เคล็ดลับการดูแลริมฝีปากให้นวลนุ่มน่าสัมผัส

💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋

เราทุกคนล้วนอยากมีริมฝีปากที่นุ่มชุ่มชื้น ไม่มีขุย ไม่แห้งแตก ลองมาดูวิธีกัน

💯 ทาลิปบาล์มหรือลิปมอยส์เจอไรเซอร์ ก่อนนอน และ ทาบำรุงบ่อย ๆ ในระหว่างวัน โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาวหรือคนที่ทำงานในห้องแอร์

✔️ เลือกเป็นส่วนผสมที่ระคายเคืองน้อย ทำจากธรรมชาติ [รูป 2] และหากเป็นไปได้ควรเลี่ยงสารสังเคราะห์ หรือส่วนผสมที่อาจก่อความระคายเคืองได้บ่อย [รูป 3]
✔️ หยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้น หากพบมีอาการที่บ่งบอกถึงการระคายเคือง เช่น คัน แสบ แดง ออกร้อนบริเวณที่ทา
✔️ แนะนำชนิดที่ไม่มีน้ำหอม (fragrance free) เพื่อลดการระคายเคืองหรือผื่นแพ้สัมผัส

รูป 2
รูป 3

💯 หากริมฝีปากแห้งแตกและเป็นขุยมาก แนะนำลิปบาล์มที่เป็นเนื้อขี้ผึ้ง เช่น Petroleum jelly เพราะจะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นและลดการระเหยน้ำออกจากผิวได้ดีกว่า

💯ปกป้องริมฝีปากจากแสงแดดด้วยลิปบาล์มที่ผสมสารป้องกันแสงแดดก่อนออกจากบ้าน

✔️ อย่างน้อย SPF 30 ขึ้นไป
✔️ มีส่วนผสมของ Titanium oxide และ/หรือ Zinc oxide
✔️ ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

💯 ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของริมฝีปาก

💯 ไม่กัด แทะ ฉีก เล็ม เลียริมฝีปาก บางท่านอาจเข้าใจว่าการเลียที่ริมฝีปากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ แต่ความจริงแล้วหลังจากที่น้ำลายระเหยไป จะทำให้ผิวบริเวณนั้นยิ่งแห้งแตกกว่าเดิม
ท่องไว้ว่า..หากรู้สึกริมฝีปากแห้ง ควรหยิบลิปบาล์มขึ้นมาทาทันที อย่าเลีย อย่าแกะ

💯 หลีกเลี่ยงการเจาะหรือติดริมฝีปากด้วยเครื่องประดับที่ทำจากโลหะ เพราะอาจเกิดการแพ้สัมผัส ระคายเคืองได้

💯 ใช้เครื่องทำความชื้น (Humidifiers) โดยเฉพาะช่วงเวลาอากาศแห้งในฤดูหนาว เพราะจะส่งผลให้ผิวแห้งได้

💯 หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

💯 สามารถสครับหรือขัดริมฝีปากอย่างอ่อนโยน (เน้นว่าเบาและอ่อนโยน) อาจใช้ผลิตภัณฑ์สครับหรือแปรงสีฟันขนอ่อน ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้

💯 ช่วงที่ปากแห้งมาก ๆ ควรเลี่ยงอาหารพวกรสจัด ตระกูลส้ม เครื่องเทศ เพราะอาจทำให้ระคายเคืองเพิ่มขึ้นได้

สุดท้ายที่อยากฝากไว้ ภาวะปากแห้งแตกอักเสบอาจเกิดจากสาเหตุได้จากหลายอย่าง เช่น ผิวแห้ง ติดเชื้อ ภูมิแพ้ แพ้ยาสีฟัน ขาดวิตามินบางชนิดหรือผื่นแพ้แดดต่าง ๆ หากไม่แน่ใจแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังร่วมดูแลจะดีที่สุดค่ะ

หากมีคำถามที่อยากให้หาคำตอบมาให้ หรือใครมีประสบการณ์อยากร่วมแชร์ สามารถคอมเมนท์ในโพสนี้ได้เลยค่ะ หวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ

Reference : เนื้อหาบางส่วนจาก American Academy of Dermatology, Dermatologist recommendation

When in doubt,
Ask your Board-certified Dermatologist

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s