Tag Archives: Acne

Acne-prone Skincare, According to Dermatologist

คนเป็นสิวใช้อะไรดี..แนะนำแบบนี้ค่ะ ‼️

  1. ไอเทมที่ควรมีคู่กับการรักษาด้วยยาสิว คือ ผลิตภัณฑ์กันแดด, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช้า-ก่อนนอน, ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
  2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับ acne-prone skin ได้แก่ non-comedogenic, oil free
  3. เลือกให้เหมาะกับผิว เช่น
    ถ้าเป็นสิว+ผิวมันควรเน้นกลุ่มที่ควบคุมความมัน
    ถ้าเป็นสิว+ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ควรเน้นกลุ่มเสริมกำแพงผิว ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
  4. คนผิวมัน เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบา เช่น เจล โลชั่น หรือ ครีมที่ซึมเร็ว ส่วนคนผิวแห้ง เน้นผลิตภัณฑ์เนื้อครีมจะช่วยบำรุงได้ดีกว่า
  5. คนผิวแห้ง ระคายเคืองง่าย พยายามเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันเสีย เพราะอาจระคายเคืองได้
  6. ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน อย่าใช้ตามเพื่อนหรือคำโฆษณา ควรต้องเลือกที่เหมาะกับตัวเอง
  7. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทับซ้อนกัน เพราะไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้
  8. ในรูปเป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นให้ทุกคนลองไปศึกษากันดูค่ะ
  9. สุดท้าย ย้ำเสมอหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงไม่หายสักที แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมประเมินค่ะ

ถ้าชอบ Protocol สกินแคร์สิว Acne-prone Skncare อันนี้ สามารถกดไลค์กดแชร์ได้เลยค่า ♥️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วิธีจัดการสิวด้วยสกินแคร์ให้เห็นผล

สกินแคร์ที่คุณใช้อยู่ มีคุณสมบัติเหมาะสมในการแก้ปัญหาสิวจากต้นตอหรือไม่

สิวเกิดจากความผิดปกติที่บริเวณรูขุมขนและต่อมไขมัน ซึ่งเป็นภาวะที่ค่อนข้างเรื้อรัง มีกลไกการเกิด คือ มีการทำงานของต่อมไขมันเพิ่มขึ้น (Hyperseborrhea) ทำให้มีการสร้างน้ำมันผิวมากขึ้น รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงของคุณสมบัติของน้ำมันผิวร่วมด้วย ทำให้กระตุ้นการสร้างเคราตินมากขึ้นบริเวณผิวที่รูขุมขน เมื่อเคราตินจับตัวกับน้ำมันผิวจึงก่อให้เกิดสิวอุดตันเล็ก ๆ (Microcomedone) ที่ใต้ผิวตามมา ร่วมกับ หากมีความไม่สมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ Cutibacterium acne ก็จะส่งผลให้เกิดการอักเสบตามมาได้
ทำให้เห็นสิวในลักษณะต่าง ๆ ในแต่ละระยะ เช่น
สิวอุดตัน (หัวปิด = สีขาว, หัวเปิด = สีดำ)
สิวอักเสบ (ตุ่มแดง, ตุ่มหนอง, สิวหัวช้าง, ก้อนซิสต์)

เชื่อว่ามีหลายปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวตามมา เช่น พันธุกรรม, ฮอร์โมน, สภาวะแวะล้อม, อาหาร, ยาบางชนิด ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ที่ผิว เป็นต้น

การรักษาสิวให้ได้ผลจึงต้องรักษาตามกลไกของการเกิดสิว ได้แก่

  1. ลดการอุดตันของรูขุมขน
  2. ลดการทำงานของต่อมไขมัน
  3. ลดการอักเสบ
  4. ปรับสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ที่ผิว

ซึ่งการรักษาสิวตามแนวทางมาตรฐานยังคงเป็นการรักษาด้วยยาทา เช่น ยาทาวิตามินเอ, ยาเบนซิลเปอร์ออกไซด์, ยาทาฆ่าเชื้อสิว และหากไม่ดีขึ้นหรือเป็นสิวรุนแรงจะต้องใช้ยารับประทานร่วมด้วย เช่น ยากินกรดวิตามินเอ, ยาฆ่าเชื้อ, ยากลุ่มต้านฮอร์โมน ซึ่งเหล่านี้แพทย์จะเป็นผู้พิจารณา

ปัญหาจากการใช้ยารักษาสิวที่มักพบได้บ่อย คือ ผลข้างเคียงเรื่องผิวแห้ง แสบ ลอก ระคายเคือง ยาบางกลุ่มทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น ผลคือ ทำให้กำแพงผิวเสียสมดุลและบางคนไม่สามารถทนผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาสิวต่อได้ ดังนั้น การใช้สกินแคร์จึงเข้ามามีบทบาท เพื่อเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว ช่วยลดผลข้างเคียงจากยา เสริมประสิทธิภาพการรักษาด้วยยาให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นทางเลือกของคนที่เป็นสิวไม่รุนแรง คนที่ทนผลข้างเคียงจากยาไม่ไหว และสามารถใช้เป็นตัวช่วยเพื่อลดโอกาสการเกิดสิวในระยะยาวได้ โดยควรเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาสิว ดังนี้

1) ผลิตภัณฑ์กันแดด

แนะนำให้ใช้ร่วมด้วยเสมอ เนื่องจากยารักษาสิวทั้งยากินและยาทา ทำให้ผิวค่อนข้างไวต่อแสงมากกว่าปกติ
แนะนำชนิด non-comedogenic, non-acnegenic, won’t clog pore

2) ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า

แนะนำให้เป็นกรดอ่อน ๆ pH ประมาณ 5-5.5 และล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน

3) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพื้นฐาน

แนะนำชนิดที่ non-comedogenic มีสารเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยบำรุงกำแพงผิวให้แข็งแรง ทั้งนี้เพื่อลดผลข้างเคียงของยาทาสิว เช่น dimethicone, glycerin
• มีคุณสมบัติช่วยลดการสร้างน้ำมันผิว เช่น niacinamide, zinc, L-carnitine, fullerene
• มีคุณสมบัติช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน เช่น retinol, glycolic acid, salicylic acid, PHA
• มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ เช่น azelaic acid, lichochalcone A, aloe vera, zinc
หากสกินแคร์กลุ่มบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติดังกล่าว นอกจากจะช่วยเสริมการรักษาสิวให้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยลดโอกาสเกิดสิวใหม่ในอนาคตได้อีกด้วย ทั้งนี้เพราะเป็นการแก้ไขอย่างตรงจุดตามกลไกการเกิดสิวค่ะ

หากใครเป็นสิวอุดตัน ผิวมัน ที่กำลังมองหาสกินแคร์สักชิ้น ลองมองหาส่วนผสมที่กล่าวไปข้างต้น เพื่อเสริมการรักษาไปกับการทายาได้ค่ะ
ยกตัวอย่างสกินแคร์ที่มีคุณสมบัติข้างต้น เช่น Proacne A.I. Matt Fluid ซึ่งประกอบด้วย Salicylic, Licochalcone A, L-carnitine and 1,2- decanediol เป็นต้น

ทั้งนี้การรักษาและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องค่อย ๆ ลองปรับที่เหมาะกับตัวเอง และหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงแนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแล

References:
J Drugs Dermatol. 2016; 15(1 Suppl 1): s7-s10.
JEADV 2015; 29 (Suppl. 5): 1-7.
Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.
Dermatol Clin 2012; 30: 99–106. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.

Product mentioned
Eucerin Proacne A.I. Matt
✔️ มี Salicylic acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันในรูขุมขนได้ดี
✔️ มี Licochalcone A เป็น Innovation ที่ช่วยลดการอักเสบผิว ลดการเกิดรอยแดงรอยดำจากสิว และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิว
✔️ มี L-carnitine มีข้อมูลว่าการทาที่ผิวจะช่วยเพิ่ม b-oxidation ในการสลาย fatty acid และลด intracellular lipid content ในต่อมไขมัน ส่งผลให้ความมันที่ผิวเริ่มลดลงชัดเจน 2-3 สัปดาห์ และคุมความมันได้นาน 8 ชั่วโมง
✔️ Hypoallergenic Test ผ่านการทดสอบการแพ้, Non-comedogenic ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน

Disclaimer : Content Sponsored by Eucerin

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

7 สูตรลับ..ปรับสมดุลผิวที่เป็นสิวเรื้อรัง ‼️

วันนี้มีเคล็ดลับดี ๆ สำหรับใครที่เป็นสิวบ่อย ๆ สิวเรื้อรังไม่หายสักที ลองมาอ่านกันค่ะ ..

นอกจากการรักษาสิวด้วยยาตามแนวทางมาตรฐานแล้ว การดูแลผิวอย่างถูกวิธีจึงต้องควบคู่กันไปด้วยเสมอ ทั้งนี้เพื่อคงความสมดุลผิวและลดการเกิดภาวะ Microbiome Dysbiosis ที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิด สิวเรื้อรังไม่หายสักที ลองนำเคล็ดลับนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ

References:

Dermatol Ther (Heidelb) 2021; 11: 71-77.
Am J Clin Derm 2020; 21(Suppl 1): S18-S24.
Microorganisms 2020; 8: 1752. O’Neill and Gallo Microbiome 2018; 6: 177.

Collab:

HELLO SKIN by หมอผิวหนัง ✖️ SkinX พบแพทย์ผิวหนังออนไลน์ ✖️ SAVV SKIN

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne-friendly Moisturizer สกินแคร์สำหรับคนเป็นสิว

สิว..นอกจากการรักษาโดยการใช้ยากินและยาทาที่สั่งโดยแพทย์แล้วนั้น เดอโมคอสเมติกสำหรับผิวที่เป็นสิวก็สำคัญไม่แพ้กัน

สกินแคร์สำหรับคนเป็นสิวควรเลือกให้เหมาะ และเป็นสิ่งที่ควรมีควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาเพราะจะช่วยเสริมการรักษาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

โดยปกติแล้วสกินแคร์สำหรับคนเป็นสิวแนะนำเลือกคุณสมบัติ 5 ข้อ ล้อไปตามกลไกของการเกิดสิว ดังนี้

1. ชนิดมอยซ์เจอไรเซอร์สำหรับผิวที่เป็นสิว แนะนำ water‐based, nongreasy เนื้อสัมผัสไม่เหนียว ควรใช้ทุกวันเป็นประจำและควรใช้คู่กับ ครีมกันแดดและคลีนเซอร์สำหรับสูตรสิว จะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น

ส่วนประกอบพื้นฐานที่แนะนำ ได้แก่


✔️ Dimethicone และ glycerin เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำจากผิว
✔️ Hyaluronic acid หรือ sodium pyrrolidone carboxylic acid เพื่อช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น

2. ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน (Sebum-controlling agents)
กลุ่มนี้ถ้าหากใครหน้าไม่มัน สามารถข้ามไปได้เลย

ส่วนประกอบที่ช่วยเรื่องความมัน ได้แก่

✔️ Niacinamide
✔️ Bakuchiol
✔️ Zinc
✔️ Fullerene
✔️ L-carnitine
โดยจะเริ่มเห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์ อาจต้องใช้เวลาและต้องมีความสม่ำเสมอใจเย็น

3. ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของรูขุมขน (Keratolytic agents)
กลุ่มนี้จะช่วยให้ยารักษาสิวออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ผิวดูขาวใสขึ้น และ ยังช่วยลดรอยดำจากสิวได้อีก กลุ่มนี้อาจไม่ต้องทาทุกวันก็ได้ ขึ้นกับสภาพผิวและการระคายเคืองซึ่งไม่เหมือนกันในแต่ละคน และจะเริ่มเห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์

ส่วนประกอบที่ช่วยลดการอุดตัน ได้แก่

✔️ Retinol derivatives
✔️ Alpha‐hydroxy acids เช่น glycolic acid
✔️ Beta‐hydroxy acids เช่น salicylic acid
✔️ Polyhydroxy acids เช่น lactobionic acid and gluconolactone
✔️ Linoleic acid

4. ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการอักเสบ (Anti-inflammatory agents)
กลุ่มนี้นอกจากจะช่วยเรื่องลดการอักเสบของสิวแล้ว ยังลดการเกิดรอยแดงและรอยดำที่มักเกิดตามหลังการอักเสบของสิวได้อีก

ส่วนประกอบที่ช่วยลดการอักเสบ ได้แก่

✔️ Azelaic acid
✔️ Licochalcone-A
✔️ Hazel และ Aloe vera
✔️ Zinc
✔️ Soy isoflavones
✔️ Salix alba (active extract of willow bark)
✔️ Gingo biloba extracts
✔️ Epiderma Growth Factors
✔️ Enoxolone (extract from licorice root)
✔️ Penthanol
✔️ Probiotic : Lactobacillus-fermented Chamaecyparis obtusa, Lactobacillus plantarum
อื่น ๆ ที่ช่วยได้ Bakuchiol, Nicotinamide, Decanediol

5. ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยับยั้ง C.acne
(Anti-microbial agents)

กลุ่มนี้จะช่วยลดการเกิดเชื้อดื้อยาได้ดีกว่าการใช้ยาฆ่าเชื้อแต้มสิวเดี่ยว ๆ

ส่วนประกอบที่ช่วยฆ่าเชื้อ ได้แก่

✔️ Decanediol เริ่มเห็นผลประมาณ 8 สัปดาห์
✔️ Tea tree oil 5% เทียบเท่า BPO แต่เห็นผลช้ากว่า
อื่น ๆ ที่ช่วยได้ Bakuchiol, Lactobacillus plantarum

หากใครเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ ผิวมัน ที่กำลังหาสกินแคร์สักชิ้น ลองมองหาส่วนผสมที่กล่าวไปข้างต้นเพื่อเสริมการรักษาไปกับการทายาได้ค่ะ
ทั้งนี้การรักษาและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องค่อย ๆ ลองปรับที่เหมาะกับตัวเอง และหากเป็นสิวเรื้อรังรุนแรงแนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแล


References:


JEADV 2015; 29(Suppl. 5): 1-7.
Nat Rev Dis Primers. 2015; 1: 15029.
J Clin Aesthet Dermatol. 2013; 6: 18-24.
J Cosmet Dermatol. 2012 Mar; 11(1): 30-6.
Clin Cosmet Investig Dermatol. 2010; 3: 135–142.
International journal of pharmaceutics 292.1-2 (2005): 187-194.


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

สิว Story รวมกลวิธีปราบสิวให้อยู่หมัด

ทั้งหมดอยู่ในไลฟ์นี้ค่ะ

• สาเหตุของสิว ปัจจัยก่อสิว

• สิวฮอร์โมนเป็นอย่างไร รักษาอย่างไร

• ยาทาสิว ยากินรักษาสิวมีอะไรบ้าง

• อาหารเสริม โปรไบโอติกส์ พรีไบโอติกส์ ช่วยไหม

• แนะนำการเลือกสกินแคร์สำหรับคนเป็นสิว

และอื่น ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับสิว

สามารถดูย้อนหลังได้ในลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://fb.watch/6fjeCp5GjY/

สุดท้ายนี้ ต้องขอบคุณอาจารย์พลัง คุณตั้มและทีม SkinX ผู้อยู่เบื้องหลังทุกท่าน ที่ชวนหมอไปพูดคุยครั้งนี้ และ คุณหมอเก่ง DrKengw ที่มาช่วยกันแชร์เรื่องสิวปังๆ สนุกมากเลยค่ะ 🙂

Picture Cr. FB Live สิว Story

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ..ยากินวิตามินเอรักษาสิว

Update in Oral Isotretinoin for acne treatment

1. เป็นยาอันตรายที่มีการควบคุมการใช้โดยแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อกินเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ และระวังยาปลอมลอกเลียนแบบ

2. แคปซูลของยามีส่วนผสมที่ทำจากพาราเบน : ห้ามใช้ในคนที่แพ้พาราเบน
กลุ่มคนเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงสารพาราเบนที่มักผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว

3. ข้อบ่งชี้ : ไม่แนะนำให้ซื้อกินเองหากไม่มีข้อบ่งชี้
▫️สิวหนองรุนแรง (Severe nodulocystic / papulopustular acne)
▫️ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น (Minimal response to previous treatment)
▫️กรณีอื่น ๆ อาจพิจารณาโดยแพทย์เป็นรายไป ได้แก่ Significant psychological concern, prone to scarring, limited use of antibiotics

4. ขนาดที่ใช้
▫️Standard dose (กรณีสิวรุนแรงมาก): International guideline แนะนำเริ่มที่ 0.1-0.2 mg/kg/day เพิ่มจนถึง standard dose 0.5 mg/kg/day หากไม่มีข้อห้ามและผู้ป่วยสามารถทนผลข้างเคียงได้
▫️Low dose (กรณีสิวรุนแรงปานกลาง): 0.2-0.3 mg/kg/day กินอย่างน้อย 6-12 months หรือจนสิวสงบอย่างน้อย 2 เดือน

Dose อื่นยังไม่มีรายงานว่าได้ผล และการหยุดยาเร็วเกินไปจะทำให้สิวกลับเป็นซ้ำ แนะนำให้ทานหลังอาหารทันทีเพื่อเพิ่มการดูดซึมยา

5. ภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตายจากยา

ควรซักประวัติซึมเศร้าของผู้ป่วยและครอบครัว และพิจารณาเป็นราย ๆ ร่วมกับติดตามใกล้ชิด
▫️มีรายงานเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า เป็น idiosyncratic effect ในคนมีประวัติครอบครัวมีภาวะ depression, MDD
▫️แต่ในบางรายงานพบว่า ทำให้ภาวะซึมเศร้าลดลงหลังจากใช้ยารักษาให้สิวดีขึ้น

6. ผลข้างเคียงแบ่ง 3 อย่างหลัก ๆ ได้แก่

• Teratogenic ไม่ขึ้นกับ dose

ตรวจการตั้งครรภ์ยืนยัน 2 ครั้ง และคุมกำเนิด 2 วิธี
▫️เด็กพิการ คลอดก่อนกำหนด แท้ง
▫️ตรวจการตั้งครรภ์ : ก่อนรักษา 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน, หลังสิ้นสุดการรักษาแล้ว 1 เดือน
▫️อย่าลืม consent form, Pregnancy Prevention Program หรือ iPLEDGE
▫️คุมกำเนิด 2 วิธี : เริ่มตั้งแต่ก่อนรักษา 1 เดือน จนถึงหลังสิ้นสุดการรักษา 1 เดือน

• Clinical


Cutaneous
▫️ปากแห้ง ตาแห้ง ผิวลอกแตกเป็นแผล เลือดกำเดาไหล เป็น dose-dependent จากการที่ยาทำให้เกิด sebum suppressive effect, epidermal dyscohesion
▫️ ผื่นรุนแรง Steven-Johnson syndrome, Toxic Epidermal Necrolysis เสียชีวิตได้
▫️บางรายเกิดสิวเห่อรุนแรง acne fulminans หลังการเริ่มทานยา มักเกิดในเดือนแรก
Extra-cutaneous
▫️เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ทุกระบบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า (ดังรูป) *คิดก่อนซื้อมากินเองเสมอว่าคุ้มแลกกับผลข้างเคียงหรือไม่
▫️อาการปวดหัวจากความดันในสมองสูงขึ้น หากทานคู่กับยาฆ่าเชื้อกลุ่ม tetracycline จึงห้ามให้ร่วมกัน

• Laboratory


▫️ไขมันสูง : แนะนำตรวจ cholesterol, triglyceride ก่อนเริ่มยา, หลังเริ่มยา 6 สัปดาห์ และต่อไปทุก 6 เดือน
▫️ตับอักเสบ : แนะนำตรวจ SGOT, SGPT ก่อนเริ่มยา, หลังเริ่มยา 6 สัปดาห์ และต่อไปทุก 6 เดือน
▫️เอนไซม์กล้ามเนื้อสูง : อาจตรวจ CPK ก่อนเริ่มยาในกรณีเคส moderate physical excercise
▫️Bone change

7. ยาสิว isotretinoin มีผลต่อโครงสร้างของ skin barrier function จึงต้องใช้ครีมกันแดดและครีมบำรุงผิวร่วมด้วยเสมอ นอกจากนั้นยังส่งผล ดังนี้
▫️เพิ่มการสูญเสียน้ำ
▫️เพิ่มการสะสมเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่ผิวหนัง
▫️ผิวไวต่อแสงแดด

8. วิธีการดูแลและป้องกันอันตรายต่อดวงตา
▫️หากตาแห้งควรหยอดตา
▫️เลี่ยงการใช้ contact lens
▫️สวมแว่นกันแดด

9. วิธีการดูแลริมฝีปาก
▫️อาการปากแห้งนิด ๆ เป็นสัญญาณดีที่อยากให้มี บอกถึงการตอบสนองของยา
▫️ควรทาลิปมันหรือวาสลีนบ่อย ๆ และควรผสม SPF อย่างน้อย 15-30

10. งดบริจาคเลือดในระหว่างรับประทานยา จนกระทั่งหลังหยุดยา 1 เดือน

Reference: Journal of American Academy of Dermatology 2016; 74: 945-73.

🚩 โพสนี้อยากแชร์ให้เห็นถึงข้อมูลของยากรดวิตามินเอรับประทานรักษาสิว ซึ่งเป็นยาอันตรายที่ต้องควบคุมการจ่ายในสถานพยาบาลโดยแพทย์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันพบมีการนำมาขายตามร้านยา การฝากเพื่อนซื้อ หรือวิธีการใดก็ตาม และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจเพราะกินตามเพื่อน หรือ ได้ข้อมูลมาเพียงบางมุมของยา เช่น กินแล้วหน้าใส ลดความมัน สิวหายเร็วกว่าการทายา
🚩ควรศึกษาให้ดีก่อนเกิดผลเสียที่รุนแรงตามมาจากการทานยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้

✔️ การรักษาสิวให้หาย อาจต้องใจเย็นและให้เวลากับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
✔️ ในมุมมองของหมอในฐานะอายุรแพทย์โรคผิวหนัง ผ่านการรักษาเคสสิวรุนแรงมาไม่น้อย และพบเจอเคสสิวที่มีผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยากินตัวนี้มาก็ไม่น้อยเช่นกัน การมีโอกาสได้เห็นทั้งมุมมืดและมุมสว่าง ทำให้ตระหนักถึงความปลอดภัยก่อนจ่ายยาตัวนี้ให้คนไข้เสมอ และอยากให้ทุกคนที่ได้อ่านโพสนี้ตระหนักในความปลอดภัยของตัวเองเช่นกัน
✔️ อย่ามัวกังวลว่าจะสวยช้า เอาเป็นว่าสวยช้าแต่สวยนานและปลอดภัยดีกว่าสิ่งอื่นใด
✔️ ใครกินอยู่ควรอ่าน เพื่อนใครกินควรแชร์ให้เพื่อนมาอ่านเช่นกัน

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference:
Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2019; 12: 943-951.
Journal of American Academy of Dermatology 2016; 74: 945-73.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

All About Acne : ตอบคำถามเรื่องสิวและการล้างหน้าด้วยอุปกรณ์ล้างหน้า

คลิปวิดิโอนี้รวบรวมคำถามที่คนเป็นสิวควรรู้ค่ะ ใครเป็นสิวลองดูนะคะ มีรายละเอียดตามนี้

  1. สิวเกิดจากอะไร
  2. สิวมีกี่แบบ ลักษณะแบบไหนเป็นสิวชนิดไหน
  3. ปัจจัยที่มีส่วนให้เกิดสิวมีอะไรบ้าง
  4. ทานอาหารแบบไหนที่ทำให้สิวขึ้น
  5. สิววัยรุ่น vs สิววัยผู้ใหญ่
  6. กดสิว ฉีดสิว ทำเองได้ไหม
  7. คนเป็นสิว ควรใช้สกินแคร์อะไรบ้าง
  8. สิวแบบไหนที่ควรต้องไปหาหมอ
  9. Cleansing gadget มีประโยชน์หรือไม่
  10. ใครควรใช้/ไม่ควรใช้ Cleaning gadget
  11. คนผิวระคายเคืองง่ายเหมาะ LUNA3 สีไหน
  12. How to เลือก Cleansing gadget ให้เหมาะ

ทั้งหมดอยู่ในคลิปนี้ 12 นาที

Disclaimer : Video Production by Foreo Sweden

8 ข้อสรุปการดูแลปัญหาผิวจากอิทธิพลของฮอร์โมนและถุงน้ำรังไข่หลายใบ ‼️

ขอถือโอกาสพูดถึงความผิดปกติของผิวหนังที่พบได้ในโรคนี้สั้น ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงลักษณะที่อาจจะมีความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย ที่ควรต้องไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเพิ่มเติมนะคะ

1. ความผิดปกติของผิวหนังและเส้นผม

ในภาวะนี้เกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายเป็นหลัก ทำให้เกิดสิว, ขนดก, ผมบาง และรอยคล้ำที่คอหรือซอกพับต่าง ๆ ตามมา นอกจากนั้นบางคนอาจมีความผิดปกติของประจำเดือนที่มาไม่สม่ำเสมอร่วมด้วย
• ดังนั้น หากมีอาการเหล่านี้ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เพราะหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ภาวะนี้อาจส่งผลในเรื่องเมตาโบลิสม เช่น เบาหวาน อ้วน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ ไขมันเกาะตับ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ในอนาคต
(ซึ่งในโพสนี้จะกล่าวถึงเฉพาะปัญหาทางผิวหนังเท่านั้น)

2. เรื่องสิว

มักรุนแรงและเรื้อรัง พบได้ทั้งที่เป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบ มักพบบริเวณใบหน้าครึ่งล่าง ตามแนวขากรรไกร คอ หน้าอก ท้อง หลังส่วนบน และพบว่าส่วนใหญ่มีหน้ามันร่วมด้วย หรือพบเป็นสิวในวัยผู้ใหญ่ และไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาด้วยยามาตรฐาน
• ดังนั้น ใครมีสิวลักษณะดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อตรวจเรื่องฮอร์โมนหรือถุงน้ำรังไข่เพิ่มเติม และการรักษานอกจากยามาตรฐานแล้ว อาจต้องได้รับยาในกลุ่มฮอร์โมนเพิ่มเติม เช่น ยาคุมกำเนิด OCPs, ยาปรับฮอร์โมน เช่น Spironolactone, flutamide

3. ยาปรับฮอร์โมน

ทั้ง OCPs และกลุ่มที่ไม่ใช่ยาคุม เป็นยาที่ต้องควบคุมการใช้โดยแพทย์เฉพาะทาง บางคนอาจมีข้อห้ามของการใช้ยา และอาจได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เช่น หลอดเลือดดำอุดตันในอวัยวะต่าง ๆ, สมองขาดเลือด, โรคหัวใจ, มะเร็งเต้านม, เกลือแร่ผิดปกติจนเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ หากรุนแรงอาจเสียชีวิตได้
• ดังนั้น ไม่แนะนำให้ซื้อรับประทานเอง และก่อนสั่งจ่ายยาเหล่านี้ควรพิจารณาให้ดีว่าจำเป็นหรือไม่ #เมื่อเทียบกับความเสี่ยงของยาที่ผู้ป่วยได้รับ โดยให้พิจารณาการรักษาเป็นราย ๆ

4. เรื่องขนดก (Hirsutism)

พบได้ 60% แต่บางคนอาจไม่มีขนดกก็ได้ การรักษามีหลายวิธีที่มีงานวิจัยว่าช่วยได้ ได้แก่
• ยาปรับฮอร์โมน ทั้ง OCPs และกลุ่มที่ไม่ใช่ยาคุม (คล้าย ๆ รักษาสิว) แต่ขนาดการรักษาอาจแตกต่างกัน ซึ่งแพทย์เป็นผู้พิจารณา
• ยา Metformin
• ยาทา Topical eflornithine hydrochloride ซึ่ง FDA-approved สำหรับการใช้รักษาภาวะขนดกที่หน้า

5. เลเซอร์กำจัดขน หรือ IPL

ยังมีข้อมูลวิจัยในกลุ่มคนที่เป็น PCOS ไม่มากนัก
• ดังนั้น หากใช้การรักษาด้วยวิธีนี้เพียงอย่างเดียว อาจทำให้ปัญหากลับมาได้เหมือนเดิม ในปัจจุบันยังแนะนำให้รักษาด้วยยาปรับฮอร์โมน #ควบคู่ไปด้วยกันเสมอ

6. เรื่องอาหารและการควบคุมน้ำหนัก


• ในแง่รอยดำคล้ำ พบว่าช่วยได้ดี
• ในแง่ขนดก มีบางรายงานพบว่าการจำกัดแคลอรี่และการลดน้ำหนักลง 5% ใน 4 สัปดาห์ ช่วยให้ดีขึ้นได้ 30% แต่บางงานวิจัยพบว่าไม่ได้ผล อาจลองนำไปปฏิบัติและดูผลการตอบสนองเป็นรายไป
• ในแง่สิว พบว่าสิวดีขึ้นได้ถ้าหากควบคุมอาหารจำพวกที่ทำให้น้ำตาลสูงขึ้น เพราะการเกิดสิวส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยระยะเวลาเห็นผลสิวยุบลงคือ ประมาณ 4-6 สัปดาห์

7. เรื่องคอดำรักแร้และข้อพับดำคล้ำ

หรือ เรียกว่า acanthosis nigricans พบว่าส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลินและน้ำหนักเกิน
• การรักษาหลัก คือ ลดน้ำหนัก ควบคุมระดับอินซูลินด้วยยาบางชนิด เช่น metformin, thiazolidinedione, octreotide
• กลุ่มยาทาอื่นเพื่อเสริมการรักษา เช่น
Oral isotretinoin 3 mkd
Fish oil 10-20 กรัมต่อวัน
Topical calcipotriene, retinoids, hydroquinone
Chemical peeling
Alpha lipoic acid
อย่างไรก็ตามพบว่า หากหยุดการรักษา ภาวะนี้มักกลับมาเป็นใหม่ได้อีก

8. เรื่องผมบาง

อิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายจะทำให้ผมมีเส้นเล็กลง และปริมาณลดลงได้ ซึ่งปัญหานี้พบไม่บ่อยเท่าปัญหาอื่น แต่มีผลต่อสภาพจิตใจไม่น้อย การรักษาใช้ยาปรับฮอร์โมนเป็นหลัก เช่น ยาคุม OCPs, Spironolactone, Finasteride หรืออาจใช้ยาทาในกลุ่ม Minoxidil โดยแนะนำผู้ชาย 5% ผู้หญิง 2% ก็ได้ผลดี #แต่การตอบสนองต้องอาศัยระยะเวลาหลายเดือน
• ดังนั้น ต้องใจเย็นและหากหยุดยา ก็อาจกลับไปผมบางได้อีก

ภาวะ PCOS นอกจากจะมีปัญหาผิวหนังและเส้นผมตามข้างต้นแล้ว ยังอาจมีอาการอื่นได้อีก เช่น


• ประจำเดือนผิดปกติ
• ตรวจอัลตราซาวด์พบว่ามีถุงน้ำหลายใบในรังไข่
• เบาหวาน, ภาวะอ้วน
ซึ่งต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมและร่วมดูแลของแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เช่น หมอผิวหนัง หมอต่อมไร้ท่อ หมอสูตินรีเวช หมอมะเร็ง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต เช่น
• มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
• ความเครียดและซึมเศร้า
• ภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจ, โรคอัมพฤกษ์

หมอผิวหนังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลโรคนี้ และจะถือเป็นด่านแรก ๆ ก็ว่าได้ที่มีส่วนช่วยในการวินิจฉัยโรค ทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากพบความผิดปกติที่ไม่แน่ใจ ก็แนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References
Clin Cosmet Investig Dermatol 2018; 11: 407-413.
J Am Acad Dermatol 2014; 71: 859.e1-15.
Am J Clin Dermatol 2007; 8 (4): 201-219.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright ©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

เทรนด์รักษาสิวยุคใหม่

การรักษาสิว เหมือนจะไม่มีอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายซะทีเดียว เพราะ Guideline ก็ส่วนหนึ่งที่ให้เรายึดตามแนวทาง แต่การปรับใช้กับคนไข้นั้นเป็นศาสตร์และศิลป์เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ปัจจุบันยารักษาสิวยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมไปจากเดิมเท่าไรนัก แต่แนวโน้มการรักษาก็จะประมาณนี้

1. ยาทากรดวิตามินเอ : ใช้ทุกรายหากไม่มีข้อห้าม หายแล้วยังแนะนำให้ใช้ต่อแบบห่าง ๆ ช่วยป้องกันได้
2. เบนซิลเปอออกไซด์ : ใช้ในสิวอักเสบจะดี ไม่ต้องใช้ทุกราย
3. กลุ่มฮอร์โมน : ได้ผลดีใน ผญ ที่มีลักษณะฮอร์โมนผิดปกติ
4. ยากินกรดวิตามินเอ : ยังไม่ปรับ Guideline แนะนำใช้เมื่อจำเป็น แนวโน้มมาทางใช้แบบ low dose
5. ยาฆ่าเชื้อกิน/ทา : ใช้เมื่อจำเป็น ไม่ใช้เดี่ยวๆ ลดเชื้อดื้อยา
6. ปรับพฤติกรรมการดูแลผิวที่เหมาะสม : ยืนหนึ่ง! ต้องปฏิบัติตัวควบคู่กับการรักษาด้วยยา
7. เลเซอร์และแสงรักษาสิว & ยากลุ่มใหม่ ๆ : รอติดตาม
8. ยาอื่น : ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตามสภาพผิว บนพื้นฐานแนวทางรักษาที่ได้มาตรฐาน

หากใครเป็นสิวเรื้อรัง เป็นสิวไม่หายสักที แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมประเมินนะคะ หมอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ประสบปัญหาสิวค่ะ

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.