New Canadian Guideline for acne treatment

ที่มา https://doi.org/10.1503/cmaj.140665

เอามาแปะให้ลองอ่านกันดูเป็นแนวทางคร่าว​ ๆ​

การรักษาสิวเบื้องต้น และหากรักษาไม่ได้ผล สิวไม่หาย สิวเรื้อรัง แนะนำให้ส่งตัวมาพบแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง เพื่อรับการรักษาด้วยวิธีอื่นที่ซับซ้อนมากขึ้น

🆘 อันดับแรกสำคัญที่สุด

ก่อนจะเริ่มรักษาสิว ขอให้มั่นใจว่าผู้ป่วยเป็นสิวจริง ๆ ตรวจให้ดีว่าไม่ใช่โรคอื่นแน่ ๆ
(ดูตามตารางที่ 5,6)

ที่มา https://doi.org/10.1503/cmaj.140665
ที่มา https://doi.org/10.1503/cmaj.140665
ที่มา https://doi.org/10.1503/cmaj.140665

🆘 หากชัวร์แล้วว่าเป็นสิว มาเริ่มกัน

หลัก​ ๆ​ จะมียากลุ่มที่ใช้ในการรักษาสิวเบื้องต้น​ คือ

Topical retinoid : adapalene, tretinoin, tazarotene
Topical benzoyl peroxide
Topical antibiotics : clindamycin, erythromycin
Oral antibiotics

ส่วนตัวคิดว่า หากเป็นยาในกลุ่มอื่น เช่น
Oral contraceptive pill, Oral isotretinoin
ควรพิจารณาเริ่มใช้ด้วยแพทย์เฉพาะทางน่าจะปลอดภัยกว่า เนื่องจากผู้ป่วยที่มีภาวะสิวเรื้อรังและรุนแรง อาจมีสาเหตุของบางโรคหรือบางภาวะที่ต้องตรวจหาเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขให้ตรงจุดก่อนพิจารณาให้ยาที่มีผลข้างเคียงเยอะดังกล่าว

ที่มา https://doi.org/10.1503/cmaj.140665
ที่มา https://doi.org/10.1503/cmaj.140665

อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.cmaj.ca/lookup/suppl/doi:10.1503/cmaj.140665/-/DC1

When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

มาทำความรู้จัก Eschar lesion กัน

ที่มา BMJ 2018;363:k4766

🕸 พบในผู้ป่วย Scrub typhus บ่อยหรือไม่
🔹 รายงานเคสจากอินเดีย พบ 17-57%
🔹 รายงานเคสจากที่อื่นในเอเชีย พบ 56-86%

🕸 Common locations มักอยู่ส่วนไหนของร่างกาย
🔹 Neck, chest, axilla, abdomen, and groin for

🕸 บริเวณรอยโรคมีอาการปวด บวม คัน หรือไม่
🔹 กรณี Ricketsial in origin ผู้ป่วยมักไม่มีอาการข้างต้น แต่โรคอื่นๆอาจมีอาการได้เล็กน้อย

🕸 Eschar ดังรูป พบในโรคอะไรได้บ้าง
🔹 African tick-bite fever (travellers returning from game parks)
🔹 Rickettsial infections
🔹 Tularaemia
🔹 Anthrax
🔹 East African trypanosomiasis

Reference:
BMJ 2018;363:k4766
Published 29 Nov 2018

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วิธีการยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว เพื่อผิวขาวใส

ขออธิบายสั้น ๆ ถึงกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวก่อน เพราะหากเราเข้าใจจุดนี้ เราจะสามารถมองหาสิ่งที่เรียกว่า Lightening agents ได้เก่งขึ้น (ดูรูปประกอบ)

มนุษย์เรามีเมลาโนไซต์อยู่ที่บริเวณหนังแท้ชั้นล่างสุด โดยจะแทรกตัวอยู่ระหว่างเคอราติโนไซต์ การสร้างเม็ดสีจะเกิดขึ้นภายในโรงงานที่เรียกว่า เมลาโนโซม (ซึ่งอยู่ในเมลาโนไซต์) โดยมีเอนไซม์ tyrosinase เข้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากนั้นเมลานินที่สร้างได้ จะถูกเคลื่อนที่ส่งออกจากเมลาโนโซม ไปให้เคอราติโนไซต์ตัวข้างเคียง และส่งต่อไปยังผิวหนังชั้นบน ซึ่งทำให้เกิดสีผิวตามมา โดยบางคนมีผิวออกแดงคล้ำ บางคนสีออกขาว ขึ้นกับชนิดของเม็ดสีที่ถูกสร้างขึ้น และเมลานินก็ยังมีข้อดีคือ ช่วยป้องกันอันตรายของผิวหนังจากรังสียูวีได้ ในขณะเดียวกัน การได้รับรังสียูวีก็เป็นอีกตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่มากขึ้นได้ นอกจากนั้นความแข็งแรงของ skin barrier ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดการเกิดฝ้าลึกจากการมีเมลานินหล่นลงมาในผิวหนังชั้นล่างได้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า หากเราต้องการยับยั้งกระบวนการนี้ สามารถทำได้โดย

  1. ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase (Tyrosinase inhibition) ด้วยสารที่ออกฤทธิ์กลุ่ม Tyrosinase inhibitors

a. Hydroquinone เป็น gold standard ในการรักษาฝ้าและรอยดำที่เห็นผลซึ่งใช้ 2-4% HQ แต่เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่ตามมาค่อนข้างมาก ปัจจุบันจึงถือเป็นยาที่ต้องควบคุมการสั่งจ่ายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อาจมีบางประเทศที่กฏหมายอนุญาตให้ผสมในเครื่องสำอางได้ไม่เกิน 2%

b. ยาทาอื่น ๆ เช่น ยาทากลุ่มวิตามินเอ, azelaic acid

c. กลุ่มที่ไม่ใช่ยา เช่น arbutin/deoxyarbutin, licorice, kojic acid, ascorbic acid, resorcinol

  1. ยับยั้งการขนส่งเมลานิน (Melanin transfer inhibition)
  2. เร่งการผลัดเซลล์เม็ดสีส่วนเกินที่ผิวชั้นบน (Increased epidermal turnover) โดยวิธีการ Physical หรือ Chemical exfoliation ตรงนี้สามารถกลับไปอ่านในโพสก่อนนี้ได้
  3. ป้องกันแดด (UV protection)
  4. เสริมสร้าง skin barrier ให้แข็งแรง ด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

สรุปเกี่ยวยารักษาสิว Oral Isotretinoin ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

Update in Oral Isotretinoin for acne treatment

💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊

💯 เป็นยาอันตรายที่มีการควบคุมการใช้โดยแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อกินเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ และระวังยาปลอมลอกเลียนแบบ

💯 แคปซูลของยา มีส่วนผสมที่ทำจากพาราเบน -> ห้ามใช้ในคนที่แพ้พาราเบน
กลุ่มคนเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงสารพาราเบนที่มักผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว

💯 ข้อบ่งชี้ -> ไม่แนะนำให้ซื้อกินเองหากไม่มีข้อบ่งชี้
▫️สิวหนองรุนแรง (Severe nodulocystic / papulopustular acne)
▫️ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น (Minimal response to previous treatment)
▫️กรณีอื่น ๆ อาจพิจารณาโดยแพทย์เป็นรายไป ได้แก่ Significant psychological concern, prone to scarring, limited use of antibiotics

💯 ขนาดที่ใช้ -> #doseอื่นยังไม่มีรายงานว่าได้ผล_หยุดยาเร็วเกินไปจะทำให้สิวกลับเป็นซ้ำ #แนะนำให้ทานหลังอาหารทันทีเพื่อเพิ่มการดูดซึมยา
▫️Standard dose : International guideline แนะนำเริ่มที่ 0.1-0.2 mg/kg/day เพิ่มจนถึง standard dose 0.5 mg/kg/day หากไม่มีข้อห้าม
▫️Low dose : 0.2-0.3 mg/kg/day กินอย่างน้อย 6-12 months

💯 ภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตายจากยา -> ซักประวัติซึมเศร้าของผู้ป่วยและครอบครัว พิจารณาเป็นรายๆไปและติดตามใกล้ชิด
▫️มีรายงานเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า เป็น idiosyncratic effect ในคนมีประวัติครอบครัวมีภาวะ depression, MDD
▫️แต่ในบางรายงานพบว่า ทำให้ภาวะซึมเศร้าลดลงหลังจากใช้ยารักษาให้สิวดีขึ้น

💯 ผลข้างเคียงแบ่ง 3 อย่างหลัก ๆ ได้แก่

  1. Teratogenic ไม่ขึ้นกับ dose -> ตรวจการตั้งครรภ์ยืนยัน 2 ครั้งและคุมกำเนิด 2 วิธี
    ▫️เด็กพิการ คลอดก่อนกำหนด แท้ง
    ▫️ตรวจการตั้งครรภ์ : ก่อนรักษา 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน, หลังสิ้นสุดการรักษาแล้ว 1 เดือน
    ▫️อย่าลืม consent form, Pregnancy Prevention Program หรือ iPLEDGE
    ▫️คุมกำเนิด 2 วิธี : เริ่มตั้งแต่ก่อนรักษา 1 เดือน จนถึงหลังสิ้นสุดการรักษา 1 เดือน
  2. Clinical
    2.1 Cutaneous
    ▫️ปากแห้ง ตาแห้ง ผิวลอกแตกเป็นแผล เลือดกำเดาไหล เป็น dose-dependent จากการที่ยาทำให้เกิด sebum suppressive effect, epidermal dyscohesion
    ▫️ ผื่นรุนแรง Steven-Johnson syndrome, Toxic Epidermal Necrolysis เสียชีวิตได้
    ▫️บางรายเกิดสิวเห่อรุนแรง acne fulminans หลังการเริ่มทานยา มักเกิดในเดือนแรก
    2.2 Extra-cutaneous
    ▫️เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ ทุกระบบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดังรูป -> คิดก่อนซื้อมากินเองเสมอว่าคุ้มแลกกับผลข้างเคียงหรือไม่
    ▫️อาการปวดหัวจากความดันในสมองสูงขึ้น หากทานคู่กับยาฆ่าเชื้อกลุ่ม tetracycline -> ห้ามให้ร่วมกัน
  3. Laboratory
    ▫️ไขมันสูง -> ตรวจ cholesterol, triglyceride ก่อนเริ่มยา, หลังเริ่มยา 6 สัปดาห์ และต่อไปทุก 6 เดือน
    ▫️ตับอักเสบ -> ตรวจ SGOT, SGPT ก่อนเริ่มยา, หลังเริ่มยา 6 สัปดาห์ และต่อไปทุก 6 เดือน
    ▫️เอนไซม์กล้ามเนื้อสูง -> ตรวจ CPK ก่อนเริ่มยาในกรณีเคส moderate physical excercise
    ▫️Bone change

💯 ยาสิวมีผลต่อโครงสร้างของ skin barrier function -> #ใช้ครีมกันแดดและครีมบำรุงผิวร่วมด้วยเสมอ
▫️เพิ่มการสูญเสียน้ำ
▫️เพิ่มการสะสมเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่ผิวหนัง
▫️ผิวไวต่อแสงแดด

💯 วิธีการดูแลและป้องกันอันตรายต่อดวงตา
▫️หากตาแห้งควรหยอดตา
▫️เลี่ยงการใช้ contact lens
▫️สวมแว่นกันแดด

💯 วิธีการดูแลริมฝีปาก
▫️อาการปากแห้งนิด ๆ เป็นสัญญาณดีที่อยากให้มี บอกถึงการตอบสนองของยา
▫️ควรทาลิปมันหรือวาสลีนบ่อย ๆ และควรผสม SPF อย่างน้อย 15-30

💯 งดบริจาคเลือดในระหว่างรับประทานยา จนกระทั่งหลังหยุดยา 1 เดือน

โพสนี้อยากแชร์ให้เห็นถึงข้อมูลของยารับประทานรักษาสิว ซึ่งเป็นยาอันตรายที่ต้องควบคุมการจ่ายในสถานพยาบาลโดยแพทย์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันพบมีการนำมาขายตามร้านยา การฝากเพื่อนซื้อ หรือวิธีการใดก็ตาม และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจเพราะกินตามเพื่อน หรือ ได้ข้อมูลมาเพียงบางมุมของยา เช่น กินแล้วหน้าใส ลดความมัน สิวหายเร็วกว่าการทายา แต่อยากถามว่า รู้ความจริงในอีกด้านดีแล้วหรือไม่ และ พร้อมรับความเสี่ยงต่อการกินยานี้โดยไม่มีข้อบ่งชี้แล้วหรือยัง

👩🏻‍⚕️ การรักษาสิวให้หาย อาจต้องใจเย็นและให้เวลากับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
👩🏻‍⚕️ในมุมมองของหมอในฐานะอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง ผ่านการรักษาเคสสิวรุนแรงมาไม่น้อย และพบเจอเคสสิวที่มีผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยากินตัวนี้มาก็ไม่น้อยเช่นกัน การมีโอกาสได้เห็นทั้งมุมมืดและมุมสว่าง ทำให้หมอตระหนักถึงความปลอดภัยก่อนจ่ายยาตัวนี้ให้คนไข้เสมอ และอยากให้ทุกคนที่ได้อ่านโพสนี้ตระหนักในความปลอดภัยของตัวเองเช่นกัน
👩🏻‍⚕️ อย่ามัวกังวลว่าจะสวยช้า เอาเป็นว่า สวยช้าแต่สวยนานและปลอดภัยดีกว่าสิ่งอื่นใด คนไข้สิวของหมอไม่ต้องกินยาทุกคนก็หน้าใสกันได้หมดนะ ☺️
👩🏻‍⚕️ ใครกินอยู่ควรอ่าน เพื่อนใครกินควรแทคหรือแชร์ให้เพื่อนมาอ่านเช่นกัน

Reference:
Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2019; 12: 943-951.
Journal of American Academy of Dermatology 2016; 74: 945-73.

When in doubt, ask your Board-certified Dermatologist

เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ
บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ภาวะปวดเส้นประสาทตามหลังการติดเชื้องูสวัด

หรือเรียกว่า Postherpetic Neuralgia

🐍🐍🐍🐍🐍🐍🐍🐍🐍🐍🐍

อาจไม่ใช่ภาวะที่อันตรายถึงชีวิต แต่สร้างความทุกข์ทรมานจากการปวดมากมายในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่อายุมาก ซึ่งแนวโน้มคนกลุ่มนี้มักมีโรคประจำตัวที่ค่อนข้างเยอะ และต้องทานยาหลายตัว

วันนี้มาแชร์ประสบการณ์การใช้ Lignopad ซึ่งเป็นพลาสเตอร์ Lidocaine 5% แปะบนผิวหนังบริเวณที่มีอาการปวด ตัวนี้เริ่มมีการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยเมื่อปีล่าสุดนี้เอง

กลไลของสิ่งนี้คือ เป็น local analgesic ออกฤทธิ์ที่บริเวณ peripheral nerve
✔️ ไม่พบว่ามีการดูดซึมเข้ากระแสเลือด และยังไม่มีรายงานว่าทำให้เกิด Cardiac arrythmia
✔️ เคยมีงานวิจัยที่ทำการเจาะระดับ lidocaine serum หลังการแปะ 4 patches ทุก 12 ชั่วโมง พบว่าระดับเลือด 225 ng/mL ซึ่งน้อยมาก และต่ำกว่าระดับที่ทำให้เกิด cardiac arrythmia (1500 ng/mL) และ toxicity (5000 ng/mL)
✔️ ไม่พบว่ามี drug interaction กับยาอื่น
✔️ ไม่ต้อง titrate dose
✔️ ออกฤทธิ์เร็ว rapid onset
✔️ FDA-approved indication for postherpetic neuralgia
✔️ Category B
✔️ ใช้ได้ในคนไข้ไตวายตับไม่ดี
✔️ มีการใช้ใน Painful diabetic neuropathy, Mixed neuopathies ในบาง guildline เป็น 2nd-3rd line, level of evidence B-D ตามแนบ

❌ ผลข้างเคียง : ผื่นแดง คัน แสบ บริเวณที่แปะ
❌ ห้ามแปะบริเวณผิวหนังที่มีแผล หรือการอักเสบ
❌ ห้ามกิน ห้ามสัมผัสตาหรือเยื่อบุ
❌ ห้ามใช้ในคนที่แพ้ยาชากลุ่ม amide
❌ ไม่แนะนำในคนที่มีภาวะตับวายอย่างรุนแรง
❌ ถึงแม้เป็น Category B ก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยในกลุ่มคนท้องและให้นมบุตร

เป็นการรักษาที่เป็นอีกทางเลือกที่ได้ผลดี สำหรับคนไข้ที่ไม่อยากกินยา หรืออาจใช้เสริมกับการกินยาแก้ปวดชนิดรับประทาน

Reference: Guideline การรักษา PHN จาก
NEJM 2014
AAN 2004
EFNS 2010
Canadin Pain Society 2014
http://www.pbm.va.gov


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Top 10 น้ำหอมยอดฮิตเซอร์ไพรส์แฟนวันวาเลนไทน์

Top 10 น้ำหอมยอดฮิต 10 อันดับให้แฟนวันวาเลนไทน์
ใครยังไม่มีของขวัญเซอร์ไพรส์แฟน…ไปจัดค่ะ
💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕

“สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ขอให้ทุกคนมีความรักและมีความสุขนะคะ ใครยังไม่มีแฟนก็ขอให้เจอเนื้อคู่ไวไวนะ”

ปล. โพลนี้จัดอันดับโดย HELLO SKIN FANS

The Evidence-based Honest Review by

©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

–No sponsors–

รูปกระปุกเปิดฝา มีตัวเลข บ่งบอกอะไร

Q: รูปกระปุกเปิดฝา มีตัวเลข ที่เห็นข้างบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางต่าง ๆ มีไว้บอกอะไร


A: บ่งบอกว่า จำนวนเดือนที่เราควรหยุดใช้หลังจากที่เราได้สัมผัสกับเนื้อครีมนั้นแล้ว โดยจะบอกเป็นหลักเดือน เช่น 30M คือ 30 เดือน ดังนั้น นอกจากดูวันหมดอายุแล้ว อย่าลืมดูPAO Period After Opening ด้วยนะ

แพลนให้ดีว่าเปิดแล้วต้องใช้ให้หมดภายในกี่เดือน ถ้าครีมล้นโต๊ะเครื่องแป้งก็อย่าเพิ่งเปิดทดลองอันใหม่ค่ะ ถ้าหากเราเห็นแล้วว่ามีเวลาใช้อีกนานเท่าไหร่

When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Review of AHA & BHA

Skincare Regimen for Glowing skin

ทุกคนก็อยากมีผิวสวยใส แลดูเด็กกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน วันนี้จะมาบอกเคล็ดลับเน้นๆ เพื่อความมีผิวใส เนียนเรียบ เงาวับราวเคลือบแก้ว หรือที่เรียกว่า Glowing skin หรือ Dewy skin นั่นเอง

ทำความเข้าใจกันก่อนว่า โดยปกติกระบวนการผลัดเซลล์ผิวหนังจนกระทั่งผิวที่ตายแล้วหลุดออกไป ใช้เวลาประมาณ 28 วัน เรียกว่า Skin turnover และจะใช้เวลานานขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุของเราที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเหตุให้เซลล์ที่ตายแล้วรวมทั้งสิ่งสกปรกต่าง ๆ ตกค้างและหมักหมมอยู่ที่ผิว เกิดความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ผิวไม่เรียบใสเหมือนสมัยวัยเด็ก

ดังนั้น หากเราต้องการทำให้ผิวย้อนวัยกลับไปขาวเนียนใส เราจึงต้องอาศัยตัวช่วยที่สามารถเพิ่ม Skin turnover ให้เร็วขึ้น เพื่อให้กลไลการผลัดเซลล์ผิวมีระยะเวลาใกล้เคียงเดิม

วันนี้จะคุยกันเรื่อง การผลัดเซลล์ผิว ซึ่งหมอเคยเขียนไปบางส่วนในโพสแปรงล้างหน้าไฟฟ้า ซึ่งอันนั้นเป็น Physical exfoliants คราวนี้จะเป็นกลุ่ม Chemical exfoliants ก็คือการใช้สารที่มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวชั้นตื้นที่ตายแล้ว รวมทั้งสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิวให้หลุดออก โดยไม่ได้ทำให้โครงสร้างผิวหนังปกตินั้นบางลงอย่างที่หลายคนกังวลใจ วิธีนี้เป็นวิธีที่หมอผิวหนังส่วนมากแนะนำ เนื่องจากสามารถหลีกเลี่ยงการ “Over-scrub” ที่มักจะพบได้บ่อยกว่าจากการใช้วิธี Physical exfoliants

สารที่ใช้ผลัดเซลล์ผิวที่มักผสมในเครื่องสำอางที่พบเจอบ่อย ๆ ได้แก่

AHA (Alpha Hydroxy Acid)

BHA (Beta Hydroxy Acid)

มาทำความรู้จักกันว่าต่างกันอย่างไร

AHA มีหลายชนิด มีทั้งที่ได้จากธรรมชาติ เช่น กรดผลไม้ต่าง ๆ และได้จากการสังเคราะห์

สามารถละลายได้ดีในน้ำ มีคุณสมบัติเด่นคือ

เพิ่มการอุ้มน้ำที่ผิวหนังกำพร้า (Water holding capacity of epidermis)

ผลที่ตามมา คือ ทำให้ผิวชุ่มชื้น นุ่มขึ้น เต่งตึงและสดใสขึ้น

ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (Induced desquamation)

ผลที่ตามมา คือ ทำให้ผิวเนียนเรียบ ใส ดูออร่าเหมือนสาวเกาหลีหน้าเซรามิค (Glass skin)

ปรับโครงสร้างผิวชั้นหนังกำพร้าให้เรียงตัวดี และเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวให้สมบูรณ์ ใน 28 วัน (Normalizetion of epidermal differentiation, keratolytic effect)

หากดูรูปประกอบในสไลด์จะเห็นว่าเมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการนี้จะใช้เวลานานขึ้น ดังนั้นจึงเสมือนเป็นการปรับกระบวนการผิวให้ย้อนวัยนั่นเอง

ปรับโครงสร้างผิวชั้นหนังแท้ (Dermal changes) จากผลการใช้ระยะยาวหลายเดือน

ผลที่ตามมา มีงานวิจัยยืนยันว่า มีการสร้าง collagen, hyarulonic acid และ glycosaminoglycans มากขึ้น ทำให้ผิวแข็งแรง มีความหนาขึ้น ริ้วรอยลดลง และดูอ่อนกว่าวัย (Youthful looking and antiaging effect)

💯ดังนั้น AHA เหมาะสำหรับคนที่ปัญหาผิว

▫️ผิวแห้ง (Xerosis)

▫️ผิวที่เป็นสิวอุดตันง่าย (Acne-prone skin)

▫️ปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่ขาวใส อยาก Rejuvenation

▫️ปัญหาผิวหนังที่เกิดจากความเสื่อมตามวัย (Aging skin) เช่น ริ้วรอย ฝ้า สีผิวไม่สม่ำเสมอ

▫️โรคผิวหนัง seborrheic keratosis, actinic keratosis, icthyosis, solar lentigine

🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸

BHA เช่น Salicylic acid, Lipohydroxy acid

ละลายได้ดีในไขมัน มีคุณสมบัติเด่นคือ

ซึมผ่านบริเวณรูขุมขนลงไปผิวหนังชั้นที่ลึกกว่าได้ (Deep penetration through the lipid barrier of epidermis) ซึ่งเป็นสิ่งที่ AHA ทำไม่ได้

ละลายสิวที่อุดตัน (Comedolytic effect)

ผลที่ตามมา คือ ทำให้สิวอุดตันลดลง

ลดการสร้าง sebum (Minimized sebum production)

ผลที่ตามมา คือ ควบคุมความมันของผิว

ออกฤทธิ์ลดการอักเสบได้ (Anti inflammatory effect)

ผลที่ตามมา คือ ช่วยลดการอักเสบของสิว ส่งผลให้เกิดรอยดำหลังการเกิดสิวลดลงตามมา

💯ดังนั้น BHA เหมาะสำหรับคนที่ปัญหาผิว

▫️สิวทุกชนิด ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน (Inflammatory and comedonal acne)

▫️หน้ามัน (Oily skin)

ถึงตรงนี้น่าจะพอเข้าใจแล้วว่า AHA และ BHA แตกต่างกันอย่างไร และใครควรเลือกใช้อะไร

🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸

👩🏻‍⚕️ มาถึงช่วงตอบคำถามจากโพสค่ะ

💯 ความเข้มข้นที่เหมาะสมใน Skincare ควรเท่าไหร่ดี

: กรณีผสมในผลิตภัณฑ์เวชสำอางค์ ความเข้มข้นที่ปลอดภัยและได้ผลของ AHA คือ 3-15% และ BHA คือ 1-2% โดยพบว่า 3% AHA ออกฤทธิ์ได้ 1-3 ชั้นของ epidermis และหากเพิ่มเข้มข้นขึ้นจนถึง 10% จะสามารถออกฤทธิ์ได้ลงลึกครบทุกชั้นของ epidermis

หากสูงกว่านั้นถือเป็นหัตถการที่ควรทำด้วยความระมัดระวังโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

โดยที่ความเข้มข้นที่สูงขั้น จะให้ผลที่เร็วกว่า แต่อะไรก็ตามผลข้างเคียงที่ตามมาก็มากขึ้นด้วย

💯 AHA ที่ได้จากผลไม้แต่ละชนิด แตกต่างกันหรือไม่ ในการใช้ผลัดเซลล์ผิว

หากดูแล้วแต่ละตัวจะมีความต่างกันอย่างไรในแง่ของค่า pKa และ โมเลกุล

: หลักการของค่า pKa คือ ยิ่งต่ำ ยิ่งมีความสามารถในการผลัดเซลล์ผิวได้มากกว่า (เมื่อเทียบความเข้มข้นเท่ากัน)

: หลักการของโมเลกุล ยิ่งเล็ก ยิ่งมี bioavailability ดี

🍍Citric acid มี pKa ต่ำที่สุด คือ 3.09 และนิยมนำมาใช้เป็น pH adjuster เพื่อปรับ pH ให้เหมาะสมกับการออกฤทธิ์ของสารต่าง ๆ

🍍Glycolic มีโมเลกุลเล็กสุดและไม่ซับซ้อนที่สุด ซึ่งมีผลให้ bioavailability ดีที่สุด จึงนิยมใช้เป็น gold standard ในการผลัดเซลล์ผิว รักษาริ้วรอยและความหมองคล้ำ superficial hyperpigmentation, fine line, mild to moderate photoaging skin

🍍Lactic โครงสร้างคล้าย Glycolic และโมเลกุลใกล้เคียงกัน pKa ใกล้เคียงกัน จึงเป็นคู่แข่งสำคัญในการนำมาใช้เทียบกับ Glycolic

🍍Mandelic, Tartaric, Malic ค่อนข้างอ่อน นิยมใช้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น มากกว่าผลัดเซลล์ผิว

💯 AHA แต่ละตัวต่างกันหรือไม่ ในการใช้ในระยะยาว

: มีงานวิจัยรับรองว่า ทุกตัวออกฤทธิ์คล้ายกันดังที่กล่าวไปข้างต้น

แต่การใช้อย่างต่อเนื่องระยะยาว จะมีความโดดเด่นในการกระตุ้นโครงสร้างในชั้นผิวหนังแท้ต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อฤทธิ์ในการทำให้ผิวอ่อนเยาว์ (antiaging effect) ได้แก่

🍓Lactic acid เด่นเรื่อง Ceramide synthesis

🍋Glycolic acid เด่นเรื่อง Collagen synthesis, fibroblast proliferation

🍊Citric acid เด่นเรื่อง GAGs synthesis, antiaging effect, pH adjuster

ซึ่งหากผลิตภัณฑ์ใดมีส่วนประกอบครบถ้วน ในปริมาณที่เหมาะสม และในรูปแบบที่เสถียรและ slow release ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

💯 ใช้ AHA และ BHA ร่วมกันได้หรือไม่ และหากไม่เคยใช้ควรเริ่มต้นอย่างไร

: ใช้ร่วมกันได้ค่ะ แนะนำว่าควรเลือกตามสภาพปัญหาผิวที่ต้องการแก้ไข บางท่านอาจจำเป็นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ปัญหาผิวของบางท่านจำเป็นต้องใช้ทั้งสองอย่างค่ะ

: สิ่งที่แนะนำที่ดีที่สุดคือ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวและช่วยดูว่าต้องแก้ไขอะไรบ้าง หากเริ่มใช้อาจลองในความเข้มข้นต่ำ ทดสอบอาการแพ้ระคายเคืองที่ผิวหนังบางจุดก่อน เช่น ไรผม หน้าหู เป็นต้น

💯 AHA และ BHA จะออกฤทธิ์เสริม (synergistic effect) กับการทาร่วมกับยาทาหรือครีมอื่นอะไรได้บ้าง

🦠 การใช้ lactic acid and its ammonium salt คู่กับ topical corticosteroids ช่วยป้องกัน dermal atrophy ได้

🦠 การเริ่มทา topical retinoids นำไปก่อน 2 สัปดาห์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ AHA, BHA มากขึ้น

🦠 การทา AHA จะทำให้ pH ที่ผิวต่ำลง ทำให้ topical ascorbic acid ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น แต่ในทางกลับกัน อาจต้องเว้นระยะอย่างน้อย 10-15 นาทีก่อนการทาสกินแคร์ตัวอื่นต่อ ทั้งนี้เพื่อรอให้ pH ที่ผิวกลับมาเป็นปกติก่อน

💯 หากทา AHA แล้วเกิดการระคายเคือง แสบ แดง ลอก ทำอย่างไร

อันดับแรกควรหยุดใช้ และไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา

: หากเป็นจากการแพ้ ควรหยุดใช้

: หากเป็นจากการระคายเคือง ทำได้โดยลดความเข้มข้น, ลองทาเฉพาะบางบริเวณ, ใช้รูปแบบที่เป็น slow release เพื่อลดการระคายเคืองได้ ทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นร่วมด้วย และควรทาครีมกันแดดในทุกเช้าเพื่อลดการระคายเคืองและผิวหมองคล้ำจากแสงแดด

💯 ยี่ห้อไหนดี

: การตัดสินใจซื้อครีมสักชิ้นคงต้องขึ้นกับหลายปัจจัยรวมทั้งความพึงพอใจส่วนบุคคล เช่น ต้องการประสิทธิภาพดีที่สุดตามหลักการทุกอย่าง ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีชื่อเสียงยอมรับ บรรจุภัณฑ์ดี ชนิดของเนื้อครีมที่เหมาะกับผิว เช่น เจล ซีรั่ม โลชั่น ครีม รวมทั้งราคา โดยผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวใหม่ ๆ ก็มักจะมีการปรับในเรื่องของเทคโนโลยีการลดระคายเคืองให้น้อยที่สุด เนื้อครีมเสถียรคงตัวมากขึ้น เพื่อประสิทธิภาพให้ได้ตามหลักการ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงราคาที่ต้องมากขึ้นไปด้วยตามลำดับ

วันนี้ทุกคนก็ได้ทราบหลักการแล้ว สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความเหมาะสมของสภาพปัญหาผิวที่มี หากมีประเด็นที่สงสัยสามารถคอมเม้นต์ถามได้ แล้วหมอจะมาตอบในโพสหน้านะคะ

💯 อยากทราบผลิตภัณฑ์ AHA BHA ที่คุณหมอใช้

: ตอนนี้ใช้อยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งคิดว่าโอเคมาก ๆ ไว้จะมาเล่าให้ฟังในช่วง Skincare Battle ขอเวลาเขียนสองวันนะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

References

Australasian Journal of Dermatology (2017) doi: 10.1111/ajd.12715

Molecules 2018; 23, 863 doi: 10.3390/molecules23040863

J Am Acad Dermatol 2019; 81: 313-24.

Am J Clin Dermatol 2010; 11: 95-102.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.