แนะนำวิธีลดการเกิดแผลกดทับที่หลังหูจากการใส่ N95 เป็นเวลานาน

จากงานวิจัย “Wear N95 Mask With Plastic Handle Reduce Pressure Injury” ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of American Academy of Dermatology ทำที่ประเทศจีน พบว่าการใช้ N95 ชนิดสายคล้องหูเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการบาดเจ็บและมีแผลกดทับที่หู ส่งผลให้อาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นตามมา เช่น การติดเชื้อ

จึงได้มีการใช้ พลาสติกเพิ่มเป็นตัวเกาะด้านหลัง ดังรูป หลังจากนั้นทำการเช็คให้เรียบร้อยว่าแน่นพอดี ไม่มีลมรั่ว พบว่าข้อดีนอกจากลดแผลกดทับแล้ว ยังเป็นวิธีที่ทำได้ไม่ยาก และสามารถนำพลาสติกไปทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 75% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อก็สามารถนำมา reused ใช้ได้อีก

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️


Reference
Jiang W, Cao W, Liu Q, Wear N95 Mask With Plastic Handle Reduce
Pressure Injury, Journal of the American Academy of Dermatology (2020), doi: https://doi.org/10.1016/j.jaad.2020.04.001.


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ใส่แมสก์อย่างไร..ไม่ให้สิวบุก !!!

[ Q: ใส่แมสก์อย่างไรไม่ให้สิวบุกกก !!! ]

🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭🇨🇭

เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องใส่แมสก์ตลอดเวลา ลองดูปัญหาของผิวที่เกิดจากการใส่แมสก์ที่พบได้มีอะไรบ้าง

  1. สิวอุดตัน จากการเสียดสีของแมสก์กับผิว ทำให้รูขุมขนอุดตัน เราเรียกว่า acne mechanica
  2. สิวอักเสบ เนื่องจากการหายใจและพูดตลอดเวลาภายใต้หน้ากาก ทำให้เกิดความชื้นจากลมหายใจส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นเสียสมดุลไปจากเดิม ประกอบกับน้ำลายจากการพูด ส่งผลให้เป็นมีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดสิวอักเสบตามมาได้
  3. ผื่นแพ้จากการระคายเคือง มีอาการอักเสบแดงคันได้ โดยเฉพาะบริเวณที่เสียดสีบ่อย ๆ เช่น บริเวณแนวกราม jawline
  4. ผิวแห้งและเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ก่อนวัย จากการเสียดสีของแมสก์กับผิวหน้าบ่อย ๆ
  5. ผื่นแพ้สัมผัสจากการแพ้สาร dibromodicyanobutane, thiuram (พบน้อยมาก)

👩🏻‍⚕️ดังนั้นหลักการป้องกันปัญหาผิวจากการใส่แมสก์จำง่าย ๆ คือ

ลดพฤติกรรมที่ทำให้มีการเสียดสีของแมสก์กับผิว


🚫 ไม่จับหน้าหรือดึงแมสก์ใส่ ๆ ถอด ๆ บ่อย ๆ
🚫 กรณีใช้หน้ากากผ้า ควรเลือกเนื้อผ้าที่มีความอ่อนโยนไม่หยาบกระด้าง แนะนำผ้า cotton ดีที่สุด เนื่องด้วย cotton จะสามารถระบายอากาศได้ดีและช่วยลดการระคายเคืองได้ดีกว่าผ้าชนิดอื่น รวมทั้งรูปแบบการตัดเย็บควรเลือกที่ตะเข็บรอยต่อน้อยหรือด้ายเย็บที่ไม่โผล่ผื่นมาระคายผิว อย่างไรก็ตาม CDC แนะนำให้ใส่หน้ากากกระชับพอดีดังนั้นถึงแม้ใช้ผ้าคอตตอนแล้ว ก็ยังต้องทาครีมบำรุงผิวเพื่อลดการระคายเคืองจากการเสียดสีเช่นกัน
🚫 ดูภาพประกอบเกี่ยวกับวิธีการทำ Homemade DIY mask ที่แนะนำโดย CDC { https://www.facebook.com/476743752739537/posts/940896552990919/ } หรือ ดูจากคลิปนี้ How to Make Your own Face Covering https://youtu.be/tPx1yqvJgf4
🚫 กรณีใช้ surgical mask อาจใช้กระดาษทิชชู่ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มและบางเบา คั่นรองไว้ระหว่างแมสก์กับผิวบริเวณที่เกิดการเสียดสี ไม่ควรรองหลายชั้นเพราะอาจเพิ่มความอับชื้นและอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการติดเชื้อจากการทำให้เกิดช่องว่างเนื่องจากแมสก์ไม่แนบกับผิวหน้า
🚫 การขยับปากพูดเยอะ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มการเสียดสีของผิวบริเวณแนวกรามมากขึ้นเช่นกัน

ไม่ทำให้เกิดความชื้นสูงบริเวณผิวหน้าภายใต้แมสก์


🚫 เลี่ยงการอยู่ในที่แออัด อากาศร้อน ซึ่งจะทำให้เหงื่อออกมากขึ้น
🚫 หากอยู่คนเดียวในที่ไม่มีความเสี่ยง อาจถอดแมสก์เพื่อให้ผิวได้ถ่ายเทลดความอับชื้น
🚫 ควรเปลี่ยนทิชชู่ที่ใช้รองบ่อย ๆ ทุกชั่วโมง หรือเมื่อรู้สึกอับชื้นหรือมีกลิ่นเหม็นจากเหงื่อหรือน้ำลาย

บำรุงผิวอย่างถูกวิธี


🧼 อย่าให้ผิวแห้งเพราะจะเป็นบ่อเกิดความระคายเคืองและติดเชื้อตามมาได้
🧼ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม ในที่นี้คือ ต้องมีคุณสมบัติในการสร้างความแข็งแรงให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ควบคุมความมัน จะช่วยลดการระคายเคืองและสิวอุดตันตามมาได้
🚫 แนะนำผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เนื้อบางเบา ไม่ก่อสิว (light water-based moisturizer, oil-free, noncomedogenic moisturizer)
🚫 เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการแพ้ได้
🚫 เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีความมันหรือน้ำมัน เพราะเพิ่มโอกาสการก่อสิวได้
🚫 แนะนำให้แต่งหน้าเบา ๆ อาจแต่งแค่ครึ่งบนของหน้า หากไม่แต่งเลยจะลดการเกิดสิวได้ดีที่สุด เพราะมีโอกาสเกิดการอุดตันจากการระคายเคืองจากการเสียดสีของ mask กับเครื่องสำอางบนผิวหน้าได้
🚫 แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวในกลุ่ม BHA หรือ Salicylic ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงที่ต้องสวม mask บ่อย ๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในรูขุมขน จากการล้างหน้าปกติที่อาจทำความสะอาดไม่หมด วิธีนี้ช่วยป้องกันสิวเห่อช่วงใส่แมสก์ได้ดีทีเดียว

ดูแลความสะอาดของผิวหนังอย่างถูกวิธี


🚫 ใช้ Make up remover เสมอในกรณีแต่งหน้า
🚫 โดยปกติแล้วเราจะแนะนำให้ล้างหน้า 1 รอบเช้าเย็น แต่หากใส่ mask แนะนำให้ล้าง 2 รอบ หรือเวลาเหงื่อออกเยอะ เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกที่สะสมออกให้หมดจด แต่ไม่ควรมากกว่านี้เพราะจะเป็นการทำลายน้ำมันที่เคลือบปกป้องผิว ส่งผลให้ผิวแห้งและอาจเกิดการระคายเคืองได้มากขึ้น
🚫 ใช้น้ำสะอาด อุณหภูมิปกติ ไม่ใช้น้ำอุ่นหรือร้อน เนื่องจากจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองมากขึ้น
🚫 ใช้สบู่เหลว เจล หรือ โฟม ที่มีค่า pH balance ใกล้เคียงผิวปกติ คือ 5-5.5 , หลีกเลี่ยงสบู่ก้อนหรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีความเป็นด่าง (*ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ควรใช้ จะสังเกตได้จากหลังล้างหน้าแล้วจะรู้สึกผิวตึง)
🚫 ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับผิวหลังล้างหน้า ไม่ควรถูหรือเช็ดที่ใบหน้าด้วยผ้าที่หยาบกระด้าง

ดูแลความสะอาดของหน้ากาก


🚫 ควรเปลี่ยน mask ทุกวัน
🚫 ซักหน้ากากผ้าให้สะอาดทุกวัน

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมก่อสิว


🚫 อาหารที่อาจก่อให้เกิดสิว
🚫 เลี่ยงความเครียด
🚫 ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังเมื่อเกิดผื่นแพ้ระคายเคืองหรือมีสิวอักเสบรุนแรง


🚫 ผื่นแพ้ระคายเคือง มักมีอาการคัน สามารถทานยาแก้แพ้แก้คันในกลุ่ม Oral antihistamine ในเบื้องต้นได้
🚫 สิวอุดตันที่ไม่รุนแรง อาจใช้ยาทารักษาสิวเบื้องต้นได้ เช่น Benzyl peroxide, Salicylic acid Spot treatment {อ่านเพิ่มเติมเรื่องการรักษาสิวด้วยตนเองในช่วงโควิดระบาดในโพสก่อนนี้}
🚫 หากมีอาการผื่นรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าสาเหตุผื่นเป็นจากอะไร จะได้รับการรักษาตรงจุดค่ะ

References
AAD.org
CDC
Fitzpatrick textbook of dermatology
Picture was licenced by Shutterstock
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️


When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist

เรียบเรียงโดยแพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

วิธีป้องกันแผลกดทับที่สันจมูกจากการใส่หน้ากาก N95

[ การบาดเจ็บของผิวหนังของบุคลากรทางการแพทย์จากการดูแลผู้ป่วยCOVID19 ]

ล่าสุดเมื่อมีนาคม 2020 ที่ผ่านมา Journal of American Academy of Dermatology ได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับการรวบรวมปัญหาทางผิวหนังที่พบในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งบางท่านอาจมองข้ามไป แต่อย่าลืมว่า เมื่อไหร่ที่ผิวหนังเกิดการอักเสบ บาดเจ็บ มีแผล ไม่ว่าจะเกิดที่บริเวณใดของร่างกาย ล้วนเป็นช่องทางการนำพาเชื้อทุกชนิดเข้าสู่ร่างกายได้ในที่สุด

งานวิจัยนี้พบว่า ภาวะทางผิวหนังที่เจอได้บ่อยมีดังนี้ [ตาราง 1]
🚫 อาการที่พบ : ผิวแห้งตึง เจ็บ คัน ปวด แสบร้อน
🚫 ผื่นที่พบ : ผิวลอก แดง แตกเป็นแผล มีน้ำเหลือง เป็นตุ่มน้ำ มีอาการบวมนูน เป็นตุ่ม
🚫 บริเวณที่พบได้บ่อย คือ
✔️ สันจมูก จากการเสียดสีกดทับของหน้ากาก N95
✔️ แก้ม จากการเสียดสีกดทับของหน้ากาก N95
✔️ มือ จากภาวะมือแห้งจากการล้างมือบ่อย
✔️ หน้าผาก จากการเสียดสีกดทับของ Face shield

ตาราง 1

ซึ่งพบว่า ภาวะแทรกซ้อนทางผิวหนังจากเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อ
📍ใส่หน้ากาก N95 และ แว่น goggles นานเกิน 6 ชั่วโมง (ส่วนระยะเวลาการใส่ face shield นานนั้นไม่ค่อยมีผล)
📍ล้างมือบ่อยเกิน 10 ครั้งต่อวัน

งานวิจัยนี้บอกอะไรกับเรา
นอกจากการที่บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านจะตั้งใจดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดีแล้ว อาจต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเอง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมาได้ จากข้อมูลนี้สิ่งที่จะสามารถไปปรับใช้ได้ ยกตัวอย่างเช่น

🔔 ดูแลผิวที่มือให้ถูกวิธี

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในโพสก่อนนี้ { https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=923957344684840&id=476743752739537 }
🔔 หากอยู่คนเดียวคิดว่าที่ไม่สัมผัสความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อาจถอดหน้ากากหรือแว่น ให้ลดการกดทับผิวบริเวณเดิมซ้ำ ๆ หรือหากไม่สามารถถอดได้ อาจใช้วิธีแปะแผ่นทำแผลป้องการการเกิดแผลกดทับ

จากการรวบรวมข้อมูล มีงานวิจัยศึกษาในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจชนิด noninvasive เช่น CPAP พบว่า กลุ่ม Hydrocolloid dressing ได้ผลในการป้องกันการเกิดแผลกดทับบริเวณสันจมูก แก้ม ได้ดีที่สุด ซึ่งมีหลายยี่ห้อ ในรูปลองหามาแปะให้บางส่วนที่พอจะหาได้ [ตาราง2,3 ]

ตาราง 2
ตาราง 3

นอกจากนั้นยังมีการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า การใช้ HOFA (Hyperoxygenated Fatty acid) ทาบริเวณที่จะกดทับก่อนการใส่อุปกรณ์ CPAP จากงานวิจัยนี้ใช้ Linovera พบว่าช่วยลดโอกาสการเกิดแผลกดทับและลดความรุนแรงของการเกิดได้ดีกว่าวิธีอื่นในงานวิจัยนี้ คือ การใส่อุปกรณ์อย่างเดียว, การใช้ Allervyn thin และ Askina foam อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ [ตาราง 4]

โดยกลไลของ HOFA คือ เพิ่ม oxygen ให้แก่เนื้อเยื่อ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรงมีความทนต่อการเสียดสีได้มากขึ้น

ตาราง 4

หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference

Preventing facial pressure ulcers in patients under non-invasive mechanical ventilation: a randomised control trial.
J Wound Care. 2017 Mar 2;26(3):128-136.
Skin Damage Among Healthcare Workers Managing Coronavirus Disease-2019
J Am Acad Dermatol 2020 Mar 18;[EPub Ahead of Print]

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist


บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Pitting nails

Nail Pitting

เมื่อเห็นลักษณะของ Multiple small depression (pits) on surface of nail plate ดังรูป

ที่มา N Engl J Med 2018; 379:e39

🌈 อย่าลืมมองหาโรคที่พบ Pitting nail ได้ เช่น
Psoriasis
Traumatic occupational injury
Alopecia areata
Eczematous dermatitis

จากรูปจะเห็นว่าเล็บมีลักษณะดังนี้
 Discoloration e.g., areas of yellow or pink discoloration หรือที่เรียกว่า oil-drop discoloration หรือ salmon patches
 Onycholysis
 Subungual hyperkeratosis
 Nail plate crumbling
 Splinter hemorrhages

ลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น เป็นลักษณะที่ทำให้นึกถึง Psoriatic nails มากที่สุดค่ะ

ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษาเล็บด้วยการทายา high-potency glucocorticoid in nail lacquer ติดตามการรักษา 6 เดือนต่อมาเล็บมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️


ที่มา
November 29, 2018
N Engl J Med 2018; 379:e39

บทความลิขสิทธิ์โดย HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

Subepidermal Blister Guideline 2019

Update เปรียบเทียบ International Guideline ที่รวบรวมมาจนถึงปี 2019
การรักษา Subepidermal Autoimmune Blistering disease

⭐️ Bullous Pemphigoid (แนบขั้นตอนการวินิจฉัย และแยกจาก Pemphigus vulgaris มาให้คร่าวๆ)
⭐️ Pemphigoid Gestationis
⭐️ Mucous Membrane Pemphigoid
⭐️ Epidermolysis Bullosa Acquisita

แต่ละ Guideline มีความแตกต่างกันในบางจุด สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบริบทโรงพยาบาลที่คุณหมอทำงานอยู่ได้ค่ะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References
Am J Clin Dermatol 18, 513–528 (2017). https://doi.org/10.1007/s40257-017-0264-2
American Journal of Clinical Dermatology 2019 https://doi.org/10.1007/s40257-020-00513-3

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

มือแห้งอันตรายกว่าที่คิด


โพสนี้สรุปการดูแลผิวที่มือ..สามารถนำไปปรับใช้และเป็นข้อมูลประกอบในการเลือกผลิตภัณฑ์ได้เลย
💦💦💦💦💦💦💦💦💦💦💦💦💦💦

ในทางทฤษฎี มีงานวิจัยระบุไว้ชัดเจนว่า การล้างมือบ่อยกว่า 8-10 ครั้งต่อวัน ทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดมือแห้งอักเสบได้ และมาในวันนี้ การล้างมือบ่อย ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ที่ทุกคนต้องทำ

ผลที่ตามมาคือ มือแห้ง ลอก อักเสบ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างในการปกป้องผิวสูญเสียหน้าที่ไป ผลคือ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่มือมากขึ้น

สรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับวิธีการดูแลผิวที่มือ
(เพิ่มเติมจากการล้างมือให้ถูกวิธี 20 วินาที)
ให้ทุกคนนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ดังนี้

🌟 ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นก็ได้ ไม่มีผลต่อการกำจัดเชื้อโรค เพียงแค่ล้างให้ถูกวิธีและล้างให้นานพอ

🌟 ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างมือในรูปแบบที่เหมาะสมและปริมาณมากเพียงพอในแต่ละครั้ง

💯 Alcohol gel ดีกว่า Soap
💯 กรณีใช้ alcohol ชนิดที่ไม่ต้องล้างออก และหวังผลในเรื่องการฆ่าเชื้อด้วย แนะนำเป็น gel ดีกว่า spray เนื่องจากเราต้องการ contact time ในการออกฤทธิ์ที่นานพอ
💯 ควรมีส่วนผสมของสารเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น glycerin, aloe vera
💯 ปริมาณที่ใช้ ต่อการล้างมือ 2 ข้าง 1 ครั้ง คือ 3-5 ml (ประมาณ 0.5-1 ช้อนชา) ขึ้นกับขนาดของมือว่าเล็กหรือใหญ่ 💯Alcohol ติดไฟได้ หลังจากใช้โดยเฉพาะชนิดที่ไม่ต้องล้างออก ควรรอให้แห้งก่อนเข้าใกล้ไฟ เช่น ทำอาหาร สูบบุหรี่

🌟 หลังล้างมือ ใช้ผ้าสะอาดซับหรือเป่าด้วยเครื่องเป่าลม และรีบทาครีมบำรุงทันทีตอนขณะที่มือยังมีความชุ่มชื้นจากน้ำอยู่ จะทำให้ครีมมีประสิทธิภาพมากกว่าการทาครีมบำรุงตอนมือแห้งสนิทแล้ว

🌟 ใช้ Hand cream ที่เหมาะสม

💯 แนะนำแบบ Cream หรือ Oil-based ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีกว่าแบบ gel เพราะแบบเจลจะทำให้มีการระเหยสูญเสียน้ำออกจากผิว ผลคือผิวจะยิ่งแห้ง
💯 หากใช้เป็นกลุ่ม Barrier cream ได้จะดีมาก
💯 เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระบุ Anti-aging เนื่องจากมักมีสารผลัดเซลล์หรือกลุ่ม retinol ที่มักก่อให้เกิดการระคายเคืองได้
💯 แนะนำส่วนผสมที่มี Petrolatum, urea, dimethicone, olive oil, shea butter

🌟 การใส่ถุงมือหลังทาครีมตอนก่อนนอน เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของครีมได้ดี เนื่องจากเสมือนเป็น Occlusive effect

📚📚📚 สรุปโพสนี้อยากบอกว่า 📚📚📚

🆘 การล้างมืออย่างถูกวิธี ที่ทุกท่านทราบกันดีว่า ล้างอย่างน้อย 20 วินาที และล้างให้สะอาดตามขั้นตอน สามารถช่วยชะล้างสิ่งสกปรกบนผิวมือได้ แต่เท่านี้ อาจไม่เพียงพอ

🆘 การดูแลผิวที่บริเวณมือก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะสามารถช่วยป้องกันผลเสียที่ตามมาจากการล้างมือบ่อย ได้แก่ ผิวอักเสบ ผิวแห้ง ผิวลอกเป็นขุย จนเกิดการเจ็บปวด เป็นบ่อเกิดของการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมาทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้ออื่นๆจากการไปสัมผัส

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ทำอย่างไรให้มีส้นเท้าที่นวลนุ่มน่าสัมผัส

Heel Skin Dryness

ผิวหนังบริเวณส้นเท้า เป็นอีกบริเวณที่คนมักจะมองข้ามในการดูแลเอาใจใส่ หากลองนึกถึงหญิงสาวหน้าสวย แต่มีส้นเท้าที่หยาบกระด้างไม่น่าสัมผัส คงจะดูแปลก ๆ ผิวส้นเท้าที่หยาบกร้านและแตกระแหง ไม่เพียงแต่มีผลด้านความสวยงาม ยังมีผลต่อความทรมานจากการเจ็บปวดในเวลาที่ย่างก้าวไปมาอีกด้วย

💯 ผิวหนังบริเวณส้นเท้า เป็นส่วนที่ มีแนวโน้มจะแห้งกร้านได้ง่ายกว่าผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกาย เนื่องด้วยโครงสร้างของ stratum corneum ที่หนาแตกต่างจากผิวที่อื่น และการมีต่อมไขมันที่น้อยกว่าบริเวณอื่น รวมทั้งการใช้งานที่ต้องเดินไปมาเสียดสีในทุกวัน

💯 ผิวส้นเท้าแห้งแบ่งได้ 4 ระดับความรุนแรงดังภาพ ลองสำรวจว่าตัวเองเป็นขนาดไหนแล้ว

ภาพจาก Skin Res Technol. 2018;1–5.

💯 สิ่งที่มักกระตุ้นให้มีความรุนแรงมากขึ้น คือ

🔸อากาศแห้ง​ ฤดูหนาว​
🔸การอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ​
🔸การเดินด้วยเท้าเปล่า​
🔸การใส่รองเท้าส้นสูง​
🔸การขาดการบำรุงผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์

💯 การบำรุงผิวบริเวณส้นเท้าอาจทำได้โดย

💦 ทาครีมบำรุงเป็นประจำ​ เน้นกลุ่ม​ humentant, barrier cream ลองมองหาครีมที่มีส่วนผสมของ​ Glycerin อย่างน้อย​ 7%, Urea 5-10%, Petrolatum, vitamin E, B5

💦 ส้นเท้าที่แห้งแตกเป็นขุย​ อาจใช้ยาที่มีส่วนผสมของ​ keratolytic agents เช่น​ Salicylic acid, urea 20%

💦 หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าหากไม่จำเป็น​ โดยเฉพาะพื้นที่หยาบแข็ง อาจใช้วิธีสวมใส่รองเท้านุ่มที่ใช้สำหรับเดินในบ้าน​ หรือใส่ถุงเท้าบาง​ ๆ​ ที่ทำจากผ้าคอตตอน จะมีผิวสัมผัสที่ดีและไม่อับชื้น​ ระบายความร้อนและเหงื่อได้ดี

💦 ใส่ส้นสูง​ที่พอดีกับขนาดเท้า​

💦 ลดน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์​มาตรฐาน​เพื่อลดแรงกดทับที่ส้นเท้า

💦 การทำสปาเท้า​ แช่เท้าในน้ำอุ่นสะอาด นาน​10-15​ นาที​ อาจผสมครีมอาบน้ำและขัดเบา​ ๆ​ ด้วยแปรงขัดส้นเท้า​ ช่วยขจัดขุยได้

💦 หากมีอาการรุนแรง​ มีแผลแตก​ เจ็บและปวดทุกครั้งเวลาเดิน​ แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรักษาด้วยวิธีอื่น​ร่วมด้วยค่ะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
ภาพจาก Skin Res Technol. 2018;1–5.

When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist

เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Update CPG โรคผิวหนังน่ารู้

จากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

🏩โพสนี้คุณหมอได้รวบรวม Update CPG Dermatology โดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย 👩🏻‍⚕️มาให้น้องๆ Extern และแพทย์ทั่วไป หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการใช้ดูแลรักษาคนไข้โรคผิวหนังทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ในเบื้องต้นนะคะ
⭐️ Acne: https://goo.gl/iaAjqQ
⭐️ Alopecia Areata: https://goo.gl/n4hhLv
⭐️ Anaphylaxis: https://goo.gl/hqbUu7
⭐️ Androgenetic Alopecia: https://goo.gl/LguGM8
⭐️ Atopic Dermatitis: https://goo.gl/YJHuJM
⭐️ Bullous Pemphigoid: https://goo.gl/15hbfW
⭐️ Drug eruption: https://goo.gl/aoxznp
⭐️ Exfoliative Dermatitis: https://goo.gl/Fcicnb
⭐️ Molluscum Contagiosum: https://goo.gl/Rhw6v7
⭐️ Pediatric Dermatology: https://goo.gl/LPVigK
⭐️ Psoriasis: https://goo.gl/HyGg6Z
⭐️ Scabies: https://goo.gl/e3SzJt
⭐️ Sunscreen usage: https://goo.gl/7mnM4e
⭐️ Superficial Fungal Infection: https://goo.gl/zPmQa8
⭐️ Topical corticosteroid Usage: https://goo.gl/WtEiqL
⭐️ Urticaria/Angioedema: https://goo.gl/u9pz6f


👩🏻‍⚕️แนะนำสกินแคร์ดูที่ HELLO SKIN STORY

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.