิด aging ผิวชรา หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ทำให้เกิดความหมองคล้ำ ฝ้ากระเข้มขึ้น ทำลาย DNA ทำให้เกิดรอยโรคที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

☀️☀️☀️หากเราต้องการดูว่า ครีมกันแดดมีระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVA มากน้อยแค่ไหน อาจดูได้จาก UVAPF (UVA Protection Factor) ดังนี้

📍📍 ดูค่า PA (Protection Grade of UVA)

แบ่งเป็น PA +,++,+++,++++ หมายถึง ประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA ที่มากขึ้นตามลำดับ ค่า PA ที่แนะนำ คือ +++ (สามบวก) ขึ้นไป

📍📍 ดูค่า PPD (Persistent Pigment Darkening)

เมื่อเทียบกับ PA แล้วจะได้ดังนี้
PPD 2-4 เท่ากับ PA+ แนะนำสำหรับกิจกรรมในบ้านที่ไม่ถูกแดด
PPD 4-8 เท่ากับ PA++ แนะนำสำหรับสาวออฟฟิศ ทำงานในร่ม
PPD 8-16 เท่ากับ PA+++ แนะนำสำหรับกิจกรรมที่ต้องออกแดด ไปซื้อของ หรือไปเที่ยว
PPD >16 เท่ากับ PA++++ แนะนำกิจกรรมกลางแจ้ง เล่นกีฬา ลงน้ำ
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าครีมกันแดดที่มี PA++++ เมื่อเราอยากรู้ว่าตัวไหนปกป้องได้ดีกว่ากัน อาจลองมาดูที่ PPD ว่าเป็นเท่าไหร่ ก็จะพอบอกได้ค่ะ
ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี PPD สูง ๆ ในท้องตลาด ก็อย่างเช่น LPS Anthelios Invisible Fluid ซึ่งมี PPD 46 เลยทีเดียว

📍📍 ดูสัญลักษณ์ UVA ที่มีวงกลมล้อมรอบ

แสดงว่า มีค่าป้องกัน UVA ห่างจาก SPF ไม่เกิน 3 เท่า กล่าวคือ UVAPF/SPF > 1/3

📍📍 ดูค่า Critical Wavelength

ถ้าหากครีมกันแดดระบุไว้ตั้งแต่ 370 nm ขึ้นไป ร่วมกับมีสัญลักษณ์ UVA ที่มีวงกลมล้อมรอบ แสดงว่า เป็น Broad Spectrum Protection

📍📍 ดูรูปดาว Boot Star Rating

ยิ่งหลายดาวก็ยิ่งปกป้องได้ดีกว่า

📍📍 ดูชื่อของ UV filters

จะพอบอกได้คร่าว ๆ ว่ามีตัวที่ปกป้องรังสีอะไรได้บ้าง (ตามตาราง)

2. รังสี UVB สามารถลงลึกถึงชั้นหนังกำพร้า
ส่งผลให้เกิดการไหม้ของผิว และในระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

☀️☀️☀️หากเราต้องการดูว่า ครีมกันแดดมีระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB มากน้อยแค่ไหน ดูได้ดังนี้

✔️ ดูค่า SPF (Sun Protection Factor)

ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กัน ค่านี้บอกถึงความยาวนานของการป้องกันผิวไหม้แดง ถ้าหากยิ่งค่าสูง จะยิ่งป้องกันผิวได้นานขึ้นก่อนจะเกิดผิวไหม้ ซึ่งมาตรฐานของครีมกันแดดที่ใช้
SPF 10-15 เหมาะกับกิจกรรมในร่ม ไม่ถูกแดดเลย
SPF >15 เหมาะกับกิจกรรมที่อาจต้องมีถูกแดดบ้าง
SPF >30 เหมาะกับกิจวัตรประจำวันตามปกติ
SPF >50 เหมาะกับคนไปทะเลหรือที่ต้องออกแดดจัด
ส่วน SPF ที่มากกว่า 50 ขึ้นไปเรื่อย ๆ อาจเพิ่มประสิทธิภาพได้ไม่มากนัก (ดูกราฟ) ก็ลองพิจารณาตามความเหมาะสมและกำลังทรัพย์แต่ละคน

3. การดูความสามารถในการกันน้ำ (Water Resistant Testing)
ให้เลือกที่ระบุว่า
✔️ Water Resistant หรือ
✔️ Very Water Resistant ก็ได้

4. มองหาส่วนผสมที่เป็น antioxidant เพิ่มเติม เช่น Vitamin E, Vitamin C, Phenolic compounds, Flavonoid compounds, Caroteinoids เป็นต้น

นอกจาก 4 ข้อหลัก ๆ ข้างต้นแล้ว ต้องอย่าลืมว่ายังมีปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ อีกก็คือ

• การทาครีมกันแดดใน ปริมาณที่เหมาะสม คือ 2 mg/cm2 เพื่อให้ได้ค่าการปกป้องแสงแดดตามที่ระบุไว้
✔️ ชนิดครีม : 2 ข้อนิ้วมือ หรือ 1 เหรียญสิบ (ทั่วหน้า)
✔️ ชนิดฟลูอิด : 2 เหรียญสิบ (ทั่วหน้า)
✔️ หากทาทั้งตัวใช้ประมาณ 30-45 g หรือ ml

• การทาซ้ำระหว่างวัน
✔️ Indoor activities : อาจไม่จำเป็นต้องทาซ้ำ
✔️ Outdoor activities : ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือ หากมีเหงื่อเยอะ มีการถูเสียดสี อาจทาซ้ำบ่อยขึ้น
✔️ เล่นกีฬาหรือกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ : ทาซ้ำทุก 30 นาที

• การทาในบริเวณที่มักลืม ได้แก่
✔️ ใบหู, หลัง, เท้า

• กรณีสวมหน้ากาก ในยุคโควิด
✔️ พบว่าหน้ากากช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ผิวในบริเวณที่อยู่ใต้หน้ากาก ถ้าหากต้องการการปกป้องเต็มที่ก็อาจต้องทาครีมกันแดดร่วมด้วย แต่หากมีปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบร่วมด้วยอาจจะไม่ทาครีมกันแดดก็ได้ แต่ควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าในสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์กันแดด และสามารถเลือกครีมกันแดดได้เก่งขึ้นด้วยตัวเองนะคะ

References

J Cutan Med Surg. 2019 JulAug; 23(4): 357-369.
Cosmetics 2019, 6(4); 64.
J Am Acad Dermatol. 2017 Mar; 76(3S1): S100-S109.
J Am Acad Dermatol. 2013 Dec; 69(6): 867.e1-14
Photodermatol Photoimmunol Photomed. 2015 Mar; 31(2): 65-74.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🌟 LPS Anthelios Invisible Fluid 🌟
PA++++, PPD46, SPF50+
มี antioxidant คือ Tocopherol (Vitamin E)
NETLOCK Technology ผ่านการทดสอบหลายด้าน ได้แก่ ไม่มีคราบขาว ติดทนแม้เข้าห้องซาวน่านาน 2 ชั่วโมง
เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียว ซึมไว
Water resistant ทนน้ำ ทนเหงื่อ ทนทราย

Disclaimer: Sponsored by Laroche Posay

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วิธีป้องกันเลือดออกหัวนม..นักวิ่งหรือนักปั่น

อาการนี้เกิดจากการ เสียดสีของหัวนมกับเสื้อวิ่ง ทำให้เกิดแผลจากการระคายเคือง มีอาการเจ็บหรือปวดแสบได้เพราะหัวนมเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทมาเลี้ยงเยอะ

ความรุนแรงไม่เกี่ยวกับนมเล็กหรือใหญ่ ไม่เกี่ยวกับเพศหญิงหรือชาย มีรายงานว่าเจอได้บ่อยในคนที่ วิ่งระยะทางมากกว่า 50 กิโลเมตร/สัปดาห์

วันนี้ขอแนะนำวิธีป้องกันเลือดออกหัวนม

1. สวมเสื้อเส้นใยละเอียด ไม่หยาบกระด้าง ซึ่งปกติผ้าใยสังเคราะห์จะระคายเคืองน้อยกว่าผ้าใยธรรมชาติ

2. ทาวาสลีนที่หัวนมก่อนวิ่ง

3. ไม่สวมเสื้อหลวมเกินไป หรืออาจใส่สปอร์ตบราก็ช่วยได้

4. ใช้พลาสเตอร์แปะหัวนม อาจใช้พวกซิลิโคนหรือแบบผ้าที่ค่อนข้างเหนียว วิธีนี้อาจหลุดได้ถ้าหากมีเหงื่อออกในระหว่างวิ่ง

5. สุดท้าย ถอดเสื้อวิ่ง หรือ เจาะรูดังภาพ สามารถช่วยลดการเสียดสีได้ แต่ในเพศหญิงอาจไม่เหมาะกับวิธีนี้เท่าไหร่นัก

วิธีป้องกันเลือดออกหัวนมนักวิ่ง​
วิธีป้องกันเลือดออกหัวนมนักวิ่ง

หัวนมนักวิ่งบอบบางกว่าที่คิด หากเรารู้วิธีป้องกันให้ดี ก็จะสามารถวิ่งออกกำลังกายได้ยาววววๆๆๆไป
หากเกิดความผิดปกติดังภาพ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังร่วมดูแล

ใครเคยเป็นบ้าง มีเสื้อผ้าดี ๆ มาแนะนำมาเล่าให้ฟังได้

หากคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถกดเลิฟกดแชร์ให้เพื่อนอ่านได้เลยค่าา ❤️

——————————————

อ่านบทความย้อนหลังที่ https://helloskinderm.com

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

16 ข้อควรรู้ วิธีซื้อครีมกันแดดที่เหมาะสมกับตัวเอง‼️

คุณหมอคะ ซื้อครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี ‼️
คุณหมอใช้ครีมกันแดดยี่ห้อไหนคะ ?

เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากค่ะ

ซึ่งหมอมักจะตอบกลับไปว่า ถ้าคุณมีสภาพผิวเหมือนหมอและลักษณะกิจกรรมที่ทำก็คล้าย ๆ กันกับหมอ ก็ใช้เหมือนหมอได้เลยค่ะ

แต่ แต่ แต่ .. สิ่งที่ดีที่สุดที่หมออยากบอกก็คือ…!!!
อยากให้ทุกคนลองอ่านโพสนี้ดูก่อนค่ะ แล้วลอกเลือกดูว่า อะไรคือที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า เชื่อว่าทุกคนจะได้สิ่งที่ดีที่สุด

มาดูกันนะคะ

☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️☀️

1🧡 ดูก่อนว่าวันนั้นเราจะไปทำอะไร และ เลือกชนิดสารกันแดดตามลักษณะกิจกรรม
✔️ Physical sunscreen ในวันที่ทำกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น ไปทำงาน
✔️ Chemical sunscreen + water-resistant sunscreen ในวันที่ต้องทำกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ สัมผัสทราย เล่นกีฬาที่ต้องมีการเสียดสีหรือมีเหงื่อเยอะ ต้องการประสิทธิภาพกันน้ำกันเหงื่อ

{ชนิดสารกันแดด —> https://www.facebook.com/476743752739537/posts/954800584933849/?d=n }

2🧡 จะเอา SPF, PA, PPD เท่าไหร่ดี การเลือกระดับการปกป้อง ส่วนตัวหมอแนะนำให้เป็น Board spectrum โดยที่
✔️ สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ควรกันรังสี UVA (PA+++ ขึ้นไป, PPD16), UVB (SPF 30 ขึ้นไป)
✔️ ถ้าหากแดดจัด ก็อาจต้องเพิ่มค่าขึ้นไปอีก ซึ่งส่วนใหญ่ อย จะให้ระบุไม่เกิน 50+

3🧡 UVB protection ดูจากค่า SPF ช่วยป้องกันการผิวไหม้

4🧡 UVA protection ดูจากค่า PPD (Persistent Pigmented Darkening) คือ ดูการทำให้เกิดรอยดำคล้ำหลังตากแดด 40 min ว่าเป็นกี่เท่าของผิวปกติ
หรืออาจดูจากค่า #PA (Protection Grade of UVA) ซึ่งเทียบกับค่า PPD (ตามรูปในคอมเม้นต์)

5🧡 มาตรฐานของครีมกันแดดที่ใช้ในชีวิตประจำวันควรมี SPF อย่างน้อย 30 และ PA+++ หรือ PPD 8-16
ในบางยี่ห้อที่ระบุเพียง PA++++ เราจะทราบว่ายี่ห้อไหนปกป้อง UVA ได้ดีกว่า ต้องดูจากค่า PPD เท่านั้น
และหากในวันที่ออกแดดจัดก็อาจต้องเพิ่มการปกป้องที่มากขึ้น เช่น PA++++, PPD >16, SPF 50

6🧡 อย่าลืมว่า SPF ที่สูงกว่า 50 ขึ้นไปอาจเพิ่มประสิทธิภาพได้ ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับราคาที่สูงขึ้น (ตามรูปในคอมเม้นต์)

7🧡 ผิวแพ้ง่าย ควรเลือกเป็นกลุ่ม Physical sunscreen จะก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองน้อยกว่า และควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือพาราเบน

8🧡 ผิวมัน ควรเลือกเป็นสูตร oil-free, non comedogenic และในครีมกันแดดบางตัวอาจผสม alcohol เพื่อช่วยให้ควบคุมความมันได้ดีขึ้น ซึ่งก็อาจมองว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง ดังนั้น จะเห็นว่าครีมกันแดดที่ผสมแอลกอฮอล์จะไม่เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง

9🧡 ผิวเป็นสิวง่าย ควรเลือกเป็นสูตร oil-free, non comedogenic และไม่มี silicone เพราะอาจก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่าย

10🧡 การเลือกนวัตกรรมใหม่เพิ่มเติม (Novel properties) สามารถช่วยเสริมฤทธิ์ของครีมกันแดดให้ดีขึ้น เช่น ผสม antioxidants, กัน VL, HEV แต่บางกรณีอาจไม่จำเป็นก็ได้

11🧡 การผสม Antioxidants หรือ DNA repair enzymes จะช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาของสารกันแดดที่ผิว หรือ สารอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวีที่ทะลุผ่านการป้องกันของสารกันแดดโดยตรง ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายของ UV-induced ROS ดังนั้น ก็อยากแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่ #ผสมantioxidantsด้วยจะดีกว่า ที่ไม่ผสม

12🧡 ครีมกันแดดที่ผสมสารกันแดดที่ป้องกัน Visible light & HEV แนะนำในคนที่ทำงานในออฟฟิสที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเล่นโทรศัพท์มือถือบ่อย ๆ ถ้ากิจกรรมไม่ได้มีในส่วนนี้ก็อาจไม่ต้องมีข้อนี้ก็ได้

13🧡 การเลือกรูปแบบ formulations ก็สำคัญ ชนิดครีมหรือโลชั่น เป็นชนิดที่แนะนำที่สุด เพราะสามารถคำนวณปริมาณในการทาได้ค่อนข้างดี ทาแล้วได้ค่า SPF ใกล้เคียงตัวเลขที่ระบุไว้มากที่สุด

14🧡 ชนิดสเปรย์ คาดเดาปริมาณได้ยาก และอาจมีบริเวณผิวหนังบางส่วนที่อาจสเปรย์ไม่ทั่วถึง และอาจมีอันตรายจากการสูดดมละอองของ Particulate Zinc oxide & Titanium dioxide ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวหมอแนะนำให้ใช้เสริมมากกว่า เช่น คนที่แต่งหน้าและไม่สะดวกล้างหนาเพื่อทาครีมกันแดดระหว่างวัน ก็อาจสเปรย์ทับเครื่องสำอางไปเลย ดีกว่าไม่ทาอะไรซ้ำ

15🧡 ชนิด Stick ใช้ยากหากต้องทาในบริเวณกว้าง แนะนำให้ใช้ในบริเวณเล็ก ๆ ที่มักมองข้าม เช่น เปลือกตา ริมฝีปาก หู

16🧡 ชนิด Makeup Powder ไม่แนะนำเพราะวัตถุประสงค์หลักคือ แป้งที่ใช้เพื่อความสวยงาม ไม่ใช่เพื่อป้องกันแดดเป็นหลัก สารกันแดดที่ผสมมักจะมีปริมาณน้อยมาก และอาจมีอันตรายจากการสูดดมละอองสารกันแดดที่ผสมในแป้งได้ค่ะ แต่ถ้าคิดว่าใช้เพื่อเสริมการปกป้องนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่คิดอะไรมากก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นตัวหลัก

เป็นยังไงบ้างคะ อ่านจบแล้ว พอจะเข้าใจและเลือกครีมกันแดดด้วยตัวเองได้เก่งขึ้นมั้ยคะ
เหมือนเดิม ถ้าชอบบทความนี้และเห็นว่าเป็นประโยชน์ -> #พิมพ์ 💕💕💕 ตามระดับความชอบ เพื่อการปรับปรุงบทความถัดไปค่าาา

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

References:

• Sunscreen: FDA regulation, and environmental and health impact. Photochemical & Photobiological Sciences. doi: 10.1039/c9pp00366e
• Beyond UV radiation: a skin under challenge, Int. J. Cosmet. Sci. 2013; 35(3): 224–232.
• Am J Clin Dermatol. 2017 Oct;18(5):643-650. doi: 10.1007/s40257-017-0290-0.
• J Cutan Med Surg. 2019 Jul/Aug;23(4):357-369. doi: 10.1177/1203475419856611.
• J Am Acad Dermatol. 2017 Aug;77(2):377-379. doi: 10.1016/j.jaad.2017.04.011.

ถ้าชอบสามารถแชร์ได้เลย แต่ขออนุญาตไม่ copy หรือดัดแปลงบทความนะคะ

บทความลิขสิทธิ์ ©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง