All posts by Warayuwadee Amornpinyo, M.D.

Dermatologist's Blog written by Warayuwadee Amornpinyo, M.D.

เครียดนอนไม่พอทำให้หน้าเหี่ยวจริงหรือไม่ ?

มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงใน BJD (British Journal of Dermatology) เมื่อ มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

The impact of stress on epidermal barrier function: an evidence‐based review
ซึ่งใช้ภาพที่อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นถึงผลของความเครียดต่อการทำงานและโครงสร้างของผิวหนัง

สรุปสั้นๆจากงานรีวิวนี้ก็คือว่า

🧬 ภาวะที่ก่อให้เกิดความเครียดทางจิตใจ ส่งผลให้เพิ่มการกระตุ้นผ่าน hypothalamic–pituitary–adrenal axis ทำให้มีการหลั่ง stress hormone มากขึ้น ดังภาพ

🧬 สุดท้ายแล้ว ทำให้ส่งผลเสียถึง barrier dysfunction เนื่องจากไขมันที่ชั้นผิวหนังกำพร้าลดลง, มีความเสื่อมของโปรตีนที่เป็นโครงสร้างผิว, ความชุ่มชื้นของผิวหนังกำพร้าน้อยลง และนอกจากนั้นยังเพิ่มการสูญเสียน้ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง

จึงน่าจะเป็นที่มาของประโยคที่ชอบพูดกันว่า
“#เครียดมากเดี๋ยวหน้าเหี่ยวแก่เร็วนะจ๊ะ”


อ่านเพิ่มเติม https://bit.ly/2HQbQul

เรียบเรียงโดยแพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญอายุรแพทย์โรคผิวหนัง

©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

เลือกครีมทาหน้าอย่างไรให้ได้ผลตรงจุด

มีหลายคนมักถามเสมอว่า ทาครีมอะไรดี วันนี้เลยจะมาขอเล่าลำดับขั้นตอนการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมให้กับปัญหาผิวของตัวเองค่ะ

Step 1 “ครีมกันแดด + Moisturizer”


โดยเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง


ใช้ไป 2 สัปดาห์ เชื่อว่าผิวดีขึ้นอย่างแน่นอน อย่างน้อย ๆ ความหมองคล้ำและริ้วรอยเล็ก ๆ จะลดลง

หลังจากนั้นมาประเมินอีกครั้งว่ายังเหลือปัญหาอะไรที่อยากแก้ไขเพิ่มเติม

Step 2 เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับปัญหา


เช่น

  • รอยดำ หมองคล้ำ
  • ฝ้า กระ (บางชนิดอาจต้องใช้เลเซอร์ร่วมด้วย)
  • สิว
  • ริ้วรอย (ถ้าเป็นรอยเล็กๆ การใช้ครีมช่วยได้ แต่ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้านั้นอาจต้องใช้ botulinum toxin ร่วมด้วย)
  • ผิวแพ้ง่าย

ไว้คอยติดตามจะมาเล่าว่าครีมอะไรใช้แก้ปัญหาอะไร

สำคัญ

❌ ไม่มีครีมอะไรที่ช่วยยกกระชับใบหน้าได้
❌ Clinical tested ต่างๆที่เขียนไว้ข้างขวด คือ การนำครีมนั้นไปให้กลุ่มบุคคลทำการทดลองใช้ โดยไม่ถือเป็นการรับรองจาก FDA หรือผ่านกระบวนการวิจัยทางการแพทย์ใดๆ
❌ ไม่ควรเริ่มใช้ครีมพร้อมกันหลายอย่าง เนื่องจากอาจเกิดการแพ้หรือผลข้างเคียงที่ทำให้ผิวมีปัญหา เกิดการหมองคล้ำ ริ้วรอยตามมา ผลคือ แย่ลงกว่าเดิม
❌ อย่าเลือกครีมตามเพื่อนหรือตามความฮิตฮอต ควรเลือกครีมให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม https://www.aad.org/skin-care-secrets/selecting-anti-aging-products

เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง

©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

ภาวะเลือดออกใต้เล็บนิ้วหัวแม่เท้า หรือ Runner toe

ภาวะเลือดออกใต้เล็บนิ้วหัวแม่เท้า หรือ (Runner toe) Subungual hematoma of bilateral great toe

🚶🚶🚶🚶🚶🚶🏃🏃🏃🏃🏃🏃

ภาวะนี้เกิดจากอะไร ?

👣 เกิดจากการกระแทกหรือเสียดสีซ้ำๆกับหน้ารองเท้า ทำให้มีเลือดออกบริเวณใต้เล็บ

มักพบในบุคคลกลุ่มใด ?

👣 มักพบใน นักกีฬาวิ่งมาราธอน พบว่ายิ่งเข้าขั้นวิ่ง Hard-core runner, Long runner จะพบได้มากกว่านักวิ่งเริ่มต้น มักเกิดตอนวิ่งและหยุดในทันที วิ่งที่ชัน หรือเปลี่ยนทิศทางวิ่ง

เกิดได้ทุกนิ้วหรือไม่ ?

👣 ส่วนมากเป็นที่นิ้วโป้ง และอาจพบที่นิ้วอื่นได้

สามารถรักษาโดยวิธีใดบ้าง ?

👣 หากไม่มีอาการ ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยไว้จะค่อยจางลงและรอเล็บใหม่งอกขึ้นมา ใช้เวลาหลายเดือน-ปี

👣 หากมีอาการปวด แนะนำให้พบแพทย์เพื่อทำการเจาะระบายเลือดออกหรืออาจต้องทำการถอดเล็บในบางราย

มีวิธีป้องกันหรือไม่ ?

👣 การป้องกันที่ดีที่สุดคือ
🌈 การปรับรองเท้าให้เหมาะสม ไม่บีบหน้าเท้า ไม่หลวมเกินไป ควรเลือกรองเท้าที่มีหน้ากว้าง เพื่อลดการกระแทกของเล็บเท้าในขณะวิ่ง
🌈 ตัดเล็บสั้น เพื่อลดการกระแทกเสียดสี

เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง

©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

Hemorrhagic crust on lip มีคราบเลือดที่ปาก ทำอย่างไรดี

ความผิดปกติที่เห็น เราสามารถบรรยายลักษณะผื่นได้ว่า “Hemorrhagic crusts of lips and vermillion”
ต้องนึกถึงภาวะอะไรบ้างเมื่อเห็นแบบนี้ ?

Differential diagnosis 10 โรค

✓ Acute herpetic stomatitis
✓ Erythema multiforme major
✓ Stevens-Johnson syndrome/TEN spectrum
✓ Pemphigus vulgaris
✓ Paraneoplastic Pemphigus
✓ Mucous membrane (cicatricial) Pemphigoid
✓ Contact Cheilitis
✓ Systemic LE (Rowell syndrome, SCLE)
✓ Lichen Planus
✓ Mycoplasma induced rash and mucositis (MIRM)

จากโรคที่กล่าวมาข้างต้น บางโรคอาจดูซับซ้อนและค่อนข้างยาก แต่มีบางภาวะที่น้องๆหมอทั่วไปสามารถช่วยดูแลคนไข้ในเบื้องต้นได้ ก่อนที่จะส่งผู้ป่วยมาพบแพทย์เฉพาะทาง

สิ่งที่แพทย์สามารถดูแลเบื้องต้นได้แก่

• ลองทำ Tzanck smear (และ PCR for herpes กรณีทำได้) ซึ่งเป็น bed side laboratory เพื่อดูว่ามี herpes infection หรือไม่
• ซักประวัติเรื่องยา อาหาร สมุนไพร และทำ druglist timeline เบื้องต้น เพื่อตรวจหาว่ามีอะไรที่อาจทำให้คนไข้เกิดอาการแพ้ที่รุนแรงนี้ได้
• ซักประวัติเรื่องสารเคมี ลิปสติก หรือครีมต่างๆที่ทาบริเวณนี้ เนื่องจากอาจเกิดจากผื่นแพ้สัมผัสได้
• ซักประวัติเรื่องของ URI หรือ chest symptom ซึ่งผื่นนี้อาจเกิดจากเชื้อ Mycoplasma ได้
• ตรวจหารอยโรคตุ่มน้ำที่ร่างกายบริเวณอื่นๆ ได้แก่ ตา อวัยวะเพศ ผิวหนังทั่วร่างกาย หนังศีรษะ เล็บ ประเมินว่ามีลักษณะของโรคผิวหนังชนิดตุ่มน้ำหรือไม่
• ตรวจหารอยโรคอื่นๆของโรค SLE และอาจส่งตรวจ ANA, anti ENA panel หากมีลักษณะที่สงสัยโรคนี้

การรักษา

รักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ หากเบื้องต้นไม่พบสาเหตุที่อธิบายได้ ควรส่งต่อผู้ป่วยเพื่อมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม และอาจมีบางภาวะที่ต้องอาศัยการตัดชิ้นเนื้อทางผิวหนังและส่งตรวจทางอิมมูโนวิทยาเพื่อประกอบการวินิจฉัยค่ะ


ภาพถ่ายได้รับการขออนุญาตจากผู้ป่วยเพื่อการเรียนรู้ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

บทความลิขสิทธิ์ © HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

มารู้จักแอสตาแซนทินกัน

🍭🍭🍭 แอสตาแซนธินดีหรือไม่ ?🍭🍭🍭

💭 คุณหมอคะ หนูได้ยินคนพูดถึง Astaxanthin หนูควรทานเยอะๆมั้ยคะ หนูมีข้อห้ามที่ทานไม่ได้มั้ย และทานเยอะๆมีผลข้างเคียงอะไรมั้ยคะ

👩🏻‍⚕️ : มาทำความรู้จักกันว่า Astaxanthin คืออะไร?


เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ช่วยยับยั้งการเกิดปฎิกิริยาที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในไมโทคอนเดรียของตับได้
✅ มากกว่าวิตามินอีถึง 1,000 เท่า
นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของอนุมูลอิสระได้มากกว่าสารอื่นๆ ดังนี้
✅ มากกว่าเมล็ดองุ่นสกัด 17 เท่า
✅ มากกว่าเบต้า แคโรทีน 40 เท่า
✅ มากกว่าแอลฟา ไลโปอิก เอซิด 75 เท่า
✅ มากกว่าวิตามินอี แอลฟาโทโคฟีรอล 550 เท่า
✅ มากกว่าสารในชาเขียว 550 เท่า
✅ มากกว่าโคเอนไซม์คิวเท็น 800 เท่า
✅ มากกว่าวิตามินซี 6000 เท่า

👩🏻‍⚕️ : ประโยชน์ของสารแอสตาแซนธิน


นอกจากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยม ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆดังนี้
🔸 ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการเมื่อยล้าของสายตาจากการใช้สายตานานๆ ป้องกันดวงตาจากรังสียูวี
🔸 ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่างกาย
🔸 ช่วยให้ผิวคงความอ่อนวัย ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อยและจุดด่างดำ
🔸 ช่วยดูแลสุขภาพกระเพาะอาหาร
🔸 ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองแตก

👩🏻‍⚕️ :ผู้ที่ควรรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระแอสตาแซนธิน (Astaxanthin)


✔️ ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพทุกเพศทุกวัย
✔️ ผู้ที่ใส่ใจในความงามและสุขภาพผิว
✔️ ผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆเป็นประจำเช่นความเครียด ฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถยนต์ เป็นต้น
✔️ ผู้ที่ต้องทำงานใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
✔️ นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

👩🏻‍⚕️: อาหารประเภทไหนมี Astaxanthin เยอะบ้าง ?


แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแซนโทรฟิลล์ ตระกูลแคโรทีนอยด์ มีลักษณะเป็นสารสีแดงที่พบมากในอาหารเหล่านี้ค่ะ
🔸 ปลาแซลมอน
🔸 ไข่ปลาคาร์เวียร์
🔸 เปลือกปู กุ้ง
🔸 สาหร่าย ชนิด Microalgae Haematococus Pluvialis
🔸 ขนสีชมพูในนกฟลามิงโก

👩🏻‍⚕️: ปริมาณที่แนะนำต่อวัน ?


ไม่มีปริมาณที่ระบุแน่นอน แต่การศึกษาวิจัยส่วนใหญ่ที่ไม่พบผลข้างเคียง มีดังนี้
🍬 ทานเดี่ยวๆ ปริมาณ 2-12 มิลลิกรัมต่อวัน ต่อเนื่อง 12 สัปดาห์
🍬 ทานร่วมกับวิตามินอื่นๆในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ปริมาณ 4 มิลลิกรัมต่อวัน ต่อเนื่อง 12 เดือน

👩🏻‍⚕️: แอสตาแซนธินสะสมในร่างกายมั้ยคะ ?


✅ ไม่สะสมในร่างกายค่ะ ไม่เปลี่ยนโครงสร้างเหมือนกับวิตามินบางชนิด โครงสร้างของโมเลกุลเรียงตัวได้ดีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ
✅ บางรายพบผลข้างเคียง (ไม่ขึ้นกับขนาดที่ทาน) คือ มีอาการแพ้ได้บางราย, ความต้องการทางเพศลดลง, สีผิวเข้มขึ้น, ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำลง

👩🏻‍⚕️: บุคคลใดที่ไม่แนะนำให้ทาน ?


❌ ตั้งครรภ์และให้นมบุตร
❌ มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับ Autoimmune disease
❌ ทานยากดภูมิคุ้มกัน
❌ แพ้สารในกลุ่ม Carotenoids, Astaxanthin

🏳️‍🌈 เราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารแอสตาเซนธิน เช่น ในเนื้อสีแดงสวยของปลาแซลมอน หรือแม้แต่การลองรับประทานกุ้งตัวเล็กทั้งเปลือกค่ะ
🏳️‍🌈 Sockeye salmon 4 ออนซ์ มีปริมาณแอสตาแซนธิน 4.5 มิลลิกรัม

Copyright ©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

จริงหรือไม่กับความเชื่อที่ว่า.. กินช๊อคโกแลต กินขนมปัง แล้วสิวเห่อ

🍫🍮🎂🍭🥧🍨🍦🍿🧃🥤🍰🍹

ข้อเท็จจริงในเรื่องของ “อาหาร” กับ “การเกิดสิว” ที่มีหลักฐานจากงานวิจัยมีดังนี้

อาหารในกลุ่มที่มีค่าดัชนี้น้ำตาลต่ำ (Low-glycemic diet) ช่วยลดการกระตุ้นให้เกิดสิวได้

เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว ข้าวโอ๊ต เป็นต้น โดยทั้งนี้เกี่ยวกับระดับน้ำตาลในกระแสเลือดหลังรับประทานอาหาร โดยถ้าหากระดับสูง จะส่งผลให้เกิดกระบวนการอักเสบในร่างกายมากขึ้น และยังส่งผลให้มีการสร้าง sebum มากขึ้น เป็นผลให้เกิดสิวมากขึ้นตามมา
งานวิจัยพบว่า การเปลี่ยนมาทานอาหารโลว์จีไอทำให้สิวลดลงเกือบ 90% ในเวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์

✅ การดื่มนม (ไม่รวมนมปั่น) สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้

ถึงแม้ milk จัดอยู่ในกลุ่ม low glycemic index แต่มีรายงานพบว่าการดื่มนม ไม่ว่าจะเป็น whole, low-fat, skim milk ทำให้เกิดสิวมากขึ้น โดยข้อสันนิษฐานว่ามีฮอร์โมนบางชนิดในนม ทำให้เกิดการอักเสบและกระตุ้นสิวมากขึ้น
โดยปริมาณการดื่มที่ทำให้เกิดสิวนั้นยังไม่แน่ชัด จากงานวิจัยหนึ่งพบว่า เด็กที่ดื่ม skim milk มากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีสิวเยอะกว่าเพื่อนชัดเจน

✅ ผลิตภัณฑ์จากนมอย่างอื่น ยังไม่มีรายงานว่าทำให้กระตุ้นการเกิดสิว

ไม่ว่าจะเป็น โยเกิร์ต, ชีส 🧀

ยังมีอาหารอีกมากมายที่บางท่านเชื่อว่า ตนเองรับประทานแล้วทำให้สิวเห่อมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจริงหรือไม่

DERMATOLOGIST RECOMMEND….🏆🏆🏆
สิ่งที่แพทย์เฉพาะทางผิวหนังแนะนำคือ

🥇ให้ลองสังเกตว่าอาหารที่ท่านสงสัยนั้น เมื่อทานแล้วทำให้เกิดสิวมากขึ้นหรือไม่ และ ลองหยุดรับประทานอาหารเหล่านี้ดูประมาณ 1 เดือน แล้วดูว่าสิวลดลงหรือไม่ จะช่วยบอกได้คร่าว ๆ ว่า อาหารนั้น ๆ กระตุ้นสิวได้จริงหรือ

🥇 การรักษาสิวให้ถูกวิธี ไม่เพียงแต่การเลือกทานอาหารเท่านั้น ยังขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทายาสิว การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับสภาพผิว การมาติดตามการรักษาตามนัดแพทย์ เพื่อให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด

Reference : https://www.aad.org/diet

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️

👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

ไม่อยากผิวแก่ ต้องใช้ครีมอะไรดี

How to approach “Healthy skin aging” ไม่ว่าจะใช้สารพัดครีมอะไร แต่สิ่งที่ควรมีในแต่ละวันคือ 4 ไอเทมนี้นะจ๊ะ

1. Sunscreen

ครีมกันแดดที่ป้องกันได้ทั้ง UVA, UVB อย่างน้อย SPF30 หากเป็น physical sunscreen ควรอย่างน้อย 5% zinc oxide

2. Antioxidants

ช่วยป้องกันการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระและรังสียูวี

3. Exfoliants

ครีมผลัดเซลล์ผิว ช่วยปรับสภาพผิวให้สมบูรณ์ ผลัดเอาเซลล์ผิวชั้นบนที่ตายแล้วให้หลุดออกไป โดยไม่ทำให้ผิวหนังบางลง กลุ่มนี้ เช่น alpha hydroxy acid


4. Retinoids and Growth factors

ยาทากลุ่มวิตามินเอนั้นดีงามทุกคนทราบ ส่วน GF จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดการกับกระบวนการต่าง ๆ ในเซลล์ผิวที่ทำให้ผิวชรา

เรียบเรียงโดย
แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ
อายุรแพทย์โรคผิวหนัง
©👩🏻‍⚕️HELLO SKIN by หมอผิวหนัง

การปฏิบัติตัวที่ถูกวิธีสำหรับผู้ป่วยเอสแอลอี

ที่มาของภาพจาก JAMA Dermatol. 2019;155(12):1417.

จากรูป เป็นลักษณะของ Typical Photosensitivity rash in SLE ที่ต้องดูให้เป็น

อย่าลืมแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกวิธีให้แก่ผู้ป่วยทุกครั้ง ถึงแม้ SLE เป็นโรคที่ไม่หายขาด แต่ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอและการปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธีจะช่วยให้โรคสงบลงได้ ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป

การปฎิบัติตัวที่ถูกวิธีทำได้ดังนี้

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ
  2. หลีกเลี่ยงความเครียด
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  4. ทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกทุกครั้ง ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง
  5. หลีกเลี่ยงการเข้าสถานที่ชุดชนแออัด และเลี่ยงการใกล้ชิดบุคคลที่มีการติดเชื้อที่อาจแพร่ทางการหายใจได้ ควรใส่หน้ากากป้องกันเสมอ
  6. หลีกเลี่ยงแสงแดดช่วง 10-16.00 น. และหากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง ควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป โดยทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง สวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม สวมเสื้อแขนยาว หากเป็นไปได้ควรเดินหลบตามร่มเงาต้นไม้หรือตึกสูง
  7. คุมกำเนิดขณะโรคยังไม่สงบ เลี่ยงการใส่ห่วงเพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้ หากโรคสงบสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องอยู่ในการเตรียมพร้อมและดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนยาบางชนิดในขณะตั้งครรภ์
  8. มาติดตามการรักษาตามนัดสม่ำเสมอ ไม่ปรับยา หรือซื้อยาอื่นทานเองเนื่องจากยาบางชนิดอาจทำให้โรคกำเริบได้
  9. หากมีอาการของโรคกำเริบ เช่น ไข้ ปวดข้อ ผมร่วง ผื่นแพ้แสง แผลในปาก ปัสสาวะเป็นฟองหรือออกน้อยลง ปวดท้อง ขาบวม เป็นต้น ให้รีบมาพบแพทย์ก่อนนัดทันที
  10. หากต้องเข้า รพ. หรือ ร้านยา ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรร้านยาเสมอว่ามีโรคประจำตัวเป็นเอสแอลอี

เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง

▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️▫️
HELLO SKIN

Skin signs in Pheochromocytoma

วันนี้สอนเรสิเด้นว่า เมื่อไหร่เจอเคส Pheochromocytoma ควรต้องมองหา Genetic syndrome เสมอ ที่เจอบ่อย ๆ และต้องรู้ก็ประมาณนี้ ลองอ่านดูค่ะ


เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงวรายุวดี อมรภิญโญ อายุรแพทย์โรคผิวหนัง

บทความลิขสิทธิ์ HELLO SKIN by หมอผิวหนัง