Nail pitting เล็บมีหลุม

[#เรียนจากเคส]

Nail Pitting

💅💅💅💅💅💅💅💅💅💅💅💅

เมื่อเห็นลักษณะของ Multiple small depression (pits) on surface of nail plate ดังรูป

🇲🇦 อย่าลืมมองหาโรคที่พบ Pitting nail ได้ เช่น
🔹Psoriasis
🔹Traumatic occupational injury
🔹Alopecia areata
🔹Eczematous dermatitis

🇲🇦 จากรูปจะเห็นว่าเล็บมีลักษณะดังนี้
🔸Discoloration e.g., areas of yellow or pink discoloration หรือที่เรียกว่า oil-drop discoloration หรือ salmon patches
🔸Onycholysis
🔸Subungual hyperkeratosis
🔸Nail plate crumbling
🔸Splinter hemorrhages

🇲🇦 ลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น เป็นลักษณะที่ทำให้นึกถึง Psoriatic nails มากที่สุดค่ะ

🇲🇦 ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษาเล็บด้วยการทายา high-potency glucocorticoid in nail lacquer ติดตามการรักษา 6 เดือนต่อมาเล็บมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
ที่มา
November 29, 2018
N Engl J Med 2018; 379:e39

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

12 วิธีรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์

Keloid prevention & treatment

♻️♻️♻️♻️♻️♻️♻️♻️♻️♻️♻️♻️

แผลเป็นนูนชนิดคีลอยด์ สร้างความกังวลใจให้ผู้ป่วยไม่น้อย โพสนี้จะมาสรุปให้ฟังสั้น ๆ ว่าปัจจุบันมีวิธีการรักษาอะไร ที่ช่วยป้องกันและรักษาได้บ้าง

📣📣📣📣📣📣📣📣📣📣📣📣

  1. 📌 Silicone gel sheeting หรือ แผ่นแปะซิลิโคน หรือ มีในรูปแบบครีมเจลซิลิโคน เป็นวิธีที่ถือว่าง่ายและสะดวกสบายที่สุด
    กลไก: เพิ่มความชื้นและลดการระเหยน้ำจากแผลเป็นคีลอยด์ ช่วยลดการทำงานของไฟโบรบลาส ลดการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติ

⭐️How to: ควรแปะแผ่นซิลิโคนเจลต่อเนื่อง อย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง นานอย่างน้อย 6-12 เดือน ขึ้นกับงานวิจัย
ถ้าเป็นในรูปแบบเจลทา ให้เริ่มทาตั้งแต่ตอนที่แผลแห้งและปิดสนิทมีสีชมพู ทาเช้าเย็น ปาดครั้งเดียว ไม่ต้องถูไปมา

มีหลายยี่ห้อเท่าที่พอจะรู้จัก เช่น
🏳️‍🌈 Strataderm & Stratamed
[มี Polydimethylsikoxanes, Slioxanas, Alkylmethyl Silicones]
🏳️‍🌈 Hiruscar Silicone Pro
[มี MPS, VitC]
🏳️‍🌈 Smooth E Scar Silicone Gel
[มี Cyclopentaxyloxane, dimethicone]
🏳️‍🌈 Dermatix Ultra
[มี Cyclopentaxyloxane, VitC]
🏳️‍🌈 Kelosil Silicone Scar gel
[มี Cyclopentaxyloxane, VitC]
🏳️‍🌈 Clenascar gel
[มี Cyclopentaxyloxane, vitC]
🏳️‍🌈 Scar gel Cybele
[มี nanohydroxyprolisilane CN]

ยาทากลุ่มนี้หลังทาแล้วจะแห้งเหมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ ควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 3-5 นาที ก่อนจะแต่งหน้าหรือใส่เสื้อผ้าทับ เพื่อป้องกันการลอกหลุดของเจล

————————————————

  1. 📌 Compressive therapy หรือ การใช้อุปกรณ์เพิ่มแรงบีบอัดแผล เพื่อลดโอกาสการเกิดคีลอยด์ตามมา
    กลไก: ทำให้ fibroblast hypoxia ลดการสร้างคอลลาเจน

⭐️How to: ใช้ pressure garments ทันทีหลังจากแผลหายสนิท หรือหลังทำการผ่าตัดคีลอยด์ สามารถป้องกันการเกิดคีลอยด์ซ้ำได้ 70-95% โดยใช้ต่อเนื่อง อย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง นาน 6 เดือน และใช้ pressure ขั้นต่ำ 24 mmHg แต่ไม่ควรเกิน 30 mmHg เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดได้

————————————————

  1. 📌 Intralesional corticosteroids หรือ การฉีดสารสเตอรอยด์เข้าที่คีลอยด์
    กลไก: fibroblast apoptosis

⭐️How to: ใช้ความเข้มข้น 2.5-20 mg (กรณีที่หน้า) หรือ 20-40 mg (กรณีไม่ใช่ที่หน้า)
การตอบสนองดีหรือไม่ขึ้นกับแต่ละคน ส่วนในกรณีที่ยังเป็นคีลอยด์มาไม่นาน อาจใช้รูปแบบทาด้วย High potency corticosteroids with occlusion ก็ได้ผล

ผลข้างเคียง ผิวบาง เส้นเลือดขยายตัว สีผิวด่าง

————————————————

  1. 📌 ยาทา imiquimod
    กลไก: ลด local IFN-α ผลให้ fibroblast activity ลดลง (dose-dependent manner), ลด GAG production, เพิ่ม collagenase enzyme ทำลายคอลลาเจน

⭐️How to: ใช้ 5% imiquimod cream ทาวันละครั้ง ตามหลังจากการผ่าตัดคีลอยด์
พบว่าการกลับเป็นซ้ำใน 5-6 เดือน จะมากน้อย ขึ้นกับ wound tension (ที่หูเป็นซ้ำน้อยกว่าที่ไหล่ หลัง)

ผลข้างเคียง แดง คัน ระคายเคือง ติดเชื้อ

————————————————

  1. 📌 Topical mitomycin
    มักใช้ตามหลังการผ่าตัดแผลที่แถวตา หรือ ผ่าตัดกล่องเสียง
    กลไก: decrease fibroblast proliferation

⭐️How to: ประคบแผลด้วยก๊อซชุบ 1mg/mL of mitomycin C นาน 3-5 นาทีที่แผล ทำซ้ำอีกครั้งห่างกัน 3 สัปดาห์

ผลข้างเคียง รอยด่าง ปวดแผล

————————————————

  1. 📌 Intralesional 5-FU
    มักใช้ฉีดผสมกับ corticosteroid วิธีนี้อาจได้ผลลดลงกรณีที่เป็นคีลอยด์มานานเกิน 2 ปี
    กลไก: fibroblast apoptosis, ลด TGF-β-driven collagen synthesis

⭐️How to: low dose therapy(1.4-3.5 mg/ml) หรือ ผสม 5FU กับ KA 10 mg/ml

ผลข้างเคียง ปวด บวม แดง ผิวบาง

————————————————

  1. 📌 Intralesional Interferon alpha-2b
    กลไก: antifibrotic, anti proliferation

⭐️How to: ฉีดที่ผิวหนังหลังผ่าตัดคีลอยด์ มีหลายขนาดขึ้นกับงานวิจัย 500,000-6,000,000 unit ทุก 1-2 สัปดาห์ นาน 3-10 สัปดาห์

ผลข้างเคียง flu-liked symptom
วิธีนี้บางงานวิจัยบอกไม่ได้ผล และ เป็นซ้ำบ่อย ผลข้างเคียงรุนแรงได้ จึงยังไม่นิยม

————————————————

  1. 📌 Bleomycin
    กลไก: suppress collagen synthesis by dermal fibroblasts, increase collagen turnover, and decrease the levels of lysyl-oxidase required for collagen maturation

⭐️How to: หลายวิธี tattooing, dermojet intralesional injection และ intralesional injection หรืออาจใช้ร่วมกับ electroporation therapy

————————————————

  1. 📌 Cryotherapy หรือ จี้เย็นด้วยอุณหภูมิต่ำกว่า -22°C
    กลไล: cell anoxia, cryonecrosis,
    and coagulative necrosis

⭐️How to: มีหลายแบบ spray, contact หรือ intralesional (การตอบสนองแตกต่างกัน) นิยมทำครั้งละ 2 รอบ ๆ ละ 15-20 วินาที ห่างกันทุก 3-4 สัปดาห์ อาจใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น เช่น ฉีด ILKA

ผลข้างเคียง ปวด บวม ผิวด่าง ไม่แนะนำในคนผิวเข้ม

————————————————

  1. 📌 Radiation หรือการฉายแสง
    นิยมใช้ตามหลังการผ่าตัดคีลอยด์ ไม่แนะนำในเด็ก
    High dose rate Brachytherapy ได้ผลดีกว่า Low dose หรืออาจใช้ X-ray and electron-beam radiation therapy (EBRT)

⭐️How to: 15-20 Gy ประมาณ 5-6 ครั้ง

————————————————

  1. 📌 Laser therapy
    How to:
    มีเลเซอร์หลายชนิดที่ช่วยได้

🔰Pulsed dye laser 585-595 nm ต้องทำหลายครั้งจึงจะเห็นผล ห่างกันทุก 4-8 สัปดาห์
ผลข้างเคียง temporary purpura, blistering, crusting, and postinflammatory pigmentary
🔰CO2 and Er:YAG lasers ก็ได้ผล ไม่นิยมมากนัก และมีรายงานการเป็นซ้ำได้บ่อยกว่า
🔰นอกจากนั้นอาจะใช้เลเซอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาวิธีอื่น เรียกว่า Laser-assisted drug delivery (LADD)

————————————————

  1. 📌 การผ่าตัด
    วิธีนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เนื่องจากต้องใช้เทคนิกและความชำนาญ และการผ่าตัดอย่างเดียวมีโอกาสเกิดคีลอยด์กลับเป็นซ้ำได้บ่อย

⭐️How to: มักต้องรักษาร่วมกับวิธีอื่น เช่น ฉีดยาสเตอรอยด์ จี้เย็น จึงจะได้ผลการรักษาดี

————————————————

👑👑👑 สรุป 👑👑👑

🚩 วิธีที่สามารถรักษาเองที่บ้านได้สะดวกและปลอดภัยที่สุด คือ การทาหรือแปะแผ่นซิลิโคนเจล หากลองแล้วประมาณ 2-3 เดือน ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ พบแพทย์เพื่อพิจารณาปรับการรักษาวิธีอื่นตามความเหมาะสม

🚩 ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่ได้ผลดีที่สุด การใช้หลายวิธีร่วมกันก็ยังคงเป็นสิ่งที่แนะนำเสมอ ร่วมกับ การรักษาแผลอย่างถูกวิธี และที่สำคัญคือ ระวังการเกิดบาดแผลโดยเฉพาะบริเวณที่มักเกิดแผลเป็นนูนได้บ่อย เช่น หน้าอก ไหล่ หลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นสิวและชอบแกะเกา เป็นต้น

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️


Reference

Keloids: A Review of Etiology, Prevention, and Treatment
J Clin Aesthet Dermatol. 2020;13(2):33–43

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

มีสิวที่หลังต้องอ่าน เรียนรู้ทางแก้ด้วยตัวเอง

Picture was licensed by Freepik

⭐️ ทุกคนอยากมีแผ่นหลังที่ขาวเนียนใสกันทั้งนั้น

⭐️ เชื่อว่าหลายคนอาจเคยประสบปัญหาโลกแตก สิวที่หลัง ลำตัว หรือ ช่วงอกที่รักษาไม่หายสักที

⭐️ โพสนี้จะมาเล่าให้ฟังว่า สิวที่ลำตัว (Truncal acne) คืออะไร มีวิธีการรักษาอย่างไร แตกต่างจากสิวที่หน้าหรือไม่

🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩


มาดูข้อเท็จจริงกัน

ต้องบอกก่อนว่า “Truncal acne” ใช้เรียกกรณีเป็นสิวที่ลำตัว ไม่ว่าเป็นส่วน หลัง แขน หน้าอก (ที่ไม่ใช่ สิวที่ใบหน้า) ซึ่งมีความ แตกต่างจากสิวที่หน้าบ้างในบางประเด็น

1️⃣ คนเป็นสิวที่หน้า มักมีสิวที่ลำตัวร่วมด้วยประมาณ 50% แต่มีส่วนน้อยที่อาจมีสิวที่ลำตัวโดยไม่มีสิวที่หน้า

2️⃣ สาเหตุการเกิดสิวที่ลำตัว คล้ายกับ สิวที่หน้า ได้แก่
🦠 แบคทีเรีย C.acne (ชื่อเดิม P.acne)
🦠 ฮอร์โมนเพศ จึงพบบ่อยในวัยรุ่นมากกว่าวัยอื่น
🦠 กรรมพันธุ์
🦠 ความเครียด

3️⃣ คนเป็นสิวที่หลัง แม้จะพบไม่บ่อย แต่แนวโน้ม มักมีอาการรุนแรงกว่า เป็นตุ่มหนองที่อักเสบเยอะกว่า และมีโอกาสเกิดร่องรอย หลุมสิว หรือแผลเป็นนูนตามมาได้มากกว่า และรักษาให้หายขาดได้ยากกว่าสิวที่หน้าเพราะเหตุผลคือ

🦠 เป็นบริเวณที่มองไม่เห็น ทำให้อาจทายาไม่ทั่วถึง
🦠 เป็นบริเวณกว้าง ทำให้มีข้อจำกัดของการทายา เช่น
❌ แสบระคายเคืองจากการทายาปริมาณมาก
❌ ยาบางตัวเช่น benzyl peroxide อาจทำให้กัดสีเสื้อ หรือ ผ้าปูที่นอนตอนนอน เกิดการด่างได้
🦠 เป็นบริเวณที่เกิดสิวอุดตันและอักเสบได้บ่อย เพราะมีการเสียดสีกับเสื้อผ้า, ที่นอน, เส้นผมโดยเฉพาะคนผมยาว
🦠 เป็นบริเวณที่เกิดการระคายเคืองได้บ่อย จากเหงื่อหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย
🦠 เป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ เหงื่อเยอะ จึงมีโอกาสเกิดสิวจากเชื้อราร่วมด้วยได้บ่อย
🦠 ลำตัวเป็นบริเวณที่ผิวหนังมีความหนากว่าที่หน้า ทำให้การตอบสนองต่อการทายาไม่ดีเท่าที่ควร

————————————————

ดังนั้น หากเราทราบดังนี้แล้ว มาดูกันว่าเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร

📌 ลดการระคายเคืองและเสียดสี
▫️สวมเสื้อผ้าไม่รัดแน่น เนื้อผ้าไม่หยาบกระด้าง แนะนำผ้าคอตตอนหรือลินิน จะช่วยระบายอากาศได้ดี ลดการอับชื้น
▫️หลีกเลี่ยงการขัด ถู สครับผิวด้วยความแรง บางคนใช้ครีมหรืออุปกรณ์สครับผิวเพื่อหวังลดสิวอุดตัน ซึ่งสิ่งนี้ไม่ควรทำเพราะเป็นความเข้าใจที่ผิด
▫️หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบสิว เพราะอาจทำให้ติดเชื้อ และเกิดรอยดำ แผลเป็นนูนตามมาได้

📌 ทำความสะอาดผิวกายอย่างถูกวิธี
▫️อาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน วันละ 2 ครั้ง
▫️อาจมากกว่านี้กรณีที่มีเหงื่อออกมาก หรือ หลังออกกำลังกาย
▫️ฟอกด้วยแชมพูที่ผสมยา สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ช่วยลดความมันและการติดเชื้อราที่รูขุมขนได้ เช่น Ketoconazole shampoo (Ketazon, Nizoral), Hibiscrub, Selenium sulfide (Selson), Sulphur soap (Harrogate soap)

📌 ทายารักษาสิว ที่ใช้ได้ คือ
▫️Salicylic acid (Lotion P)
▫️Benzyl peroxide 2.5-5% (Benzac) ทาทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก ไม่แนะนำให้ทาทิ้งไว้เพราะระคายเคืองและอาจทำให้เสื้อผ้า ที่นอน ด่างได้
▫️ยาทากลุ่มวิตามินเอ (Topical retinoids) มักเกิดการระคายเคืองได้มาก เพราะต้องทาบริเวณกว้าง และการตอบสนองไม่ค่อยดีเท่าที่ควรเพราะผู้ป่วยมักทนผลข้างเคียงไม่ไหว แนะนำให้ใช้ตัวที่ระคายเคืองน้อย
อย่างไรก็ตามมีงานวิจัย RCT phase 3 ยาทาตัวใหม่ในกลุ่มนี้ได้ผลค่อนข้างดีในการใช้ทาสิวลำตัว คือ Topical trifarotene 50 ug/g ทาวันละครั้ง
▫️ยาทากลุ่ม azaleic acid (Skinoren)
▫️ยาทากลุ่ม dapsone 7.5% gel

🆘 ไม่แนะนำให้ใช้ยาทาฆ่าเชื้อสิวเดี่ยวๆ เช่น clindamycin/erythromycin/metronidazole lotion เพราะอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้
🆘 ทาครีมบำรุงผิวร่วมด้วยเสมอ
🆘 สิวที่ลำตัว มักตอบสนองไม่ค่อยดีต่อการรักษาด้วยยาทาตามที่กล่าวไปข้างต้น ส่วนใหญ่ไม่แปลกที่ผู้ป่วยจึงมักลงเอยด้วยการรักษาด้วยยารับประทานร่วมด้วย

————————————————

ถึงจุดนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังร่วมดูแลค่ะ

📌 ยากิน
▫️ยารับประทานฆ่าเชื้อ ใช้ชนิดและขนาดเดียวกับการรักษาสิวที่หน้า
▫️ยารับประทานกลุ่มวิตามินเอ ใช้ขนาดเดียวกับการรักษาสิวที่หน้า ใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้เหมือนสิวที่หน้า ได้แก้ severe nodulocystic acne, non responsive to topical agents
▫️ยากลุ่มปรับฮอร์โมน เช่น OCPs หรือ spironolactone ใช้เฉพาะรายที่มีภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนร่วมด้วยเท่านั้น

📌 รักษาผลแทรกซ้อนที่ตามมา
▫️รอยดำ อาจใช้ skinoren หรือ topical lightening agent
▫️แผลเป็นนูน คีลอยด์ มีการรักษาหลายวิธีขึ้นกับแพทย์พิจารณาการรักษาเป็นราย ๆ ไป

🌈 หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่ประสบปัญหาโลกแตกสิวที่ลำตัวไม่หายสักที ใครมีคำถามที่สงสัยถามไว้ในคอมเม้นต์ได้เลยค่ะ
🌈 แชร์เผื่อเพื่อนที่มีสิวอ่านด้วยนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Rowell Syndrome

เป็นภาวะที่เจอได้ไม่บ่อยนัก สรุปคร่าว ๆ คือ

✅ มีลักษณะของ LE (Lupus Erythematosus) ร่วมกับ EM-liked lesion (Erythema Multiforme-liked)

✅ Characteristic immunologic pattern ที่พบ
▫️Speckled pattern ANA
▫️anti-Ro/SSA, anti-La/SSB
▫️RF (Rheumatoid Factor)

✅ พบบ่อยใน young adult อายุเฉลี่ย 30 ปี ส่วนในช่วงอายุอื่นสามารถพบได้ แต่น้อย

✅ พบบ่อยในเพศหญิง อัตราส่วน female : male ประมาณ 8:1

✅ ปัจจุบันมีการ proposed Criteria หลายอัน ดังตาราง แต่ยังไม่ข้อสรุปว่าเกณฑ์ใดมีความสมบูรณ์ที่สุด

✅ การรักษาที่มีรายงานว่าได้ผล ได้แก่ prednisolone, antimalatial drug, azathioprine, cyclosporine

รายละเอียดอื่น ๆ ของภาวะนี้อาจต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป


Reference
J Clin Aesthet Dermatol. 2020; 13(4): 40-42.

ความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เคล็ดลับการดูแลริมฝีปากให้นวลนุ่มน่าสัมผัส

💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋

เราทุกคนล้วนอยากมีริมฝีปากที่นุ่มชุ่มชื้น ไม่มีขุย ไม่แห้งแตก ลองมาดูวิธีกัน

💯 ทาลิปบาล์มหรือลิปมอยส์เจอไรเซอร์ ก่อนนอน และ ทาบำรุงบ่อย ๆ ในระหว่างวัน โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาวหรือคนที่ทำงานในห้องแอร์

✔️ เลือกเป็นส่วนผสมที่ระคายเคืองน้อย ทำจากธรรมชาติ [รูป 2] และหากเป็นไปได้ควรเลี่ยงสารสังเคราะห์ หรือส่วนผสมที่อาจก่อความระคายเคืองได้บ่อย [รูป 3]
✔️ หยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้น หากพบมีอาการที่บ่งบอกถึงการระคายเคือง เช่น คัน แสบ แดง ออกร้อนบริเวณที่ทา
✔️ แนะนำชนิดที่ไม่มีน้ำหอม (fragrance free) เพื่อลดการระคายเคืองหรือผื่นแพ้สัมผัส

รูป 2
รูป 3

💯 หากริมฝีปากแห้งแตกและเป็นขุยมาก แนะนำลิปบาล์มที่เป็นเนื้อขี้ผึ้ง เช่น Petroleum jelly เพราะจะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นและลดการระเหยน้ำออกจากผิวได้ดีกว่า

💯ปกป้องริมฝีปากจากแสงแดดด้วยลิปบาล์มที่ผสมสารป้องกันแสงแดดก่อนออกจากบ้าน

✔️ อย่างน้อย SPF 30 ขึ้นไป
✔️ มีส่วนผสมของ Titanium oxide และ/หรือ Zinc oxide
✔️ ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

💯 ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของริมฝีปาก

💯 ไม่กัด แทะ ฉีก เล็ม เลียริมฝีปาก บางท่านอาจเข้าใจว่าการเลียที่ริมฝีปากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ แต่ความจริงแล้วหลังจากที่น้ำลายระเหยไป จะทำให้ผิวบริเวณนั้นยิ่งแห้งแตกกว่าเดิม
ท่องไว้ว่า..หากรู้สึกริมฝีปากแห้ง ควรหยิบลิปบาล์มขึ้นมาทาทันที อย่าเลีย อย่าแกะ

💯 หลีกเลี่ยงการเจาะหรือติดริมฝีปากด้วยเครื่องประดับที่ทำจากโลหะ เพราะอาจเกิดการแพ้สัมผัส ระคายเคืองได้

💯 ใช้เครื่องทำความชื้น (Humidifiers) โดยเฉพาะช่วงเวลาอากาศแห้งในฤดูหนาว เพราะจะส่งผลให้ผิวแห้งได้

💯 หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

💯 สามารถสครับหรือขัดริมฝีปากอย่างอ่อนโยน (เน้นว่าเบาและอ่อนโยน) อาจใช้ผลิตภัณฑ์สครับหรือแปรงสีฟันขนอ่อน ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้

💯 ช่วงที่ปากแห้งมาก ๆ ควรเลี่ยงอาหารพวกรสจัด ตระกูลส้ม เครื่องเทศ เพราะอาจทำให้ระคายเคืองเพิ่มขึ้นได้

สุดท้ายที่อยากฝากไว้ ภาวะปากแห้งแตกอักเสบอาจเกิดจากสาเหตุได้จากหลายอย่าง เช่น ผิวแห้ง ติดเชื้อ ภูมิแพ้ แพ้ยาสีฟัน ขาดวิตามินบางชนิดหรือผื่นแพ้แดดต่าง ๆ หากไม่แน่ใจแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแลจะดีที่สุดค่ะ

หากมีคำถามที่อยากให้หาคำตอบมาให้ หรือใครมีประสบการณ์อยากร่วมแชร์ สามารถคอมเมนท์ในโพสนี้ได้เลยค่ะ หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ

Reference : เนื้อหาบางส่วนจาก American Academy of Dermatology, Dermatologist recommendation

When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

แนะนำวิธีลดการเกิดแผลกดทับที่หลังหูจากการใส่ N95 เป็นเวลานาน

จากงานวิจัย “Wear N95 Mask With Plastic Handle Reduce Pressure Injury” ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of American Academy of Dermatology ทำที่ประเทศจีน พบว่าการใช้ N95 ชนิดสายคล้องหูเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการบาดเจ็บและมีแผลกดทับที่หู ส่งผลให้อาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นตามมา เช่น การติดเชื้อ

จึงได้มีการใช้ พลาสติกเพิ่มเป็นตัวเกาะด้านหลัง ดังรูป หลังจากนั้นทำการเช็คให้เรียบร้อยว่าแน่นพอดี ไม่มีลมรั่ว พบว่าข้อดีนอกจากลดแผลกดทับแล้ว ยังเป็นวิธีที่ทำได้ไม่ยาก และสามารถนำพลาสติกไปทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 75% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อก็สามารถนำมา reused ใช้ได้อีก

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️


Reference
Jiang W, Cao W, Liu Q, Wear N95 Mask With Plastic Handle Reduce
Pressure Injury, Journal of the American Academy of Dermatology (2020), doi: https://doi.org/10.1016/j.jaad.2020.04.001.


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ใส่แมสก์อย่างไร..ไม่ให้สิวบุก !!!

[ Q: ใส่แมสก์อย่างไรไม่ให้สิวบุกกก !!! ]

🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭

เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องใส่แมสก์ตลอดเวลา ลองดูปัญหาของผิวที่เกิดจากการใส่แมสก์ที่พบได้มีอะไรบ้าง

  1. สิวอุดตัน จากการเสียดสีของแมสก์กับผิว ทำให้รูขุมขนอุดตัน เราเรียกว่า acne mechanica
  2. สิวอักเสบ เนื่องจากการหายใจและพูดตลอดเวลาภายใต้หน้ากาก ทำให้เกิดความชื้นจากลมหายใจส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นเสียสมดุลไปจากเดิม ประกอบกับน้ำลายจากการพูด ส่งผลให้เป็นมีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดสิวอักเสบตามมาได้
  3. ผื่นแพ้จากการระคายเคือง มีอาการอักเสบแดงคันได้ โดยเฉพาะบริเวณที่เสียดสีบ่อย ๆ เช่น บริเวณแนวกราม jawline
  4. ผิวแห้งและเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ก่อนวัย จากการเสียดสีของแมสก์กับผิวหน้าบ่อย ๆ
  5. ผื่นแพ้สัมผัสจากการแพ้สาร dibromodicyanobutane, thiuram (พบน้อยมาก)

👩🏻‍⚕️ดังนั้นหลักการป้องกันปัญหาผิวจากการใส่แมสก์จำง่าย ๆ คือ

ลดพฤติกรรมที่ทำให้มีการเสียดสีของแมสก์กับผิว


🚫 ไม่จับหน้าหรือดึงแมสก์ใส่ ๆ ถอด ๆ บ่อย ๆ
🚫 กรณีใช้หน้ากากผ้า ควรเลือกเนื้อผ้าที่มีความอ่อนโยนไม่หยาบกระด้าง แนะนำผ้า cotton ดีที่สุด เนื่องด้วย cotton จะสามารถระบายอากาศได้ดีและช่วยลดการระคายเคืองได้ดีกว่าผ้าชนิดอื่น รวมทั้งรูปแบบการตัดเย็บควรเลือกที่ตะเข็บรอยต่อน้อยหรือด้ายเย็บที่ไม่โผล่ผื่นมาระคายผิว อย่างไรก็ตาม CDC แนะนำให้ใส่หน้ากากกระชับพอดีดังนั้นถึงแม้ใช้ผ้าคอตตอนแล้ว ก็ยังต้องทาครีมบำรุงผิวเพื่อลดการระคายเคืองจากการเสียดสีเช่นกัน
🚫 ดูภาพประกอบเกี่ยวกับวิธีการทำ Homemade DIY mask ที่แนะนำโดย CDC { https://www.facebook.com/476743752739537/posts/940896552990919/ } หรือ ดูจากคลิปนี้ How to Make Your own Face Covering https://youtu.be/tPx1yqvJgf4
🚫 กรณีใช้ surgical mask อาจใช้กระดาษทิชชู่ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มและบางเบา คั่นรองไว้ระหว่างแมสก์กับผิวบริเวณที่เกิดการเสียดสี ไม่ควรรองหลายชั้นเพราะอาจเพิ่มความอับชื้นและอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการติดเชื้อจากการทำให้เกิดช่องว่างเนื่องจากแมสก์ไม่แนบกับผิวหน้า
🚫 การขยับปากพูดเยอะ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มการเสียดสีของผิวบริเวณแนวกรามมากขึ้นเช่นกัน

ไม่ทำให้เกิดความชื้นสูงบริเวณผิวหน้าภายใต้แมสก์


🚫 เลี่ยงการอยู่ในที่แออัด อากาศร้อน ซึ่งจะทำให้เหงื่อออกมากขึ้น
🚫 หากอยู่คนเดียวในที่ไม่มีความเสี่ยง อาจถอดแมสก์เพื่อให้ผิวได้ถ่ายเทลดความอับชื้น
🚫 ควรเปลี่ยนทิชชู่ที่ใช้รองบ่อย ๆ ทุกชั่วโมง หรือเมื่อรู้สึกอับชื้นหรือมีกลิ่นเหม็นจากเหงื่อหรือน้ำลาย

บำรุงผิวอย่างถูกวิธี


🧼 อย่าให้ผิวแห้งเพราะจะเป็นบ่อเกิดความระคายเคืองและติดเชื้อตามมาได้
🧼ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม ในที่นี้คือ ต้องมีคุณสมบัติในการสร้างความแข็งแรงให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ควบคุมความมัน จะช่วยลดการระคายเคืองและสิวอุดตันตามมาได้
🚫 แนะนำผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เนื้อบางเบา ไม่ก่อสิว (light water-based moisturizer, oil-free, noncomedogenic moisturizer)
🚫 เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการแพ้ได้
🚫 เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีความมันหรือน้ำมัน เพราะเพิ่มโอกาสการก่อสิวได้
🚫 แนะนำให้แต่งหน้าเบา ๆ อาจแต่งแค่ครึ่งบนของหน้า หากไม่แต่งเลยจะลดการเกิดสิวได้ดีที่สุด เพราะมีโอกาสเกิดการอุดตันจากการระคายเคืองจากการเสียดสีของ mask กับเครื่องสำอางบนผิวหน้าได้
🚫 แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวในกลุ่ม BHA หรือ Salicylic ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงที่ต้องสวม mask บ่อย ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในรูขุมขน จากการล้างหน้าปกติที่อาจทำความสะอาดไม่หมด วิธีนี้ช่วยป้องกันสิวเห่อช่วงใส่แมสก์ได้ดีทีเดียว

ดูแลความสะอาดของผิวหนังอย่างถูกวิธี


🚫 ใช้ Make up remover เสมอในกรณีแต่งหน้า
🚫 โดยปกติแล้วเราจะแนะนำให้ล้างหน้า 1 รอบเช้าเย็น แต่หากใส่ mask แนะนำให้ล้าง 2 รอบ หรือเวลาเหงื่อออกเยอะ เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกที่สะสมออกให้หมดจด แต่ไม่ควรมากกว่านี้เพราะจะเป็นการทำลายน้ำมันที่เคลือบปกป้องผิว ส่งผลให้ผิวแห้งและอาจเกิดการระคายเคืองได้มากขึ้น
🚫 ใช้น้ำสะอาด อุณหภูมิปกติ ไม่ใช้น้ำอุ่นหรือร้อน เนื่องจากจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองมากขึ้น
🚫 ใช้สบู่เหลว เจล หรือ โฟม ที่มีค่า pH balance ใกล้เคียงผิวปกติ คือ 5-5.5 , หลีกเลี่ยงสบู่ก้อนหรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีความเป็นด่าง (*ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ควรใช้ จะสังเกตได้จากหลังล้างหน้าแล้วจะรู้สึกผิวตึง)
🚫 ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับผิวหลังล้างหน้า ไม่ควรถูหรือเช็ดที่ใบหน้าด้วยผ้าที่หยาบกระด้าง

ดูแลความสะอาดของหน้ากาก


🚫 ควรเปลี่ยน mask ทุกวัน
🚫 ซักหน้ากากผ้าให้สะอาดทุกวัน

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมก่อสิว


🚫 อาหารที่อาจก่อให้เกิดสิว
🚫 เลี่ยงความเครียด
🚫 ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังเมื่อเกิดผื่นแพ้ระคายเคืองหรือมีสิวอักเสบรุนแรง


🚫 ผื่นแพ้ระคายเคือง มักมีอาการคัน สามารถทานยาแก้แพ้แก้คันในกลุ่ม Oral antihistamine ในเบื้องต้นได้
🚫 สิวอุดตันที่ไม่รุนแรง อาจใช้ยาทารักษาสิวเบื้องต้นได้ เช่น Benzyl peroxide, Salicylic acid Spot treatment {อ่านเพิ่มเติมเรื่องการรักษาสิวด้วยตนเองในช่วงโควิดระบาดในโพสก่อนนี้}
🚫 หากมีอาการผื่นรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าสาเหตุผื่นเป็นจากอะไร จะได้รับการรักษาตรงจุดค่ะ

References
AAD.org
CDC
Fitzpatrick textbook of dermatology
Picture was licenced by Shutterstock
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️


When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist

เรียบเรียงโดยแพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วิธีป้องกันแผลกดทับที่สันจมูกจากการใส่หน้ากาก N95

[ การบาดเจ็บของผิวหนังของบุคลากรทางการแพทย์จากการดูแลผู้ป่วยCOVID19 ]

ล่าสุดเมื่อมีนาคม 2020 ที่ผ่านมา Journal of American Academy of Dermatology ได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับการรวบรวมปัญหาทางผิวหนังที่พบในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งบางท่านอาจมองข้ามไป แต่อย่าลืมว่า เมื่อไหร่ที่ผิวหนังเกิดการอักเสบ บาดเจ็บ มีแผล ไม่ว่าจะเกิดที่บริเวณใดของร่างกาย ล้วนเป็นช่องทางการนำพาเชื้อทุกชนิดเข้าสู่ร่างกายได้ในที่สุด

งานวิจัยนี้พบว่า ภาวะทางผิวหนังที่เจอได้บ่อยมีดังนี้ [ตาราง 1]
🚫 อาการที่พบ : ผิวแห้งตึง เจ็บ คัน ปวด แสบร้อน
🚫 ผื่นที่พบ : ผิวลอก แดง แตกเป็นแผล มีน้ำเหลือง เป็นตุ่มน้ำ มีอาการบวมนูน เป็นตุ่ม
🚫 บริเวณที่พบได้บ่อย คือ
✔️ สันจมูก จากการเสียดสีกดทับของหน้ากาก N95
✔️ แก้ม จากการเสียดสีกดทับของหน้ากาก N95
✔️ มือ จากภาวะมือแห้งจากการล้างมือบ่อย
✔️ หน้าผาก จากการเสียดสีกดทับของ Face shield

ตาราง 1

ซึ่งพบว่า ภาวะแทรกซ้อนทางผิวหนังจากเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อ
📍ใส่หน้ากาก N95 และ แว่น goggles นานเกิน 6 ชั่วโมง (ส่วนระยะเวลาการใส่ face shield นานนั้นไม่ค่อยมีผล)
📍ล้างมือบ่อยเกิน 10 ครั้งต่อวัน

งานวิจัยนี้บอกอะไรกับเรา
นอกจากการที่บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านจะตั้งใจดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดีแล้ว อาจต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเอง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมาได้ จากข้อมูลนี้สิ่งที่จะสามารถไปปรับใช้ได้ ยกตัวอย่างเช่น

🔔 ดูแลผิวที่มือให้ถูกวิธี

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในโพสก่อนนี้ { https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=923957344684840&id=476743752739537 }
🔔 หากอยู่คนเดียวคิดว่าที่ไม่สัมผัสความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อาจถอดหน้ากากหรือแว่น ให้ลดการกดทับผิวบริเวณเดิมซ้ำ ๆ หรือหากไม่สามารถถอดได้ อาจใช้วิธีแปะแผ่นทำแผลป้องการการเกิดแผลกดทับ

จากการรวบรวมข้อมูล มีงานวิจัยศึกษาในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจชนิด noninvasive เช่น CPAP พบว่า กลุ่ม Hydrocolloid dressing ได้ผลในการป้องกันการเกิดแผลกดทับบริเวณสันจมูก แก้ม ได้ดีที่สุด ซึ่งมีหลายยี่ห้อ ในรูปลองหามาแปะให้บางส่วนที่พอจะหาได้ [ตาราง2,3 ]

ตาราง 2
ตาราง 3

นอกจากนั้นยังมีการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า การใช้ HOFA (Hyperoxygenated Fatty acid) ทาบริเวณที่จะกดทับก่อนการใส่อุปกรณ์ CPAP จากงานวิจัยนี้ใช้ Linovera พบว่าช่วยลดโอกาสการเกิดแผลกดทับและลดความรุนแรงของการเกิดได้ดีกว่าวิธีอื่นในงานวิจัยนี้ คือ การใส่อุปกรณ์อย่างเดียว, การใช้ Allervyn thin และ Askina foam อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ [ตาราง 4]

โดยกลไลของ HOFA คือ เพิ่ม oxygen ให้แก่เนื้อเยื่อ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรงมีความทนต่อการเสียดสีได้มากขึ้น

ตาราง 4

หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference

Preventing facial pressure ulcers in patients under non-invasive mechanical ventilation: a randomised control trial.
J Wound Care. 2017 Mar 2;26(3):128-136.
Skin Damage Among Healthcare Workers Managing Coronavirus Disease-2019
J Am Acad Dermatol 2020 Mar 18;[EPub Ahead of Print]

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Pitting nails

Nail Pitting

เมื่อเห็นลักษณะของ Multiple small depression (pits) on surface of nail plate ดังรูป

ที่มา N Engl J Med 2018; 379:e39

🌈 อย่าลืมมองหาโรคที่พบ Pitting nail ได้ เช่น
Psoriasis
Traumatic occupational injury
Alopecia areata
Eczematous dermatitis

จากรูปจะเห็นว่าเล็บมีลักษณะดังนี้
 Discoloration e.g., areas of yellow or pink discoloration หรือที่เรียกว่า oil-drop discoloration หรือ salmon patches
 Onycholysis
 Subungual hyperkeratosis
 Nail plate crumbling
 Splinter hemorrhages

ลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น เป็นลักษณะที่ทำให้นึกถึง Psoriatic nails มากที่สุดค่ะ

ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษาเล็บด้วยการทายา high-potency glucocorticoid in nail lacquer ติดตามการรักษา 6 เดือนต่อมาเล็บมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️


ที่มา
November 29, 2018
N Engl J Med 2018; 379:e39

บทความลิขสิทธิ์โดย HELLO SKIN by หมอผิวหนัง