Category Archives: Aesthetics

4 Steps เช็คสภาพผิวก่อนเลือกซื้อสกินแคร์

เชื่อไหมว่า..เพียงแค่เลือกสกินแคร์ให้ตรงกับสภาพผิว ก็ทำให้ผิวดีขึ้นได้แล้ว‼️

ถ้าอยากให้ผิวสวยแบบไม่ต้องเสียเงินไปอย่างสูญเปล่า กับการซื้อสกินแคร์ที่ไม่ตรงกับผิวตัวเอง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าคุณมีผิวประเภทไหน

มาเริ่มเลยค่ะ

4 ขั้นตอนเช็คง่าย ๆ ว่าคุณมีผิวประเภทไหน❓

1.🔴 เช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาด แล้วรอ 1 ชั่วโมง โดยไม่ได้ทาครีมและไม่มีการสัมผัสใบหน้าใด ๆ แล้วดูว่าความรู้สึกที่ผิวหน้าเป็นอย่างไร ❓
• ถ้าสบายผิวดี —> อ่านต่อข้อ 2.🟡
• ถ้ารู้สึกแห้งตึง —> อ่านต่อข้อ 4.🟢

2.🟡 รออีก 1-2 ชั่วโมงถัดมา แล้วลองใช้ทิชชูซับที่ผิวหน้าบริเวณ T-zone ดูซิว่ามีความมันจากผิวหน้า ติดมากับทิชชูหรือไม่ ❓
• ถ้าไม่มีน้ำมันติด —> ผิวปกติ (Normal skin)
• ถ้ามีน้ำมันติด —> อ่านต่อข้อ 3.🟣

3.🟣 ต่อไปสังเกตที่แก้ม ดูว่าแห้งตึงหรือไม่ ❓
• ถ้าแก้มไม่แห้งตึง —> ผิวมัน (Oily skin)
• ถ้าแก้มแห้งตึง —> ผิวผสม (Combination skin)

4.🟢 ลองดูว่ามีอาการหน้าแดง แสบ คัน หรือไม่❓
• ถ้าไม่มี —> ผิวแห้ง (Dry skin)
• ถ้ามี —> ผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin)

หลายคนอินบอกซ์มาบอกหมอว่า หลังจากปรับลำดับการทาครีมตามที่หมอแนะนำไป 2-3 สัปดาห์ โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนครีมอะไร สภาพผิวก็ดีขึ้นมากเลย และนี่เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะทำให้ผิวของทุกคนดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

“ลำดับการทาครีมที่ว่าสำคัญมาก ๆ แล้วนั้น การเลือกสกินแคร์ให้ตรงกับสภาพผิวก็สำคัญมาก ๆ ไม่แพ้กัน”

ไหนลองตอบสิคะ..ว่าคุณมีผิวประเภทไหน‼️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เทคนิคการทาวิตามินเอไม่ให้หน้าลอก

(Updated May 23′ 2021)

ช่วงนี้มีเคสสิวมาปรึกษาค่อนข้างเยอะ และมีหลายคนที่ยังไม่เคยใช้ยาทากลุ่มวิตามินเอ ก็เลยทำรูปสรุปมาให้เก็บไว้ดูง่ายค่ะ เป็นเวอร์ชั่นอัพเดทจากอันเดิมสีเหลืองนะคะ มาเซฟไปใหม่นะ 🙂

🌟 วิธีการตามนี้

✔️ เริ่มทาที่ความเข้มข้นต่ำก่อน แล้วค่อยเพิ่มขึ้น
✔️ เริ่มทาชนิดที่ระคายเคืองน้อยก่อน เช่น adapalene gel, tazarotene cream แล้วจึงปรับชนิดที่ระคายเคืองมากขึ้น เช่น tretinoin gel/cream
✔️ ทาปริมาณน้อย เท่าเมล็ดถั่วลิสง
✔️ เริ่มทา วันเว้นวัน นาน 2-4 สัปดาห์แล้วค่อยเพิ่มความถี่ในการทา หรืออาจเว้นห่างกว่านี้หากมีอาการระคายเคืองมาก
✔️ เริ่มการทาด้วยวิธี short contact คือ ทาทั่วหน้า 30-60 นาที แล้วล้างออก ในช่วง 4 สัปดาห์แรกของการเริ่มใช้ หรืออาจล้างเร็วกว่านี้หากมีอาการระคายเคืองมาก
✔️ ทาครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ
✔️ ใช้ non-comedogenic moisturizer ร่วมด้วย
✔️ ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน

หากมีปัญหาแนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพิ่มเติมค่ะ

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleanser for Dry Skin, According to Dermatologist

คลีนเซอร์สำหรับคนผิวแห้ง

Cleansers selection based on skin types❣️

หลักการ
✅ การล้างหน้าให้สะอาด เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลผิวในทุกวัน
✅ บางคนอาจแพ้น้ำหอม แต่หากใครไม่มีปัญหาก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมได้ เพียงแต่คนที่ผิวแพ้ง่ายก็ควรต้องระวัง
✅ การเลือกคลีนเซอร์ที่ดี ควรเลือกตามสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้น หากเพื่อนใช้แล้วดี แต่เราอาจไม่เหมาะ

ก่อนนี้เคยแนะนำคลีนเซอร์สำหรับสิวไปแล้ว ลองไปทบทวนได้ค่ะ
วันนี้มาแนะนำวิธีเลือกคลีนเซอร์สำหรับคนผิวแห้งบ้าง

สรุป 7 ข้อ ดังนี้

1. หากแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นกลุ่มกันน้ำ แนะนำ เริ่มด้วยการเช็ดหรือล้างด้วย Cleansing oil หรือ balm
✔️ Cleansing oil : ส่วนใหญ่นิยมใช้ Mineral oil, castor oil, jojoba oil, olive oil (Olive oil อาจก่อสิว) หากล้างสะอาดแล้ว อาจจบขั้นตอนนี้
✔️ Cleansing balm : แนะนำให้ล้างตามด้วย Liquid Syndet Cleanser อีกรอบ

2. หากไม่ได้ใช้ waterproof product อะไร อาจใช้ Cleanser อย่างเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้อง double cleansing แต่หากผิวค่อนข้างสกปรก หรือ แต่งหน้าเบา ๆ อาจเริ่มด้วย
✔️ Micellar water (เคยมีบทความแล้ว)
✔️ Cleansing milk

3. Toner อาจใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ เลือกตามความสมัครใจ แต่หากผิวแห้งแพ้ง่าย แนะนำเป็น Propylene glycol-based

4. Cleansing Scrub ไม่แนะนำให้ใช้ ในคนผิวแห้ง

5. Cleanser หากใครไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ก็แนะนำข้อนี้เลยเพียงอย่างเดียวค่ะ โดยคนผิวแห้งแนะนำอาจเลือกเป็นตามนี้
✔️ Syndet Liquid
✔️ Non foaming Cleanser
กลุ่มนี้อาจทาบนผิวแห้งหรือผิวเปียกก็ได้ หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำ จะเหลือลักษณะคล้ายฟิล์มเคลือบผิวบาง ๆ จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นผิว ดังนั้นไม่ควรเช็ดหรือถูฟิล์มนี้ออก

6. คนผิวแห้งมาก อาจพิจารณาเลือกเป็นพิเศษในกลุ่ม Cleanser ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น ceramide, hyaluronic acid, glycerin เป็นต้น

7. ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับคนผิวแห้ง


• Cetaphil Gentle Skin Cleanser
• CeraVe Hydrating Facial Cleanser
• EltaMD Mild Cleanser
• Eucerin Ultra Sensitive Hyaluron Cleansing Gel
• LaRoche-Posay Toleriane Hydrating Gentle Cleanser มี ceramide, glycerin
• Neutrogena Ultra Gentle Hydrating Cleanser Creamy Formula
• Physiogel Gentle Soap-free Cleanser
• Ezerra Gentle Cleansing Gel
• Neutrogena Hydro Boost Cleansing Gel
• AcneAid Gentle Cleanser

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่ผิวแห้งและกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าคู่ใจนะคะ
ผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องลองเลือกที่เหมาะกับตัวเอง

-No Sponsored Content –
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References
The science behind skin care: Cleansers. J Cosmet Dermatol. 2018 Feb;17(1):8-14.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

หน้าท้องแตกลายระหว่างตั้งครรภ์ (Striae Gravidarum)

1. สาเหตุของหน้าท้องแตกลายตอนตั้งครรภ์ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นอิทธิพลของฮอร์โมนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเส้นในคอลลาเจนในผิวหนัง
🤰🏻ดังนั้น จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมบางคนเป็นทั้งที่ดูแลผิวดีมากแล้ว แต่บางคนไม่เป็นทั้งที่ไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะส่วนหนึ่งมีเรื่องฮอร์โมนซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน

2. นอกจากปัจจัยฮอร์โมนแล้ว ยังมีเรื่องของการยืดตัวของผิวหนังในระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เกิดรอยแตกลายที่อาจเกิดจากฉีกขาดของโครงสร้างต่าง ๆ ในผิวหนังได้
🤰🏻ดังนั้น หากเราดูแลผิวอย่างถูกวิธี ก็อาจช่วยลดการเกิดรอยแตกลายจากสาเหตุนี้ได้

3. กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดหน้าท้องแตกลายตอนตั้งครรภ์ ได้แก่
✔️ ตั้งครรภ์ตอนอายุน้อย
✔️ น้ำหนักตัวระหว่างตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นเร็ว
✔️ ตั้งครรภ์เด็กตัวโต หรือ ครรภ์แฝด
✔️ มีพันธุกรรมหน้าท้องแตกลายตอนตั้งครรภ์
🤰🏻ดังนั้น ปัจจัยที่ควบคุมได้คือ ควรดูแลการเพิ่มน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ และระมัดระวังการเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์

4. ส่วนมากเริ่มพบเมื่ออายุครรภ์ที่มากขึ้น ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ขึ้นไป และส่วนใหญ่มักจะหายไปหลังคลอดหากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
🤰🏻ดังนั้น ควรเริ่มดูแลผิวไปตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ และหากเลยตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ขึ้นไปอาจต้องดูแลใส่ใจให้มากขึ้นเพื่อเตรียมผิวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงขยายตัวของผิว

5. รอยแตกลายนี้ ไม่มีผลต่อสุขภาพร่างกายของมารดาและทารกในครรภ์ แต่อาจมีผลต่อสุขภาพทางจิตใจได้ในบางคน โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีความจำเป็นต้องใช้เรือนร่างในการปฏิบัติงาน
🤰🏻 ดังนั้น คุณแม่สบายใจเรื่องความปลอดภัยได้ค่ะ แต่กรณีหลังอาจต้องดูแลผิวพิเศษหน่อย

6. ในเรื่องครีมที่ใช้ได้ แนะนำเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิว จะทำให้ผิวมีความ ยืดหยุ่นรอบรับการขยายตัวมากขึ้นได้ดี และต้องเป็นตัวที่ปลอดภัยในระหว่างตั้งครรภ์
🤰🏻 ดังนั้น อาจเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมที่ได้มาตรฐาน เช่น Coco butter, Shea butter, Centella asiatica extract, α-tocopherol, collagen–elastin hydrolysates และที่สำคัญต้องไม่มีส่วนผสมของวิตามินเอหรืออนุพันธ์ของวิตามินเอ

7. ในแง่บอดี้ออยล์ สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีเช่นกัน เช่นกันคือ แนะนำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจะค่อนข้างปลอดภัยกว่า
🤰🏻ดังนั้น อาจเลือกเป็น Almond oil, Centella extract, Rosehip oil, Sesame oil

8. มีงานวิจัยชัดเจน พบว่าการนวดเบา ๆ บำรุงผิวบ่อย ๆ ด้วย Almond oil หรือสารสกัดจาก Centella tree สามารถช่วยลดการเกิดรอยแตกลายจากการยืดของผิวหนังได้
🤰🏻ดังนั้น Almond oil และ Centella จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดี แต่ต้องนวดร่วมด้วยค่ะ

9. ส่วน Olive oil, Coco butter lotion ทาเช้าเย็น ก็สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ แต่พบว่าผลการลดการเกิดรอยแตกลายไม่ชัดเจนนัก มีบางงานวิจัยพบว่าใช้ Olive oil massage อาจช่วยลดการเกิดรอยแตกได้บ้าง
🤰🏻ดังนั้น ก็อาจลองพิจารณา Olive oil massge แต่ข้อมูลน้อยมาก อาจต้องรอข้อมูลในอนาคตต่อไป

10. ในเรื่องการนวดผิว พบว่าการใช้ออยล์นวดเบา ๆ 15 นาที สามารถลดโอกาสการเกิดรอยแตกลายได้มากกว่าการทาเฉยๆ โดยไม่นวดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
🤰🏻 ดังนั้น หากใช้ออยล์ควรนวดด้วยอย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

11. ปัจจุบันยังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ก็คือว่า จริง ๆ แล้วผิวแตกลายในระหว่างการตั้งครรภ์นี้เป็นผลจากสกินแคร์ หรือ ผลจากการนวด หรือ เป็นผลร่วมกัน เพราะมีรายงานบางตัวที่ควบคู่กับการนวดแล้วเห็นผล แต่บางตัวก็ไม่เห็นผลต่าง
🤰🏻 ดังนั้น เรื่องนี้ก็อาจต้องติดตามข้อมูลต่อไปในอนาคตค่ะ

⭐️⭐️⭐️ HELLO SKIN Tips ⭐️⭐️⭐️

สุดท้าย อยากแนะนำเคล็ดลับดูแลผิวลดการแตกลายในระหว่างตั้งครรภ์

✔️ คนท้องอาจไม่จำเป็นต้องเกิดท้องลายทุกคน เสมอไปเพราะมีหลายปัจจัย
✔️ การทาครีม,โลชั่นหรือออยล์ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ร่วมกับการนวดเบาๆร่วมด้วย 15-30 นาที สามารถช่วยลดโอกาสเกิดหน้าท้องลายจากการตั้งครรภ์ได้
✔️ รูปแบบออยล์เป็นรูปแบบที่กักเก็บและเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีที่สุด แต่อาจมีความเหนอะผิวหว่าแบบครีมหรือโลชั่น สามารถเลือกได้ตามความชอบ
✔️ แนะนำให้ทาผิว หลังอาบน้ำทันทีหลังจากเช็ดตัวให้หมาด และสามารถทาซ้ำได้บ่อย ๆ ระหว่างวันขึ้นกับผิวแต่ละบุคคล
✔️ ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นผิว
✔️ เลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เลี่ยงการเกา เพราะจะทำให้ผิวแห้งแตกลายได้ง่ายขึ้น
✔️ หลังคลอดไปแล้วและหากยังมีปัญหาด้านรอยแตกลายที่ไม่จางลง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางให้การดูแลรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ยาทาในกลุ่มวิตามินเอ, การใช้เลเซอร์ต่าง ๆ เป็นต้น แต่ผลการรักษาอาจไม่ดีมากนัก ดังนั้นแนะนำให้ป้องกันไว้จะดีที่สุดค่ะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References
Harefuah. 2018 Dec; 157(12): 787-790.
J Clin Nurs. 2012 Jun; 21(11-12): 1570-6.
International Journal of Women’s Dermatology 2017; 3: 77–85.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เช็คลิสต์สกินแคร์สำหรับคนผิวมันรูขุมขนกว้าง ‼️

จากบทความตอนที่แล้ว ทำให้ทราบว่ารูขุมขนกว้างนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ได้แก่
• มีการผลิตน้ำมันผิวมากขึ้น
• ขนเส้นใหญ่และหนา
• โครงสร้างผิวเสื่อมและหย่อนคล้อย
• พันธุกรรมและฮอร์โมน
• แสงแดด
• การเป็นสิวอุดตันบ่อย ๆ

สามารถอ่านทบทวนได้ที่ลิ้งค์นี้ค่ะ

คราวนี้มาคุยกันต่อเฉพาะในกรณีของคนที่รูขุมขนกว้างและหน้ามัน ว่าควรเลือกสกินแคร์และดูแลผิวอย่างไรบ้างเพื่อให้ผิวดูเนียนขึ้น ?

1. การเลือก Sunscreen
แสงแดดทำให้โครงสร้างของผิวเสื่อมลงและความยืดหยุ่นลดลง เป็นเหตุให้โครงสร้างผิวที่คอยพยุงรอบรูขุมขนเกิดการหย่อนคล้อย ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นตามมา ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนต้องเผชิญกับแสงแดดในทุกวัน
🌟 ดังนั้น ครีมกันแดดจึงเป็นไอเทมที่ควรมี และแนะนำให้ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ โดย AAD แนะนำอย่างน้อย SPF 30, PA+++ ขึ้นไป

2. สกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว AHA
มีข้อมูลพบว่า ช่วยทำให้รูขุมขนดูเล็กลงได้ในคนที่ผิวมัน (Oily skin) โดยมีคุณสมบัติ คือ
✔️ เสริมการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ลดการอุดตันในของรูขุมขน ช่วยให้รูขุมขนแลดูกระชับขึ้น และลดการเกิดสิวอุดตันตามมา
✔️ ผิวเนียนเรียบ ดูโกลว์ขึ้น
✔️ เพิ่มการอุ้มน้ำที่ผิวหนังกำพร้า ช่วยเพิ่มความนุ่มชุ่มชื้น
✔️ ในระยะยาวช่วยเสริมการปรับโครงสร้างผิวในชั้นหนังแท้ ช่วยให้แข็งแรงและริ้วรอยเล็ก ๆ ลดลง อายุผิวดูลดลง
🌟 AHA ที่ได้จากกรดผลไม้ มีความอ่อนโยน เช่น
• Glycolic acid โมเลกุลเล็กสุด ได้ผลค่อนข้างดี จึงนิยมใช้ผสมในสกินแคร์มากที่สุด
• Lactic acid โครงสร้างและโมเลกุลใกล้เคียงกับ Glycolic acid จึงเป็นคู่แข่งที่สำคัญ
• Mandelic, Tartaric, Malic ค่อนข้างอ่อน จึงนิยมใช้เพิ่มความชุ่มชื้นมากกว่าผลัดเซลล์ผิว
🌟 ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมข้างต้นมากมายในท้องตลาด แนะนำให้เลือกดูผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรอง เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี
🌟 ควรระวังการระคายเคืองในคนผิวแห้ง (Dry skin), ผิวที่ระคายเคืองง่าย (Sensitive skin) และคนใช้ยารักษาสิวอยู่ด้วย เช่น Retinoid cream, Benzyl peroxide โดยแนะนำให้เลือกสกินแคร์ที่อ่อนโยนกับผิว และไม่ทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน เพื่อลดการเกิดปัญหาสิวตามมา
🌟 ยกตัวอย่างสกินแคร์กลุ่มนี้ เช่น Eucerin Poreless Solution Pore Minimizer Serum มีส่วนผสมของ Glycolic acid + Lactic acid ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ และผสม Glycerin, Sodium hyaluronate ช่วยลดการระคายเคืองได้ จึงเหมาะกับผิวบอบบาง ผิวเป็นสิวง่าย ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างร่วมด้วย

3. การเลือก Vitamin A derivatives
ในกรณีที่ผิวมันและมีสิวด้วย อาจเพิ่มสกินแคร์ในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอร่วมด้วยได้ เช่น retinol, retinyl palmitate โดยแนะนำทาช่วงก่อนนอน และระมัดระวังการใช้เพราะอาจระคายเคืองได้
🌟 ไม่แนะนำให้ใช้ในคนท้องหรือให้นมบุตร
🌟 หากเป็นกลุ่ม Prescribed medication แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางร่วมด้วย

4. การเลือก Moisturizer
ถ้าหากรูขุมขนมีสิ่งที่ก่อให้อุดตัน จะทำให้รูขุมขนยิ่งดูใหญ่และสังเกตเห็นได้ชัดขึ้น
🌟 ดังนั้น แนะนำเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นกลุ่ม non-comedogenic, oil free skincare โดยอาจเลือกเป็นพวก Humectant ก็จะเหมาะกับคนผิวมันมากกว่าพวก Oil-based product

5. การเลือก Cleanser
ควรล้างหน้าให้สะอาด จะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และยังช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย
🌟 แนะนำ Gel-based cleanser จะเหมาะกว่า Oil-based หรือ Alcohol-based cleanser
🌟 ตอนเช้าอาจใช้เป็น Gentle, non-comedogenic cleanser
🌟 ตอนเย็นอาจใช้เป็น Salicylic cleanser
🌟 แนะนำใช้น้ำสะอาดที่อุณหภูมิปกติหรืออุ่นเล็กน้อย ไม่แนะนำให้ใช้น้ำร้อนล้างหน้า เพราะอาจจะระคายเคืองผิวและทำให้รูขุมขนใหญ่ขึ้นได้
🌟 แนะนำล้างหน้าเบา ๆ วนตามรูขุมขนด้วยความนุ่มนวลจะดีที่สุดค่ะ

❌❌ ไม่แนะนำให้สครับผิว
การสครับผิวหน้า การบีบหรือแกะสิว อาจก่อการระคายเคืองและเกิดการอักเสบตามมา หากผิวหนังเกิดการอักเสบก็จะยิ่งทำให้รูขุมขนยิ่งดูชัดขึ้น

หากใครที่มีผิวมัน มีสิว และรู้สึกว่าตัวเองรูขุมขนกว้าง อยากให้ลองปรับการดูแลผิว & ปรับสกินแคร์ดูแลผิวตามวิธีข้างต้น และถ้าคิดว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือยังไม่ดีขึ้น ก็แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อพิจารณาการรักษาด้วยเครื่องมือหรือเทคโนโลยีวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติมค่ะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

References
J Cosmet Dermatol. 2019;1–7.
Cutis. 2016 Jul;98(1):33-6.
J Clin Aesthet Dermatol. 2017;10(2):45-51.
Dermatol Surg 2016;42:277–285.
Skin Res Technol. 2013 Feb;19(1):e45-53.
American Academy of Dermatology

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

Product mentioned
🌟 Eucerin Poreless Solution Pore Minimizer Serum
✔️ นวัตกรรม 2X action มี Lactic acid + Glycolic acd ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างอ่อนโยน ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน รูขุมขนแลดูกระชับ พร้อมลดการเกิดสิวอุดตัน
✔️ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิว ปรับสมดุลให้ผิวเรียบเนียน
✔️ ผ่านการทดสอบในอาสาสมัครชาวไทย 93% ของผู้ใช้พบว่ารูขุมขนดูดีขึ้น ใน 4 สัปดาห์
✔️ เหมาะสำหรับคนผิวมัน เป็นสิวง่าย
✔️ Non-comedogenic tested ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เนื้อบางเบา ซึมไว

Disclaimer: Sponsored content by Eucerin
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cleansing Oils ในดวงใจ

ประกาศผลโหวต Cleansing Oils ในดวงใจ
ประจำวันที่ 14 เมษายน 2564
ได้ผลออกมาเป็นดังนี้ 🏆🏆🏆

ใครมีประสบการณ์ตัวไหนในนี้ มาเล่าความรู้สึกให้เพื่อนฟังได้เลยค่ะ

ลิปบาล์มกันแดด

ช่วงซัมเมอร์แดดร้อน ๆ แบบนี้ นอกจากดูแลผิวหน้าแล้วก็อย่าลืมดูแลผิวที่ริมฝีปากกันด้วยนะคะ 🌞🌞🌞

การปกป้องผิวบริเวณริมฝีปากจากแสงแดดก็เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามไป ‼️

ก่อนนี้หมอเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ การดูแลผิวริมฝีปาก ไปแล้ว 2 ตอน สามารถกลับไปทบทวนได้ในลิ้งค์นี้ค่ะ

วันนี้มาต่อกันตอนที่ 3
มีหลายคนอินบ๊อกเข้ามาอยากให้รวบรวม Lip Balm ตัวไหนบ้างที่กันแดดได้ จึงได้ list มาให้ 8 ตัว ซึ่งทุกตัวสามารถปกป้องแสงแดดได้แบบ Board Spectrum และมีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป

ตัวไหนที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน และไม่มีสารที่คาดว่าจะก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย จะมี ✔️ Sensitive Skin แต่ต้องอย่าลืมว่าการแพ้ไม่สามารถคาดเดาได้ 100% แต่หากใครที่แพ้ง่ายก็แนะนำหลีกเลี่ยงสารเหล่านี้ค่ะ (มีเขียนไว้ในตอน 1)

บางตัวกันน้ำได้จะลงไว้ให้ในช่อง Water Resistant จะได้เป็นทางเลือกของคนที่อยากได้ไว้ตอนไปเที่ยวทะเลหรือลงว่ายน้ำค่ะ

ลองดูรูปนะคะ และหวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์
ถ้าใครเคยลองตัวไหนในลิสต์นี้ สามารถมาเล่าแชร์ประสบการณ์ได้เลยค่ะ


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

10 เรื่องเกี่ยวกับสิวที่อาจเข้าใจไม่ถูกต้อง

❌ เป็นสิวไม่ต้องรักษา ปล่อยให้หายเองก็ได้
✔️ สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ ควรรักษา ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมา เช่น หลุมสิว แผลเป็น

❌ สิวเป็นปัญหาที่พบเฉพาะวัยรุ่น ในวัยผู้ใหญ่หรือวัยกลางคนไม่สามารถเป็นสิวได้
✔️ ปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวกับการเกิดสิว คือ ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งพบได้บ่อยในการเปลี่ยนแปลงช่วงวัยรุ่น ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้พบสิวในวัยรุ่นได้บ่อยกว่าวัยอื่น แต่วัยอื่นก็สามารถพบสิวได้เช่นกัน และหากพบมีสิวเกิดขึ้นในวัยกลางคนขึ้นไป อาจต้องทำการปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจเพิ่มเติมว่ามีสาเหตุใดที่ทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนหรือไม่ เช่น ยา เนื้องอก ถุงน้ำรังไข่ และอื่น ๆ

❌ การเช็ดหนัาด้วยน้ำเกลือช่วยรักษาสิวได้
✔️ ยังไม่มีหลักฐานว่าการใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า มีประโยชน์ในแง่เพื่อการรักษาสิว แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม non-comedogenic

❌ คนเป็นสิวไม่ควรแต่งหน้า
✔️ การแต่งหน้าที่หนาและใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน อาจทำให้เกิดสิวจากการอุดตันรูขุมขนได้ แต่คนที่เป็นสิวไม่ได้เป็นข้อห้ามของการแต่งหน้า สามารถแต่งได้ แต่เลือกผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อการอุดตัน comedogenic score 0-2 {อ่านเพิ่มได้จากโพสก่อนหน้า} ช่วงที่เป็นสิวไม่ควรแต่งหน้าหนามาก และที่สำคัญควรล้างหน้าให้สะอาดและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางด้วยเสมอ

❌ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้รักษาสิว ยิ่งราคาแพง ยิ่งเห็นผลการรักษาดี
✔️ ผลการรักษาดีหรือไม่ ไม่ขึ้นกับราคา แต่ขึ้นกับวิธีการรักษาที่ถูกต้อง และการเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับชนิดของสิวที่เป็นอยู่

❌ คนเป็นสิวควรใช้อุปกรณ์หรือครีมผลัดเซลล์ผิวร่วมด้วยเสมอเพื่อป้องกันการอุดตันรูขุมขน
✔️ คนเป็นสิวสามารถใช้ Chemical Exfoliants ได้ เช่น BHA และแนะนำมากกว่าการใช้วิธี Mechanical Exfoliants ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ล้างหน้าต่าง ๆ เพราะจะก่อการระคายเคืองและทำให้สิวอักเสบมากขึ้นได้ ถ้าหากใช้อุปกรณ์เหล่านี้ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

❌ นอนหมอนสกปรก ทำให้เป็นสิวได้
✔️ การเกิดสิวไม่ได้เกิดจากการนอนหมอนสกปรก {ทบทวนกลไกการเกิดสิวได้จากโพสก่อนหน้า} แต่การที่ใบหน้าสัมผัสสิ่งสกปรก อาจทำให้สิวเกิดการอักเสบติดเชื้อแทรกซ้อนตามมาได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้รักษาความสะอาดด้วยเสมอ

❌ คนเป็นสิว ไม่ควรใช้มอยซ์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด
✔️ คนที่เป็นสิวมักมีผิวที่ค่อนข้าง sensitive และยิ่งหากใช้ยารักษาสิวร่วมด้วย จะยิ่งทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและไวต่อแสงแดดง่ายขึ้น สิ่งที่แนะนำคือ ควรทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและครีมกันแดดเป็นประจำ โดยเลือก non-comedogenic, non-oily เช่น อาจใช้ในรูปแบบเจล เป็นต้น

❌ ยาสีฟัน สามารถใช้รักษาสิวได้ เพราะมีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อและลดการอักเสบผสมอยู่
✔️ ถึงแม้ส่วนผสมในยาสีฟันอาจมีคุณสมบัติ anti inflammation, antibacterial ร่วมด้วยก็ตาม แต่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาเพื่อใช้กับผิวที่ใบหน้า ดังนั้นอาจมีผลข้างเคียงตามมา เช่น ระคายเคือง เกิดสีผิวด่างหรือรอยดำผิดปกติได้ จึงไม่ควรนำยาสีฟันมาใช้แต้มสิว

❌ สิวทุกชนิดสามารถกดออกได้
✔️ การกดสิวเป็นวิธีที่ใช้รักษาสิวอุดตันเท่านั้น และควรต้องทำด้วยอุปกรณ์ที่มีความสะอาดและผู้มีความชำนาญอย่างถูกวิธี เพราะอาจมีผลแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ติดเชื้อ หลุมสิว แผลเป็น
ส่วนกรณีสิวอักเสบไม่ควรกด อาจใช้วิธีทายา หรือฉีดสิวร่วมด้วยในกรณีที่เป็นรุนแรง

หากมีคำถามที่อยากรู้คำตอบเพิ่มเติม สามารถถามในโพสนี้ได้เลย แล้วจะมาตอบนะคะ


▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรล้างครีมกันแดดดี

ฤดูร้อนแบบนี้แน่นอนทุกคนต้องให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดมากเป็นพิเศษ ☀️☀️☀️

คำถามที่มี inbox เข้ามามากในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นคำถามเหล่านี้

“จะใช้อะไรล้างครีมกันแดดดีคะ”❓
“ล้างน้ำเปล่าอย่างเดียวพอไหม”❓
“ต้องใช้ oil หรือ ครีมล้างหน้าธรรมดา ก็ได้” ❓

รูปนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยตาม reference ที่ห้อยท้ายเอาไว้

1. ในงานวิจัยนี้ใช้ผลิตภัณฑ์ในการทดลอง ดังนี้

ผลิตภัณฑ์ล้าง ได้แก่
💦 Foaming cleanser
คือ Neutrogena deep clean foaming cleanser
ซึ่งมีส่วนผสมของ detergent หลัก ๆ คือ sodium methyl cocoyl taurate และ cocoamido propyl betaine
💦 Cleansing oil
คือ Maybelline new city rescue miracle oil
ซึ่งมีส่วนผสมของ oil หลัก คือ mineral oil, isopropyl myristate, alkyl (C12‐C15) benzoate และ dicaprylyl carbonate

ผลิตภัณฑ์กันแดด ได้แก่
☀️ Non‐waterproof sunscreen with SPF 50+ and PA+++
คือ Innisfree eco safety UV perfect sunblock
ซึ่งมีส่วนผสม UV filters คือ octinoxate, titanium oxide, bisethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine และ diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate
☀️ Waterproof sunscreen with SPF 50+ and PA+++
คือ Innisfree eco safety UV perfect water‐proof sunblock
ซึ่งมีส่วนผสม UV filters คือ titanium dioxide, zinc oxide, ethylhexyl salicylate, isoamyl p‐methoxycinnamate และ diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate

2. โดยให้อาสาสมัครทาครีมกันแดดทั่วหน้าในปริมาณ 1 mg/cm2 หลังจากนั้นให้รอ 30 นาที ให้ห้องที่ถูกควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่ 20‐24°C และ 50%‐60% ตามลำดับ

หลังจากนั้นให้ไปล้างหน้า ดังนี้
💦 ล้างน้ำเปล่า 3.5 ลิตร นาน 2 นาที
💦 ใช้ Foaming cleanser 0.5 g
💦 ใช้ Cleansing oil 0.6 g

3. ถ่ายรูปด้วยกล้อง VISIA Complexion Analysis System

📸 Positive control คือ ภาพหลังทาครีมกันแดด
📸 Negative control คือ ภาพที่ไม่ทาครีมกันแดด
📸 ถ่ายภาพอีกทีหลังจากที่ล้างหน้าตามวิธีข้างต้น

4. ผลการทดลองเป็นดังรูป

🛑 กลุ่มที่ใช้ครีมกันแดดชนิด non-water proof
หลงเหลือครีมกันแดดหลังล้างด้วยวิธีต่าง ๆ คือ
Water เหลือ 54.0% ± 19.2%
Foaming cleanser เหลือ 15.6% ± 6.1%
Cleansing oil เหลือ 13.4% ± 4.6%
♻️เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติก็พบว่า การล้างด้วย Foaming cleanser หรือ Cleansing oil ไม่ต่างจาก negative control
♻️ แปลว่า ถ้าใช้ครีมกันแดดแบบ Non Water proof สามารถล้างด้วย Foaming cleanser หรือ Cleansing oil ก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ล้างแค่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวเพราะอาจมีครีมกันแดดที่ยังตกค้างที่ผิวอยู่มาก

🛑 กลุ่มที่ใช้ครีมกันแดดชนิด Water proof
หลงเหลือครีมกันแดดหลังล้างด้วยวิธีต่าง ๆ คือ
Water เหลือเกือบ 60% และอาสาสมัครรู้สึกยังเหลือความมันตกค้างที่ผิว
Foaming cleanser อาสาสมัครรู้สึกล้างสะอาด แต่อันที่จริงเหลือตกค้างเกือบ 40%
Cleansing oil อาสาสมัครรู้สึกล้างสะอาด
♻️ และเมื่อดูจากทางสถิติแล้วพบกว่า Cleansing oil ล้างได้สะอาดกว่า Cleanser มาก เหลือกันแดดตกค้างไม่แตกต่างจากคนที่ไม่ทาครีมกันแดดเลย (negative control) ในทางสถิติ
♻️ แปลว่า ถ้าใช้ครีมกันแดดแบบ Water proof ก็แนะนำให้ใช้ Cleansing oil จะดีกว่าอย่างอื่น เพราะครีมกันแดดประเภทนี้จะฟอร์มเป็นเสมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ ซึ่งยากต่อการล้างด้วยน้ำหรือแม้แต่เวลามีเหงื่อก็อาจจะยังไม่หลุดออก

5. เรื่องความรู้สึกหลังล้าง พบว่า มีโอกาสเกิดหน้าแห้งในกลุ่มที่ใช้ Foaming cleanser ได้มากกว่ากลุ่มที่ใช้ Cleansing oil
♻️ ทั้งนี้ เนื่องจากใน Cleanser อาจมีสารบางอย่าง เช่น sodium methyl cocoyl taurate and cocoamido propyl betaine ซึ่งสามารถทะลุผิวชั้น stratum corneum และสามารถไปทำลายสารเพิ่มความชุ่มชื้นผิวตามธรรมชาติ [natural moisturizing factors (NMF), intercellular lipids] จึงส่งผลให้ อาจเกิดการระคายเคืองและแห้งตามมา
♻️ ในขณะที่หลังการล้างด้วย Cleansing oil จะยังเหลือออยที่เป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้มากกว่า

💢💢💢 ข้อมูลที่เกี่ยวกับการล้างผลิตภัณฑ์กันแดดเท่าที่ลองหาดู ยังมีไม่มากนัก คิดว่าต่อไปน่าจะมีข้อมูลที่ละเอียดเพิ่มเติม ทั้งในเรื่องของชนิดครีมกันแดดและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครีมกันแดดที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งงานวิจัยที่ทำการทดลองกรณีใช้ครีมกันแดด 2 mg/cm2 (ตามคำแนะนำการใช้ครีมกันแดด) แต่งานวิจัยนี้ใช้ 1 mg/cm2 ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นปริมาณที่คนส่วนใหญ่ทาในชีวิตจริง ก็ถ้ามีอะไรใหม่ ๆ จะมาอัพเดทให้อ่านกันนะคะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ ❤️❤️❤️

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference
J Cosmet Dermatol. 2019;00:1–5.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.