Tag Archives: หมอผิวหนัง

Ozempic face ผอมได้..แต่ต้องสวยหล่อด้วย ‼️

ว่าด้วยเรื่อง Facial aging ที่เป็นผลตามมาจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว หลังการใช้ GLP-1 receptor agonist

พบว่า…

  • มีข้อมูลพบว่าใบหน้าจะแลดูแก่ล้ำหน้ากว่าเพื่อนอายุรุ่นเดียวกันไปได้ถึง 5 ปี และถึงแม้หยุดยาและทำการเพิ่มน้ำหนักกลับมา ก็ไม่ช่วยให้ facial aging ลดลง เพราะไม่เกิด fat redistribution กลับไปที่ตำแหน่งเดิมที่หายไป

Typical signs ได้แก่ ขมับตอบ, กระดูกบริเวณขอบตาล่างเห็นนูนชัดขึ้น,ใบหน้าคล้อย

  • ต่อมาอาจพบว่า ริมฝีปาก, คาง, แก้ม บางลง ผิดรูปจนอาจไม่สมส่วน
  • เกิดริ้วรอยเนื่องจาก collagen, elastin ที่ผิวลดลง
  • ผิวแห้ง เนื่องจาก fatty acid ที่ skin barrier ลดลง

นอกจากมี fat loss ที่ผิวหน้าแล้ว ยังเกิดปัญหาที่อื่นร่วมด้วยได้ เช่น

  • Body รูปร่างไม่สมส่วน
  • Neck ผิวที่คอเหี่ยวคล้อย
  • Breast tissue มีขนาดเล็กลง

สิ่งที่ช่วยได้ คือ

  1. Nutrition optimization
    ปรับสารอาหารให้เพียงพอ
  2. Volumization
    งานเติม dermal fillers เช่น hyaluronic acid, poly-L-lactic acid, autologous fat grafting เป็นต้น
  3. Skin resurfacing
    งานผิว เช่น collagen stimulators like poly-L-lactic acid and calcium hydroxyapatite หรือ laser resurfacing เป็นต้น
  4. Energy-based skin tightening technique เช่น radiofrequency microneedling and CO2 laser เป็นต้น
  5. ผ่าตัด facelift, neck lift, brow lift
    ทั้งหมดนี้ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์ผู้รักษา

สุดท้ายนี้ ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของผิวและใบหน้าที่เรียกกันว่า “Ozempic face” ไม่ได้เกิดจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหลังการใช้ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonist ที่เป็นกระแสช่วงนี้เท่านั้น แต่ยังพบได้จากกรณีอื่น ๆ ที่มีการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว รวมทั้งภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารด้วยเช่นกัน

Bottom Line

การลดน้ำหนัก ถ้าไม่อยากแก่เร็ว ควรทำอย่างถูกวิธี ค่อยเป็นค่อยไป และดูแลผิวพรรณความงามควบคู่ไปด้วยกันจะดีที่สุด


References:
J Drugs Dermatol. 2024;23(1):1367-1368.

Facial Plast Surg 2023;39:719–721.

ร่วมสนับสนุนเพจได้ด้วยการสมัครสมาชิกกดปุ่ม Subscribe https://www.facebook.com/drwarayuwadee/subscribenow
รวมลิงค์ https://opl.to/drwarayuwadee
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

จุดดำที่รอบปากและริมฝีปาก

เคสผิวหนังน่าเรียน จุดดำที่รอบปากและริมฝีปาก

จาก JAMA Dermatol. Published online October 5, 2022. doi:10.1001/jamadermatol.2022.3979

เด็กหญิงวัยรุ่น มีจุดสีดำ hyperpigmented macules ที่ริมฝีปาก, จมูก โดยเริ่มมีอาการตั้งแต่เด็ก
ตอนอายุ 5 ขวบ เคยผ่าตัด พบติ่งที่ลำไส้ intestinal polyp (ผลชิ้นเนื้อเป็น hamartomatous, containing a tree-like proliferation of smooth muscle)
ไม่มีคนในครอบครัวเป็นติ่งที่ลำไส้คล้ายผู้ป่วย

Peutz-Jeghers syndrome (PJS)
Photo credited: JAMA Dermatol. Published online October 5, 2022. doi:10.1001/jamadermatol.2022.3979

วินิจฉัย Peutz-Jeghers syndrome (PJS)

สิ่งที่น่ารู้

  • ถ่ายทอดแบบ autosomal dominant syndrome with pathogenic variant in serine-threonine kinase 11 (STK11) gene
  • 95% พบอาการเริ่มต้นที่ทำให้สงสัยโรคนี้ คือ เห็นจุดคล้าย ดังรูป พบบ่อยบริเวณปาก ริมฝีปาก เยื่อบุต่าง ๆ ฝ่ามือฝ่าเท้า (lips and perioral region, palms, buccal mucosa, and soles)
  • มักเริ่มเห็นผื่นตั้งแต่ทารก และ อาจสีจางลงเมื่อเข้าสู่วันผู้ใหญ่
  • เยื่อบุที่มักพบรอยโรค ได้แก่ เพดานปาก ลิ้น เยื่อยุตา (palate, tongue, and conjunctivae)

ควรสงสัยภาวะนี้และทำการตรวจเพิ่มเติมเมื่อ

✔️ Perioral/buccal pigmentation
✔️ 2 or more histologically consistent hamartomatous polyps หรือ family history of PJS

ประโยชน์ของการวินิจฉัยโรคนี้ได้เร็ว

  • ให้การดูแลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากติ่งลำไส้ เช่น เลือดออกทางเดินอาหาร ลำไส้อุดตัน เป็นต้น
  • ควรทำการตรวจส่องกล้องเป็นระยะตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เพราะมีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ได้ในอนาคต
    เช่น video capsule endoscopy or magnetic resonance enterography, Esophagogastroduodenoscopic and colonoscopic screening ตามความเหมาะสมที่แพทย์พิจารณา

หากท่านไม่แน่ใจแนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางช่วยประเมิน



บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ไขข้อสงสัยเรื่อง การตรวจพบ Benzene ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ในยาและผลิตภัณฑ์รักษาสิวบางอย่าง

ข่าวเรื่อง .. การตรวจพบ Benzene ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ในยาและผลิตภัณฑ์รักษาสิวบางอย่าง .. คืออะไร ยังไงดี

แอดมินไปรวบรวมมา ดังนี้

1. เมื่อ 2 วันก่อน มี Breaking news หลายสำนักจากอเมริกา ว่ามีการตรวจพบ Benzene ใน consumer products หลายกลุ่ม หลายยี่ห้อในท้องตลาด รวมทั้งพบ Benzene ในผลิตภัณฑ์กลุ่มยา Benzoyl Peroxide (BPO) ด้วยเช่นกัน ซึ่งพบว่าข้างต้นมักเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิว

2. Benzene เป็นสารที่ก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ เรียกได้ว่าเป็น Human carcinogens นั่นเอง

3. ความจริงแล้ว FDA กำหนดให้ Benzene level ในผลิตภัณฑ์ปลอดภัย คือ undetectable หรือ ไม่เกิน 2 parts per million (ppm)

4. ห้องแลปตรวจสอบ พบว่า Benzene ที่พบนี้ ไม่ได้เกิดจากการเจือปนในผลิตภัณฑ์หรือยาตั้งแต่แรก แต่เกิดจากปฏิกิริยาการสลายตัวเมื่ออยู่ในที่อุณหภูมิสูง

จากการทดลองที่อุณหภูมิ 3 ระดับ พบว่า

🆘 ที่ 37°C/98.6°F (อุณหภูมิร่างกายปกติ)

พบว่า ทำให้ก่อ benzene ได้ในไม่กี่สัปดาห์

🆘 ที่ 50°C/122°F (อุณหภูมิแลปมาตรฐาน ที่ใช้ทดสอบ stability testing)

ข้อมูลจากการทำสอบผลิตภัณฑ์ 66 ชนิด นาน 18 วัน

❗️พบ 1,500 ppm ใน 2/66 products

❗️พบ >100 ppm ใน 17/66 products

❗️พบ >42 ppm ใน 42/66 products

🆘 70°C/158°F (อุณหภูมิในรถที่ร้อน)

พบว่า ก่อ benzene ได้มากจนอาจทำให้เกิดการเสียหายต่อ packaging ได้

5. สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกา AAD (American Academy of Dermatology) โดย Terrence A. Cronin Jr., MD, FAAD, President of the AAD Association ได้ให้คำแนะนำตอนนี้ว่า

“เรื่องการตรวจพบ Benzene ในผลิตภัณฑ์ที่มี Benzoyl peroxide ที่อยู่ในอุณหภูมิที่สูงนั้น ให้รอข้อมูลเพิ่มเติมและประกาศจาก FDA ว่าจะมีนโยบายอย่างไรต่อไป”

“หากกังวล สามารถใช้ทางเลือกอื่นในการรักษาสิวไปก่อน เช่น topical retinoid, salicylic acid, azelaic acid เป็นต้น”

ที่มา AAD

6. สรุปความเห็นส่วนตัว คิดว่า ยังไม่ต้องตื่นตระหนกมากเกินไป

ใครใช้ BPO อยู่ —> ควรเก็บให้ดี ไม่เก็บไว้ในรถหรือในที่อุณหภูมิสูง

ใครกังวล —> ไปทางเลือกอื่น เช่น topical retinoid, salicylic acid, azelaic acid

ทุกคน —> รอประกาศจาก FDA update เพิ่มเติมต่อไป

————————————-

รวมลิงค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

จำเป็นต้องมี AHA ในสกินแคร์รูทีนไหม

หากพูดถึง AHA ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีว่าเป็นกลุ่มสารผลัดเซลล์ผิว และเชื่อว่าหลายท่านมีความกลัวที่เริ่มใช้ หรือบางท่านอาจมีประสบการณ์ที่ทำให้ต้องหยุดทา เช่น หน้าแดงแสบลอก ฯลฯ ลองอ่านบทความนี้ช่วยคุณได้ค่ะ

บางคนเข้าใจว่า.. ต้องเป็นคนผิวมันเท่านั้นจึงจะใช้ได้ แต่ผิดเลย ..!!!

อันที่จริง AHA สามารถใช้ได้ในคนที่มีผิวมันและผิวแห้ง เพราะ AHA มีคุณสมเพิ่มการอุ้มน้ำที่ผิวหนังกำพร้า ทำให้ผิวชุ่มชื้น นุ่มขึ้น เต่งตึงและสดใสขึ้น

บางคนเข้าใจว่า.. การใช้สกินแคร์ AHA ทาผิว จะทำให้ผิวบางลง นี่ก็เป็นความคิดที่ผิดอีกเช่นกัน !!!

เพราะการทำงานของสารผลัดเซลล์กลุ่ม AHA นั้นจะช่วยผลัดเซลล์ผิวบริเวณชั้นตื้นที่ตายแล้ว รวมทั้งสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิวให้หลุดออก โดยไม่ได้ทำให้โครงสร้างผิวหนังปกตินั้นบางลงอย่างที่หลายคนกังวลใจ นอกจากนั้นยังไปเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวให้สมบูรณ์ ใน 28 วัน ผลที่ได้ คือ ทำให้ผิวเนียน สีผิวสม่ำเสมอและแลดูโกลว์ดูน่ามองยิ่งขึ้น

บางคนเข้าใจว่า.. การใช้สกินแคร์ AHA จะทำให้สิวเห่อมากขึ้น จึงไม่กล้าใช้ !!!

ขออธิบายแบบนี้ค่ะ ทำความเข้าใจก่อนว่า ผิวคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวอาจมีสิ่งที่เรียกว่า Microcomedone หรือสิวอุดตันใต้ผิวที่เรามองไม่เห็น และเมื่อเราทา AHA ลงไป สารตัวนี้จะมีคุณสมบัติไปปรับโครงสร้างผิวชั้นหนังกำพร้าให้เรียงตัวดีและเป็นระเบียบมากขึ้น ส่งผลให้ช่วงแรกที่เริ่มใช้ในบางคนอาจจะมีสิวอุดตันที่ถูกผลัดให้หลุดออกมาไวขึ้น โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปกดหรือบีบ และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำจะส่งผลให้สิวอุดตันที่ผิวลดลง และ รอยสิวก็จางลงได้ ดังนั้น AHA จึงเหมาะสำหรับคนที่ผิวเป็นสิวง่าย (Acne-proned skin) และการมีสิวเห่อช่วงแรกอาจไม่จำเป็นต้องเกิดกับทุกคนเสมอไป

บางคนเข้าใจว่า.. ไม่ควรใช้ AHA นาน ๆ เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองง่ายและอ่อนแอมากขึ้น !!!

ขอแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ ประเด็นใช้นาน และ ประเด็นระคายเคืองง่าย

  • AHA ใช้ต่อเนื่องยิ่งนานยิ่งได้ประโยชน์ เพราะช่วยปรับโครงสร้างผิวชั้นหนังแท้และมีงานวิจัยยืนยันว่า มีการสร้าง collagen, hyaluronic acid และ glycosaminoglycans มากขึ้น ทำให้ผิวแข็งแรง มีความหนาขึ้น และยังช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ผิวได้อีกด้วย
  • ส่วนการระคายเคืองผิวนั้น อาจเป็นไปได้ในกรณีที่ใช้ไม่ถูกวิธี

ขอแนะนำการใช้ AHA ในคนที่ผิวระคายเคืองง่าย แบบนี้ค่ะ

  • แนะนำให้เริ่มด้วยความเข้มข้นต่ำ ประมาณ AHA 3-3.5% เพราะเป็นความเข้มข้นที่ได้ผลตามที่เล่ามาข้างต้น และระคายเคืองน้อย ใช้ได้ทุกสภาพผิว
  • เลือกยี่ห้อที่ปราศจากสารก่อแพ้ (Free form potential cosmetic allergens)
  • pH 4.5-5.5 ซึ่งมีความเป็นกรดอ่อนใกล้เคียงผิวปกติ (Mild acidic with balanced pH)
  • ปราศจากน้ำหอม สารแต่งสี สารกันเสีย เช่น paraben, MCI/MI, SLS โลหะหนักและสารก่อแพ้ระคายเคืองอื่น ๆ ตามมาตรฐานกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องสำอาง
  • กรณีเริ่มใช้ช่วงแรก อาจใช้วิธี short contact คือ ทาทิ้งไว้แล้วล้างออก และค่อยทิ้งไว้นานขึ้นจนไม่ต้องล้างออก

สรุปแล้วเราจำเป็นต้องมี AHA ในสกินแคร์รูทีนไหม ?

ต้องอธิบายแบบนี้ค่ะ โดยปกติกระบวนการผลัดเซลล์ผิวหนังจนกระทั่งผิวที่ตายแล้วหลุดออกไป (Skin turnover) ใช้เวลาประมาณ 28 วัน และจะใช้เวลานานขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น เป็นเหตุให้เซลล์ที่ตายแล้วรวมทั้งสิ่งสกปรกต่าง ๆ ตกค้างที่ผิว เกิดความหมองคล้ำ จุดด่างดำ สิวอุดตัน ผิวไม่เรียบใสเหมือนสมัยวัยเด็ก

ดังนั้น หากเราต้องการทำให้ผิวย้อนวัยกลับไปขาวเนียนใส เราจึงต้องอาศัยตัวช่วยที่สามารถเพิ่ม skin turnover rate ให้เร็วขึ้น เพื่อให้กลไลการผลัดเซลล์ผิวมีระยะเวลาใกล้เคียงเดิม ซึ่งหนึ่งในสารผลัดเซลล์ผิวที่ช่วยได้ดี ก็คือ AHA หรือ α-hydroxyacids

PRACTICAL POINT

นอกจากนั้น AHA ยังสามารถใช้ร่วมกับ active ingredients อื่น ๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลผิวให้ดียิ่งขึ้นได้ เช่น

หากเน้นเรื่องริ้วรอย อาจใช้ AHA ร่วมกับ topical vitamin A, antioxidants ต่าง ๆ

หากเน้นเรื่องฝ้า หมองคล้ำ อาจใช้ AHA ร่วมกับ bleaching agents เช่น licorice, arbutin, kojic acid, ascorbic acid เป็นต้น

ใครเริ่มเร็ว คนนั้นสวยหล่อก่อนนะ

ด้วยความปรารถนาดี

—————————–

References

Clin Dermatol. 2009 Sep-Oct;27(5):495-501.

Am J Clin Dermatol 2010; 11: 95-102.

J Dtsch Dermatol Ges. 2012 Jul;10(7):488-91.

Postepy Hig Med Dosw (Online). 2015 Mar 22;69:374-83.

J Clin Aesthet Dermatol. 2016;9(11):40-43.

Molecules. 2018 Apr 10;23(4):863.

J Am Acad Dermatol 2019; 81: 313-24.

—————————–

In collaboration with Dr.Jak 3.5% swiss AHA

เจล AHA (Alpha Hydroxy Acid) คุณภาพสูงมาตรฐานยุโรป จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์

  •  ประกอบด้วย Hexa-acid กรดสกัดจากธรรมชาติ 6 ชนิดในสัดส่วนที่เห็นผลและไม่ระคายเคือง ได้แก่ citric acid, malic acid, glycolic acid, lactic acid, pyruvic acid, tartaric acid
  •  ปราศจากน้ำหอม สารแต่งสี สารกันเสีย เช่น paraben, MCI/MI, SLS
  •  ปราศจากโลหะหนักและสารก่อแพ้ระคายเคืองอื่น ๆ ตามมาตรฐานกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องสำอาง
  •  ปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly product)
  •  pH 4.5 เป็นกรดอ่อน ๆ เหมาะกับทุกสภาพผิว  

วิธีใช้ ทาเจลลงบนผิว เลี่ยงบริเวณรอบดวงตา

ไม่ควรใช้บริเวณที่มีผื่นแดง แห้งคัน แผลเปิด

สามารถใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

https://shp.ee/jre9kka
https://s.lazada.co.th/s.8u88e

—————————–

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ดูแลแผลสดอย่างไรให้สมานไว

เชื่อว่าเวลาเกิดบาดแผล หลายคนมักจะนึกถึงการหายาฆ่าเชื้อมาทา เช่น Alcohol, Betadine, H2O2, Chlorhexidine โดยหารู้ไม่ว่าสารเหล่านี้อาจทำลายเนื้อเยื่อบริเวณแผลได้ และความจริงแล้วอาจไม่จำเป็นเท่าการล้างแผลให้สะอาด ป้องกันการติดเชื้อและการดูแลแผลให้สมานและหายเร็วโดยเกิดรอยดำหรือแผลเป็นนูน ให้น้อยที่สุด

บางคนยังมีความเข้าใจที่ยังไม่ถูกเท่าที่ควร โพสต์นี้จึงอยากเล่าให้ฟังถึงวิธีการดูแลแผลสดให้เข้าใจอย่างง่าย

แผลที่เกิดขึ้นภายในไม่เกิน 30 วันจัดเป็น แผลเฉียบพลัน (Acute wound) เช่น แผลจากอุบัติเหตุ หรือ แผลจากการผ่าตัด ซึ่งความรุนแรงแตกต่างกันไป บางคนอาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนหรืออาจมีการสูญเสียเนื้อเยื่อผิวบางส่วนก็ได้

แผลสด

กรณีแผลสดที่ลึกไม่เกินชั้นหนังแท้ (dermis) จะสามารถสมานเองได้ โดยมีขั้นตอน 4 อย่าง ได้แก่

การสมานแผล

ขั้นตอน 1 กระบวนการหยุดเลือด

เส้นเลือดจะมีการหดตัว และมีการจับกลุ่มขอบเกล็ดเลือดบริเวณแผล เพื่อให้เลือดหยุด นอกจากนั้นยังมีการหลั่งสาร cytokines ต่าง ๆ มาช่วยในกระบวนการนี้

ขั้นตอน 2 กระบวนการอักเสบ

เกิดการกระตุ้นการเกิดอักเสบ ทำให้มีอาการปวด บวม แดง ร้อน ตามมาได้ ระยะนี้เซลล์เม็ดเลือดขาวต่าง ๆ จะออกมากระจุกที่แผลเพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคและเนื้อตาย

ขั้นตอน 3 กระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่

ประกอบด้วย Ground substance, granulation tissue, เส้นเลือด มีการสร้างเส้นใยคอลลาเจน รวมทั้งมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาปกคลุมบริเวณแผล ซึ่งขั้นตอนนี้จะเกิดได้ดีเมื่อแผลอยู่สภาวะความชื้นที่เหมาะสม ไม่แห้ง ไม่มีสะเก็ดหรือเนื้อตายมาขวางอยู่

ขั้นตอน 4 กระบวนการปรับสมดุลโครงสร้างของแผล

จะมีการหดตัวของแผล และ เส้นใยคอลลาเจนมีการเรียงตัวสวยงาม ทำให้แผลแบนราบลง ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาช้าเร็วในแต่ละคนแตกต่างกัน

โดยปกติเมื่อเกิดบาดแผลเฉียบพลัน (Acute wound) ที่ไม่รุนแรงมาก แนะนำดังนี้ค่ะ

วิธีดูแลแผลสด
  1. ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำเกลือ ตรงนี้สามารถทำเองที่บ้านได้ ยกเว้นถ้าแผลใหญ่ รุนแรง สกปรก อาจต้องพบแพทย์เพื่อทำการ debridement ร่วมด้วยค่ะ
  2. หลังจากนั้นแนะนำให้ใช้ Wound Dressing ที่เหมาะสม แนะนำให้เลือกตามชนิดแผลและคุณสมบัติ แนะนำให้ใช้กลุ่มวัสดุที่ช่วยควบคุมความชื้นให้เหมาะสมได้ด้วย ยกตัวอย่าง

กรณีแผลมีน้ำเหลืองแฉะมาก

อาจเลือก Foams, alginates, hydrofibers เพราะช่วยดูดซับสารคัดหลั่งได้ดี

กรณีแผลเล็กน้อย ค่อนแห้ง

อาจเลือก Hydrocolloids, hydrogel กลุ่มนี้ยึดติดพื้นผิวดี และช่วยป้องกันแผลจากการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกและเชื้อโรคจากภายนอก

กรณีแผลมีน้ำเหลืองนิดหน่อย

เช่น แผลหลังทำเลเซอร์กลุ่ม resurfacing แผลผิวหนังอักเสบจากการแพ้ระคายเคือง แผลมีดบาด แผลไฟไหม้หรือแผลถลอกตื้น ๆ (partial to full-thickness skin depth) เป็นต้น อาจเลือกเป็น Hydrogels ซึ่งเป็น semipermeable semitransparent polymer gel ช่วยดูดซับน้ำเหลืองได้นิดหน่อย ข้อดี คือ ช่วยเพิ่มความชื้นให้แผลที่แห้งได้ดี ซึ่งทำให้กระบวนการสมานแผลทำได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดอาการปวดได้ และช่วยทำให้รู้สึกเย็นที่แผล

Wound dressing
ชนิดของ wound dressing

Hydrogel มีทั้งแบบแผ่นแปะปิดแผล และ แบบเจลทา

แบบแผ่นแปะ สามารถระเหยได้ และหลุดง่าย แนะนำให้มีวัสดุปิดยึดและทำการเปลี่ยนเมื่อแผลแห้ง

แบบเจล ใช้ง่ายสะดวก ปัจจุบันมีขายตามท้องตลาด หาซื้อง่าย

BOTTOM LINE

ถึงแม้กระบวนการหายของแผลที่ไม่รุนแรงนั้นสามารถเกิดได้เองตามธรรมชาติ แต่หากเรารู้ว่าต้องดูแลแผลอย่างไรอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้แผลสมานไวขึ้น แผลหายเร็วและทิ้งร่อยรอยเอาไว้น้อยที่สุดหรือหายเนียนเหมือนผิวปกติเลยก็ได้ เหนือสิ่งอื่นใดก็ต้องขึ้นกับผิวแต่ละบุคคลซึ่งอาจแตกต่างกันไป

—————————–

References

J Int Med Res. 2009 Sep-Oct;37(5):1528-42.

Open Biol. 2020 Sep;10(9):200223.

Biomedicines. 2021 Sep 16;9(9):1235.

—————————–

[Advertorial]

Dermatix Wound Care หรือเรียกง่ายๆว่า ไฮโดรเจลสมานแผล

ส่วนประกอบสำคัญ

  • Carbomer Intelligent Hydrogel นวัตกรรมไฮโดรเจล ช่วยควบคุมระดับความชื้นให้เหมาะสมกับการสมานแผล
  • Carnosine กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ เส้นเลือด เส้นใยคอลลาเจน และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • Emoillients ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิว ได้แก่ cetrearyl ethylhexanoate, isopropyl myristate stearyl heptonoate, stearyl caprylate

เหมาะกับใช้ทาแผลถลอก แผลอักเสบ แผลถูกบาด แผลไหม้ที่ไม่รุนแรง แผลน้ำร้อนลวก แผลมอเตอร์ไซค์ล้ม

ปราศจากพาราเบน

Dermatix wound care

—————————–

อ่านบทความย้อนหลังที่

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

 

 

 

 

รู้หรือไม่..Shampoo, Conditioner, Hair serum มีประโยชน์ต่างกันอย่างไร

มาเริ่มกันที่ประโยชน์ของ Shampoo ก่อนค่ะ

แชมพูสระผม ไม่เพียงแต่ทำความสะอาดหนังศีรษะ ขจัดเหงื่อและน้ำมันส่วนเกิน ชำระล้างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ตกแต่งผม แล้วยังช่วยให้เส้นผมแข็งแรงได้อีกด้วย

แชมพูบางอย่างมีการผสม active ingredients ที่ช่วยเสริมการรักษาโรคบางชนิดได้ เช่น หนังศีรษะอักเสบ รังแค ผมร่วง ผมบาง สะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ เป็นต้น

ประโยชน์ของแชมพู​
ประโยชน์ของแชมพู

ส่วนผสมของ Shampoo

  • Detergents คือ สารชำระล้างหรือสารทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ จะช่วยกำจัดน้ำมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกต่าง ๆ มักมีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิว (surfactants) เช่น Sodium Lauryl Sulfate (SLS) ซึ่งทำให้ผิวหนังแห้งระคายเคืองได้ หากใครผิวระคายเคืองง่ายหรือเป็นโรคหนังศีรษะอักเสบบ่อย ๆ ควรเลี่ยง SLS และอาจใช้เป็น Sodium Laureth Sulfate (SLES) แทน
  • Conditioning and active ingredients for hair manageability คือ สารปรับสภาพผม กลุ่มนี้มักเป็น Hydrolyzed protein (collagen, silk, animal proteins),, fatty substances เช่น vegetable oils, wax, lecithin, lanolin derivatives ที่สามารถซึมผ่าน hair shaft ได้ เพื่อช่วยบำรุงหนังศีรษะเพื่อให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดเส้นผมใหม่ที่แข็งแรงสุขภาพดี แชมพูที่ได้มาตรฐานมักมี conditional effects ร่วมด้วยในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดี แข็งแรงและเงางาม หวีจัดทรงง่าย
  • Additives สารเติมแต่งอื่น ๆ เช่น

    สารที่ช่วยทำให้ข้นหนืด (Viscosity control agents), สารที่ทำให้เกิดฟอง (foam stabilizers), สารกันเสีย (preservatives) หากเป็นได้ควรเลี่ยง paraben เพราะมักก่อให้เกิดการแพ้สัมผัสได้บ่อย, น้ำหอม (fragrances)

ส่วนประกอบของแชมพู
ส่วนประกอบของแชมพู

ส่วนกลุ่มที่มีสารที่ช่วยเสริมการรักษาโรคบางชนิดได้ เช่น หนังศีรษะอักเสบ รังแค ผมร่วง ผมบาง สะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ เราจะเรียกว่าเป็น Medicated Shampoo เช่น Tar, Salicylic acid, Sulfur, Selenium sulfide, Ketoconazole, Zinc pyrithione เป็นต้น

ในขณะที่ครีมนวดผม (Hair Conditioners)

เป็นอีก options ที่เข้ามาเติมจุดบกพร่องที่แชมพูทำไม่ได้ คือ ช่วยเรื่องความสวยงามของเส้นผม ช่วยบำรุงให้ผมนุ่ม เงางาม และเคลือบไม่ให้ผมชี้ฟู และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผมในกรณีผมดัด ย้อม ทำสี

ปกติจะแนะนำให้ใช้ครีมนวดหลังการสระผมด้วยแชมพู แล้วล้างออก หรือ กรณีผมแห้งเสียมาก อาจจะใช้ชนิดหมัก นวดปลายผมและทิ้งไว้ 20-30 นาทีก่อนล้างออก

ครีมนวดผม ประโยชน์ conditioner
ประโยชน์ของครีมนวดผม

ส่วนกรณี Leave-On Hair Serum

คือ การใช้เซรั่มบำรุงผมชนิดทาทิ้งไว้ ไม่ต้องล้างออก (หลักการคล้ายกับ Skin serum ที่ใช้บำรุงผิว) เป็นที่นิยมมากในปัจจุบันเช่นกัน อาจใช้แทนครีมนวดผมก็ได้ หรือถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรใช้ร่วมกับการสระด้วย Shampoo และ นวดผมด้วย Conditioners

Leave-On Hair Serum
Leave-On Hair Serum

ประโยชน์ของ Leave-On Hair Serum

คือ ช่วยบำรุงเส้นผม เพิ่มความแข็งแรงของเส้นผม ป้องกันการทำร้ายผมจาก pollutions รอบตัว และยังช่วยให้ผมนุ่มและเงางาม

ส่วนผสมใน Leave-On Hair Serum มักเป็นส่วนผสมที่มี oil เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม หรือ กรณีที่ผมแห้งเสียชี้ฟูขาดการบำรุงมาก

แนะนำให้เลือกส่วนผสมที่มีสารบำรุงเข้มข้น และกลุ่ม protein ร่วมด้วย หรือ เทคโนโลยี Biocellular complex ใน Dove Hair Therapy ตัวใหม่ก็เน้นช่วยบำรุงลึกถึงระดับเซลล์ในกลุ่มคนที่ผมแห้งเสีย และสามารถใช้หลังสระผมขณะผมหมาด ก่อนไดร์ผมเพื่อช่วยปกป้องผมจากความร้อนได้ด้วย

เทคนิกการใช้ Leave-On hair serum

  • แนะนำให้ทาลูบเบา ๆ เน้นบริเวณเส้นผมที่มีปัญหาโดยเฉพาะปลายผม โดยสามารถทาได้ทั้งผมแห้ง ผมเปียกหลังการสระ หรือ รอให้ผมหมาดก่อนจึงค่อยทาบำรุงก็ได้ทั้งนั้นค่ะ
  • Hair serum ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกคน แต่แนะนำให้ใช้ร่วมด้วยกรณีหากใครที่ผมแห้ง แข็งกระด้าง ชี้ฟู แตกปลาย
  • คนที่ไดร์ผมด้วยความร้อนบ่อย ๆ แนะนำให้เลือกทา Hair serum ที่ช่วยปกป้องผมจากความร้อน ก่อนไดร์ผม
  • Hair serum ให้ทาที่บริเวณเส้นผม ไม่ควรทาที่โคนผมหรือหนังศีรษะ
  • ใช้ Hair serum บ่อยแค่ไหน ขึ้นกับปัญหาเส้นผมแต่ละคน โดยปกติแนะนำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
เทคนิคการใช้ Leave-On Hair Serum​
เทคนิคการใช้ Leave-On Hair Serum

การมีเส้นผมที่สวย แข็งแรง เงางาม ถือเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมบุคคลิกภาพให้น่ามองและชวนหลงใหลได้เลยทีเดียว ดังนั้นการให้ความใส่ใจกับการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ 

—————————–

References

Int J Trichology. 2015 Jan-Mar;7(1):2-15.

Recent Pat Inflamm Allergy Drug Discov. 2014;8:48–58.  

J Dtsch Dermatol Ges. 2007 May;5(5):356-65.

Clin Dermatol. 1996;14:123–8.  

—————————–

[Advertorial] DOVE Hair Therapy

เซรั่มบำรุงผม Leave on Hair Serum

Dove hair therapy
  • เทคโนโลยี ไบโอเซลลูล่า คอมเพล็กซ์ บำรุงลึกถึงระดับเซลล์ผม
  • เหมาะสำหรับผมแห้งเสีย ชี้ฟู ลดการขาดหลุดร่วง เนื้อเบาบางซึมเร็วไม่เหนอะหนะ ไม่ทำให้ผมมัน
  • ใช้ได้หลังจากผมหมาดก่อนไดร์ เพื่อปกป้องผมจากความร้อน หรือพกใช้ระหว่างวันช่วยให้ผมจัดทรงง่าย
  • แนะนำใช้คู่กับแชมพูและครีมนวดสูตรสีทอง BREAKAGE REMEDY เพื่อเพิ่มการบำรุงให้ล้ำลึกไปอีกขั้น
  • ไบโอ เซลล์ลูล่า คอมเพล็กซ์ + vitamin C ช่วยให้ผมแข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วง
  • ครีมนวดผมมี 2 หัว เป็น 2-in-1 เซรั่มวิตามิน + คอนดิชันเนอร์เข้มข้น ที่ผสมสดใหม่ทุกครั้ง เพื่อประสิทธิภาพที่ดี

หาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าทั่วไป และ Tops Watsons และทางออนไลน์ Shopee Lazada

#DoveHairTherapy #จบปัญหาผมเรื้อรังที่ระดับเซลล์

—————————–

‍⚕️อ่านบทความย้อนหลังที่ 

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

สิวที่มองไม่เห็น .. รู้จักไหม ?

เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมพอเริ่มทายาหรือสกินแคร์สิว แล้วอยู่ดี ๆ กลายเป็น สิวผุดมากขึ้นกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะใต้ผิวที่แลดูเหมือนเรียบเนียน ยังมีสิวอุดตันเล็ก ๆ ที่ก่อตัวอยู่ด้านล่างและรอผุดขึ้นมานั่นเอง

เรามักจะพูดถึงสิวในระยะที่ปรากฎเห็นขึ้นมาที่ผิวหนัง (Visible acne) ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตันหัวดำ สิวอุดตันหัวขาว สิวอักเสบ สิวหัวหนอง
แต่ความจริงแล้ว การก่อตัวของสิวมีระยะก่อนหน้านั้นอีก เรียกว่า สิวที่มองไม่เห็น (Invisible acne) หรือบางทีเรียกว่า microcomedone

Microcomedone

สาเหตุของการเกิด microcomedone

ก็เหมือนกับการเกิดสิวทั่วไป คือ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่ามีปัจจัยที่กระตุ้น เช่น

Microcomedone

• ฮอร์โมนและความเครียด
• ความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ผิว
• การหลั่งน้ำมันผิวมากขึ้น
• การอุดตันของรูขุมขน
• พันธุกรรม
• ยาบางชนิด
• การอุดตันของส่วนผสมในเครื่องสำอาง
เป็นต้น

วงจรสิวที่มองไม่เห็น

ถ้าหากดูแลผิวถูกวิธีก็อาจทำให้ microcomedone นี้หายไปได้ แต่หากดูแลผิวไม่ดีพอ หรือ ยังมีปัจจัยกระตุ้นอยู่ ก็จะส่งผลให้กลายเป็นสิวที่โผล่ขึ้นมาให้เราเห็นเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบได้ในที่สุด หรืออาจจะกลายเป็นรอยดำรอยแดงโดยที่ยังไม่เห็นสิวโผล่ขึ้นมาก็ได้เช่นกัน

รวมทั้งหลังการรักษา หากสิวยุบลงไปหมดจนไม่เห็นด้วยตาเปล่าอีกรอบแล้ว แต่กลไกการเกิดสิวยังคงดำเนินต่อไป เราจึงต้องมีการปรับยาและสกินแคร์ให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการเกิดรอยดำรอยแดงสิว และลดการกลับมาเป็นซ้ำของสิวได้อีก

วิธีการที่แนะนำเพื่อจัดการสิวที่มองไม่เห็น ได้แก่

• ล้างหน้าให้สะอาด
• งดบีบหรือเจาะบริเวณที่คลำมีเม็ดใต้ผิว
• เลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิว โดยเน้นสกินแคร์ที่มีคุณสมบัติช่วยได้ตามกลไกของการเกิดสิว ได้แก่

  1. ลดการอุดตันของรูขุมขน
  2. ลดการทำงานของต่อมไขมัน
  3. ลดการอักเสบ
  4. ปรับสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ที่ผิว

ยกตัวอย่าง KENE Acnelix Series ซึ่งมี 5 ส่วนผสมหลัก ที่มีข้อมูลว่าออกฤทธิ์ช่วยได้ครบกลไกทั้ง 4 อย่างของการเกิดสิว ได้แก่
Encapsulated salicylic acid, bakuchiol, niacinamide, EGCG, resveratrol
[อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมท้ายบทความ]

อย่างไรก็ตามการตอบสนองต่อยาและส่วนผสมแต่ละชนิดในแต่ละบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน แนะนำให้ลองเลือกและปรับตามสภาพผิวของตัวเอง

หากไม่แน่ใจว่าเป็นสิวหรือไม่ หรือเป็นสิวรุนแรงเรื้อรัง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี

——————————

KENE Acnelix Concentrate Acne Serum

เซรั่มสำหรับผู้มีปัญหาสิว
เหมาะสำหรับผิวที่เป็นสิว สามารถใช้ต่อเนื่องระยะยาวเพื่อลดการกลับเป็นซ้ำของสิว
ACTIONs
✔️ 6.6% Encapsulated salicylic acid ลดการอุดตันรูขุมขน ลดการหลั่งน้ำมันผิว
✔️ 1% Resveratrol ลดการอักเสบ ลดการหลั่งน้ำมันผิว
✔️ 1% Bakuchiol ลดการอุดตันรูขุมขน ลดการอักเสบและลดการเจริญเติบโตของ C.acne
✔️ 5% Niacinamide ลดการอักเสบ ลดการสร้างเม็ดสีผิว
✔️ 1% EGCG, Zinc PCA ลดความมันผิว ลดการอักเสบ

KENE Acne Clearing Gel

เจลแต้มสิว ลดการอักเสบรวดเร็ว และลดการเกิดรอยหลังการเกิดสิว
ACTIONs
✔️ 6.6% Encapsulated salicylic acid ลดการอุดตันรูขุมขน ลดการหลั่งน้ำมันผิว
✔️ 1% Resveratrol ลดการอักเสบ ลดการหลั่งน้ำมันผิว
✔️ 5% Niacinamide ลดการอักเสบ ลดการสร้างเม็ดสีผิว
✔️ Tea trea oil ลดการอักเสบ ยับยั้งเชื้อ C.acne
✔️ 1% EGCG, Zinc PCA ลดความมันผิว ลดการอักเสบ
✔️ Potassium azeloyl diglycinate ลดการสร้างเม็ดสี ลดการอักเสบ

KENE Acnelix Series

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

5 ข้อน่ารู้ เรื่องเซราไมด์ กับ ผิว

1. เซราไมด์ เป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญของกำแพงผิวชั้นไขมันที่แทรกอยู่ระหว่างเซลล์ผิว (Intercellular lipid) ในชั้นหนังกำพร้า ซึ่งประกอบด้วย Ceramide, cholesterol, Free fatty acid ดังนั้น เซราไมด์จึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผิวของเราแข็งแรง

2. ผิวที่เซราไมด์บกพร่อง จะมีการระคายเคืองและอักเสบได้ง่ายขึ้น ลองสังเกตเลยว่า บางครั้งเพียงแค่อากาศเย็นลง หรืออยู่ใกล้บริเวณที่มีฝุ่น ก็อาจทำให้เกิดผิวแดง อักเสบ และระคายเคืองได้ง่ายกว่าคนที่เซราไมด์ผิวปกติ

3. เซราไมด์ที่ผิวยังทำหน้าที่ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง ลดการระคายเคืองผิวจากสารอนุมูลอิสระและมลภาวะต่าง ๆ รอบกาย ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้น เรียกได้ว่าสกินแคร์เซราไมด์เป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่มีคุณสมบัติเรื่อง anti aging effect ได้ดี

4. แม้ผิวเราสามารถสร้างเซราไมด์ได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ปริมาณของเซราไมด์ก็จะค่อย ๆ สลาย ลดลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ผิวเสื่อมสภาพแห้งเหี่ยวไปตามกาลเวลา (Aging skin) มีข้อมูลพบว่า คนที่เริ่มมีอายุมากขึ้นที่มีการทาครีมที่มีส่วนผสมของ ceramide หรือ pseudoceramide ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและลดการสูญเสียน้ำจากผิวได้ดี เรียกได้ว่าช่วย delay aging ได้ด้วย

5. ปัญหาผิวที่พบว่ามีความบกพร่องของเซราไมด์ร่วมด้วย ได้แก่ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง, สิว, สะเก็ดเงิน, ผิวแห้งเกล็ดปลา เป็นต้น

ดังนั้น ลองสำรวจดูว่าหากมีปัญหาผิว ดังข้างต้น ก็เลือกครีมบำรุงผิวกลุ่มที่เน้นเติม Ceramide, NMFs หรือ Pseudoceramide products โดยอาจเป็นในรูปแบบ lotion, cream หรือ ointment ก็ได้ (ขึ้นกับความรุนแรงของการอักเสบผิว)

PRACTICAL POINT

หากใครมีปัญหาผิวไม่แข็งแรง ระคายเคืองง่าย หรือไม่มั่นใจว่าต้องเสริมเซราไมด์ให้กับผิวหรือไม่ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง หรือ ปัจจุบันมีทางเลือก telemedicine ให้สอบถามปัญหาผิวกับหมอเบื้องต้นทางแอพ SkinX ก็ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากขึ้นโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

นอกจากนั้น ในแอพ SkinX ยังมีเวชสำอางที่มีส่วนผสมหลักของ pseudoceramide ที่เป็นที่นิยมจากญี่ปุ่นอย่าง Curel ให้เลือกมากมาย เช่น

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Moisture Facial Cream

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Foaming Facial Wash เป็นต้น

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลผิวสำหรับทุกท่านนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี

หมอเจี๊ยบ

——————————————

References:

Int J Cosmet Sci. 2021 Apr;43(2):158-164.

Clinics in Dermatology 2019; 37: 336-345.

Yakugaku Zasshi. 2019; 139(12): 1549-1551.

J Clin Aesthet Dermatol. 2016; 9(1): 26-32.

Am J Clin Dermatol. 2013 Oct; 14(5): 389-99.

Journal of Allergy and Clinical Immunology 2013; 131(2): 280-291.

Am J Clin Dermatol. 2005; 6(4): 215-223.

Am J Clin Dermatol 2003; 4 (2): 107-129.

Arch Dermatol Res. 1995; 282: 214-218.

——————————————

[Disclaimer] สนับสนุนบทความโดย Curel✖️ SkinX

Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Moisture Facial Cream

ครีมเซราไมด์ บำรุงผิวหน้า สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย

ACTIONS:

✔️Cetyl-PG Hydroxyethyl Palmitamide เป็น pseudoceramide ช่วยเติม ceramide ในผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง

✔️Eucalyptus Globulus Leaf Extract ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้าง ceramide ตามธรรมชาติ

✔️Vitamin E ลดการระคายเคืองผิวจากสารอนุมูลอิสระ

✔️Glycerin, squalene ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว

Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Foaming Facial Wash

โฟมล้างหน้าสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย พร้อมปกป้องการสูญเสียเซราไมด์ตามธรรมชาติของผิวขณะล้างหน้า ไม่แห้งตึงหลังล้าง

ACTIONS:

✔️Glycerin เพิ่มความชุ่มชื้นผิว ช่วยเสริมความแข็งแรงของกำแพงผิว

✔️Dipotassium Glycyrrhizate ช่วยลดการระคายเคืองผิว

pH balanced ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์

ผ่านการทดสอบกับผู้มีผิวแพ้ง่าย ภายใต้การควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

Update and Management ตุ่มคัน (Prurigo nodularis) 2022

สรุปใจความสำคัญอัพเดทและยารักษาใหม่ ๆ

ลักษณะผื่น

เป็น crusted or excoriated, hyperkeratotic, light to bright red papules, nodules or plaques with hyperpigmented margin

มีหลายขนาด อาจเล็กมิลลิเมตรหรือใหญ่ได้ถึง 3 เซนติเมตรมัก

ข้อสังเกต คือ มักอยู่บริเวณที่มือเอื้อมไปเกาถึง หากอยู่ที่หลัง จะเห็นบริเวณผิวหนังปกติที่เกาไม่ถึงเป็นรูปคล้ายผีเสื้อ เรียกว่า Butterfly sign 🦋

Pathogenesis

เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการ neuronal sensitization, inflammation, and pruritus

Grading

mild (<20 lesions)

moderate (20-100 lesions)

severe (>100 lesions)

อย่าลืมหาสาเหตุของโรคที่ทำให้เกิดอาการคัน

ทั้งโรคผิวหนัง และ โรค systemic disease โดยเฉพาะ chronic renal disease, diabetes, neuropathic disease, chronic obstructive pulmonary disease, diabetes, congestive heart failure, high blood pressure,

อย่าลืมหาโรคร่วมอื่นที่อาจพบด้วย เช่น

atopic dermatitis, plaque psoriasis, lichen planus, or dermatitis herpetiformis

บางรายมีภาวะซึมเศร้าร่วมได้

การรักษาปรับยาตาม algorithm step ตามรูป ได้แก่

Prurigo nodularis treatment algorithm​
Prurigo nodularis treatment algorithm

ยาทา : topical corticosteroid,calcineurin inhibitor

ยากิน : immunosuppressant, gabapentinoid, thalidomide

ยาต้านฮิสตามีนมักไม่ค่อยได้ผล

หากมีโรคประจำตัวหลายอย่าง กังวลเรื่องผลข้างเคียงของยากิน อาจใช้การฉายแสง

Emerging treatments ได้แก่

• Targeting IL-31 and its receptor IL-31RA : Nemolizumab

• Anti-IL-4RA monoclonal

antibody : Dupilumab

• Opioid antagonists and cannabinoid

• Mu opioid receptor antagonists : Naloxone and naltrexone

• Mixed agonist/antagonist of the mu receptor and partial kappa agonist : nalbuphine

References

Dermatol Ther (Heidelb) 2022; 12, 2039–2048.

J Dtsch Dermatol Ges 2017;8:860–72

Dermatol Clin 2018 Volume 36, Issue 3, July 2018, Pages 189-197

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.