Category Archives: Dermatology

วิธีป้องกันเลือดออกหัวนม..นักวิ่งหรือนักปั่น

อาการนี้เกิดจากการ เสียดสีของหัวนมกับเสื้อวิ่ง ทำให้เกิดแผลจากการระคายเคือง มีอาการเจ็บหรือปวดแสบได้เพราะหัวนมเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทมาเลี้ยงเยอะ

ความรุนแรงไม่เกี่ยวกับนมเล็กหรือใหญ่ ไม่เกี่ยวกับเพศหญิงหรือชาย มีรายงานว่าเจอได้บ่อยในคนที่ วิ่งระยะทางมากกว่า 50 กิโลเมตร/สัปดาห์

วันนี้ขอแนะนำวิธีป้องกันเลือดออกหัวนม

1. สวมเสื้อเส้นใยละเอียด ไม่หยาบกระด้าง ซึ่งปกติผ้าใยสังเคราะห์จะระคายเคืองน้อยกว่าผ้าใยธรรมชาติ

2. ทาวาสลีนที่หัวนมก่อนวิ่ง

3. ไม่สวมเสื้อหลวมเกินไป หรืออาจใส่สปอร์ตบราก็ช่วยได้

4. ใช้พลาสเตอร์แปะหัวนม อาจใช้พวกซิลิโคนหรือแบบผ้าที่ค่อนข้างเหนียว วิธีนี้อาจหลุดได้ถ้าหากมีเหงื่อออกในระหว่างวิ่ง

5. สุดท้าย ถอดเสื้อวิ่ง หรือ เจาะรูดังภาพ สามารถช่วยลดการเสียดสีได้ แต่ในเพศหญิงอาจไม่เหมาะกับวิธีนี้เท่าไหร่นัก

วิธีป้องกันเลือดออกหัวนมนักวิ่ง​
วิธีป้องกันเลือดออกหัวนมนักวิ่ง

หัวนมนักวิ่งบอบบางกว่าที่คิด หากเรารู้วิธีป้องกันให้ดี ก็จะสามารถวิ่งออกกำลังกายได้ยาววววๆๆๆไป
หากเกิดความผิดปกติดังภาพ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังร่วมดูแล

ใครเคยเป็นบ้าง มีเสื้อผ้าดี ๆ มาแนะนำมาเล่าให้ฟังได้

หากคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถกดเลิฟกดแชร์ให้เพื่อนอ่านได้เลยค่าา ❤️

——————————————

อ่านบทความย้อนหลังที่ https://helloskinderm.com

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

รอยพับที่หู ที่เรียกว่า Frank’s sign ‼️

รอยที่หูแบบในรูป 👂เรียกว่า Frank’s sign หรือ Diagonal earlobe crease (DELC) ‼️

💔 คือ การมีรอยเส้นที่ลากจากบริเวณ Tragus เฉียงออกไปทางขอบติ่งหู (Earlobe) ยาวอย่างน้อย 2 ใน 3 ของความยาวติ่งหู ส่วนมากจะทำมุมประมาณ 45° โดยอาจพบมี 1 เส้นหรือมากกว่า และอาจพบที่หูข้างเดียวหรือสองข้าง โดยไม่ใช่รอยที่เกิดจาก การเจาะหู, การนอนทับเป็นประจำ หรือเกิดตามหลังบาดแผลอื่นใด

💔 เชื่อว่าอาจเกิดจากกลไกของ arterosclerotic process โดยอาจมีผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น Genetic, Microvascular structure หรือ vessel hemodynamics

💔 พบว่า ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Myocardial infarction) มีรอยนี้มากกว่าคนที่ไม่เป็นโรค อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีรายงานเรื่องเหล่านี้
▫️Poorer survival rate
▫️Higher risk of cardiac death
▫️Increased risk of developing intra and postoperative cardiovascular complications

💔 ใน ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีรอยนี้ พบว่าสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้มากกว่ากลุ่มที้ไม่มีรอย
▫️ อายุเยอะ
▫️ Coronary artery disease
▫️ Diabetes mellitus
▫️ Hypertension
▫️ Non-lacunar ischemic stroke
อาจบ่งบอกได้ว่า รอยนี้สัมพันธ์กับ long-standing arterosclersis

💔 Pathophysiology ของ Frank’s sign มีอธิบายไว้หลายอย่างในหลายงานวิจัย แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนถึงความเกี่ยวข้องกับ CAD, CVD เช่น
▫️ Poor blood supply to earlobe เนื่องจากไม่มี end arteries of earlobe
▫️ Elastin degeneration จากการทำ earlobe biopsy
▫️ Thickening of adventitia reticularis in the small vessels of earlobes
▫️ Endothelial dysfunction จากการตรวจมี lower flow-mediated vasodilation and nitroglycerine-induced vasodilation
▫️ Carotid intima media thickness
▫️ High calcium score from MRI Brain
ซึ่งจากการตรวจพบลักษณะข้างต้นนี้ จึงเป็นไปได้ว่า อาจสัมพันธ์กับเรื่อง aging และ arterosclerotic process

💔 ดังนั้นในทางกลับกัน คนที่ยังไม่เป็นโรคแต่มีรอยนี้ ควรให้ความสำคัญเพิ่มเติมกับการมองหา arterosclerotic risk ว่ามีร่วมด้วยหรือไม่ และแนะนำให้ปรับพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง การทานอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ หากมีโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงหรือไขมันสูงอยู่ด้วยแล้ว ก็ควรต้องรักษาตัวให้ดี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองในอนาคต

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference
Neurol Sci.2020 Feb;41(2):257-262.
Med J Malaysia. 2017 Jun;72(3):195-196.
Am J Med. 2017 Nov;130(11):1324.e1-1324.e5.

ขออนุญาตใช้ภาพประกอบบทความจากกูเกิ้ลเพื่อการเรียนรู้

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

ผมหงอกอย่าดึง..ให้เล็มหรือย้อมแทน ‼️

การถอนผมหงอก

อาจจะทำให้มีการทำให้โครงสร้างเซลล์ต่าง ๆ บริเวณรากผม เกิดการอักเสบและถูกทำลายมากขึ้น แนะนำให้เล็มหรือย้อมแทน และแก้ไขที่สาเหตุ

ถ้ามีสาเหตุที่แก้ไขได้ ผมก็อาจจะกลับมามีสีได้อีก

🛑 คนปกติถ้าเป็นชาวเอเชีย ผมจะเริ่มหงอกตอนอายุ 30-40 ปี แบบนี้เราเรียกว่า ผมหงอกตามวัย ซึ่งมักไม่สามารถทำให้กลับมาดำได้อีก การรักษาที่ทำได้คือ ย้อมสีผมเพื่อปกปิดเท่านั้น

🛑 ปัจจุบัน เริ่มมีงานวิจัยถึงผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้สีผมกลับมาได้ ต้องรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต

🛑 ผมหงอกก่อนวัย ส่วนมากจะเริ่มหงอกก่อนอายุ 30 ปี อาจต้องมองหาร่วมด้วยว่ามีสาเหตุหรือปัจจัยอะไรที่สามารถแก้ไขได้หรือไม่ เช่น
✔️ โรคทางเส้นผม เช่น โรคผมร่วง Alopecia areata, โรคด่างขาว
✔️ โรคที่เกิดจากการเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น โรคไทรอยด์ ภาวะซีด หรือการเจ็บป่วยรุนแรงอื่น ๆ
✔️ ภาวะขาดวิตามินบางอย่าง เช่น วิตามิน B12, biotin, copper, zinc, selenium
✔️ ยาบางชนิด
✔️ รังสี UVA และ UVB
✔️ การสูบบุหรี่
✔️ ความเครียด
เป็นต้น

🛑 แต่หากเป็นจากปัจจัยทางพันธุกรรม หรือ โรคพันธุกรรมบางอย่างที่เกิดจากความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเม็ดสี ก็อาจไม่สามารถแก้ไขให้ผมกลับมาดำได้

🛑 ผมหงอกไม่ใช่โรคอันตรายแต่อาจทำให้เกิดผลทางด้านจิตใจ ใครคิดว่าตัวเองมีปัญหาผมหงอกก่อนวัย แนะนำให้ลองเช็คว่ามีปัจจัยเหล่านี้หรือไม่ เพราะบางอย่างถ้าหากรักษาแล้ว ก็อาจทำให้ผมกลับมาดำได้เหมือนเดิม

🛑 การถอนผมเส้นที่หงอก ไม่ได้เกี่ยวกับการทำให้ผมหงอกลุกลามเพิ่มในบริเวณอื่นมากขึ้น อย่างที่หลายคนเข้าใจ บางคนรู้สึกแบบนั้นอาจเป็นเพราะเป็นช่วงที่มีผมหงอกเกิดขึ้นมาบริเวณอื่นในช่วงนั้นก็เป็นได้

🛑 ดังนั้น หากมีผมหงอก อย่าเพิ่งใจร้อนรีบดึงหรือถอน เพราะอาจทำให้มีการทำลายหรือเกิดการอักเสบของโครงสร้างบริเวณรากผมและบริเวณรอบ ส่งผลให้มีการสร้างผมใหม่ที่ไม่สมบูรณ์หรืออาจผมคุดเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมา และบางทีอาจไม่เกิดการงอกใหม่ในบริเวณนั้นก็เป็นได้ ส่งผลให้ผมบางลงตามมาได้อีก

🛑 การกินวิตามินเสริมโดยที่ยังไม่มีภาวะขาดวิตามินหรือสารอาหารต่าง ๆ ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าช่วยได้หรือไม่

🛑 การรักษาเมื่อสงสัยว่ามีผมหงอกก่อนวัย
▫️ไม่สูบบุหรี่ ทานอาหารถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงความเครียด
▫️ปกป้องผมจากรังสียูวี
▫️แก้ไขโรคที่เป็นสาเหตุ
▫️ไม่ถอนหรือดึง อาจใช้วิธีเล็มหรือย้อมแทน

Reference
J Cosmet Dermatol. 2019; 00: 1-9.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

10 ไอเทมผลิตภัณฑ์สำหรับคนผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน

[ Topical treatment for Patterned Hair loss ]

เช็คลิสต์10อย่าง‼️

มาต่อเรื่องผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน ตอนที่ 2 กันค่ะ
ใครเพิ่งเจอบทความนี้ อยากให้กลับไปอ่านตอนที่ 1 ก่อนหน้านี้

คราวนี้มาพูดถึงยาทาในการรักษาภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมนกันบ้าง ขอพูดถึงตัว minoxidil เยอะหน่อยเพราะเป็นยาทาตัวเดียวที่ FDA-approved ในตอนนี้ค่ะ ส่วนข้อ 2-10 ก็มีรายงานมากขึ้นว่าใช้ได้ผล

มาเริ่มเลยค่ะ
🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰🔰

1️⃣⭐️ Topical minoxidil

✔️เป็นยาทาตัวเดียวที่ FDA-approved
▫️สำหรับผู้ชาย คือ 2% และ 5% (5% ผลดีกว่า 2%)
▫️ส่วนผู้หญิง คือ 2% (ความเข้มข้นมากกว่านี้ได้ผลไม่แตกต่าง และอาจมีผลข้างเคียงมากขึ้น)
▫️แบบ 5% foam งานวิจัยรับรองได้ผลทั้งหญิง (ทาวันละครั้ง) และชาย (ทาเช้าเย็น)
🔴 ดังนั้น ควรเลือกความเข้มข้นให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และผลข้างเคียงน้อยที่สุด และไม่เป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายหรือราคาที่สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
✔️ปริมาณที่ใช้ต่อครั้ง : 1 ml (solution), ครึ่งฝา (foam)
🔴 ดังนั้น การใช้มากเกินไป อาจไม่ช่วยให้ผลการตอบสนองดีขึ้นไปมากเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับผลข้างเคียงที่ตามมา
✔️ เริ่มเห็นผล 4-6 เดือน หากหยุดทาจะทำให้ผมเริ่มกลับมาบางลงใหม่ใน 4-6 เดือน
🔴 ดังนั้น ควรทาอย่างต่อเนื่องไปตลอดถ้าหากไม่มีข้อห้ามหรือผลข้างเคียงอะไร
✔️ ช่วงเริ่มใช้ 4-6 สัปดาห์แรก อาจมีการผลัดผมให้ร่วงมากขึ้นได้ และต่อไปจะค่อย ๆ มีผมขึ้นมาใหม่
🔴 ดังนั้น จึงไม่ต้องตกใจและไม่จำเป็นต้องหยุดทายา
✔️ ผลข้างเคียง :
❌ อาการแพ้จาก minoxidil
❌ การระคายเคืองจากสาร propylene glycol
❌ ขนขึ้นเยอะตามใบหน้า หรือบริเวณที่สัมผัส
🔴 ดังนั้น หากมีผื่นคัน หน้าบวมหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาว่าเป็นการระคายเคืองจากสาร PG หรือเป็นการแพ้ minoxidil
🔴 กรณีระคายเคือง PG อาจเปลี่ยนสูตรที่ไม่มี PG หรืออาจใช้เป็นรูปแบบ foam alcohol-based
🔴 กรณีเปลี่ยนสูตรแล้วไม่ดีขึ้น อาจเป็นจากการแพ้ minoxidil แนะนำหยุดใช้
✔️ ไม่แนะนำให้ใช้ในหญิงตั้งครรภ์
✔️ อาจมีบางผลิตภัณฑ์ที่ผสมกับ tretinoin solution, finasteride, amenexil ก็ใช้ได้

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

💰 Minodil
💰 Nuhair
💰 Regaine
💰 Reten Five

2️⃣⭐️ Topical finasteride
เป็น 5-alpha reductase inhibitors
✔️ แนะนำ 0.05% gel หรือ 0.1% lotion
✔️ ใช้คู่กับ topical minoxidil ได้ผลดีขึ้น

3️⃣⭐️ Topical antiandrogen
ที่มีบางรายงานว่าได้ผลในผู้ชาย แต่ไม่ค่อยได้ผลในผู้หญิง เช่น
✔️ Fluridil 2% solution ทาเช้าเย็น
✔️ Alfatraiol 0.025% lotion ทาเช้าเย็น

4️⃣⭐️ Topical prostglandin analogs
มีรายงานได้ผลในผู้ชายที่ผมบางไม่รุนแรงนัก
✔️ Latanoprost 0.1% วันละครั้ง

5️⃣⭐️ Topical ketoconazole shampoo
ใช้ร่วมกับ oral finasteride ก็ช่วยได้ดี
ใช้ 2-4 ครั้ง/สัปดาห์

6️⃣⭐️ Topical melatonin 0.1% ทาวันละครั้ง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

💰NutraM

7️⃣⭐️ Topical adenosine 0.75% ทาเช้าเย็น

8️⃣⭐️ Topical Saw palmetto (Serenoa repens) lotion ทาเช้าเย็น

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

💰Biothymus-M

9️⃣⭐️ Topical Cellium
ประกอบด้วยสารสกัดจาก Allium species, Citrus species

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

💰CG210
💰CG428

🔟⭐️ Topical Capixyl
ประกอบด้วย Acetyl tetrapeptide-3, Biochanin A

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

💰 Hirsuit

อ่านจบกันมั้ย และอย่าลืมว่า..การตอบสนองต่อการใช้ยาแต่ละชนิดในแต่ละบุคคลก็ไม่เหมือนกัน ทั้งหมดนี้อาจ เป็นทางเลือกเสริมให้ลองพิจารณาเลือกให้เหมาะกับตัวเองค่ะ
และหากไม่แน่ใจว่าคุณผมร่วงหรือผมบางจากภาวะนี้หรือไม่ แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจวินิจฉัย ก่อนเริ่มทำการรักษาอย่างถูกวิธี ไม่แนะนำให้ลองผิดลองถูกเพราะอาจเกิดผลข้างเคียงตามมา

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
No Sponsored Content
Product Mentioned: #minoxidil #finasteride #CG210 #CG428 #Hirsuit #BiothymusM #Nuhair #Regaine #RetenFive

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References
Int J of Women’s Dermato. 2018; 4(4): 203-211.
Am J Clin Dermatol. 2014; 15: 217-230.
Int J Trichology. 2012; 4(4): 236-247.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

10 ข้อสรุป ผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน ‼️

10 ข้อควรรู้ เรื่องผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน ‼️

👴🏻👴🏻👴🏻👴🏻👴🏻👴🏻👴🏻👴🏻👴🏻

1️⃣⭐️ ในเพศชาย เรียก Male Androgenetic Alopecia หรือ Male Patterned Hair Loss (MPHL) ในเพศหญิง เรียก Female Androgenetic Alopecia หรือ Female Patterned Hair Loss (FPHL)

ที่เรียกชื่อแบบนี้เพราะลักษณะของผมที่บาง จะมีแพทเทิร์นที่มีลักษณะเฉพาะ โดยมีปัจจัยหลัก 2 อย่าง คือ พันธุกรรม และ/หรือ ฮอร์โมน
👴🏻ดังนั้น บางคนอาจไม่มีพันธุกรรมร่วมด้วยก็ได้

2️⃣⭐️ ปัจจัยเรื่องฮอร์โมนแอนโดรเจนจะทำให้เส้นผมบางบริเวณมีขนาดเล็กลง โดย เพศหญิงมักเริ่มบางจากกลางศีรษะก่อน และ เพศชายมักเริ่มเถิกจากหน้าผากบริเวณขมับสองข้าง ขึ้นไปเป็นรูปตัว M ต่อมาจะเริ่มบางบริเวณกลางศีรษะ และหากเป็นเยอะก็จะลามออกมารวมกับด้านหน้า ดังรูป แต่ในเพศหญิงบางคนอาจบางรูปแบบของเพศชายได้
👴🏻ดังนั้น บริเวณที่ตอบสนองต่อการทายา คือบริเวณดังกล่าวนั่นเอง ส่วนบริเวณอื่นที่ไม่ได้มีอิทธิพลจากฮอร์โมนอาจต้องรักษาวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ปลูกผม

3️⃣⭐️ กรณีฝาแฝด หากคนหนึ่งผมบาง พบว่าส่วนมากอีกคนมักเกิดขึ้นเช่นกัน เพราะส่วนหนึ่งเกิดจาก ปัจจัยเรื่องพันธุกรรมร่วมด้วย
👴🏻ดังนั้น คู่แฝดส่วนใหญ่มัก หัวล้าน/ไม่ล้าน เหมือนกันทั้งคู่ แต่ก็ไม่เสมอไป 100%

4️⃣⭐️ คนหัวล้านหรือผมบาง ควรต้องระวังเรื่องการป้องกันแสงแดดให้ดี เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งผิวหนังที่บริเวณหนังศีรษะเพิ่มขึ้นได้
👴🏻ดังนั้น แนะนำให้ใส่หมวก กางร่ม เวลาออกกลางแดด และหากมีตุ่มหรือแผลผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อประเมิน

5️⃣⭐️ ในเพศหญิงอายุน้อยที่ผมบางเร็ว อาจมี ปัจจัยอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้เกิด FPHL ได้ เช่น ภาวะขาดธาตุเหล็ก ขาดวิตามินบางชนิด เป็นต้น
👴🏻ดังนั้น กลุ่มนี้แนะนำให้พบแพทย์เพื่อ ตรวจเลือดหาสาเหตุร่วมด้วยเสมอ ก่อนด่วนสรุปว่าเป็นจากฮอร์โมนหรือพันธุกรรมเพียงเท่านั้น เพราะคนไข้อาจเสียโอกาสในการรักษาด้วยวิธีอื่นที่ตรงสาเหตุร่วมด้วย

6️⃣⭐️ มีงานวิจัยพบว่าคนผมบางหัวล้านมีความกังวลและเครียดมากขึ้น บางรายมากจนถึงขึ้นเป็นโรคซึมเศร้า โดยเฉพาะเพศหญิงจะมากกว่าเพศชาย ซึ่งพบว่า คนไม่ประสบปัญหานี้อาจไม่เข้าใจ
👴🏻ดังนั้น แนะนำว่าหากเป็นไปได้ไม่ควรล้อเลียนผู้อื่นเรื่องนี้ เพราะอาจเป็นปัจจัยทำให้สภาวะทางจิตใจแย่ไปกว่าเดิม

7️⃣⭐️ เพศชายที่ผมบางตั้งแต่ Grade 3 ขึ้นไป ก่อนอายุ 30 ปี (โดยเฉพาะคนที่ผมบางกลางศีรษะ > เถิกที่หน้าผาก) พบมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดมากขึ้น
👴🏻ดังนั้น ควรหมั่นดูแลสุขภาพให้ดี ดูแลเรื่องอาหารการกิน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

8️⃣⭐️ ภาวะนี้ไม่เร่งด่วน การรักษาขึ้นกับความต้องการและความพึงพอใจของแต่ละคน และการรักษาในแต่ละวิธีต้องอาศัยความต่อเนื่องไปตลอด ไม่ว่าจะกินหรือทายา หรือแม้กระทั่งปลูกผมแล้วก็ยังต้องกินยาและทายาต่อไป เพราะหากหยุดการรักษาก็อาจทำให้ ผมกลับมาบางได้อีก
👴🏻ดังนั้น ควรตัดสินใจก่อนเริ่มการรักษาให้ดีก่อนเริ่มต้นการรักษาไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม และการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนต่อการรักษาแต่ละวิธีก็ไม่เหมือนกัน เนื่องจากขึ้นกับหลายปัจจัย และหากไม่แน่ใจก็ แนะนำปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินก่อนว่าเป็นภาวะนี้จริงหรือไม่ ก่อนเริ่มทำการรักษา

9️⃣⭐️ การรักษามีหลายวิธี

✔️ ใส่วิก

✔️ ยาทา ได้แก่
▫️ Topical minoxidil (FDA approved)
3-5% minoxidil ในเพศชาย
2% minoxidil ในเพศหญิง
**ระยะเวลาเริ่มเห็นผลชัดเจน คือ 6-12 เดือน
**หลังเริ่มใช้อาจมีผมร่วงมากขึ้นใน 2-8 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นต่อไปผมจึงจะเริ่มขึ้น
**หากหยุดทายา ผมจะเริ่มกลับมาร่วงใน 4-6 เดือน
**ผลข้างเคียง แพ้ระคายเคือง
▫️Topical finasteride 0.1%
▫️Topical anti-androgen เช่น fluridil, alfatradiol 0.025%
▫️Latanoprost, ketaconazole shampoo

✔️ ยารับประทาน ได้แก่
▫️Finasteride 1-5 มก ต่อวัน (เพศชาย), 2.5-5 มก ต่อวัน (หญิงวัยหมดประจำเดือน) (FDA-approved)
**อาจทำให้ระดับ serum PSA ลดลงได้ประมาณ 50% แนะนำให้ตรวจระดับ serum PSA ก่อนให้ยา เพื่อป้องกัน false negative กรณีมะเร็งต่อลูกหมาก
▫️Dutasteride 0.5-2.5 มก ต่อวัน
**ประสิทธิภาพดีกว่า แต่ half life นานกว่า finasteride จึงควรหยุดยาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนบริจาคเลือด
**ผลข้างเคียง พบใน dutasteride มากกว่า finasteride ได้แก่ ความต้องการทางเพศลดลง (1.9%), อวัยวะเพศไม่แข็งตัว (1.4%) ซึ่งพบไม่บ่อย และดีขึ้นกลับเป็นปกติเมื่อหยุดยา
▫️ Minoxidil 5 มก ต่อวัน
▫️กรณีเพศหญิง ยาที่อาจใช้ได้ คือ Oral anti-androgens ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช้ในเพศชาย ได้แก่ Spironolactone, Cyproterone acetate

✔️ Platelet rich plasma (PRP)

✔️ Low Level Laser Therapy (LLLT)

✔️ การปลูกผม (Hair transplantation)
แนะนำเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นมาแล้ว 1-2 ปี และยังไม่ได้ผลที่พึงพอใจ

✔️ การสักอณูสี (Scalp micropigmentation)
มักทำในคนที่ผมบางระยะท้าย ๆ ที่กว้างเกินไปสำหรับการปลูกผม

🔟 แชมพูหรือสเปรย์ที่มี Evidence-based —> ถ้ามีคนอยากรู้จะมาต่อรีวิวตอนที่ 2

References
Cranwell W, Sinclair R. Male Androgenetic Alopecia. [Updated 2016 Feb 29]. Endotext
J Eur Acad Dermtol Venereol. 2018; 32(12): 2112-2125.
J Dtsch Dermatol Ges. 2007; 5: 391-5.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

เรื่องสิว..ที่ไม่ใช่แค่สิว ‼️

8ข้อสรุปการดูแลปัญหาผิวจากอิทธิพลของฮอร์โมนและถุงน้ำรังไข่หลายใบ ‼️

ขอถือโอกาสในเดือนแห่ง PCOS นี้ พูดถึงความผิดปกติของผิวหนังที่พบได้ในโรคนี้สั้น ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักว่าอาจจะมีความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย ที่ควรต้องไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเพิ่มเติมนะคะ

1️⃣⭐️ ความผิดปกติของผิวหนังและเส้นผมในภาวะนี้ เกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายเป็นหลัก ทำให้เกิดสิว, ขนดก, ผมบาง และรอยคล้ำที่คอหรือซอกพับต่าง ๆ ตามมา นอกจากนั้นบางคนอาจมีความผิดปกติของประจำเดือนที่มาไม่สม่ำเสมอร่วมด้วย
✔️ ดังนั้น หากมีอาการเหล่านี้ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เพราะหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ภาวะนี้อาจส่งผลในเรื่องเมตาโบลิสม เช่น เบาหวาน อ้วน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ ไขมันเกาะตับ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ในอนาคต
(ซึ่งในโพสนี้จะกล่าวถึงเฉพาะปัญหาทางผิวหนังเท่านั้น)

2️⃣⭐️ สิวที่พบ มักรุนแรงและเรื้อรัง พบได้ทั้งที่เป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบ มักพบบริเวณใบหน้าครึ่งล่าง ตามแนวขากรรไกร คอ หน้าอก ท้อง หลังส่วนบน และพบว่าส่วนใหญ่มีหน้ามันร่วมด้วย หรือพบเป็นสิวในวัยผู้ใหญ่ และไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาด้วยยามาตรฐาน
✔️ ดังนั้น ใครมีสิวลักษณะดังกล่าว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเรื่องฮอร์โมนหรือถุงน้ำรังไข่เพิ่มเติม และการรักษานอกจากยามาตรฐานแล้ว อาจต้องได้รับยาในกลุ่มฮอร์โมนเพิ่มเติม เช่น ยาคุมกำเนิด OCPs, ยาปรับฮอร์โมน เช่น Spironolactone, flutamide

3️⃣⭐️ ยาปรับฮอร์โมน ทั้ง OCPs และกลุ่มที่ไม่ใช่ยาคุม เป็นยาที่ต้องควบคุมการใช้โดยแพทย์เฉพาะทาง บางคนอาจมีข้อห้ามของการใช้ยา และอาจได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เช่น หลอดเลือดดำอุดตันในอวัยวะต่าง ๆ, สมองขาดเลือด, โรคหัวใจ, มะเร็งเต้านม, เกลือแร่ผิดปกติจนเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ หากรุนแรงอาจเสียชีวิตได้
✔️ ดังนั้น ไม่แนะนำให้ซื้อรับประทานเอง และก่อนสั่งจ่ายยาเหล่านี้ควรพิจารณาให้ดีว่าจำเป็นหรือไม่ เมื่อเทียบกับความเสี่ยงของยาที่ผู้ป่วยได้รับ โดยให้พิจารณาการรักษาเป็นราย ๆ

4️⃣⭐️ เรื่องขนดก (Hirsutism) พบได้ 60% แต่บางคนอาจไม่มีขนดกก็ได้ การรักษามีหลายวิธีที่มีงานวิจัยว่าช่วยได้ ได้แก่
✔️ ยาปรับฮอร์โมน ทั้ง OCPs และกลุ่มที่ไม่ใช่ยาคุม (คล้าย ๆ รักษาสิว) แต่ขนาดการรักษาอาจแตกต่างกัน ซึ่งแพทย์เป็นผู้พิจารณา
✔️ ยา Metformin
✔️ ยาทา Topical eflornithine hydrochloride ซึ่ง FDA-approved สำหรับการใช้รักษาภาวะขนดกที่หน้า

5️⃣⭐️ เลเซอร์กำจัดขน หรือ IPL ยังมีข้อมูลวิจัยในกลุ่มคนที่เป็น PCOS ไม่มากนัก
ดังนั้น หากใช้การรักษาด้วยวิธีนี้เพียงอย่างเดียว อาจทำให้ปัญหากลับมาได้เหมือนเดิม ในปัจจุบันยังแนะนำให้รักษาด้วยยาปรับฮอร์โมน ควบคู่ไปด้วยกันเสมอ

6️⃣⭐️ เรื่องอาหารและการควบคุมน้ำหนัก
✔️ ในแง่รอยดำคล้ำ พบว่าช่วยได้ดี
✔️ ในแง่ขนดก มีบางรายงานพบว่าการจำกัดแคลอรี่และการลดน้ำหนักลง 5% ใน 4 สัปดาห์ ช่วยให้ดีขึ้นได้ 30% แต่บางงานวิจัยพบว่าไม่ได้ผล อาจลองนำไปปฏิบัติและดูผลการตอบสนองเป็นรายไป
✔️ ในแง่สิว พบว่าสิวดีขึ้นได้ถ้าหากควบคุมอาหารจำพวกที่ทำให้น้ำตาลสูงขึ้น เพราะการเกิดสิวส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในกระแสเลือดที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยระยะเวลาเห็นผลสิวยุบลงคือ ประมาณ 4-6 สัปดาห์

7️⃣⭐️ เรื่องคอดำรักแร้และข้อพับดำคล้ำ หรือ เรียกว่า acanthosis nigricans พบว่าส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลินและน้ำหนักเกิน
✔️ การรักษาหลักคือ ลดน้ำหนัก ควบคุมระดับอินซูลินด้วยยาบางชนิด เช่น metformin, thiazolidinedione, octreotide
✔️ กลุ่มยาทาอื่นเพื่อเสริมการรักษา เช่น
Oral isotretinoin 3 mkd
Fish oil 10-20 กรัมต่อวัน
Topical calcipotriene, retinoids, hydroquinone
Chemical peeling
Alpha lipoic acid
อย่างไรก็ตามพบว่า หากหยุดการรักษา ภาวะนี้มักกลับมาเป็นใหม่ได้อีก

8️⃣⭐️ เรื่องผมบาง อิทธิพลของฮอร์โมนเพศชายจะทำให้ผมมีเส้นเล็กลง และปริมาณลดลงได้ ซึ่งปัญหานี้พบไม่บ่อยเท่าปัญหาอื่น แต่มีผลต่อสภาพจิตใจไม่น้อย การรักษาใช้ยาปรับฮอร์โมนเป็นหลัก เช่น ยาคุม OCPs, Spironolactone, Finasteride หรืออาจใช้ยาทาในกลุ่ม Minoxidil โดยแนะนำผู้ชาย 5% ผู้หญิง 2% ก็ได้ผลดี แต่การตอบสนองต้องอาศัยระยะเวลาหลายเดือน
ดังนั้น ต้องใจเย็นและหากหยุดยา ก็อาจกลับไปผมบางได้อีก

ภาวะ PCOS นอกจากจะมีปัญหาผิวหนังและเส้นผมตามข้างต้นแล้ว ยังอาจมีอาการอื่นได้อีก เช่น
✅ ประจำเดือนผิดปกติ
✅ ตรวจอัลตราซาวด์พบว่ามีถุงน้ำหลายใบในรังไข่
✅ เบาหวาน, ภาวะอ้วน
ซึ่งต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมและร่วมดูแลของแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เช่น หมอผิวหนัง หมอต่อมไร้ท่อ หมอสูตินรีเวช หมอมะเร็ง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต เช่น
✅ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
✅ ความเครียดและซึมเศร้า
✅ ภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจ, โรคอัมพฤกษ์

หมอผิวหนังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลโรคนี้ และจะถือเป็นด่านแรก ๆ ก็ว่าได้ที่มีส่วนช่วยในการวินิจฉัยโรค ทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากพบความผิดปกติที่ไม่แน่ใจ ก็แนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี
หมอเจี๊ยบ💕💕💕


▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
References
Clin Cosmet Investig Dermatol 2018; 11: 407-413.
J Am Acad Dermatol 2014; 71: 859.e1-15.
Am J Clin Dermatol 2007; 8 (4): 201-219.

บทความลิขสิทธิ์ Copyright ©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

วิธีง่ายๆใส่แมสก์ไม่ให้ฝ้าขึ้นแว่น ‼️

วิธีง่ายๆใส่แมสก์ไม่ให้ฝ้าขึ้นแว่น ‼️

เป็นอีกงานวิจัยที่น่าสนใจ เพิ่งตีพิมพ์ลงใน Journal of American Academy of Dermatology เมื่อ 14 สิงหาคม 2563

แนะนำวิธีง่าย ๆ ในการสวมแมสก์ไม่ให้ฝ้าขึ้นแว่น

วิธีที่ 1️⃣
บีบโครงเหล็กด้านบนให้เป็นรูปเต็นท์ เพื่อเป็นช่องให้อากาศและความชื้นจากการหายใจของเราผ่านออกมา แทนที่จะไปกระทบกับแว่นตา

วิธีที่ 2️⃣
ติดเทปกาวที่ขอบบนของแมสก์ โดยให้ขอบแมสก์อยู่กึ่งกลางระหว่างความกว้างของแถบกาว และความยาวของเทปกาว ควรยาวอย่างน้อยจากจุดกึ่งกลางม่านตาทั้งสองข้าง

นอกจากนั้นยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยได้ เช่น การติดแผ่นไฮโดรเจล หรือการใช้สเปรย์ antifog ซึ่งก็ได้ผลเช่นกัน แต่ก็จะเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้น

โพสนี้หมอนำมาแชร์เพราะเห็นว่ามีประโยชน์ และเป็นวิธีง่าย ๆ ที่สามารถนำไปลองปรับใช้ในชีวิตจริงในโลกปัจจุบันที่มีความจำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากกันค่ะ

ใครเคยลองวิธีไหนบ้าง มาแชร์ให้เพื่อน ๆ รู้ได้เลยนะคะ

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
Reference ในรูป

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

“ดอกเล็บ” ทางการแพทย์เรียกว่า “Leukonychia Punctata”

เคยเป็นไหม..เล็บมีเส้นเล็กๆสีขาว ..ดังรูป

Reference: Expert Rev. Dermatol. 2012;7(6),569–578.

บางคนเรียกว่า “ดอกเล็บ
ทางการแพทย์เรียกว่า “Leukonychia Punctata
ลิวโคไนเคีย พังตาตา

คือ การที่มีสีขาวเส้นเล็ก ๆ อยู่บนแผ่นเล็บ

(โพสนี้ไม่รวมถึงการที่แผ่นเล็บมีสีขาวแบบอื่น ๆ ที่ไม่เหมือนในรูปนะคะ)

มักเกิดจากมีการกระแทกเล็กน้อย อุบัติเหตุเบาๆ กัดเล็บ จิกเล็บ ฉีกเล็บ หรือ บางคนเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

พบบ่อยในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

สีขาวเมื่อเกิดแล้วจะยังคงอยุ่ ไม่สามารถจางหายไปได้เอง

แต่จะค่อย ๆ เลื่อนจากโคนออกไปตรงปลาย ตามความยาวของเล็บที่งอกเพิ่มขึ้น ส่วนมากประมาณ 0.8-1 มิลลิเมตร ต่อ เดือน (คร่าว ๆ)

ดังนั้น เราอาจคาดเดาได้ว่า สีขาวนี้จะหมดไปเมื่อใด โดยวัดระยะจากเส้นสีขาวถึงปลายเล็บ หาร 0.8 จะได้ระยะเวลาออกมาเป็นเดือน

ภาวะนี้ไม่เป็นอันตราย ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ใช่โรคติดเชื้อ เพียงแต่รอเวลาให้หายไปเอง ไม่ต้องเครียดไม่ต้องตกใจ

หากไม่แน่ใจว่าเป็นภาวะนี้หรือไม่ แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะผิวหนังร่วมวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างถูกวิธีค่ะ

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

รวมวิธีแก้ 6 ปัญหาเท้านักวิ่ง

ปัญหาเท้านักวิ่ง runner

นักวิ่งทั้งหลายใครมีปัญหาเท้าแบบในรูปบ้าง ⁉️

1. ตาปลาและตุ่มน้ำพอง

เกิดจากการเสียดสีที่เดิมซ้ำ ๆ

วิธีแก้
• ควรเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับรูปเท้า หรืออาจใช้ตัวแผ่นรองกันเสียดสีช่วยได้ ถ้าเป็นแล้วอย่าใช้กรรไกรสกปรกตัดหรือฝานเองเนื่องจากอาจติดเชื้อได้
• หากเท้าเริ่มหนาตัว แข็งด้าน อาจทาวาสลีน หรือ ครีมยูเรียบ่อย ๆ

2. เชื้อราที่เล็บที่ง่ามนิ้วที่เท้า

เกิดจากเหงื่อ ความอับชื้น

วิธีแก้
• ใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้า ไม่แน่นจนเกินไป สวมรองเท้าคัทชูและถุงเท้าเท่าที่จำเป็นเพื่อลดการอับชื้น
• ใช้ antifungal spray พ่น หรือโรยด้วย antifungal powder ที่รองเท้าและถุงเท้าก่อนสวมใส่เป็นประจำ เช่น clotrimazole powder หรือ spray ช่วยลดกลิ่นเท้า และป้องกันการเกิดเชื้อราได้
• งดเดินเท้าเปล่า
• สวมรองเท้าอาบน้ำในที่สาธารณะป้องกันการติดเชื้อจากพื้น
• หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าผู้อื่น
• หลีกเลี่ยงการใช้กรรไกรตัดเล็บร่วมกัน

3. เลือดคั่งใต้เล็บ

เกิดจากกระแทกเสียดสีซ้ำ ๆ กับหน้ารองเท้า
ยิ่งวิ่ง Hard-core, long runner วิ่งที่ชัน เปลี่ยนทิศทางวิ่งจะเป็นได้บ่อย

วิธีแก้
• ตัดเล็บสั้นเสมอ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุต่อเล็บ เล็บ
• ปรับรองเท้าให้เหมาะสม ไม่บีบหน้าเท้า ไม่หลวมเกินไป

4. เท้าเหม็นเป็นรู

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย บางรายอาจมีการติดเชื้อราแทรกซ้อนตามมาได้ เท้าจะเหม็นมาก

วิธีแก้
• ทายาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Erythromycin gel, Clindamycin gel หากรุนแรงอาจต้องกินยาร่วมด้วย
• ทายา Benzoyl peroxide
• หากมีการติดเชื้อราแทรกซ้อน ทายาฆ่าเชื้อรา

5. เหงื่อเท้าออกมาก

วิธีแก้

• การรักษามาตรฐาน คือ ทายากลุ่ม 20% Aluminum chloride
• ฉีด botulinum toxin ลดเหงื่อ
• ปัจจุบันมีแบบแผ่นเช็ดหรือครีมทาลดเหงื่อก็ได้ผลดี สามารถใช้กับรักแร้ เท้า หลังได้หมด

6. ตุ่มปูดที่เท้า Piezogenic Pedal Papules

วิธีแก้
• ไม่มียารักษา ต้องลดการเดินหรือวิ่ง หรือลดน้ำหนักจะช่วยได้
• หากปวดมาก ไปพบแพทย์เพื่อฉีดยา

——————————————

อ่านบทความย้อนหลังที่ https://helloskinderm.com

รวมลิ้งค์ https://opl.to/drwarayuwadee

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.