จริงหรือไม่กับความเชื่อที่ว่า.. กินช๊อคโกแลต กินขนมปัง แล้วสิวเห่อ

🍫🍮🎂🍭🥧🍨🍦🍿🧃🥤🍰🍹

ข้อเท็จจริงในเรื่องของ “อาหาร” กับ “การเกิดสิว” ที่มีหลักฐานจากงานวิจัยมีดังนี้

อาหารในกลุ่มที่มีค่าดัชนี้น้ำตาลต่ำ (Low-glycemic diet) ช่วยลดการกระตุ้นให้เกิดสิวได้

เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว ข้าวโอ๊ต เป็นต้น โดยทั้งนี้เกี่ยวกับระดับน้ำตาลในกระแสเลือดหลังรับประทานอาหาร โดยถ้าหากระดับสูง จะส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบในร่างกายมากขึ้น และยังส่งผลให้มีการสร้าง sebum มากขึ้น เป็นผลให้เกิดสิวมากขึ้นตามมา
งานวิจัยพบว่า การเปลี่ยนมาทานอาหารโลว์จีไอทำให้สิวลดลงเกือบ 90% ในเวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์

✅ การดื่มนม (ไม่รวมนมปั่น) สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้

ถึงแม้ milk จัดอยู่ในกลุ่ม low glycemic index แต่มีรายงานพบว่าการดื่มนม ไม่ว่าจะเป็น whole, low-fat, skim milk ทำให้เกิดสิวมากขึ้น โดยข้อสันนิษฐานว่ามีฮอร์โมนบางชนิดในนม ทำให้เกิดการอักเสบและกระตุ้นสิวมากขึ้น
โดยปริมาณการดื่มที่ทำให้เกิดสิวนั้นยังไม่แน่ชัด จากงานวิจัยหนึ่งพบว่า เด็กที่ดื่ม skim milk มากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีสิวเยอะกว่าเพื่อนชัดเจน

✅ ผลิตภัณฑ์จากนมอย่างอื่น ยังไม่มีรายงานว่าทำให้กระตุ้นการเกิดสิว

ไม่ว่าจะเป็น โยเกิร์ต, ชีส 🧀

ยังมีอาหารอีกมากมายที่บางท่านเชื่อว่า ตนเองรับประทานแล้วทำให้สิวเห่อมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจริงหรือไม่

DERMATOLOGIST RECOMMEND….🏆🏆🏆
สิ่งที่แพทย์เฉพาะทางผิวหนังแนะนำคือ

🥇ให้ลองสังเกตว่าอาหารที่ท่านสงสัยนั้น เมื่อทานแล้วทำให้เกิดสิวมากขึ้นหรือไม่ และ ลองหยุดรับประทานอาหารเหล่านี้ดูประมาณ 1 เดือน แล้วดูว่าสิวลดลงหรือไม่ จะช่วยบอกได้คร่าว ๆ ว่า อาหารนั้น ๆ กระตุ้นสิวได้จริงหรือ

🥇 การรักษาสิวให้ถูกวิธี ไม่เพียงแต่การเลือกทานอาหารเท่านั้น ยังขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทายาสิว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับสภาพผิว การมาติดตามการรักษาตามนัดแพทย์ เพื่อให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด

Reference : https://www.aad.org/diet

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

ไม่อยากผิวแก่ ต้องใช้ครีมอะไรดี

How to approach “Healthy skin aging” ไม่ว่าจะใช้สารพัดครีมอะไร แต่สิ่งที่ควรมีในแต่ละวันคือ 4 ไอเทมนี้นะจ๊ะ

1. Sunscreen

ครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้ง UVA, UVB อย่างน้อย SPF30 หากเป็น physical sunscreen ควรอย่างน้อย 5% zinc oxide

2. Antioxidants

ช่วยป้องกันการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระและรังสียูวี

3. Exfoliants

ครีมผลัดเซลล์ผิว ช่วยปรับสภาพผิวให้สมบูรณ์ ผลัดเอาเซลล์ผิวชั้นบนที่ตายแล้วให้หลุดออกไป โดยไม่ทำให้ผิวหนังบางลง กลุ่มนี้ เช่น alpha hydroxy acid


4. Retinoids and Growth factors

ยาทากลุ่มวิตามินเอนั้นดีงามทุกคนทราบ ส่วน GF จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดการกับกระบวนการต่าง ๆ ในเซลล์ผิวที่ทำให้ผิวชรา

เรียบเรียงโดย
แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ
อายุรแพทย์โรคผิวหนัง
©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

การปฏิบัติตัวที่ถูกวิธีสำหรับผู้ป่วยเอสแอลอี

ที่มาของภาพจาก JAMA Dermatol. 2019;155(12):1417.

จากรูป เป็นลักษณะของ Typical Photosensitivity rash in SLE ที่ต้องดูให้เป็น

อย่าลืมแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกวิธีให้แก่ผู้ป่วยทุกครั้ง ถึงแม้ SLE เป็นโรคที่ไม่หายขาด แต่ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอและการปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธีจะช่วยให้โรคสงบลงได้ ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป

การปฎิบัติตัวที่ถูกวิธีทำได้ดังนี้

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ
  2. หลีกเลี่ยงความเครียด
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  4. ทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกทุกครั้ง ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง
  5. หลีกเลี่ยงการเข้าสถานที่ชุดชนแออัด และเลี่ยงการใกล้ชิดบุคคลที่มีการติดเชื้อที่อาจแพร่ทางการหายใจได้ ควรใส่หน้ากากป้องกันเสมอ
  6. หลีกเลี่ยงแสงแดดช่วง 10-16.00 น. และหากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป โดยทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง สวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม สวมเสื้อแขนยาว หากเป็นไปได้ควรเดินหลบตามร่มเงาต้นไม้หรือตึกสูง
  7. คุมกำเนิดขณะโรคยังไม่สงบ เลี่ยงการใส่ห่วงเพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้ หากโรคสงบสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องอยู่ในการเตรียมพร้อมและดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนยาบางชนิดในขณะตั้งครรภ์
  8. มาติดตามการรักษาตามนัดสม่ำเสมอ ไม่ปรับยา หรือซื้อยาอื่นทานเองเนื่องจากยาบางชนิดอาจทำให้โรคกำเริบได้
  9. หากมีอาการของโรคกำเริบ เช่น ไข้ ปวดข้อ ผมร่วง ผื่นแพ้แสง แผลในปาก ปัสสาวะเป็นฟองหรือออกน้อยลง ปวดท้อง ขาบวม เป็นต้น ให้รีบมาพบแพทย์ก่อนนัดทันที
  10. หากต้องเข้า รพ. หรือ ร้านยา ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรร้านยาเสมอว่ามีโรคประจำตัวเป็นเอสแอลอี

เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
HELLO SKIN

Skin signs in Pheochromocytoma

วันนี้สอนเรสิเด้นว่า เมื่อไหร่เจอเคส Pheochromocytoma ควรต้องมองหา Genetic syndrome เสมอ ที่เจอบ่อย ๆ และต้องรู้ก็ประมาณนี้ ลองอ่านดูค่ะ


เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง

บทความลิขสิทธิ์ HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

อย่าลืมปรุงเห็ดชิตาเกะให้สุกก่อนรับประทานนะคะ

ภาพผื่นของผู้ป่วย (ที่มา JAAD Case Reports 2015;1:117-9.)

ผู้ป่วยชาย 23 ปี มาพบหมอที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการผื่นคันตามรอยเกา และมีตุ่มหนองเล็กๆทั่วตัว โดยเฉพาะที่คอและซอกพับ ผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ

ประวัติเพิ่มเติมคือ ทานเห็ดชิตาเกะที่ปรุงไม่สุกก่อนมีผื่นขึ้น

ตรวจร่างกายดังรูป พบมี
✔️ Pruritic erythematous to violaceous streaks distributed in flagellate pattern symmetrically over his limbs, becoming confluent over his chest and scalp
✔️ Discrete pustules on trunk and intertrigenous area

🌈 ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
🔹 Skin prick test ต่อ Uncooked Shiitake mushroom ให้ผล positive

ภาพ Skin prick test positive (ที่มา JAAD Case Reports 2015;1:117-9.)

🌈 ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น

Pustular flagellate dermatitis due to consumption of shiitake mushroom หรือเรียกว่า Shiitake toxicoderma หรือ Shiitake dermatitis

หลังได้รับการรักษาด้วยยาทากลุ่มสเตอรอยด์ ผื่นยุบดีในเวลา 2 สัปดาห์

ภาพผื่นหลังการรักษา 2 สัปดาห์ (ที่มา JAAD Case Reports 2015;1:117-9.)

สิ่งที่ได้เรียนจากเคสนี้

🍄 Shiitake mushroom หรือ Lentinula edodes เป็นเห็ดที่นิยมทำมารับประทานเป็นอย่างมาก หรือที่บ้านเราเรียก “เห็ดหอม” นั่นเอง และมีโอกาสทำให้เกิดอาการผื่นแพ้ดังกล่าวได้หากไม่ปรุงให้สุกก่อนรับประทาน

🍄 ผู้ป่วยมักเกิดผื่น 12 ชั่วโมง ถึง 5 วัน หลังทานเห็ดชิตาเกะที่ปรุงไม่สุก เนื่องจากผ่านกลไล delayed-type Systemic hypersensitivity ต่อ Lentinan ซึ่งเป็นสาร allergen ที่พบในเห็ดชนิดนี้ โดยสามารถถูกทำลายได้ที่อุณหภูมิ 130-145 องศาเซลเซียส

🍄 ผื่นที่เกิดเป็นเส้นตามรอยเกานั้นเกิดจากปรากฏการณ์ของ koebner phenomenon

🍄 Flagellate dermatitis นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในภาวะอื่นๆได้ ดังนี้ค่ะ
⭐️ Dermatomyositis
⭐️ Adult-onset Still’s disease
⭐️ Drugs: docetaxel, bleomycin

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

ที่มา

JAAD Case Reports 2015;1:117-9.

👩🏻‍⚕️ เรียบเรียงบทความโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง

HELLO SKIN

OWR or HHT

เคสสวย ๆ จาก NEJM ที่พบเจอได้เรื่อย ๆ และอาจนำมาสอบ long case ได้

Credit ภาพ https://nej.md/2Ku5WxD

“ผู้ป่วยหญิง 74 ปี มีแขนขาซีกซ้ายอ่อนแรง สาเหตุเป็นจาก acute Rt MCA infarction
ตรวจร่างกายที่ปากและมือเจอดังภาพ
เมื่อเห็นดังนี้แล้ว ทำให้เรานึกถึง Hereditary hemorrhagic telangiectasia”

มาทำความรู้จักโรคนี้กันคร่าว ๆ ค่ะ

Hereditary hemorrhagic telangiectasia หรือ Osler Weber Rendu disease (OWR)

เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ autosomal dominant เกิดจากมีความผิดปกติของหลอดเลือดที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย

อาการแสดง
บางรายไม่มีอาการ บางรายมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการแรกเริ่มในวัยเด็ก ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วย “เลือดกำเดาไหล” (Earliest sign คือ epistaxis)
หลังจากนั้นเมื่ออายุมากขึ้น จะเริ่มมีอาการแสดงของอวัยวะที่ผิดปกติจากการมีหลอดเลือดโป่งพองในที่ต่าง ๆ (Visceral arteriovenous malformation) เช่น AVMs of liver, lung, brain

✔️ Epistaxis
เกิดจาก telangiectasia of nasal mucosa ซึ่งพบว่ามีปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญได้แก่ ท่าทาง, สภาพอากาศร้อนชื้น, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อาหารเผ็ด, อาหารที่มี salicylate สูง, อาหารที่กระตุ้นไมเกรน

✔️ GI bleeding
เกิดจาก
1) telangiectasia along GI tract สามารถพบได้ทุกที่ บ่อยที่สุดที่ stomach, duodenum, colon เมื่อส่องกล้องจะพบ telangiectasia with surrounded anemic halos
2) AVMs ต้องอาศัยการวินิจฉัยด้วย angiography

✔️ Iron deficiency anemia
จาก blood loss

✔️ Characteristic telangiectasia
บริเวณ lip, oral mucosa, fingertips

✔️ Pulmonary AVMs พบ 50%
เริ่มพบเมื่อวัยรุ่น puberty อาจส่งผลให้เกิด systemic venous blood bypass ไปสู่ normal pulmonay circulation เป็นผลให้เกิด paradoxical embolic stoke, brain abscess, migraine

✔️ Hepatic AVMs พบ 30%
อาจทำให้เกิด high output heart failure


✔️ Cerebral AVMs พบ 10%
อาจทำให้เกิด hemorrhagic stroke ตามมา

🌟 ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ

  • High output heart failure
  • Portal hypertention
  • Liver failure
  • Hemoptysis
  • Polycythemia
  • Cerebral abscess
  • Stroke : จากหลายสาเหตุ ได้แก่ intracranial bleeding from AVMs, Paradoxical embolic stoke

🌟 Criteria วินิจฉัย
ตาม International consensus diagnostic criteria for HHT

  1. Spontaneous and recurrent nose bleeding
  2. Multiple mucocutaneous telangiectasia at characteristic sites
  3. Visceral involvement
  4. 1st degree relative with HHT
    โดยแบ่งเป็น
    Definite (3/4 ข้อ)
    Suspected (2/4 ข้อ)
    Unlikely (0/4 ข้อ)

🌟 สามารถยืนยันการวินิจฉัยด้วย genetic testing ตรวจหา Mutation of ENG, ACVRL1, SMAD4

🌟 การรักษา ขึ้นกับอวัยวะที่แสดงอาการผิดปกติ
ในรายที่ยังไม่แสดงอาการ แนะนำให้ตรวจ screening for Pulmonary AVMs

🌟 กรณีหญิงตั้งครรภ์ พบมี 1% risk of death จากสาเหตุดังนี้
PAVM hemorrhage
Cerebral hemorrhage
Thrombotic complication

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง All rights reserved.

CPG Anaphylaxis 2016

อัพเดทแนวทางการรักษาภาวะ Anaphylaxis เบื้องต้น โดยสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย (ฉบับเต็มตามลิ้งค์)

http://allergy.or.th/2016/pdf/Thai_CPG_Anaphylaxis_2017_Full_version.pdf

HELLO SKIN

โรคเซบเดิร์มหรือโรครังแคบนหนังศีรษะ รักษาอย่างไรให้ถูกวิธี ‼️

Seborrheic dermatitis or Dandruff

ไม่มีวันไหนที่เดินออกจากบ้านแล้วไม่เจอคนเป็นโรคนี้แน่นอนค่ะ มาทำความรู้จักกัน

โรคเซบเดิร์มเกิดจากอะไร

👩🏻‍⚕️: ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะผิวหนังอักเสบชนิดนี้ ได้แก่
📌 ผิวมัน จึงเห็นได้ว่า มักเกิดผื่นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ เช่น ร่องแก้ม หัวคิ้ว หนังศีรษะ อก หลัง เป็นต้น
📌 เชื้อรา Malassezia ซึ่งชอบไขมัน
📌 สภาพอากาศ โดยเฉพาะอากาศเย็น ความชื้นต่ำ ผิวแห้ง จะทำให้ผื่นเห่อมากขึ้น
📌 ความเครียด นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้มีอาการกำเริบของผื่นได้
📌 การดื่มสุรา
📌 การเสียดสี แกะเกาผิวหนัง เป็นการกระตุ้นอีกทางที่ทำให้ผื่นเห่อมากขึ้น
📌 ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ ที่มี Mutation of ZNF750

ใครมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้บ้าง

👩🏻‍⚕️: ผู้ที่ผิวมัน, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น เอชไอวี (CD4 200-500 cell/mm3), ผู้ป่วยระบบประสาท เช่น อัมพฤกษ์อัมพาต พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ลมชัก
***ดังนั้นควรนึกถึงและตรวจหาภาวะเอชไอวีร่วมด้วยเสมอถ้าหากมีลักษณะของเซบเดิร์มที่น่าสงสัย คือ
🔥 อาการรุนแรง ผื่นลามบริเวณกว้าง (Severe, extensive disease)
🔥 ไม่ตอบสนองการรักษา (Refractory disease)


มีภาวะขาดวิตามินอะไรบ้างที่แสดงอาการเช่นนี้ได้

👩🏻‍⚕️: B2, B6, Zinc deficiency


โรคนี้หายขาดหรือไม่และรักษาอย่างไร

👩🏻‍⚕️: โรคเซบเดิร์มเป็นโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาให้ภาวะกำเริบหายเร็วขึ้น ส่วนมากใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ต่อการรักษาในแต่ละครั้งของการกำเริบ

🌈 ยาในกลุ่มยาทา
☘️ ยาทากลุ่มสเตอรอยด์
☘️ ยาทาฆ่าเชื้อรา 2% Ketoconazole cream
☘️ ยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitor เช่น Tacrolimus, Pimecrolimus
☘️ แชมพูสระผมที่มีส่วนผสมของ Selenium sulfide, Ketoconazole, Zinc, Tar เพื่อลดอาการรังแคที่หนังศีรษะ
☘️ กรณีผื่นที่ลำตัว อาจใช้แชมพูดังกล่าว ผสมน้ำฟอกทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกตามด้วยการอาบน้ำปกติ

🌈 ยาในกลุ่มรับประทาน (กรณีโรครุนแรง ดื้อต่อการรักษา ควรได้รับการรักษาควบคุมโดยแพทย์)
☘️ ยากินฆ่าเชื้อรา Itraconazole 200 mg/day นาน 1 สัปดาห์
☘️ ยากินกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ Isotretinoin 10 mg AD นาน 3-4 เดือน ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย

🌈 การฉายแสง Narrow Band UVB สัปดาห์ละ 3 ครั้ง จนหาย

การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคเซบเดิร์ม

👩🏻‍⚕️: ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าเป็นโรคที่ไม่หายขาด การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นเป็นการป้องกันการกำเริบของโรคที่ดีที่สุดค่ะ และหากมีการกำเริบ ควรมาพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกวิธี

สุดท้ายนี้เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยมักถามเสมอถึงการใช้ครีมต่างๆในช่วงที่มีอาการกำเริบ ดังนี้นะคะ

🎭 ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด และทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันผิวแห้ง
🎭 เลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ หรือผลิตภัณฑ์ที่จะทำให้ผื่นกำเริบ เช่น After shave, Toner, Hair spray
🎭 หลีกเลี่ยงการแกะเกาบริเวณผื่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนค่ะ


References

• Fitzpatrick 8th edition
• Bolognia 4th edition
• ภาพถ่ายได้รับการขออนุญาตจากผู้ป่วยเพื่อการเรียนรู้ ห้ามมิให้มีการนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเพจค่ะ

บทความลิขสิทธิ์ © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

ช่วยด้วย..ผมคอเหี่ยวทำยังไงดี

🙄 คุณหมอครับ บริเวณคอและท้ายทอยของผมทำไมเหี่ยวย่นคล้ำลงคล้ายเบาะหนังเป็นแบบนี้ ???

🌈 การที่ผิวหนังบริเวณหลังคอเกิดการหนาตัวและมีรอยย่นมากขึ้น จนดูคล้ายเบาะหนัง (leather-liked wrinkled skin) และมีสีอมเหลือง (yellowish discoloration) ดังภาพนี้ เราเรียกว่า Cutis Rhomboidalis Nuchae เป็นสัญญาณบ่งว่าผิวเกิดความชรามากขึ้นจากการถูกแดดเป็นประจำนั่นเอง โดยเฉพาะเพศชายที่ผมสั้น และมองข้ามการปกป้องแสงแดดให้กับผิวบริเวณนี้

🌈 หากปล่อยไว้นานๆ จะเป็นอย่างไร


A: รอยเหี่ยวย่นและหมองคล้ำจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ และ หากมีจุดหรือรอยโรคที่เกิดตามมาอาจต้องระวังการเกิดมะเร็งผิวหนังในบริเวณนี้ได้ค่ะ

🌈 หากตอนนี้ยังไม่เป็นแบบนี้ มีวิธีการป้องกันหรือไม่


A: การปกป้องแสงแดดอย่างถูกวิธีสามารถช่วยป้องกันได้ค่ะ เช่น ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ปกป้องทั้ง UVA UVB VL, ใส่หมวกปีกกว้าง กางร่มเป็นประจำหากต้องออกกลางแจ้ง หากเป็นไปได้ควรเลี่ยงแสงแดดช่วง 10.00 – 15.00 น. สวมเสื้อผ้าที่มิดชิดมีคอปก

🌈 มีวิธีการรักษาหรือไม่


A: ภาวะนี้จะรักษาหากเมื่อผู้ป่วยมีความกังวลเรื่องความสวยงาม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการที่ช่วยให้รักษาได้ผล มีรายงานการใช้ยาทาในกลุ่มสเตอรอยด์ วิตามินเอและ calcineurin inhibitor อาจช่วยทุเลาอาการได้บ้างในบางราย

นอกจากผิวที่บริเวณต้นคอแล้ว ความเสื่อมของผิวจากการทำลายจากแสงแดดยังสามารถเกิดได้ทุกส่วนที่ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การปกป้องผิวให้ถูกวิธีจะช่วยชะลอความแก่ของผิวได้ และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังในอนาคตได้ค่ะ

อ่านจบแล้วอย่าลืมส่องกระจกดูคอของตัวเองและคนที่คุณรักนะคะ

❤️❤️❤️
▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
เรียบเรียงบทความโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง