Mycoplasma pneumoniae-induced Rash and Mucositis

⛱ MIRM ⛱

✔️ Mycoplasma pneumoniae infection เป็นอีกภาวะที่อาจมีอาการแสดงนอกปอดร่วมด้วยได้ เช่น ทางผิวหนังพบได้ประมาณ 25% โดยอาจทำให้เกิดผื่นได้หลายรูปแบบมากมาย

Reference
Indian J Dermatol Venereol Leprol 2020;1-5.

✔️ บางครั้งอาจทำให้เกิดผื่นที่คล้ายกับ Erythema multiforme หรือ Steven-Johnson Syndrome ได้ดังรูป ซึ่งพบได้ไม่บ่อยมาก เรียกภาวะนี้ว่า MIRM (Mycoplasma pneumoniae-induced Rash and Mucositis)

✔️ MIRM มักพบในกลุ่มวัยรุ่น อายุไม่มาก มักมี prodromal respiratory symptoms เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ นำมาก่อนผื่น

✔️ ลักษณะผื่นที่พบบ่อย
เป็น atypical targets มากกว่า typical targets มักพบบริเวณ non‑acral distribution และมักพบ mucosal involvements ที่รุนแรงร่วมด้วย

Reference
Indian J Dermatol Venereol Leprol 2020;1-5.

✔️ Histopathologic features
ยัง unclear แต่จากข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าใน SJS, EM, MIRM ทั้งสามภาวะมีลักษณะที่เหมือนกัน คือ apoptotic keratinocytes and superficial dermal
infiltrate with a sparse perivascular lymphocytes ,
เมื่อเทียบกับ MIRM
พบว่า dermal infiltrations ใน SJS ค่อนข้างมากกว่า MIRM, และพบว่ามี lichenoid change ใน EM มากกว่า MIRM
อย่างไรก็ตามพบว่า Histologic changes ใน MIRM พบมีลักษณะของ SJS และ EM ร่วมด้วยทั้งคู่

Reference
Indian J Dermatol Venereol Leprol 2020;1-5.

✔️ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
หากตรวจพบ positive Mycoplasma pneumoniae
immunoglobulin M antibodies or positive PCR อาจช่วยในการวินิจฉัย

✔️ ภาวะนี้ตอบสนองต่อการรักษาด้วย systemic corticosteroids และ oral antibiotics

ภาวะนี้ถึงแม้เจอไม่บ่อย แต่อาจต้องนึกถึงกรณีที่เจอผู้ป่วยที่มีผื่นลักษณะ atypical target + mucosal involvement ร่วมกับมีอาการทางระบบหายใจนำมาก่อน

ที่สำคัญอย่าลืมวินิจฉัยแยกโรค
💡 ยา —> Drug-induced EM/SJS/TEN
💡 Recurrent Herpes infection
เพราะการรักษาไม่เหมือนกัน ลองดูการแยกโรคในตารางสุดท้าย

Reference
Indian J Dermatol Venereol Leprol 2020;1-5.

Reference
Indian J Dermatol Venereol Leprol 2020;1-5.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

10 เรื่องเกี่ยวกับสิวที่อาจเข้าใจไม่ถูกต้อง

❌ เป็นสิวไม่ต้องรักษา ปล่อยให้หายเองก็ได้
✔️ สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ ควรรักษา ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมา เช่น หลุมสิว แผลเป็น

❌ สิวเป็นปัญหาที่พบเฉพาะวัยรุ่น ในวัยผู้ใหญ่หรือวัยกลางคนไม่สามารถเป็นสิวได้
✔️ ปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวกับการเกิดสิว คือ ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งพบได้บ่อยในการเปลี่ยนแปลงช่วงวัยรุ่น ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้พบสิวในวัยรุ่นได้บ่อยกว่าวัยอื่น แต่วัยอื่นก็สามารถพบสิวได้เช่นกัน และหากพบมีสิวเกิดขึ้นในวัยกลางคนขึ้นไป อาจต้องทำการปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจเพิ่มเติมว่ามีสาเหตุใดที่ทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนหรือไม่ เช่น ยา เนื้องอก ถุงน้ำรังไข่ และอื่น ๆ

❌ การเช็ดหนัาด้วยน้ำเกลือช่วยรักษาสิวได้
✔️ ยังไม่มีหลักฐานว่าการใช้น้ำเกลือเช็ดหน้า มีประโยชน์ในแง่เพื่อการรักษาสิว แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม non-comedogenic

❌ คนเป็นสิวไม่ควรแต่งหน้า
✔️ การแต่งหน้าที่หนาและใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน อาจทำให้เกิดสิวจากการอุดตันรูขุมขนได้ แต่คนที่เป็นสิวไม่ได้เป็นข้อห้ามของการแต่งหน้า สามารถแต่งได้ แต่เลือกผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อการอุดตัน comedogenic score 0-2 {อ่านเพิ่มได้จากโพสก่อนหน้า} ช่วงที่เป็นสิวไม่ควรแต่งหน้าหนามาก และที่สำคัญควรล้างหน้าให้สะอาดและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางด้วยเสมอ

❌ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้รักษาสิว ยิ่งราคาแพง ยิ่งเห็นผลการรักษาดี
✔️ ผลการรักษาดีหรือไม่ ไม่ขึ้นกับราคา แต่ขึ้นกับวิธีการรักษาที่ถูกต้อง และการเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับชนิดของสิวที่เป็นอยู่

❌ คนเป็นสิวควรใช้อุปกรณ์หรือครีมผลัดเซลล์ผิวร่วมด้วยเสมอเพื่อป้องกันการอุดตันรูขุมขน
✔️ คนเป็นสิวสามารถใช้ Chemical Exfoliants ได้ เช่น BHA และแนะนำมากกว่าการใช้วิธี Mechanical Exfoliants ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ล้างหน้าต่าง ๆ เพราะจะก่อการระคายเคืองและทำให้สิวอักเสบมากขึ้นได้ ถ้าหากใช้อุปกรณ์เหล่านี้ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

❌ นอนหมอนสกปรก ทำให้เป็นสิวได้
✔️ การเกิดสิวไม่ได้เกิดจากการนอนหมอนสกปรก {ทบทวนกลไกการเกิดสิวได้จากโพสก่อนหน้า} แต่การที่ใบหน้าสัมผัสสิ่งสกปรก อาจทำให้สิวเกิดการอักเสบติดเชื้อแทรกซ้อนตามมาได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้รักษาความสะอาดด้วยเสมอ

❌ คนเป็นสิว ไม่ควรใช้มอยซ์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด
✔️ คนที่เป็นสิวมักมีผิวที่ค่อนข้าง sensitive และยิ่งหากใช้ยารักษาสิวร่วมด้วย จะยิ่งทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและไวต่อแสงแดดง่ายขึ้น สิ่งที่แนะนำคือ ควรทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและครีมกันแดดเป็นประจำ โดยเลือก non-comedogenic, non-oily เช่น อาจใช้ในรูปแบบเจล เป็นต้น

❌ ยาสีฟัน สามารถใช้รักษาสิวได้ เพราะมีสารที่ช่วยฆ่าเชื้อและลดการอักเสบผสมอยู่
✔️ ถึงแม้ส่วนผสมในยาสีฟันอาจมีคุณสมบัติ anti inflammation, antibacterial ร่วมด้วยก็ตาม แต่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาเพื่อใช้กับผิวที่ใบหน้า ดังนั้นอาจมีผลข้างเคียงตามมา เช่น ระคายเคือง เกิดสีผิวด่างหรือรอยดำผิดปกติได้ จึงไม่ควรนำยาสีฟันมาใช้แต้มสิว

❌ สิวทุกชนิดสามารถกดออกได้
✔️ การกดสิวเป็นวิธีที่ใช้รักษาสิวอุดตันเท่านั้น และควรต้องทำด้วยอุปกรณ์ที่มีความสะอาดและผู้มีความชำนาญอย่างถูกวิธี เพราะอาจมีผลแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ติดเชื้อ หลุมสิว แผลเป็น
ส่วนกรณีสิวอักเสบไม่ควรกด อาจใช้วิธีทายา หรือฉีดสิวร่วมด้วยในกรณีที่เป็นรุนแรง

หากมีคำถามที่อยากรู้คำตอบเพิ่มเติม สามารถถามในโพสนี้ได้เลย แล้วจะมาตอบนะคะ


▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรล้างครีมกันแดดดี

ฤดูร้อนแบบนี้แน่นอนทุกคนต้องให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดมากเป็นพิเศษ ☀️☀️☀️

คำถามที่มี inbox เข้ามามากในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นคำถามเหล่านี้

“จะใช้อะไรล้างครีมกันแดดดีคะ”❓
“ล้างน้ำเปล่าอย่างเดียวพอไหม”❓
“ต้องใช้ oil หรือ ครีมล้างหน้าธรรมดา ก็ได้” ❓

รูปนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยตาม reference ที่ห้อยท้ายเอาไว้

1. ในงานวิจัยนี้ใช้ผลิตภัณฑ์ในการทดลอง ดังนี้

ผลิตภัณฑ์ล้าง ได้แก่
💦 Foaming cleanser
คือ Neutrogena deep clean foaming cleanser
ซึ่งมีส่วนผสมของ detergent หลัก ๆ คือ sodium methyl cocoyl taurate และ cocoamido propyl betaine
💦 Cleansing oil
คือ Maybelline new city rescue miracle oil
ซึ่งมีส่วนผสมของ oil หลัก คือ mineral oil, isopropyl myristate, alkyl (C12‐C15) benzoate และ dicaprylyl carbonate

ผลิตภัณฑ์กันแดด ได้แก่
☀️ Non‐waterproof sunscreen with SPF 50+ and PA+++
คือ Innisfree eco safety UV perfect sunblock
ซึ่งมีส่วนผสม UV filters คือ octinoxate, titanium oxide, bisethylhexyloxyphenol methoxyphenyl triazine และ diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate
☀️ Waterproof sunscreen with SPF 50+ and PA+++
คือ Innisfree eco safety UV perfect water‐proof sunblock
ซึ่งมีส่วนผสม UV filters คือ titanium dioxide, zinc oxide, ethylhexyl salicylate, isoamyl p‐methoxycinnamate และ diethylamino hydroxybenzoyl hexyl benzoate

2. โดยให้อาสาสมัครทาครีมกันแดดทั่วหน้าในปริมาณ 1 mg/cm2 หลังจากนั้นให้รอ 30 นาที ให้ห้องที่ถูกควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่ 20‐24°C และ 50%‐60% ตามลำดับ

หลังจากนั้นให้ไปล้างหน้า ดังนี้
💦 ล้างน้ำเปล่า 3.5 ลิตร นาน 2 นาที
💦 ใช้ Foaming cleanser 0.5 g
💦 ใช้ Cleansing oil 0.6 g

3. ถ่ายรูปด้วยกล้อง VISIA Complexion Analysis System

📸 Positive control คือ ภาพหลังทาครีมกันแดด
📸 Negative control คือ ภาพที่ไม่ทาครีมกันแดด
📸 ถ่ายภาพอีกทีหลังจากที่ล้างหน้าตามวิธีข้างต้น

4. ผลการทดลองเป็นดังรูป

🛑 กลุ่มที่ใช้ครีมกันแดดชนิด non-water proof
หลงเหลือครีมกันแดดหลังล้างด้วยวิธีต่าง ๆ คือ
Water เหลือ 54.0% ± 19.2%
Foaming cleanser เหลือ 15.6% ± 6.1%
Cleansing oil เหลือ 13.4% ± 4.6%
♻️เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติก็พบว่า การล้างด้วย Foaming cleanser หรือ Cleansing oil ไม่ต่างจาก negative control
♻️ แปลว่า ถ้าใช้ครีมกันแดดแบบ Non Water proof สามารถล้างด้วย Foaming cleanser หรือ Cleansing oil ก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ล้างแค่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวเพราะอาจมีครีมกันแดดที่ยังตกค้างที่ผิวอยู่มาก

🛑 กลุ่มที่ใช้ครีมกันแดดชนิด Water proof
หลงเหลือครีมกันแดดหลังล้างด้วยวิธีต่าง ๆ คือ
Water เหลือเกือบ 60% และอาสาสมัครรู้สึกยังเหลือความมันตกค้างที่ผิว
Foaming cleanser อาสาสมัครรู้สึกล้างสะอาด แต่อันที่จริงเหลือตกค้างเกือบ 40%
Cleansing oil อาสาสมัครรู้สึกล้างสะอาด
♻️ และเมื่อดูจากทางสถิติแล้วพบกว่า Cleansing oil ล้างได้สะอาดกว่า Cleanser มาก เหลือกันแดดตกค้างไม่แตกต่างจากคนที่ไม่ทาครีมกันแดดเลย (negative control) ในทางสถิติ
♻️ แปลว่า ถ้าใช้ครีมกันแดดแบบ Water proof ก็แนะนำให้ใช้ Cleansing oil จะดีกว่าอย่างอื่น เพราะครีมกันแดดประเภทนี้จะฟอร์มเป็นเสมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ ซึ่งยากต่อการล้างด้วยน้ำหรือแม้แต่เวลามีเหงื่อก็อาจจะยังไม่หลุดออก

5. เรื่องความรู้สึกหลังล้าง พบว่า มีโอกาสเกิดหน้าแห้งในกลุ่มที่ใช้ Foaming cleanser ได้มากกว่ากลุ่มที่ใช้ Cleansing oil
♻️ ทั้งนี้ เนื่องจากใน Cleanser อาจมีสารบางอย่าง เช่น sodium methyl cocoyl taurate and cocoamido propyl betaine ซึ่งสามารถทะลุผิวชั้น stratum corneum และสามารถไปทำลายสารเพิ่มความชุ่มชื้นผิวตามธรรมชาติ [natural moisturizing factors (NMF), intercellular lipids] จึงส่งผลให้ อาจเกิดการระคายเคืองและแห้งตามมา
♻️ ในขณะที่หลังการล้างด้วย Cleansing oil จะยังเหลือออยที่เป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้มากกว่า

💢💢💢 ข้อมูลที่เกี่ยวกับการล้างผลิตภัณฑ์กันแดดเท่าที่ลองหาดู ยังมีไม่มากนัก คิดว่าต่อไปน่าจะมีข้อมูลที่ละเอียดเพิ่มเติม ทั้งในเรื่องของชนิดครีมกันแดดและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครีมกันแดดที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งงานวิจัยที่ทำการทดลองกรณีใช้ครีมกันแดด 2 mg/cm2 (ตามคำแนะนำการใช้ครีมกันแดด) แต่งานวิจัยนี้ใช้ 1 mg/cm2 ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นปริมาณที่คนส่วนใหญ่ทาในชีวิตจริง ก็ถ้ามีอะไรใหม่ ๆ จะมาอัพเดทให้อ่านกันนะคะ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ ❤️❤️❤️

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference
J Cosmet Dermatol. 2019;00:1–5.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เลือกครีมกันแดดไปทะเลอย่างไรให้ปัง ‼️

อันดับแรก อยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนความสำคัญของการทาครีมกันแดดในโพสนี้ค่ะ

https://helloskinclinic.wordpress.com/2020/01/21/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%89/

เราทราบดีว่า..ไปทะเลจะต้องเผชิญกับแสงแดดอันร้อนแรง, อาจมีกิจกรรมต้องลงเล่นน้ำ หรืออาจต้องใส่บิกินีอวดหุ่นสวย ดังนั้น ครีมกันแดดที่แนะนำสำหรับพกไปเที่ยวซัมเมอร์นี้จึงต้องเน้นพิเศษใน 3 เรื่องนี้


✅ ปกป้องผิวจากรังสี UVA & UVB ได้ดีเยี่ยม
✅ กันน้ำได้ อาจเลือกเป็น water resistant หรือ very water resistant ก็ได้
✅ แนะนำให้มีผสม antioxidant เพื่อช่วยลดการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดด

โพสนี้จะมาสอน วิธีการเลือกครีมกันแดดโดยดูจากค่าการปกป้องผิวจากแสงแดด โดยการดูสัญลักษณ์หรือตัวเลขต่าง ๆ ที่ระบุไว้ข้างขวด ดังนี้ค่ะ

1. รังสี UVA สามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้ หรืออาจลึกกว่านั้นในกรณีของ UVA1
ส่งผลให้เกิด aging ผิวชรา หลอดเลือดขยายตัว กระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ทำให้เกิดความหมองคล้ำ ฝ้ากระเข้มขึ้น ทำลาย DNA ทำให้เกิดรอยโรคที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

☀️☀️☀️หากเราต้องการดูว่า ครีมกันแดดมีระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVA มากน้อยแค่ไหน อาจดูได้จาก UVAPF (UVA Protection Factor) ดังนี้

📍📍 ดูค่า PA (Protection Grade of UVA)

แบ่งเป็น PA +,++,+++,++++ หมายถึง ประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA ที่มากขึ้นตามลำดับ ค่า PA ที่แนะนำ คือ +++ (สามบวก) ขึ้นไป

📍📍 ดูค่า PPD (Persistent Pigment Darkening)

เมื่อเทียบกับ PA แล้วจะได้ดังนี้
PPD 2-4 เท่ากับ PA+ แนะนำสำหรับกิจกรรมในบ้านที่ไม่ถูกแดด
PPD 4-8 เท่ากับ PA++ แนะนำสำหรับสาวออฟฟิศ ทำงานในร่ม
PPD 8-16 เท่ากับ PA+++ แนะนำสำหรับกิจกรรมที่ต้องออกแดด ไปซื้อของ หรือไปเที่ยว
PPD >16 เท่ากับ PA++++ แนะนำกิจกรรมกลางแจ้ง เล่นกีฬา ลงน้ำ
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าครีมกันแดดที่มี PA++++ เมื่อเราอยากรู้ว่าตัวไหนปกป้องได้ดีกว่ากัน อาจลองมาดูที่ PPD ว่าเป็นเท่าไหร่ ก็จะพอบอกได้ค่ะ
ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี PPD สูง ๆ ในท้องตลาด ก็อย่างเช่น LPS Anthelios Invisible Fluid ซึ่งมี PPD 46 เลยทีเดียว

📍📍 ดูสัญลักษณ์ UVA ที่มีวงกลมล้อมรอบ

แสดงว่า มีค่าป้องกัน UVA ห่างจาก SPF ไม่เกิน 3 เท่า กล่าวคือ UVAPF/SPF > 1/3

📍📍 ดูค่า Critical Wavelength

ถ้าหากครีมกันแดดระบุไว้ตั้งแต่ 370 nm ขึ้นไป ร่วมกับมีสัญลักษณ์ UVA ที่มีวงกลมล้อมรอบ แสดงว่า เป็น Broad Spectrum Protection

📍📍 ดูรูปดาว Boot Star Rating

ยิ่งหลายดาวก็ยิ่งปกป้องได้ดีกว่า

📍📍 ดูชื่อของ UV filters

จะพอบอกได้คร่าว ๆ ว่ามีตัวที่ปกป้องรังสีอะไรได้บ้าง (ตามตาราง)

2. รังสี UVB สามารถลงลึกถึงชั้นหนังกำพร้า
ส่งผลให้เกิดการไหม้ของผิว และในระยะยาวอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

☀️☀️☀️หากเราต้องการดูว่า ครีมกันแดดมีระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB มากน้อยแค่ไหน ดูได้ดังนี้

✔️ ดูค่า SPF (Sun Protection Factor)

ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กัน ค่านี้บอกถึงความยาวนานของการป้องกันผิวไหม้แดง ถ้าหากยิ่งค่าสูง จะยิ่งป้องกันผิวได้นานขึ้นก่อนจะเกิดผิวไหม้ ซึ่งมาตรฐานของครีมกันแดดที่ใช้
SPF 10-15 เหมาะกับกิจกรรมในร่ม ไม่ถูกแดดเลย
SPF >15 เหมาะกับกิจกรรมที่อาจต้องมีถูกแดดบ้าง
SPF >30 เหมาะกับกิจวัตรประจำวันตามปกติ
SPF >50 เหมาะกับคนไปทะเลหรือที่ต้องออกแดดจัด
ส่วน SPF ที่มากกว่า 50 ขึ้นไปเรื่อย ๆ อาจเพิ่มประสิทธิภาพได้ไม่มากนัก (ดูกราฟ) ก็ลองพิจารณาตามความเหมาะสมและกำลังทรัพย์แต่ละคน

3. การดูความสามารถในการกันน้ำ (Water Resistant Testing)
ให้เลือกที่ระบุว่า
✔️ Water Resistant หรือ
✔️ Very Water Resistant ก็ได้

4. มองหาส่วนผสมที่เป็น antioxidant เพิ่มเติม เช่น Vitamin E, Vitamin C, Phenolic compounds, Flavonoid compounds, Caroteinoids เป็นต้น

นอกจาก 4 ข้อหลัก ๆ ข้างต้นแล้ว ต้องอย่าลืมว่ายังมีปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ อีกก็คือ

• การทาครีมกันแดดใน ปริมาณที่เหมาะสม คือ 2 mg/cm2 เพื่อให้ได้ค่าการปกป้องแสงแดดตามที่ระบุไว้
✔️ ชนิดครีม : 2 ข้อนิ้วมือ หรือ 1 เหรียญสิบ (ทั่วหน้า)
✔️ ชนิดฟลูอิด : 2 เหรียญสิบ (ทั่วหน้า)
✔️ หากทาทั้งตัวใช้ประมาณ 30-45 g หรือ ml

• การทาซ้ำระหว่างวัน
✔️ Indoor activities : อาจไม่จำเป็นต้องทาซ้ำ
✔️ Outdoor activities : ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือ หากมีเหงื่อเยอะ มีการถูเสียดสี อาจทาซ้ำบ่อยขึ้น
✔️ เล่นกีฬาหรือกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ : ทาซ้ำทุก 30 นาที

• การทาในบริเวณที่มักลืม ได้แก่
✔️ ใบหู, หลัง, เท้า

• กรณีสวมหน้ากาก ในยุคโควิด
✔️ พบว่าหน้ากากช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ผิวในบริเวณที่อยู่ใต้หน้ากาก ถ้าหากต้องการการปกป้องเต็มที่ก็อาจต้องทาครีมกันแดดร่วมด้วย แต่หากมีปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบร่วมด้วยอาจจะไม่ทาครีมกันแดดก็ได้ แต่ควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยค่ะ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าในสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์กันแดด และสามารถเลือกครีมกันแดดได้เก่งขึ้นด้วยตัวเองนะคะ

References

J Cutan Med Surg. 2019 JulAug; 23(4): 357-369.
Cosmetics 2019, 6(4); 64.
J Am Acad Dermatol. 2017 Mar; 76(3S1): S100-S109.
J Am Acad Dermatol. 2013 Dec; 69(6): 867.e1-14
Photodermatol Photoimmunol Photomed. 2015 Mar; 31(2): 65-74.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🌟 LPS Anthelios Invisible Fluid 🌟
PA++++, PPD46, SPF50+
มี antioxidant คือ Tocopherol (Vitamin E)
NETLOCK Technology ผ่านการทดสอบหลายด้าน ได้แก่ ไม่มีคราบขาว ติดทนแม้เข้าห้องซาวน่านาน 2 ชั่วโมง
เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียว ซึมไว
Water resistant ทนน้ำ ทนเหงื่อ ทนทราย

Disclaimer: Sponsored by Laroche Posay

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เคยสงสัยไหมว่า..ทำไมทาครีมอะไรก็แสบหน้าไปหมด ‼️

คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่มีผิวบอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบข้างก็เป็นได้ ลองอ่านโพสนี้ดูนะคะ

ลองมาดูว่า ผิวของเราเป็นผิวชนิด Sensitive skin หรือไม่ ⁉️

1. Sensitive skin คือ ผิวที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวได้มากกว่าผิวปกติ ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์บางอย่าง, การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ, ฝุ่น PM2.5, รังสียูวี หรือแม้แต่ความเครียด
🌟 ดังนั้น คนกลุ่มนี้อาจมีการระคายเคือง รู้สึกไม่สบายผิว หน้าแห้ง แดง คันยุบยิบ หรือลอกได้ เวลาที่มีปัจจัยกระตุ้นที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งความรุนแรงของอาการก็แล้วแต่บุคคล

2. พบว่ากลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีผิวที่ sensitive มากขึ้น ได้แก่
🌟 กลุ่มคนที่เป็นโรคผิวหนัง เช่น เซบเดิร์ม, ผิวหนังอักเสบ, โรคภูมิแพ้ผิวหนัง, โรเซเชีย
🌟 คนที่ทายาสเตอรอยด์ต่อเนื่องนาน ๆ
🌟 ผิวหลังทำเลเซอร์
🌟 คนที่ใช้ยาบางชนิด เช่น topical retinoids, benzoyl peroxide
จะเห็นได้จากตัวอย่าง คนที่ต้องทายาสิว บางคนก็จะมีอาการแสบแห้งแดงลอกและระคายเคืองได้ง่าย ซึ่งคนเหล่านี้ก็ต้องดูแลผิวเพิ่มเติมให้ดี

3. หากเรารู้ว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้นในผิวของคนที่เป็น sensitive skin เราก็จะแก้ไขได้ตรงจุด ซึ่งหลัก ๆ จะมี 3 อย่างด้วยกัน คือ

📍📍พบว่ากำแพงผิว (Skin barrier) ของกลุ่มคน sensitive skin จะไม่แข็งแรงเท่าผิวคนทั่วไป จึงทำให้พวกสารและมลภาวะต่าง ๆ สามารถซึมผ่านผิวลงไปได้ง่าย และก่อให้เกิดการระคายเคืองตามมา นอกจากนี้ยังพบว่า ที่ผิวมีการลดลงของสารเพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMFs), fatty acids, hyaluronic acid, dexpenthenol
🌟 ดังนั้น คนที่มีผิว sensitive อาจพิจารณาเลือก Moisturizer ที่มีส่วนผสมเน้นบำรุงกำแพงผิวให้แข็งแรง เช่น hyaluronic acid, fatty acid, dexpenthenol เป็นต้น และที่สำคัญควรเลือกที่ไม่ก่อการระคายเคือง ควรเลี่ยงน้ำหอม, สารกันเสีย, แอลกอฮอล์

📍📍พบว่าคนกลุ่ม sensitive skin จะมีเส้นประสาทรับความรู้สึก & ตัวรับความร้อน มีความไวมากขึ้น จึงถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป และโดยเฉพาะความร้อนหรือฝุ่นมลภาวะ จะยิ่งทำให้มีอาการไม่สบายผิว และแสบร้อนผิวได้มากขึ้น
🌟 ดังนั้น ถ้าหากใครมีอาการเช่นนี้ ก็อาจจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว (Calming or soothing ingrediant) เช่น Symsitive จะสามารถช่วยบรรเทาอาการคัน แสบร้อนได้

📍📍 พบว่าคนที่มีผิว sensitive skin มักหน้าแดงได้ง่าย ทั้งนี้เพราะเกิดจากการกระตุ้นกระบวนการอักเสบที่ผิว ทำให้เกิดการขยายของหลอดเลือดตามมา จึงเห็นว่าผิวหน้าแดงขึ้น
🌟 ดังนั้น ถ้าหากมีการอักเสบของผิวเกิดขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษา อาจใช้ยาทากลุ่มสเตอรอยด์หรือ topical calcineurin inhibitor หรือ เดอโมคอสเมติกส์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยลดการอักเสบผิว แทนการใช้ยาก็ช่วยได้เช่นกัน เช่น licochalcone A เป็นต้น

4. เทคนิคการดูแลผิวในคนที่มี sensitive skin ที่อยากแนะนำมีดังนี้ค่ะ

✔️ ล้างหน้าให้สะอาดเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ให้หมด จะช่วยลดการระคายเคืองจากการตกค้างได้ โดยควรเลือก ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่อ่อนโยน ล้างสะอาด มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิว ไม่ก่อการระคายเคือง
✔️ โทนเนอร์หรือพรีเซรั่ม เป็นตัวเลือกเสริม อาจใช้ก็ได้ (หรือบางคนอาจข้ามขั้นตอนนี้ไป) แนะนำให้เลือกที่อ่อนโยน ไม่ผสมแอลกอฮอล์หรือสารที่อาจก่อการระคายเคือง
✔️ มอยเจอไรเซอร์ ที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงกำแพงผิว, ลดการอักเสบ, ปลอบประโลมลดความไวของตัวรับเส้นประสาทที่ผิว ถ้าหากมีครบทั้ง 3 อย่างก็มีแนวโน้มได้ผลดีกว่า ซึ่งปัจจุบันมีหลายแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น UltraSENSITIVE Repair Cream ก็มีคุณสมบัติครบทั้งสามกลไก
✔️ ผลิตภัณฑ์กันแดด แนะนำเป็น Physical sunscreen จะก่อการระคายเคืองน้อยกว่ากลุ่ม Chemical sunscreen และหากกันแดดให้ดี ก็จะช่วยลดอาการแสบร้อนหรือไม่สบายผิวได้ด้วย

5. นอกจากการดูแลผิวข้างต้นอย่างถูกวิธีแล้ว อย่าลืมมองหาเสมอว่า คุณมีโรคผิวหนังที่ทำให้ผิวระคายเคืองง่ายขึ้นกว่าคนทั่วไปหรือไม่ หรือมีปัจจัยอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นอยู่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ต้องรักษาควบคู่กันไปกับการดูแลผิวอย่างถูกวิธีค่ะ

🎏🎏🎏 การดูแล Skin barrier ให้แข็งแรง เป็นปราการด่านสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเปรียบเสมือนเกราะปกป้องผิวจากมลภาวะ สารพิษต่าง ๆ ที่จะมาทำร้ายผิวเรา ใครที่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้วหมอเชื่อว่า หากพื้นฐานผิวแข็งแรงขึ้น อาการแสบ แห้ง ลอก แดง คัน ไม่สบายผิว จะค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ ลองนำไปปฏิบัติใช้กันดูนะคะ

References
J Drugs Dermatol. 2019;18(1 Suppl):s68-74.
Int J Cosmet Sci. 2013 Feb;35(1):2-8.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
🛒🛒 Eucerin Ultra SENSITIVE Repair cream
สกินแคร์นวัตกรรม Barrier repair innovation ครบสามกลไก
เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม ผิวหลังทำเลเซอร์
▫️มี Licochalcone A ช่วย anti inflammation มีการทดลองพบว่า ช่วยลดรอยแดงจากการอักเสบผิว, หลังเลเซอร์ได้ดีประมาณ 3-7 วัน
▫️มี Symsitive ฤทธิ์ Calming effect โดยไปยับยั้งที่ nerve system มีงานวิจัยว่าช่วยลดอาการคัน ระคาย ยุบยิบ แสบร้อนได้ใน 2 นาที
▫️มี Dexpenthenol ช่วยเสริมสร้างกำแพงผิวให้แข็งแรง
▫️No steroid, alcohol, paraben, fragrance, silicone, colorants
🛒🛒 UltraSENSITIVE Hyaluron Cleansing Gel
ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย
▫️มี hyaluronic acid เพิ่มความชุ่มชื้น
▫️มี APG Complex สารทำความสะอาดที่อ่อนโยน สลายน้ำมัน สิ่งสกปรกและเครื่องสำอางได้ดี
▫️ปราศจากสบู่ พาราเบน
🛒🛒 UltraSENSITIVE Hyaluron Toner
ผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ เพิ่มความชุ่มชื้นผิวก่อนลงสกินแคร์ สามารถใช้แบบน้ำตบ หรือใช้เทใส่สำลีเช็ดเบา ๆ หลังล้างหน้าก็ได้

Disclaimer: Sponsored by Eucerin

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

UV & Skin Photoaging🌤👴🏻

วันนี้เรามาทำความรู้จักกันว่า Photoaging คืออะไร ‼️

1️⃣👵🏻 ความชราของผิว หรือที่เรียกว่า Skin Aging เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องของพันธุกรรม, ไลฟสไตล์การใช้ชีวิต, อาหารการกิน, มลภาวะทางอากาศ สูบบุหรี่ รวมทั้งการดูแลผิว และที่สำคัญคือ รังสียูวี ที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวัน
☀️ ดังนั้น ถ้าหากเราสามารถปรับที่ปัจจัยเหล่านี้ได้ แนวโน้มก็อาจทำให้ผิวเราดูเด็กกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เช่น ทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกาย บำรุงผิวอย่างถูกวิธี และที่สำคัญคือ ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ จะช่วยได้มากเลยค่ะ

2️⃣👵🏻 เมื่อดูจากกราฟในรูปแรกจะเห็นได้ชัดเจนว่า
☀️ ยิ่งอายุมากขึ้น ความหนาของชั้นผิว ยิ่งน้อยลงไปเรื่อย ๆ
☀️ ยิ่งอายุมากขึ้น คอลลาเจนและอิลาสตินในผิว ยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ
☀️ ยิ่งอายุมากขึ้น ความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นผิว ยิ่งน้อยลงไปเรื่อย ๆ
☀️ ยิ่งอายุมากขึ้น ระบบอิมมูน และ ระบบการซ่อมแซมผิว ก็ยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ
ดังนั้น เราควรดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ผิวจะค่อยเสื่อมไปตามกาลเวลามากขึ้น และที่สำคัญควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้กราฟในรูปลดลงเร็วกว่าเดิม

3️⃣👵🏻 ผิวที่เสื่อมจากการถูกแสงยูวีประจำเป็นระยะเวลานาน เราเรียกว่า Photoaging ผลคือ เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ เม็ดสีผิวผิดปกติ เกิดฝ้า กระ รวมทั้งมะเร็งผิวหนังที่อาจเกิดตามมาได้
☀️ ดังนั้น การปกป้องผิวจากแสงแดด และ การทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าหากใครที่อยากชะลอการเกิด photoaging ให้ช้าลง

4️⃣👵🏻 ROS ที่ผิวจะเพิ่มขึ้นมากเมื่อผิวถูกแสงยูวี และจะส่งผลให้เกิด oxidative stress ผลต่อผิวหนังตามมา มีดังนี้
☀️ ผิวหนังอักเสบแดง จากการกระตุ้น PGE2 Synthesis
☀️ กำแพงผิวเสีย (Skin barrier dysfunction) บางคนอาจมีการกำเริบของโรคผิวหนัง เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
☀️ มีการหลั่งน้ำมันผิวเพิ่มขึ้น กระตุ้นการอักเสบและอาจเกิดสิวตามมาได้
☀️ กระตุ้นเม็ดสีผิว เกิดรอยดำ ฝ้า กระ จุดด่างดำตามมาได้

5️⃣👵🏻 UVA (320-400nm) ส่งผลกระตุ้นให้มีการสร้าง ROS มากขึ้นที่ผิวชั้น dermis ส่วน UVB (290-320nm) ไม่สามารถลงสู่ผิวชั้นลึกได้ แต่สามารถกระตุ้น epidermal cytokine ในผิวชั้นตื้น ทั้งสองกลไกทำให้เกิดการทำลายDNA ของเซลล์ทั้งคู่
☀️ ดังนั้น การปกป้องผิวที่ดีจึงแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีสารกันแดดได้ทั้ง UVA และ UVB จะดีกว่าสารที่กันได้อย่างใดอย่างหนึ่ง

7️⃣👵🏻 ในเรื่องของ Physical หรือ Chemical sunscreen อาจเลือกตามลักษณะกิจกรรมและสภาพผิว
☀️ Physical sunscreen สำหรับกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน
☀️ Chemical sunscreen สำหรับกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน หรือกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ สัมผัสทราย เล่นกีฬามีการเสียดสีเหงื่อเยอะ หรือต้องการประสิทธิภาพกันน้ำก็อาจใช้เป็น water-resistant หรือ very water-resistant
ดังนั้น อาจต้องลองเลือกที่เหมาะสม ตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

8️⃣👵🏻 UV กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาในผิว ส่งผลให้มีการสร้างสารอนุมูลอิสระ Reactive oxygen species (ROS) มากขึ้น สารตัวนี้จะไปทำลาย DNA ของเซลล์โดยการเกิด oxidative stress
☀️ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์กันแดดตัวใหม่ ๆ จึงมักผสม สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ascorbic, tocopherol, polyphenol หรือ นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยป้องกันการทำลายผิวจาก ROS เช่น Cellular Bioprotection ซึ่งนวัตกรรมนี้มีข้อมูลพบว่า ช่วยป้องกันการเสื่อมของ glutathione ในผิวได้ดีหลังทำการฉายแสงยูวี จึงช่วยปกป้องผิวจาก ROS ได้มากขึ้นไปอีก (Keratinocyte’s Glutathione natural reserve)

ถึงแม้เราบำรุงผิวอย่างดีสม่ำเสมอมาตลอด แต่เมื่อวัยที่มากขึ้นแล้ว การบำรุงเท่าเดิมอาจไม่เพียงพอ จึงควรต้องใส่ใจให้มากกว่าเดิม

ทุกคนทราบดีว่า การจะเพิ่มความหนาของชั้นผิว และ การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน เพื่อให้ผิวอ่อนเยาว์นั้น ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ หาใช่การดูแลเพียงชั่วข้ามคืนไม่

📍📍ความแก่ของผิวหนัง เป็นผลจากทั้งปัจจัยภายใน และ ปัจจัยภายนอก
📍📍การปรับกิจวัตรประจำวัน ทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกาย ก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในได้ดี
📍📍ในขณะเดียวกัน การบำรุงผิวอย่างถูกวิธี และ ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ก็เป็นอีกวิธีที่สำคัญ ที่จะช่วยชะลอความแก่ของผิวจากภายนอก อันเนื่องจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้ รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าใครอยากชะลอผิวแก่ ต้องปกป้องผิวจากแสงแดดร่วมด้วยเสมอค่ะ
คุณทาครีมกันแดดหรือยัง ⁉️

References

Photodermatol Photoimmunol Photomed. 2015 Mar;31(2):65-74.
Ageing Researh Reviews 2015;21:16-29.
Journal of Dermatological Science 2010;58:85-90.
Biomolecules 2015;5:545-589.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Product mentioned
⭐️Bioderma Photoderm Max Aquafluide⭐️
✔️SPF50+ , PPD 24, PA++++
✔️ปกป้องทั้ง UVA1, UVA2, UVB
✔️The Cellular Bioprotection (PATENT) นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มความต้านทานผิวต่อ ROS มีงานวิจัยพบว่า 100% Glutathione reserve หลังฉายแสงยูวี 200 J/cm2 จึงช่วยปกป้องการทำลายกลูต้าในผิวอย่างได้ผล และยังช่วยส่งเสริมกระบวนการปกป้องตัวเองของเซลล์ผิวจากแสงยูวี
✔️สูตร water-resistant กันน้ำได้นาน 40 นาที
✔️เนื้อฟลูอิดบางเบา ซึมเร็ว, non-comedogenic ไม่อุดตัน
✔️เหมาะกับ sensitive skin, ไม่มีพาราเบน

Disclaimer: Sponsored by Bioderma

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ยาฉีดชีวโมเลกุล..ความหวังของผู้ป่วยสะเก็ดเงิน

ทำความรู้จัก ยาฉีดชีวโมเลกุล สำหรับรักษาโรคสะเก็ดเงิน ‼️

มีคำถามเกี่ยวกับการรักษาโรคสะเก็ดเงินเข้ามามากมาย ว่ามีวิธีรักษาอย่างไรได้บ้าง บางคนไม่อยากกินยาหรือมีข้อห้ามในการใช้ยา บางคนไม่สะดวกไปฉายแสงทุกสัปดาห์ หรือบางคนรักษามานานไม่ดีขึ้นสักที โพสนี้เลยอยากเล่าเรื่องการรักษาโรคนี้คร่าว ๆ และพูดถึงยาฉีดชีวโมเลกุลที่ใช้รักษาโรคนี้ให้ได้รู้จักกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ลองอ่านกันดูนะคะ

1️⃣ ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน จะพบมีการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังทำให้มีการหนาตัวขึ้น บางรายอาจมีลักษณะตุ่มน้ำ และอาจมีข้ออักเสบร่วมด้วย

2️⃣ สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าอาจมีการกระตุ้นจากปัจจัยบางอย่าง เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน ระบบอิมมูนร่างกาย แอลกอฮอล์หรือยาบางชนิด ดังนั้น นอกจากจะรักษาโรคแล้ว ยังต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วย

3️⃣ ผู้ป่วยที่มีผื่นสะเก็ดเงินไม่มาก (<10% BSA ซึ่งเทียบได้คร่าว ๆ ประมาณ 10 ฝ่ามือ) อาจรักษาด้วย ยาทาภายนอก เช่น
✔️ ยาทาคอร์ติโคสเตอรอยด์
✔️ ยาทาน้ำมันดิน
✔️ ยาทาอนุพันธ์วิตามินดี
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ เพราะยาแต่ละตัวมีผลข้างเคียงและข้อห้ามบางอย่างที่ต้องระวังการใช้

4️⃣ หากผู้ป่วยมีอาการสะเก็ดเงินรุนแรงปานกลางถึงมาก แพทย์อาจพิจารณาการรักษาอื่นเพิ่มเติม เช่น
✔️ ยากดภูมิคุ้มกัน
: Methotrexate ควรระวังผลข้างเคียง คลื่นไส้อาเจียน, ตับอักเสบจนถึงตับแข็งได้, กดการทำงานไขกระดูก
: Acitretin ควรระวังผลข้างเคียง ปากแห้ง ตาแห้ง ผิวแห้ง, ไขมันในเลือดสูง และต้องคุมกำเนิดนาน 2 ปีหลังหยุดยา
: Cyclosporin ควรระวังผลข้างเคียง ไตวาย, ความดันโลหิตสูง, ขนยาว, เหงือกบวม
✔️ ฉายแสงอาทิตย์เทียม
: NB-UVB, PUVA เป็นอีกวิธีที่ได้ผลดี ผลข้างเคียงไม่มากนัก บางรายอาจมีอาการแสบแดงบริเวณที่ฉายแสงได้ แต่ข้อจำกัดของวิธีนี้คือ ผู้ป่วยต้องมาฉายแสง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 3-6 เดือนขึ้นไปจึงจะเห็นผลการตลอดสนองดี

5️⃣ ยาฉีดชีวโมเลกุล หรือเรียกว่า Biologic agents ถือเป็นยากลุ่มใหม่ที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน โดยจะเข้าไปปรับที่ระบบอิมมูนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคโดยตรง

ยกตัวอย่างยาที่มีในปัจจุบัน
✔️ กลุ่มออกฤทธิ์ยับยั้ง Tumor Necrosis Factor α (Anti-TNF-α)
: Etanercept
: Infliximab
: Adalimumab
: Certolizumab
✔️ กลุ่มออกฤทธิ์ยับยั้ง IL-12/IL-23
: Ustekinumab
✔️ กลุ่มออกฤทธ์ิยับยั้ง IL-17/IL-17R
: Secukinumab
: Brodalumab
: Ixekizumab
✔️ กลุ่มออกฤทธิ์ยับยั้ง IL23
: Guselkumab
: Tildrakizumab

ยากลุ่มชีวโมเลกุลนี้มีความแตกต่างของการบริหารยา ดังนี้
▫️วิธีการฉีด : แบบฉีดเข้าเส้นเลือด หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนัง
▫️ความถี่ของการฉีด : ทุก 2 สัปดาห์ – ทุก 3 เดือน
▫️ผลการรักษา : ค่อนข้างดีถึงดีมาก และเห็นผลการรักษาค่อนข้างเร็ว บางตัวผื่นดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์
▫️ความสะดวกในการใช้ : ค่อนข้างสะดวกสบาย ไม่ต้องนอน รพ. แต่แนะนำว่าหลังฉีดยา (โดยเฉพาะครั้งแรก) ควรรอสังเกตอาการว่าไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ก่อนกลับบ้าน
▫️ราคายา : ค่อนข้างสูง และยาบางตัวยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทุกสิทธิ์ มีเพียงบางตัวที่เบิกได้ตามข้อบ่งชี้เท่านั้น
▫️ผลข้างเคียง : ส่วนใหญ่เป็นอาการที่ไม่รุนแรงอาจมีอาการปวดบวมเล็กน้อยที่บริเวณตำแหน่งฉีดในบางราย, อาการจามคัดจมูกเล็กน้อย ส่วนผลข้างเคียงที่รุนแรงพบไม่บ่อย ขึ้นกับชนิดยา ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนรักษาด้วยวิธีนี้

6️⃣ ยาฉีดชีวโมเลกุล ถือเป็นอีกทางเลือกการรักษาใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีมากในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน แต่เนื่องจากปัจจัยบางอย่างของการเกิดโรคอาจไม่สามารถแก้ได้ เช่น พันธุกรรม ระบบอิมมูนร่างกาย เป็นต้น ดังนั้นการรักษาโรคสะเก็ดเงินอาจยังไม่มีวิธีใดที่ทำให้หายขาด แต่เราคาดหวังให้โรคสงบได้ยาวนาน ซึ่งผู้ป่วยจะไม่มีอาการอะไร และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป

7️⃣ ผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่สนใจอยากรักษาด้วยยาฉีดชีวโมเลกุล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง โดยแพทย์จะพิจารณาข้อบ่งชี้และข้อห้ามในการรักษา รวมทั้งในการเลือกยาแต่ละชนิด ทั้งนี้อาจมีเรื่องของค่าใช้จ่ายและความถี่ในการฉีดยา เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของผู้ป่วยแต่ละคนเพื่อผลการรักษาอย่างดีที่สุดค่ะ

นอกจากความตั้งใจในการรักษาของตัวผู้ป่วยเอง ผู้ป่วยยังต้องมีความเข้าใจตัวโรคเป็นอย่างดี รวมทั้งครอบครัวและบุคคลรอบข้างก็สำคัญไม่น้อย ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยสะเก็ดเงินทุกคนค่ะ

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Acne treament in OTC


8 ข้อควรรู้เกี่ยวกับยาทารักษาสิวในท้องตลาด ‼️

ร้านขายยามียาทารักษาสิวบางชนิดที่หลายครั้งสามารถซื้อได้เอง แต่ แต่ แต่..รู้หรือไม่ว่าคุณใช้ยาเหล่านี้ถูกต้องหรือยัง ⁉️

1. ข้อแนะนำที่ยังคงเน้นย้ำเสมอ คือ
✔️ สิวเรื้อรังและรุนแรง แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อช่วยประเมินว่าใช่สิวหรือไม่, ใช้ยาถูกต้องแล้วหรือยัง, มีภาวะอะไรที่อาจก่อสิวซุกซ่อนอยู่หรือไม่ เช่น ถุงน้ำรังไข่หรือเนื้องอกบางชนิด
✔️ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับข้อบ่งชี้และข้อห้ามของยาทาสิวชนิดต่าง ๆ ให้ดี และแนะนำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
✔️ ไม่ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

2. การรักษาสิวเบื้องต้นอันดับแรก..ต้องเช็คสิวของคุณก่อนว่าเป็นแบบไหน 3 กลุ่มนี้
🟠 กลุ่มสิวอุดตันหัวดำ/หัวขาว
🟣 กลุ่มสิวอักเสบตุ่มแดง
🟢 กลุ่มสิวอักเสบหัวหนอง ชนิดนี้แนะนำพบแพทย์

3. ลำดับต่อมาคือ รักษาตามลักษณะสิวที่เป็น
จึงไม่แปลกเลยถ้าหากกรณีเช่นคนที่เป็นสิวอุดตัน แต่บอกว่าขยันทายาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ แต่สิวไม่หายสักที เพราะยาทาฆ่าเชื้ออาจจะไม่ใช่ยากลุ่มที่ช่วยเรื่องสิวอุดตันได้ดีเท่าที่ควร

4. หากคุณเป็นสิวอุดตันหัวดำหรือหัวขาว ที่ไม่รุนแรง
✔️ เน้นการล้างหน้าให้สะอาด และเลือกสกินแคร์ให้เหมาะ ลองอ่านเพิ่มเรื่อง comedogenic rating ในโพสก่อนนี้ได้ค่ะ
✔️ สามารถใช้ยาทาที่ช่วยเรื่องสิวอุดตันได้ดี เช่น
กลุ่มที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอหรืออนุพันธ์ของวิตามินเอรูปแบบเดี่ยว ๆ เช่น
🛑 Tretinoin รูปแบบครีม เช่น Retactnyl, Acnetin-A, หรือรูปแบบเจล Dermaklares จะระคายเคืองน้อยกว่า
🛑 Adapalene เช่น Differin
🛑 Isotretinoin เช่น Isotrex
อ่านเพิ่มเติมเรื่องการยาทากรดวิตามินเอในลิ้งค์นี้ค่ะ —> https://www.facebook.com/476743752739537/posts/966422940438280/
หรือยาทากลุ่ม BPO ก็ช่วยเรื่องสิวอุดตันได้เช่นกัน
✔️ การทายารักษาสิวอุดตัน อาศัยเวลาเป็นหลักเดือน อย่างน้อยก็ 3-6 สัปดาห์ ดังนั้นต้องใจเย็นกว่าสิวจะค่อย ๆ ดีขึ้น และกรณีสิวหัวขาวอาจใช้การกดสิวร่วมด้วยได้หากใช้ยาทาแล้วยังไม่ได้ผล

5. หากคุณมีสิวอุดตันร่วมกับสิวอักเสบ ที่ไม่รุนแรง
✔️ อาจปรับยาทาได้ 2 แบบ คือ
วิธีแรก :ใช้รูปแบบยาผสมของวิตามินเอกับตัวอื่น
🛑 Adapalene + BPO เช่น Epiduo
🛑 Retinoid + ATBs เช่น Isotrexin (Isotretinoin plus erythromycin), Aknemycin Plus (Tretinoin plus erythromycin), Treclin gel (Tretinoin plus clindamycin)
วิธีที่สอง : ใช้ยาทากลุ่มวิตามินเอดังข้อ 4️⃣ เน้นแก้ปัญหาสิวอุดตัน ร่วมกับเพิ่มยาทาในกลุ่ม BPO หรือ antibiotics เพื่อช่วยเรื่องสิวอักเสบ

6. หากคุณมีสิวอักเสบที่ไม่รุนแรง (ไม่เกิน 10 เม็ด)
✔️ ยาทาที่ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี คือ ยาทากลุ่ม BPO โดยอาจเลือกเป็นตัวเดี่ยว ๆ หรือ ผสมกับอย่างอื่นก็ได้ เช่น
🛑 BPO เดี่ยว ๆ (อ่านต่อข้อ 7️⃣)
🛑 BPO + adapalene เช่น Epiduo
🛑 BPO + antibiotics เช่น Duac
✔️ หากเป็นสิวอักเสบรุนแรง แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อปรับการรักษาเพิ่มเติม เช่น ยารับประทานชนิดต่าง ๆ หรือการทำหัตถการบางชนิด

7. ยาทาในกลุ่ม BPO (Benzyl peroxide) ในท้องตลาดที่เป็นตัวยาเดี่ยว ๆ อย่างเช่น
🛑 Benzac
🛑 Dermaklares
🛑 Aknederm
🛑 Panoxyl
✔️ ใช้ในการรักษาสิวดื้อยาได้
✔️ ใช้เสริมการรักษายาทาสิวตัวอื่นได้
✔️ หากผิวระคายเคืองง่าย แนะนำเริ่ม ความเข้มข้นต่ำสุด คือ 2.5% ทาแล้วล้างออก เลือกรูปแบบwater-based ก็จะระคายเคืองน้อยกว่า เช่น
Benzac ซึ่งเป็น original brand หรือ
Dermaklares Aqua gel ก็เป็นอีกทางเลือกที่ราคาย่อมเยาว์ในคนที่มีงบประมาณจำกัด เป็นต้น

8. ยาทากลุ่ม antibiotics
ไม่แนะนำให้ใช้เดี่ยว ๆ นานเกิน 6-12 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้เกิดการดื้อยาได้ สังเกตง่าย ๆ เช่น บางคนทายาฆ่าเชื้อคลินดามัยซินช่วงแรกได้ผลสิวยุบดี ต่อมาทาแล้วทำไมสิวไม่ยุบ
✔️ ลักษณะแบบนี้อาจต้องสงสัยภาวะสิวดื้อยาร่วมด้วย ซึ่งมักพบในคนที่มักซื้อยาฆ่าเชื้อตามร้านยามาแต้มสิว โดยไม่มีการรักษาสิวด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยอย่างถูกวิธี
✔️ หากสงสัยว่าสิวดื้อยาฆ่าเชื้อ ไม่ตอบสนองต่อยา แนะนำให้หยุดทายากลุ่มนี้ค่ะ และอาจใช้ยาทากลุ่ม BPO แทนได้ค่ะ

🐢🐢สุดท้ายนี้ หมอสรุปยาทารักษาสิวไว้ในตารางให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นมาได้ หรือใครมีประสบการณ์รักษาสิวด้วยยาเหล่านี้ ก็สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้ค่ะ

🐢🐢ที่สำคัญอีกอย่างคือ การรักษาสิวของแพทย์แต่ละคนอาจมีความแตกต่างกันบ้างในการเลือกปรับใช้ยา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การรักษาและสภาพปัญหาสิวของคนไข้ จึงไม่ต้องกังวลใจถ้าหากหมอแต่ละท่านรักษาไม่เหมือนกัน

🐢🐢โพสนี้อยากเขียนเพื่อให้เข้าใจหลักการใช้ยาทาสิวเบื้องต้น และอย่างที่บอกว่าเป็นยา (ไม่ใช่สกินแคร์หรือเครื่องสำอาง) จึงย่อมมีผลข้างเคียงตามมาได้มากกว่าเสมอ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อมาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

7 ข้อน่ารู้ เรื่องการอาบน้ำเด็ก

Baby Bathing Regimen 🧸🧸🧸

ผิวเด็กทารกยังไม่แข็งแรงและสมดุลเหมือนวัยผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นอีกเรื่องที่ก็ต้องดูแลและให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าผิวของผู้ใหญ่เลย

7 ข้อสรุปเกี่ยวกับการอาบน้ำเด็ก ‼️

1. โครงสร้างผิวเด็กทารกแตกต่างจากผิวผู้ใหญ่ ในส่วนของ Epidermis จะบางกว่า 20% และ S.corneum บางกว่า 30% ทำให้มีแนวโน้มสูญเสียน้ำมากกว่าและกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับผิวผู้ใหญ่
🌟 ดังนั้น กำแพงผิวของทารกจึงบอบบางมาก และมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

2. ไขมันสีขาวเคลือบผิวทารกที่เราเห็นหลังคลอด เรียกว่า Vernix caseosa ตอนอยู่ในครรภ์จะทำหน้าที่ปกป้องผิวทารกน้อยจากน้ำคร่ำ และตอนคลอดออกมาแล้ว ก็ยังทำหน้าที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำทางผิว ช่วยลด pH ผิวให้อยู่ในระดับสมดุลต่อการทำงาน และยังมีคุณสมบัติ antioxidant & antimicrobial effect อีกด้วย
🌟 ดังนั้น แนะนำให้อาบน้ำอย่างอ่อนโยน (Gentle bathing) ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องถูหรือเช็ดไขสีขาวนี้ออก

3. ทารกแรกเกิดยังไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ดีนัก การอาบน้ำไม่ถูกวิธีจึงอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไปได้
🌟 ดังนั้น แนะนำให้ delay การอาบน้ำครั้งแรกออกไปประมาณ 12-24 ชั่วโมง ทั้งนี้นอกจากรอให้ทารกมีการปรับตัวแล้ว ยังช่วยเรื่อง breastfeeding และกระตุ้นความผูกพันของแม่และลูกอีกด้วย และอาบน้ำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ก็เพียงพอ

4. มีงานวิจัยพบว่า Skin barrier parameter ของทารกในกลุ่มที่อาบน้ำในอ่าง ดีกว่ากลุ่มที่เช็ดด้วยฟองน้ำ และพบว่า ทารกมีความรู้สึกสบายตัวเมื่ออาบน้ำในอ่างมากกว่าด้วยฟองน้ำ
🌟 ดังนั้น แนะนำอาบในอ่างจะดีกว่า และระดับน้ำไม่ควรสูงเกินเอว (ประมาณ 5 เซนติเมตร)

5. ผิวทารกและเด็กเล็ก เป็นผิวที่ระคายเคืองต่อสิ่งต่าง ๆ ง่ายมาก รวมทั้งน้ำ ครีม หรือ แชมพูต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
🌟 ดังนั้น การอาบน้ำจึงควรใช้ Cleanser ที่อ่อนโยน แนะนำ soap-free (synthetic detergent based), ค่า pH อยู่ในช่วง 5.5–7.0 เนื่องจากความเป็นด่างจะทำให้กำแพงผิวถูกทำลายได้มากขึ้น

6. Cleanser ที่เหมาะสมสำหรับผิวเด็ก ควรปราศจากสารลดแรงตึงผิวที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอักเสบได้ แนะนำว่าไม่ควรมี Sodium lauryl sulfate (SLS)
🌟 ดังนั้น อาจมองหาตัวอื่น ๆ ที่มีงานวิจัยรับรองผลว่าอ่อนโยนและเหมาะสมสำหรับผิวเด็ก
ยกตัวอย่าง เช่น Amisoft หรือ Disodium Cocoyl Glutamate มีงานวิจัยพบว่าอ่อนโยนกว่า 0.5% SLS ถึง 3 เท่า เป็นต้น

7. มีงานวิจัยพบว่าการอาบน้ำทารกด้วยน้ำเปล่าร่วมกับ cleanser ที่เหมาะสม ไม่ได้มีการทำลายสมดุลของกำแพงผิวทารกแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับการอาบด้วยน้ำอย่างเดียว
🌟 ดังนั้น สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล แต่ถ้าอยากใช้ Cleanser ร่วมด้วยก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหาอะไร

โดยสรุปการใช้ Cleanser สำหรับทำความสะอาดผิวทารกหรือเด็กเล็กไม่ผิดอะไร ขอเพียงเลือกใช้ให้ถูกวิธี
✔️ Soap-free (synthetic detergent based)
✔️ ค่า pH อยู่ในช่วง 5.5–7.0
✔️ อ่อนโยน ปราศจากสาร SLS

ลองนำไปปรับใช้กับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวกันดูนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References:
Skin care for healthy babies at term: A systematic review of the evidence. Midwifery. 2018 Jan;56:29-43.

Infant skin care: updates and recommendations
Curr Opin Pediatr 2019;31:476-481.

Recommendations from a European Roundtable Meeting on Best Practice Healthy Infant Skin Care. Pediatr Dermatol. 2016 May;33(3):311-21.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

Product mentioned:
🧸 Ezerra Gentle Cleanser
✔️ เหมาะสำหรับ Baby skin & Sensitive Skin
✔️ ปรับ pH ให้ใกล้เคียงผิวปกติ
✔️ มี Moisturizing effect
✔️ ช่วยลดอาการคัน แสบ แดง
✔️ Soap-free, no SLS/SLES, no paraben

Disclaimer: Content Sponsored by Ezzera

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.