Osler Weber Rendu Disease

เคสน่าเรียนจาก NEJM ที่พบเจอได้เรื่อย ๆ และอาจนำมาสอบ long case ได้

“ผู้ป่วยหญิง 74 ปี มีแขนขาซีกซ้ายอ่อนแรง สาเหตุเป็นจาก acute Rt MCA infarction”
ตรวจร่างกายที่ปากและมือเจอดังภาพ

Osler Weber Rendu Disease OWR
Reference: https://nej.md/2Ku5WxD

เมื่อเห็นดังนี้แล้ว ทำให้เรานึกถึง Hereditary hemorrhagic telangiectasia”

มาทำความรู้จักโรคนี้กันคร่าว ๆ ค่ะ

Hereditary hemorrhagic telangiectasia หรือ Osler Weber Rendu disease (OWR)

เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ autosomal dominant เกิดจากมีความผิดปกติของหลอดเลือดที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย

อาการแสดง

บางรายไม่มีอาการ บางรายมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการแรกเริ่มในวัยเด็ก

ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วย เลือดกำเดาไหล” (Earliest sign คือ epistaxis)
หลังจากนั้นเมื่ออายุมากขึ้น จะเริ่มมีอาการแสดงของอวัยวะที่ผิดปกติจากการมีหลอดเลือดโป่งพองในที่ต่าง ๆ (Visceral arteriovenous malformation) เช่น AVMs of liver, lung, brain

✔️ Epistaxis
เกิดจาก telangiectasia of nasal mucosa ซึ่งพบว่ามีปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญได้แก่ ท่าทาง, สภาพอากาศร้อนชื้น, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อาหารเผ็ด, อาหารที่มี salicylate สูง, อาหารที่กระตุ้นไมเกรน

✔️ GI bleeding
เกิดจาก
1) telangiectasia along GI tract สามารถพบได้ทุกที่ บ่อยที่สุดที่ stomach, duodenum, colon เมื่อส่องกล้องจะพบ telangiectasia with surrounded anemic halos
2) AVMs ต้องอาศัยการวินิจฉัยด้วย angiography

✔️ Iron deficiency anemia
จาก blood loss

✔️ Characteristic telangiectasia
บริเวณ lip, oral mucosa, fingertips

✔️ Pulmonary AVMs พบ 50%
เริ่มพบเมื่อวัยรุ่น puberty อาจส่งผลให้เกิด systemic venous blood bypass ไปสู่ normal pulmonay circulation เป็นผลให้เกิด paradoxical embolic stoke, brain abscess, migraine

✔️ Hepatic AVMs พบ 30%
อาจทำให้เกิด high output heart failure

✔️ Cerebral AVMs พบ 10%
อาจทำให้เกิด hemorrhagic stroke ตามมา

ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ

  • High output heart failure
  • Portal hypertention
  • Liver failure
  • Hemoptysis
  • Polycythemia
  • Cerebral abscess
  • Stroke : จากหลายสาเหตุ ได้แก่ intracranial bleeding from AVMs, Paradoxical embolic stoke

Criteria for Diagnosis

ตาม International consensus diagnostic criteria for HHT

  1. Spontaneous and recurrent nose bleeding
  2. Multiple mucocutaneous telangiectasia at characteristic sites
  3. Visceral involvement
  4. 1st degree relative with HHT
    โดยแบ่งเป็น
    Definite (3/4 ข้อ)
    Suspected (2/4 ข้อ)
    Unlikely (0/4 ข้อ)

สามารถยืนยันการวินิจฉัยด้วย genetic testing ตรวจหา Mutation of ENG, ACVRL1, SMAD4

การรักษา

ขึ้นกับอวัยวะที่แสดงอาการผิดปกติ
ในรายที่ยังไม่แสดงอาการ แนะนำให้ตรวจ screening for Pulmonary AVMs

กรณีหญิงตั้งครรภ์

พบมี 1% risk of death จากสาเหตุดังนี้
PAVM hemorrhage
Cerebral hemorrhage
Thrombotic complication

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Skin Signs in Tuberous Sclerosis

มองผิวหนัง .. ทะลุถึง Tuberous Sclerosis Complex 🧐🧐🧐

จำภาพนี้ไว้ใช้ได้ตลอดกาล

Reference: Fitzpatrick text book of Dermatology

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Erythema gyratum repens (EGR)

Photo credited : JAAD

สำหรับประชาชนทั่วไป

หากพบเจอผื่นที่มีลายคล้ายหนุมานหรือลายไม้แบบในรูป ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรคที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น โรคมะเร็งของอวัยวะภายใน โรควัณโรค เป็นต้น

สำหรับบุคลากรทางการแพทย์

อ่านต่อค่ะ

เห็นภาพนี้จากวารสารโรคผิวหนัง JAAD เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อดไม่ได้ที่จะนำมาให้เรียนกัน จำได้ว่าเป็นโรคที่เคยออกสอบทั้งบอร์ดอายุรศาสตร์และบอร์ดตจวิทยาค่ะ

Diagnosis

Erythema gyratum repens (EGR)

Clinical feature

สิ่งที่เห็นคือ ผื่นที่ดูคล้าย หนุมาน หรือ เหมือนลายไม้ ซึ่งบรรยายเป็นภาษาทางการแพทย์ได้ว่า multiple, annular or polycyclic, erythematous lesions with scale at their edges in “wood-grain or zebra-liked” pattern ซึ่งผื่นนี้จะสามารถขยายตัวลามออกได้เร็วถึง 1 cm/day เลยทีเดียว

Pathogenesis

เชื่อว่าเกิดจาก cross reaction ระหว่าง tumor กับ antigen ที่บริเวณ basement membrane zone ที่ผิวหนัง

Association

โรคนี้ถือเป็น cutaneous paraneoplastic syndrome โดย 70% มักพบ CA lung มากที่สุด, CA breast, CA esophagus และ CA stomach ตามลำดับ
โดยรอยโรคนี้อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ปีก่อนและหลังจากการวินิจฉัยมะเร็งข้างต้น

นอกจากนั้น ยังอาจพบในภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง ได้แก่ Pulmonary tuberculosis หรืออาจยังไม่พบสาเหตุใดๆในขณะนั้นก็ได้

EGR-liked lesion

ผื่นในโรคอื่นที่คล้ายกันที่ต้อง diffential diagnosis กับโรคนี้ ได้แก่
• Erythrokeratodermia variabilis
• Resolving pityriasis rubra pilaris
• Autoimmune bullous diseases, in particular bullous pemphigoid (both paraneoplastic and classic)
• Epidermolysis bullosa acquisita
• Mycosis fungoides
• Resolving psoriasis
• Hypersensitivity reactions to azathioprine
• Urticarial vasculitis
• Autoimmune connective tissue diseases, primarily lupus erythematosus
• Sjogren syndrome
• Tinea imbricata

Treatment

ผื่นมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกับมะเร็งที่เป็นเหตุ (parallel course)โดยหากได้รับการรักษาจนมะเร็งต้นเหตุหาย ผื่นก็จะสามารถหายไปได้เอง และในทางกลับกันการเกิดขึ้นใหม่ของผื่น อาจทำให้ต้องสงสัยว่ามีการกลับเป็นซ้ำ (recurrent) หรือมีการลุกลาม (metastasis) ของมะเร็งนั้นหรือไม่

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference
• ภาพจาก https://www.jaad.org/article/S0190-9622(10)02157-2/fulltext
• Bolognia 4th edition p.329-330

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Necrolytic Acral Erythema (NAE)

มักพบในผู้ป่วย HCV infection พบได้ทั้งเพศชายและหญิง ช่วงอายุ 20-60 ปี

กลไลการเกิด

ไม่แน่ชัด เชื่อว่า multifactorial

• Hepatic dysfunction
• Hypoalbuminemia
• Hypoglucagonemia
• Hypoaminoacidemia
• Zinc deficiency
• Diabetes with or without an underlying HCV infection

Reference: Clin Cosmet Investig Dermatol. 2020;13:275‐281.

อาการแสดง และ ลักษณะทางพยาธิวิทยา คล้ายกับ Necrolytic Migratory Erythema (NME) บางรายงานตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็น entity เดียวกัน เพียงแต่ NAE มักมีผื่นค่อนข้างจำเพาะคือ เด่นที่ acral area

อาการแสดง

แบ่งเป็น 3 ระยะ

Initial stage :
ลักษณะตุ่มหรือปื้นถลอกสีแดงคล้ำ มีขุย
บรรยายว่า scaly erythematous papules/plaques appear with characteristic dusky or eroded centre (Figure 2)

In the well-developed stage :
ผื่นรวมตัวกันเป็นปื้นใหญ่และหนา ขุยติดแน่น อาจมีคล้ายตุ่มหนอง
บรรยายว่า demarcated thick hyperpigmented plaque with adherent scales, occasional pustules (Figure 3)

Late stage :
ผื่นเห็นขอบเขตชัดขึ้น สีคล้ำขึ้น
บรรยายว่า more circumscribed, thin and hyperpigmented in late stage (Figure 4)

Figure 2
Figure 3
Figure 4

หากดูตามระยะเวลาแบ่งเป็น

Acute lesions : ลักษณะผื่นแดง ตุ่มน้ำขนาดใหญ่ ขอบลอก (erythema, flaccid blisters and erosions at the margins)

Chronic lesions : ลัษณะปื้นหนา ลอกเป็นขุย ขอบแดงหรือน้ำตาลคล้ำ (hyperkeratotic surface, mild erythema and dark red margin)

การดำเนินโรค

Disease duration 2-120 เดือน
Spontaneous remission and relapse

Relationship to HCV

พบว่าผู้ป่วยที่มีผื่นชนิดนี้ >75% ตรวจพบมี HCV infection ร่วมด้วย ดังนั้นแนะนำให้ตรวจ HCV serology ทุกราย
หากไม่แน่ใจภาวะ NME อาจตรวจ glucagon level เพื่อแยกโรค

Dermoscopy

อาจช่วยในการแยกโรคตามตารางแนบ

Reference: Clin Cosmet Investig Dermatol. 2020;13:275‐281.

การรักษา

• Mainstay คือ รักษาการติดเชื้อ HCV ด้วย antiviral therapy
• Oral zinc supplement พบว่าได้ผลดีที่สุด โดยผลการตอบสนองไม่ขึ้นกับ HCV viral load และภาวะ Zn deficiency ทั้งนี้เพราะการให้ zinc สามารถช่วยในแง่ของ anti-inflammatory, immunomodulatory, antiviral and anti-oxidant effects
• Dose 220 mg twice daily นาน 8 weeks พบว่า complete clearance
• Other treatment modalities :
Intralesional and topical corticosteroids
Topical tacrolimus
Phototherapy

Reference: Clin Cosmet Investig Dermatol. 2020;13:275‐281.

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference

Inamadar AC, Shivanna R, Ankad BS. Necrolytic Acral Erythema: Current Insights. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2020;13:275‐281. Published 2020 Apr 5. U:10.2147/CCID.S189175

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Cherry angioma หรือ ไฝแดง (คล้ายผลเชอร์รี่)ใครมีบ้างยกมือขึ้น

Cherry angioma

ชื่ออื่นๆ เช่น Campbell De Morgan spots, Senile angioma

เกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังและขดตัวรวมกันเป็นกระจุก ทำให้เห็นลักษณะเป็นจุดสีแดงสด ขนาดไม่ใหญ่ (1-2 มิลลิเมตร) พบที่บริเวณใดของร่างกายก็ได้

เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้เอง พบได้ทุกวัย แต่พบบ่อยกว่าในกลุ่มอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป

ไม่มีอันตราย ไม่กลายเป็นมะเร็ง หากไม่มีอาการใดๆก็ไม่จำเป็นต้องรักษา และอาจมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้น

การรักษาจะทำในกรณีมีภาวะแทรกซ้อนมีเลือดออกจากรอยโรค หรือกรณีที่ผู้ป่วยมีความกังวลด้านความสวยงาม ได้แก่
• การจี้ไฟฟ้า แต่อาจมีรอยแผลตามมาได้
• Pulsed dye Laser
• Intense Pulsed light
• ยาที่อาจใช้ได้ผล เช่น Natural MEK1 inhibitor (Myricetin)

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เมื่อไหร่ต้องสงสัยภาวะแพ้ยารุนแรง

SCARs ย่อมาจาก Severe Cutaneous Adverse Drug Reactions
คือ ภาวะแพ้ยารุนแรง เป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบรักษา หากสามารถวินิจฉัยได้เร็ว หยุดยาต้นเหตุ และรีบให้การรักษาจะสามารถลดอัตราการตายได้

เมื่อผู้ป่วยมีประวัติได้รับยา + มีอาการดังต่อไปนี้ “ไข้ มีแผลที่เยื่อบุตาปากอวัยวะเพศ ตุ่มน้ำตามตัว หน้าบวม ตุ่มหนองตามตัว มีความผิดปกติของการทำงานตับ ไต” ควรต้องสงสัยว่าแพ้ยารุนแรงหรือไม่

(Ref : http://dx.doi.org/10.1016S0140-6736(16)30378-6)

หากเป็นตุ่มน้ำ

แยกคร่าว ๆ เบื้องต้น
▫️ไม่มีแผลที่เยื่อบุ >> เบื้องต้นควรสงสัย Bullous Fixed drug eruption (FDE), Linear IgA Bullous Dermatosis (LABD)
▫️มีแผลที่เยื่อบุ >> มาดูต่อว่าผิวลอกที่ตัวเป็นกี่ %BSA เพื่อแยก SJS, SJS/TEN overlap, TEN

หากมีไข้ หน้าบวม Eosinophilia AKI hepatitis

ควรต้องสงสัย DRESS syndrome สิ่งที่ต้องทำคือ ตรวจหาว่ามีสาเหตุอื่นนอกเหนือจากยาหรือไม่ และทำการคำนวณ DRESS score

หากมีไข้ ผื่นตุ่มน้ำเล็ก ๆ กระจายตามตัว

ควรต้องสงสัย AGEP สิ่งที่ต้องทำคือ ตรวจหาว่าไม่มีสาเหตุอื่นโดยเฉพาะการติดเชื้อ โดยการย้อม fluid content for Gram stain, KOH เบื้องต้น และทำการคำนวณ AGEP score

Main clinical and histological characteristics of SCARs (Ref: http://dx.doi.org/10.1016S0140-6736(16)30378-6)
SCARs: suggested confirmation tests and main differential diagnoses (Ref: http://dx.doi.org/10.1016S0140-6736(16)30378-6)

เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว หากไม่แน่ใจควรหยุดยาที่สงสัยทันที และส่งผู้ป่วยเพื่อปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

Ref: http://dx.doi.org/10.1016S0140-6736(16)30378-6

สิ่งที่ต้องมีเพื่อประกอบการวินิจฉัย คือ ประวัติการทบทวนยาที่ผู้ป่วยได้รับ เพราะ Druglist Timeline เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูว่า มียาที่อธิบายถึงอาการเหล่านี้ได้หรือไม่

About Druglist Timeline

ข้อมูลที่จำเป็นต้องสืบหามามีอะไรบ้าง

• ประวัติยาย้อนหลัง 3 เดือน ร่วมกับเช็คเสมอว่าเป็นการได้ยาครั้งแรก (Primary sensitization) หรือเคยได้มาแล้ว (Secondary sensitization)
• หากเคยได้รับยาตัวใดมาก่อนนี้ ควรเช็คเพิ่มเติมว่า เคยได้กี่ครั้ง ครั้งละนานกี่วัน ประกอบการพิจารณาว่าเป็น Secondary sensitization หรือไม่
• ประวัติยาทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น ยากิน ยาฉีด ยาหยอด ยาทา อาหารเสริม สมุนไพร ต่าง ๆ หรือแม้แต่วิตามิน ก็มีโอกาสเป็นไปได้ทั้งหมด
• ประวัติยาที่เคยแพ้
• ระบุวันที่มีอาการผิดปกติต่าง ๆ ได้แก่ ผื่น เยื่อบุมีแผล ไข้
• ระบุวันที่ผื่นเพิ่มขึ้น หรือ ผื่นเริ่มดีขึ้น
• ค่าการทำงานของตับและไต เพื่อประกอบการคำนวณ T1/2 ยาในกระแสเลือด

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จำเป็นต้องทราบให้เร็วที่สุด เพื่อรีบให้การรักษาเนื่องจากเป็นภาวะเร่งด่วนที่ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ การจะดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะแพ้ยารุนแรงให้ได้ดี ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์หลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักโภชนาการ ผู้ป่วยและญาติ

SCARs management, outcomes and main sequelae (ref: http://dx.doi.org/10.1016S0140-6736(16)30378-6)

ปัจจุบันนี้ กว่าผู้ป่วยจะถูกส่งตัวมารักษาใน รพ. ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็มักจะมีอาการหนักมากแล้ว

  • หากไม่แน่ใจควรรีบปรึกษาผู้รู้มากกว่า
  • หาข้อมูลเบื้องต้นอย่างรวดเร็วเพื่อลดความล่าช้าในการวินิจฉัยและเริ่มให้การรักษา
  • ให้ข้อมูลตามความจริงเกี่ยวกับรายละเอียดยา ไม่ควรปิดบังเพราะความกลัว เนื่องจากชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างอื่นค่อยว่ากัน

โพสนี้อยากให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันจากทุกฝ่าย เพราะทุกคนมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยและรักษา

หากใครมีญาติที่สงสัยภาวะนี้ก็คงจะร้อนใจไม่น้อย คิดแบบนี้แล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงต้องรีบเร่ง

Reference

http://www.thelancet.com
Published online May 2, 2017
http://dx.doi.org/10.1016S0140-6736(16)30378-6

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ helloskinderm.com

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ว่าด้วยเรื่องของ Tzanck smear

หัตถการพื้นฐานที่สามารถทำได้ไม่ยาก และช่วยแนะโรคทางผิวหนังได้หลายอย่างเลยค่ะ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  1. ใบมีดเบอร์ 11 หรือ 15
  2. สไลด์แก้ว
  3. สำลีและก๊อซ
  4. 70% แอลกอฮอล์
  5. สีย้อม methylene blue หรือ wright
  6. กล้องจุลทรรศน์

เลือกตำแหน่ง

แนะนำตุ่มน้ำที่ยังไม่แตก

How to

✔️ เช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ ด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70%
✔️ ใช้ใบมีดเปิดตุ่มน้ำออก แล้วซับด้วยก๊อซแห้ง
✔️ ใช้สันมีดขูดเซลล์ในชั้น dermis ที่ base of lesion แล้วป้ายเนื้อเยื่อที่สไลด์
✔️ ลนไฟเบา ๆ หรืออาจปล่อยให้แห้งเอง
✔️ ย้อมด้วยสี Methylene blue, wright หรือ Giemsa
✔️ นำไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์

ดูคลิปการขูดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/JAADjournals/videos/1635102429912651/?vh=e&extid=0&d=n

การแปลผล (ลองดูตามรูปประกอบ)

สิ่งที่ต้องมองหาอันดับแรกคือ Acantholytic cell

1. กรณีพบ Acantholytic cell
▫️หากมี Multinucleated gaint cell ร่วมด้วย จะนึกถึง Herpes infection
▫️หากไม่มี Multinucleated gaint cell ร่วมด้วย ให้ลองมองหาเซลล์อื่น ๆ เพราะอาจเป็นได้หลายอย่าง เช่น
Pemphigus
Heiley-Heiley disease
Darier’s disease อาจพบ Corps rond grain
SSSS
Bullous Impetigo อาจพบ cocci ร่วมด้วย

2. กรณีไม่พบ Acantholytic cell
ลองมองหาเซลล์อื่น ๆ เช่น
Tadpole cell ในกลุ่ม Spongiotic dermatitis
Syncytialcell ในกลุ่ม HFMD
Pseudohyphae ใน Candidiasis
Guarnieri body ใน Orf

Take home message

💯 ถ้าเห็นตุ่มน้ำหรือรอยโรคที่คล้ายแผลถลอก ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร ให้ลองทำ Tzanck smear เบื้องต้นลองดู
💯 Tzanck smear ควรดูเสมอว่าเห็นอะไรบ้าง ไม่ใช่เพียงแค่ดูว่า positive/negative เพราะอาจถูกถามต่อว่า positive/negative เซลล์อะไร
💯 Tzanck smear เป็นหัตถการพื้นฐานที่ได้ผลรวดเร็ว ไม่ต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติมมากมาย ราคาไม่แพง ทุกคนสามารถฝึกได้
💯 การแปลผลขึ้นกับการเก็บตัวอย่างอย่างถูกวิธี ความชำนาญในการดูกล้อง และ Sensitivity & Specificity ของแต่ละโรคในแต่ละช่วงเวลา
💯 หากยังไม่ได้คำตอบจาก Tzanck smear ควรส่งผู้ป่วยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการพิจารณาตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีอื่น ๆ ขึ้นกับว่าสงสัยความผิดปกติอะไร ทั้งนี้การวินิจฉัยโรคอาจต้องอาศัยอาการแสดงทางคลินิกและลักษณะของผื่นร่วมด้วยเสมอ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยในเบื้องต้นได้นะคะ

Reference
J Am Acad Dermatol 2008;59:958-64.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ผื่นจากการวางโน้ตบุ๊คเวลานั่งทำงานไว้ที่หน้าตักเป็นประจำ

ผลคือ ความร้อนจากเครื่องโน๊ตบุ๊คส่งผลให้หลอดเลือดชั้นตื้นที่ผิวหนังเกิดการขยายตัวเป็นร่างแห ช่วงแรกหายเป็นปกติได้ แต่หากยังทำต่อไปอาการมากขึ้นอาจมีแผล หรือกลายเป็นรอยดำในที่สุด

โรคนี้เรียกว่า Laptop-induced Erythema ab igne

สรุป 5 อย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคนี้

1. โรคนี้เกิดจากผิวหนัง ได้รับความร้อนเป็นต่อเนื่องเวลานาน อุณหภูมิประมาณ 43-47°C โดยยังไม่ถึงจุดที่ทำให้เกิดการไหม้

2. ระยะเวลาหลังสัมผัส มีรายงานระหว่าง 2 สัปดาห์ – 2 ปี

3. เกิดรอยโรค ขาเดียวหรือสองขาก็ได้ ขึ้นกับอุปกรณ์ที่ผลิตความร้อนอยู่ส่วนฝั่งไหนของโน๊ตบุ๊ค

4. การรักษาหยุดการกระทำนี้ค่ะ หรืออาจหาผ้ารองกันความร้อนอีกชั้น ผื่นอาจหายสนิท หรือเหลือร่องรอยดำขึ้นกับความรุนแรงของการถูกทำลายของหลอดเลือดที่ผิวหนังจากความร้อน

5. ภาวะนี้อาจพบในรูปแบบการสัมผัสความร้อนอื่น แต่กลไกเหมือนกัน เช่น
✔️ ผู้หญิงที่ชอบ วางกระเป๋าน้ำร้อนที่หน้าท้อง เพื่อประคบอาการปวดประจำเดือน อาจมีผื่นที่หน้าท้อง
✔️ คนที่ชอบ นั่งผิงไฟหน้าเตาไฟ อาจมีผื่นที่หน้าขา

เคยรู้จักโรคนี้หรือเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้ไหม

เคย -> พิมพ์ Y หน่อยค่ะ
ไม่เคย -> พิมพ์ N เลยค่ะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References

Erythema ab igne induced by laptop computer: an emerging disease among adolescents?. G Ital Dermatol Venereol. 2020;155(1):99‐102.
Laptop-induced erythema ab igne: Report and review of literature. Dermatology Online Journal, 18(6).
Erythema Ab Igne Caused By Laptop Computer. Open Access Macedonian Journal of Medical Sciences, 5(4), 490–492.
Pediatrics November 2010, 126 (5) e1227-e1230; DOI: https://doi.org/10.1542/peds.2010-1390

ขออนุญาตใช้ภาพจาก google เพื่อประกอบความเข้าใจในบทความและเพื่อการเรียนรู้ค่ะ
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.